เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3472 กระอักกระอ่วน / ตอนที่ 3473 ฮุยหลางมาถึง
ตอนที่ 3472 กระอักกระอ่วน
ตอนนี้เองหวันเหยียนสือซานปล่อยมือและถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เขาเรอออกมาอีกครั้งพร้อมถอยหลังไปเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็โบกมือ “พวกเจ้าระวังหน่อย บนพื้นมีก้อนหิน ข้าจะกลับไปนอนก่อนแล้ว”
ตอนเขาพูดและหมุนกายเตรียมจากไป กลับเห็นพวกตู้ฝานยืนมองอยู่ตรงนั้นไม่ไกล เขาอ้าปากหัวเราะเสียงดังโดยพลัน “พวกเจ้ามากันได้อย่างไร เอ๋? มีคนหน้าไม่คุ้นอยู่หลายคนเลย”
พวกตู้ฝานและกู้เซียงอี๋เห็นภาพเมื่อครู่นี้กับตาตนเอง ตอนนี้เห็นทั้งสองคนมีสีหน้าเป็นปกติ กลับข่มความประหลาดใจเอาไว้ จากนั้นก้าวไปข้างหน้า ตู้ฝานกล่าวว่า “พวกข้าว่างไม่มีอะไรทำ จึงมาเดินเล่นที่เวิ้งสวนท้อเป็นเพื่อนพวกเขา”
ทีแรกเหลิ่งซวงจะพาห้าวเอ๋อร์ไปแล้ว แต่พอเห็นพวกเขาจึงเดินไปข้างหน้าบ้าง
“อยากให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนหรือไม่” หวันเหยียนสือซานยิ้มถาม ความเมามายปรากฏบนใบหน้าหลายส่วน ร่างกายโซเซ “อย่างไรเสียข้าก็อยู่ที่นี่มาพักหนึ่งแล้ว นับว่าคุ้นเคยกับที่นี่เช่นกัน หากต้องหารให้ข้าอยู่เป็นเพื่อน ข้าไม่ถือสาที่จะดื่มสุรากับพวกเจ้าหรอกนะ”
พัดในมือตู้ฝานพัดลมเบาๆ เดินไปตรงหน้าเขาแล้วยิ้ม “ไม่ต้องหรอก ข้าเดินเล่นกับพวกเขาก็พอ ล้วนเป็นคนกันเอง ไม่จำเป็นต้องเขินอาย”
เห็นดังนั้นแล้ว หวันเหยียนสือซานจึงพยักหน้า “ก็ได้ เช่นนั้นพวกเจ้าตามสบายเถอะ” พูดแล้วเขาก็ฮัมเพลงเสียงเบา เดินโซเซกลับไป
หลังจากเขาไปแล้ว ตู้ฝานค่อยมองเหลิ่งซวงและห้าวเอ๋อร์ “พวกเจ้าก็อยากเดินเล่นที่ป่าท้อเหมือนกันหรือ”
“อืม” เหลิ่งซวงตอบรับ ไม่ได้พูดอะไรมาก
ห้าวเอ๋อร์กลับเอ่ยขึ้น “ข้าอยากไปดูผลท้อ”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถอะ!” ตู้ฝานยิ้ม หันมองไปมองทุกคนข้างหลัง ถามว่า “พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร”
“ข้าเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก อยากชมความงดงามของที่นี่ มีพวกเจ้าเดินเล่นเป็นเพื่อนย่อมดีที่สุด” กู้เซียงอี๋กล่าว
อี้ซิวหรั่นมองไปรอบๆ “ข้าเดินเล่นเรื่อยเปื่อยก็พอ พวกเจ้าไปเถอะ!” เขาไม่ได้สนใจป่าท้อสักเท่าไร เทียบกับไปดูดอกท้อและผลท้อ เขาหาที่นั่งลงดื่มสุราดีกว่า
“ตอนพวกข้าสี่คนกลับมาเคยมาเที่ยวแล้ว พวกข้าขอตัว” ซ่งหมิงยิ้มกล่าว
“ข้าก็เหมือนกัน” ต้วนเยี่ยและลั่วเฟย ไปจนถึงหนิงหลางสามคนตอบรับ
ฟังดังนั้นแล้ว เหลิ่งซวงพลันชะงัก สายตาของกู้เซียงอี๋วาววาบ ก่อนจะยิ้มให้เหลิ่งซวงแล้วกล่าว “รบกวนแล้ว”
เหลิ่งซวงพยักหน้าเล็กน้อย คราวนี้ค่อยเดินไปทางป่าท้อกับเขาและห้าวเอ๋อร์
เมื่อพวกเขาจากไป คนอื่นพลันยิ้มออกมา ก่อนจะเดินไปอีกทิศทางหนึ่ง เตรียมหาที่นั่งลงดื่มสุรา
กู้เซียงอี๋เดินเล่นอยู่ในป่าท้อกับเหลิ่งซวง กลับรู้สึกว่าสองคนเดินกันอยู่เช่นนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะคุยกันเรื่องอะไรดี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขากระอักกระอ่วนท่ามกลางความเงียบอยู่บ้าง
ห้าวเอ๋อร์เดินไปได้พักหนึ่งก็มองเห็นป่าท้ออีกผืนหนึ่งซึ่งเชื่อมกับป่าดอกท้อข้างหน้า พอเห็นผลท้อข้างในก็พลันวิ่งไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น ทิ้งสองคนให้เดินอยู่ข้างหลัง
“เรื่องเมื่อครั้งก่อน ขอบคุณเจ้ามาก” กู้เซียงอี๋เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบระหว่างคนทั้งสอง
เหลิ่งซวงมีนิสัยเย็นชา ไม่ชอบพูดและมักไม่รู้สึกอะไร ตอนนี้ได้ยินคำพูดของเขา นางจึงมองเขาคราหนึ่ง
……….
ตอนที่ 3473 ฮุยหลางมาถึง
“เจ้าขอบคุณนายหญิงไปแล้ว” นางกล่าวเสียงเรียบ เดินไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน
กู้เซียงอี๋มองข้างหน้า “หากไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าก็ไม่ได้พบเฟิ่งจิ่วเช่นกัน เท่ากับว่าต้องขอบคุณเจ้าด้วย”
ฟังดังนั้นแล้ว เหลิ่งซวงไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงเดินไปอย่างเงียบๆ มองห้าวเอ๋อร์ที่กำลังวิ่งเล่นอยู่กลางป่าท้อ
กู้เซียงอี๋ติดตามไปด้วยความเงียบสงบ สองคนมาถึงข้างป่าท้อแล้วก็ยืนอยู่ใต้ต้นท้อต้นหนึ่ง มองห้าวเอ๋อร์ปีนต้นไม้
“ท่านอาซวง พวกเราเก็บผลท้อกลับไปหน่อยได้หรือไม่” ห้าวเอ๋อร์ถามขณะอยู่บนต้นไม้ มองผลท้อที่ทำให้คนน้ำลายสอเหล่านั้น อดไม่ได้ที่จะเด็ดลงมาเช็ดให้สะอาดแล้วกัดคำหนึ่ง
“ได้สิ เก็บไปมาหน่อย จะได้นำไปให้พวกคุณหนูหวันเหยียนแล้วก็นำกลับจวนด้วย” เหลิ่งซวงเอ่ย จากนั้นก็หยิบตะกร้าใบหนึ่งออกมาจากในห้วงมิติ
ห้าวเอ๋อร์ฟังแล้วพลันตอบรับอย่างดีใจ กินผลท้อในมือหมดด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเด็ดผลท้อที่ใหญ่ที่สุดลงมาโยนไปข้างล่าง “ท่านอาซวง รับ”
เหลิ่งซวงยืนรับอยู่ข้างล่าง วางผลท้อลงในตะกร้า หลังจากเก็บผลท้อจนเต็มตะกร้าสองใบแล้ว เหลิ่งซวงที่กำลังเตรียมจะยกขึ้นมา กลับเห็นกู้เซียงอี้ก้มลงยกตะกร้าขึ้นมาก่อน
“ข้ายกเอง!” กู้เซียงอี๋ว่า จากนั้นมองไปทางนางและห้าวเอ๋อร์ “จะกลับแล้วใช่หรือไม่”
เหลิ่งซวงมองห้าวเอ๋อร์ อีกฝ่ายขานรับ พวกเขาสามคนจึงเดินกลับไปพร้อมกัน
เฟิ่งจิ่วออกมาเดินเล่นกับหวันเหยียนเชียนหวา พบกับคนหลายคนที่กำลังดื่มสุราอยู่ใต้ต้นท้อ เมื่อเห็นพวกเขา นางจึงเลิกคิ้วขึ้น “ไยพวกเจ้าก็มาที่นี่ด้วย”
“ที่นี่ทิวทัศน์งดงาม เหมาะกับการร่วมวงดื่มสุรา” ซ่งหมิงเอ่ย สายตากวาดมองเฟิ่งจิ่วและหวันเหยียนเชียนหวา ก่อนจะพิจารณาจวินเจวี๋ยซางที่อยู่ข้างๆ
“อยากดื่มสักจอกสองจอกหรือไม่” ต้วนเยี่ยถาม
“ไม่ดีกว่า ข้าเพิ่งกินข้าวกับพี่สาวมา กำลังจะไปเดินเล่น” เฟิ่งจิ่วตอบ
“ท่านแม่ ท่านแม่!”
เสียงของห้าวเอ๋อร์ดังมาจากไม่ไกล เฟิ่งจิ่วมองไป เห็นเงาร่างเล็กจ้อยวิ่งเข้ามา บนใบหน้าเล็กแดงระเรื่อพร้อมด้วยความตื่นเต้น “ท่านแม่ พวกข้าเก็บผลท้อมา ท่านดูสิ” เขาชี้ไปข้างหลัง
เฟิ่งจิ่วมองไป เห็นกู้เซียงอี๋กับเหลิ่งซวงเดินมา ในมือของกู้เซียงอี๋ยกตะกร้าใส่ผลท้อสองใบ มองเห็นพวกเขาสองคนแล้ว เฟิ่งจิ่วก็ยกยิ้มก่อนจะขยี้ศีรษะห้าวเอ๋อร์ “เช่นนั้นห้าวเอ๋อร์ไปล้างผลท้อกับเหลิ่งซวงก่อน จากนั้นตัดแบ่งให้ทุกคนกินหน่อย”
“ได้” ห้าวเอ๋อร์ตอบ จากนั้นวิ่งเหยาะๆ ไปถึงข้างกายเหลิ่งซวง
กู้เซียงอี๋วางผลท้อลง มองเหลิ่งซวงและห้าวเอ๋อร์นำผลท้อไปล้างจำนวนหนึ่ง จากนั้นค่อยเอ่ยว่า “ผลท้อในป่าท้อ เจ้าไม่ให้คนเด็ดกระมัง”
“จะมีคนมาเก็บไปดองเป็นสุราในเวลาที่กำหนด” เฟิ่งจิ่วยิ้มตอบ “ในเมื่อล้วนอยู่ที่นี่ ข้าจะให้คนนำสุราผลท้อมาให้พวกเจ้าชิมหน่อย”
เฟิ่งจิ่วเอ่ยพลางมองเหลิ่งหวา ฝ่ายหลังเข้าใจในทันทีจึงหันกายเดินไป ไม่นานนักก็อุ้มไหสุราใบหนึ่งมาวางลงข้างๆ ทุกคน
“ข้าเทให้” ตู้ฝานเอ่ย ช่วยเทสุราให้ทุกคนจอกหนึ่ง อีกทั้งเทให้ตนเองชิมจอกหนึ่งด้วย รสชาติผลท้อเข้มข้นมาก ฤทธิ์สุราไม่รุนแรงเท่าไรนัก ทว่ามีพิเศษยิ่งนัก ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าช่างมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ยิ่งดื่มยิ่งติดใจ
พวกเขาอยู่ที่นี่จนกระทั่งฟ้าเริ่มมืด ก่อนจะกลับจวนตระกูลเฟิ่งไปพร้อมกับเฟิ่งจิ่ว หลายวันหลังจากนั้น ด้วยงานแต่งงานใกล้เข้ามาทุกที บรรยากาศรื่นเริงในจวนตระกูลเฟิ่งจึงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ประมาณเกือบครึ่งเดือนผ่านไป ฮุยหลางก็มาถึงจวนตระกูลเฟิ่งพร้อมรอยยิ้มตั้งแต่เช้าตรู่
ตู้ฝานเห็นเขาแล้วก็ถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้ามาได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าช่วยงานแต่งงานอยู่ข้างกายเจ้าตำหนักหรอกหรือ”
……….