เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3470 กินเป็นเพื่อน / ตอนที่ 3471 ไม่คาดคิด
ตอนที่ 3470 กินเป็นเพื่อน
“นี่เป็นน้ำแกงบำรุง เหมาะให้เจ้ากิน” จวินเจวี๋ยซางกล่าว ตักออกมาถ้วยหนึ่งก่อนวางตรงหน้านาง
“นี่เป็นน้ำแกงบำรุง แล้วนั่นกินแล้วได้อะไร” หวันเหยียนเชียนหวาชี้น้ำแกงตุ๋นอีกหม้อหนึ่ง ถามอย่างไม่สบอารมณ์
จวินเจวี๋ยซางมองครั้งหนึ่ง “บำรุงครรภ์”
“แล้วนั่นล่ะ” นางชี้อีกหม้อหนึ่งพลางถาม
“สงบใจและทำให้ปอดชุ่มชื้น” ช่วงนี้นางอารมณ์ไม่ค่อยดี เพลิงผลาญหัวใจ เขาถึงให้คนตุ๋นน้ำแกงพวกนี้ อย่างไรเสียล้วนเหมาะสำหรับสตรีตั้งครรภ์
ครั้นฟังจบ หวันเหยียนเชียนหวาก็โมโหจนพูดไม่ออก นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืนขึ้นแล้วหมุนกายเข้าเรือนไปทันที อีกทั้งยังลงกลอนประตูด้วย ถือเสียว่ามองไม่เห็นเสียเลย
เห็นดังนั้นแล้ว จวินเจวี๋ยซางก็มุ่นคิ้ว จ้องมองน้ำแกงตุ๋นบนโต๊ะเหล่านั้นครู่หนึ่ง “อย่างน้อยก็ต้องกินสักอย่าง”
“ไม่กิน! เอากลับไป! อยากกินก็ไปกินเอง!” เสียงของหวันเหยียนเชียนหวาดังออกมาจากในห้อง
เฟิ่งจิ่วที่เดินเข้ามาได้ยินเสียงนั้น พลันหัวเราะเสียงเบาอย่างอดไม่ได้ “เกิดอะไรขึ้นอีก” นางชำเลืองมองข้าวของพวกนั้นบนโต๊ะ เลิกคิ้วและเดินไปข้างหน้า ก่อนมองไปทางจวินเจวี๋ยซาง “ของมากมายขนาดนี้ เจ้าให้นางกินหรือ”
“ตั้งแต่เช้านางกินน้ำแกงตุ๋นไปแค่ถ้วยเดียว” จวินเจวี๋ยซางกล่าว
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วยิ้ม “ข้าออกจากบ้านมาไม่ได้กินอะไรเลย นอกจากน้ำแกงบำรุงครรภ์แล้ว น้ำแกงอย่างอื่นที่นี่ข้ากินได้” นางพูดพลางตักน้ำแกงถ้วยหนึ่ง พร้อมทั้งตะโกนบอกหวันเหยียนเชียนหวาที่อยู่ข้างในห้อง “ท่านพี่ ท่านออกมากินเป็นเพื่อนข้าหน่อยเถอะ!”
หวันเหยียนเชียนหวาได้ยินว่าเฟิ่งจิ่วมาแล้ว กำลังคิดจะออกมา ทว่านึกขึ้นได้ว่าจวินเจวี๋ยซางผู้นั้นยังนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ ตอนนี้ได้ยินเฟิ่งจิ่วตะโกนเรียกนางให้ออกไปกินน้ำแกงเป็นเพื่อน นางคิดแล้วก็เปิดประตูเดินออกมาในที่สุด
“เด็กคนนี้นี่นะ เหตุใดไม่กินอยู่ที่บ้าน ไยต้องมากินที่นี่ น้ำแกงแบบนี้มีอะไรอร่อยกัน” หวันเหยียนเชียนหวาพูดด้วยความรังเกียจ จากนั้นกล่าวกับเหลิ่งหวาว่า “เจ้าไปให้ที่ห้องครัวทำอาหารมาสองอย่าง แล้วยกข้าวสองถ้วยมาด้วย! นายหญิงของเจ้ากินน้ำแกงอย่างเดียวไม่อิ่มแน่”
เหลิ่งหวายิ้มและตอบรับ จากนั้นค่อยเดินไปทางห้องครัว
เฟิ่งจิ่วลองชิมน้ำแกง เอ่ยขึ้นว่า “ท่านพี่ น้ำแกงนี้ตุ๋นได้ไม่เลวเลย ท่านลองชิมดูสิ” เฟิ่งจิ่วบอกและให้นางกินเล็กน้อย
เห็นว่าเป็นนาง หวันเหยียนเชียนหวาถึงได้ไม่พูดอะไร รับมากินครึ่งถ้วยเล็กๆ ใครเล่าจะรู้ว่าเพิ่งกินเสร็จ น้ำแกงอีกถ้วยหนึ่งก็ถูกดันเข้ามา
“อันนี้ก็ไม่เลว” จวินเจวี๋ยซางกล่าว ดันน้ำแกงบำรุงครรภ์มาถึงตรงหน้านาง กลับเห็นนางหน้าง้ำขึ้นมาทันที
เฟิ่งจิ่วเห็นภาพนี้ก็อดหัวเราะไม่ได้ นางไม่ได้บอกให้อีกฝ่ายกินน้ำแกง เพียงพูดว่า “ท่านพี่ ท่านยื่นมือออกมา ข้าจะจับชีพจรให้ท่าน ดูว่าเด็กเป็นอย่างไรบ้าง”
ครั้นฟังเฟิ่งจิ่วพูด หวันเหยียนเชียนหวาระงับอารมณ์โกรธในใจและยื่นมือออกมา ก่อนจะกล่าวด้วยความเป็นกังวลเล็กๆ ว่า “เจ้าดูหน่อยเถอะ! ช่วงนี้ข้ารู้สึกว่าอารมณ์ไม่ค่อยดี จะส่งผลกระทบต่อลูกหรือไม่”
หลังจากเฟิ่งจิ่วช่วยนางจับชีพจรแล้วก็ชักมือกลับ “ชีพจรมั่นคงมาก ไม่เป็นไร เพียงแต่ท่านต้องผ่อนคลายอารมณ์ให้มากๆ เมื่อารมณ์ดีแล้วเด็กจะรับรู้ได้”
นางพูดพลางมองจวินเจวี๋ยซาง “ท่านบรรเลงฉินเป็นอย่างไร”
ไม่รู้ว่านางถามเช่นนี้ด้วยเจตนาใด จวินเจวี๋ยซางมองนางแล้วจึงกล่าว “เล่นไม่เป็นหรอก”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม เพียงพูด “เสียงฉินที่ผ่อนคลายน่ารื่นรมย์เป็นผลดีต่อเด็กในครรภ์”
……….
ตอนที่ 3471 ไม่คาดคิด
ฟังแล้วจวินเจวี๋ยซางก็ชะงักไปเล็กน้อย มองหวันเหยียนเชียน อีกทั้งมองหน้าท้องนางครั้งหนึ่ง จากนั้นพยักหน้า “อืม ข้ารู้แล้ว”
หวันเหยียนเชียนหวาไม่ได้สนใจเขา เพียงมองเฟิ่งจิ่วเพื่อถามว่า “อีกประมาณหนึ่งเดือนจะถึงงานแต่งงานของเจ้ากับโม่เจ๋อแล้ว เหตุใดเจ้ายังมาหาข้าที่นี่อีก ไม่ต้องช่วยงานในจวนหรอกหรือ”
เฟิ่งจิ่วยิ้มขึ้น “งานพวกนั้นมีพวกท่านพ่อท่านแม่ข้าเตรียมการแล้ว ข้าเข้าไปยุ่งไม่ได้ ส่วนพวกชุดแต่งงาน โม่เจ๋อบอกว่าให้เขาจัดเตรียมเอง อีกสักพักจะให้คนส่งมาให้ข้า ดังนั้นตอนนี้เรียกได้ว่าข้าเป็นคนว่างแบบสุดๆ”
“เรื่องการแต่งงานของเจ้าแพร่สะพัดออกไปแล้ว ถือว่าสั่นสะเทือนทั้งโลกเบื้องบนและโลกเบื้องล่าง ข้ากังวลว่าจะมีคนถือโอกาสนี้ก่อความวุ่นวาย” หวันเหยียนเชียนหวากล่าว ในใจเป็นห่วงพิธีแต่งงานของพวกเขา
คนที่โลกเบื้องล่างน่ะช่างเถอะ แต่ฝั่งโลกเบื้องบน ไปจนถึงศัตรูที่ซุ่มอยู่ในที่ลับ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะถือโอกาสก่อเรื่องอะไรในงานแต่งงานของพวกเขาหรือไม่
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “ไม่มีทาง ข้าพนันว่าพวกเขาไม่กล้า”
พวกเขาหารือกันเรื่องนี้แล้ว แต่สุดท้ายรู้สึกว่าศัตรูเหล่านั้นของพวกเขาน่าจะไม่กล้าก่อเรื่องในงานแต่งงานของพวกเขา อีกอย่างพวกเขาสองคนมีพลังในระดับราชันเทพ คนที่มาร่วมแสดงความยินดีต่างก็เป็นผู้แข็งแกร่งในระดับต่างๆ จะมีก็แต่คิดว่าชีวิตนี้ของพวกเขายืนยาวเกินไปถึงได้กล้าก่อเรื่อง
สองคนกำลังพูดคุยกัน กินน้ำแกงไปด้วย จวินเจวี๋ยซางนั่งอยู่ข้างๆ อย่างเงียบเชียบ ช่วยหวันเหยียนเชียนหวาเติมน้ำแกงตอนนางกำลังคุยกับเฟิ่งจิ่ว จนกระทั่งเหลิ่งหวายกอาหารเข้ามาด้วยตนเอง
มีเฟิ่งจิ่วอยู่ด้วย หวันเหยียนเชียนหวากินข้าวไปเกือบครึ่งถ้วย ส่วนในป่าท้อนั้น ห้าวเอ๋อร์กำลังเที่ยวเล่นไปทั่วอย่างสบายใจ ก่อนจะเจอกับหวันเหยียนสือซานที่กำลังเมาได้ที่
“เหลิ่งซวง? มีเจ้าตัวเล็กด้วยหรือ พวกเจ้ามาได้อย่างไร” หวันเหยียนสือซานหรี่ตา เรอออกมาครั้งหนึ่งก่อนถามอีก “เฟิ่งจิ่วก็มาด้วยใช่หรือไม่”
เห็นเขาเมาเล็กน้อย ร่างกายโงนเงน เหลิ่งซวงถอยหลังไปครึ่งก้าว “นายหญิงอยู่ที่ลานด้านหน้า”
“อ๋อ” หวันเหยียนสือซานตอบรับเสียงหนึ่ง มองหนึ่งผู้ใหญ่หนึ่งเด็กแล้วถาม “พวกเจ้าไม่ไปหรือ”
“พวกข้าอยากไปเก็บผลท้อ” ห้าวเอ๋อร์เอ่ยขึ้น มองเขาก่อนบอกว่า “ท่านเมาแล้ว” พร้อมกันนั้นก็ดึงเหลิ่งซวงให้ถอยหลังไปไกลหน่อย เพราะไม่ชอบกลิ่นสุราบนตัวอีกฝ่าย
หวันเหยียนสือซานอ้าปากหัวเราะเสียงหนึ่ง “เมา? ไหนเลยข้าจะเมาง่ายปานนั้น” เขายื่นมือไปลูบศีรษะห้าวเอ๋อร์ ใครเล่าจะรู้ว่าห้าวเอ๋อร์กลับถอยหลังไปอีก เท้าเหยียบหินก้อนหนึ่งจึงสะดุดเข้า เขาที่เสียการทรงตัวพาเหลิ่งซวงหงายหลังล้มลงไปด้วย
“ระวัง!”
เหลิ่งซวงร้องขึ้นก่อนก้าวเท้าและยื่นมือหมายจะประคองเขา ทว่าหวันเหยียนสือซานเห็นเขาหงายหลังไป จึงยื่นมือไปประคองเขาเอาไว้ก่อน ตอนนี้ทั้งสองคนเกือบชนกันเพราะไม่ทันระวัง เหลิ่งซวงถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ แต่เพราะถูกห้าวเอ๋อร์คว้าเอาไว้ นางจึงล้มลงไปบนพื้นด้วย
จิตใต้สำนึกของหวันเหยียนสือซานบอกให้ถอย ทว่าสายตาของเขาที่กำลังเมาเล็กน้อยนั้นกลับเหลือบไปเห็นว่าบนพื้นด้านหลังของเหลิ่งซวงมีหินแหลมขนาดใหญ่เท่าฝ่ามืออยู่ก้อนหนึ่ง หากนางล้มลงไปโดนต้องได้รับบาดเจ็บแน่ ทันใดนั้นเขาที่เดิมทีคิดจะถอยออกไปก็พลันโน้มตัวไปข้างหน้า ยื่นมือไปประคองเอวนางก่อนดึงเข้าหาตัว พร้อมทั้งดึงห้าวเอ๋อร์ที่กำลังจะล้มลงขึ้นมาด้วยเช่นกัน
ทว่าพอทำเช่นนี้แล้วก็เท่ากับว่าหนึ่งผู้ใหญ่หนึ่งเด็กล้วนถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา เขาชะงักค้างไปเล็กน้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหลิ่งซวงและห้าวเอ๋อร์เลย…