เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3476 ฟ้าร้องวันแดดจัด / ตอนที่ 3477 กำเนิดราชันเทพอีกคนหนึ่ง
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 3476 ฟ้าร้องวันแดดจัด / ตอนที่ 3477 กำเนิดราชันเทพอีกคนหนึ่ง
ตอนที่ 3476 ฟ้าร้องวันแดดจัด
เฟิ่งจิ่วฟังจบก็คิดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า “ลองสวมดูก็ดีเหมือนกัน!” นางให้เหลิ่งซวงรับกล่องบรรจุเสื้อผ้ามาจากฮุยหลาง แล้วเดินไปทางห้องของตนเอง
ฮุยหลางรออยู่ข้างนอก ซั่งกวนหวั่นหรงกับเหลิ่งซวงเข้าไปช่วยเฟิ่งจิ่วเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างในห้อง
ด้านในห้อง เมื่อซั่งกวนหวั่นหรงกับเหลิ่งซวงหยิบเสื้อผ้าออกมาจากในกล่อง ถึงได้พบว่าชุดแต่งงานนี้ลากหางยาวเหยียด หรูหรางดงามยิ่งนัก
ผ้าโปร่งทับซ้อนกันหลายชั้น ทว่าเบาไม่ต่างจากปีกจักจั่น เรียบลื่นดุจผ้าไหม ซั่งกวนหวั่นหรงเห็นแล้วยิ้มกว้าง “เร็วเถอะ รีบสวมดูเร็วเข้า เจ้าสวมชุดแต่งงานตัวนี้แล้วต้องงามอย่างแน่นอน”
เฟิ่งจิ่วเห็นดังนั้นก็ปล่อยให้พวกนางสองคนช่วยนางสวมชุดกระโปรงชุดนี้ เพราะเป็นชุดแต่งงาน มันจึงดูหนาหนักและหรูหรา ชุดแต่งงานทั้งชุดมีสีแดงเป็นหลัก สีทองเป็นรอง บนชุดแต่งงานสีแดงนั้น เฟิ่งหวงที่ปักด้วยด้ายสีทองดูสมจริงราวกับมีชีวิต กระโปรงยาวเหยียด ตรงแขนเสื้อและคอเสื้อยังมีดอกบัวสีทอง ดูงดงามจับตาเป็นอย่างยิ่ง
เพียงแค่สวมชุดนี้ก็เสียเวลาไปเกือบหนึ่งก้านธูปแล้ว หลังจากสวมชุดแต่งงานเสร็จ ซั่งกวนหวั่นหรงมองบุตรีที่อยู่ตรงหน้า ในดวงตาปรากฏความภาคภูมิใจและความตื่นตะลึงเพราะความงดงามอย่างปิดไม่อยู่ “บุตรีของข้างามจริงๆ ชุดแต่งงานชุดนี้เหมาะสมกับเจ้ามากอย่างแท้จริง”
สวมชุดแต่งงานที่หรูหราสดสวยแล้ว ทั่วทั้งกายเฟิ่งจิ่วมีกลิ่นอายของความสูงศักดิ์ ความหรูหรางามสง่าที่อยู่บนชุดบีบให้คนที่พบเห็นไม่อาจมองตรงๆ มีเพียงกล่าวชมจากใจจริง
เฟิ่งจิ่วมองเงาร่างในกระจก อดไม่ได้ที่จะเม้มปากยิ้ม นางใช้ความคิดตามใจ ชุดแต่งงานหรูหราบนตัวพลันเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นชุดกระโปรงสีแดงธรรมดาตัวหนึ่ง
“ชุดนี้ไม่เลวเลยจริงๆ” เฟิ่งจิ่วกล่าวก่อนจะถอดชุดออก ให้เหลิ่งซวงพับเก็บไว้อย่างดี แล้วกลับไปใส่ชุดสีแดงของนางอีกครั้ง
ซั่งกวนหวั่นหรงยิ้ม “เดิมทีข้าคิดว่าเป็นชุดแต่งงานธรรมดา จึงจะมาดูว่าพอดีตัวหรือต้องปรับแก้อะไรหรือไม่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นชุดกระโปรงแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องปรับแก้ด้วยซ้ำไป”
เฟิ่งจิ่วจูงมือมารดาเดินออกไปข้างนอก ฮุยหลางที่รออยู่ข้างนอกเดินเข้ามา ถามพร้อมรอยยิ้มว่า “ภูตหมอ ชุดแต่งงานเป็นอย่างไรบ้าง ใส่พอดีหรือไม่”
เฟิ่งจิ่วเม้มปากยิ้ม “พอดี ข้าชอบมาก เดี๋ยวข้าจะส่งข่าวบอกโม่เจ๋อ”
“เช่นนั้นก็ดี” ฮุยหลางยิ้มตอบ “นายท่านให้ข้ารั้งอยู่ก่อน ช่วงนี้ข้าจะคอยช่วยงานอยู่ที่นี่ รอให้ขบวนเจ้าบ่าวของนายท่านมาถึง”
ขณะกำลังพูดอยู่นั้น จู่ๆ ก็พลันได้ยินเสียงฟ้าร้องดังมาจากท้องฟ้า พวกเฟิ่งจิ่วตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
“น่าแปลก แดดจัดขนาดนี้ยังมีฟ้าร้องได้อย่างไร” ฮุยหลางพึมพำ พลางแหงนหน้ามองขึ้นไปเช่นกัน เห็นท้องฟ้าสีครามก้อนเมฆสีขาวไปทั่วทั้งแผ่นฟ้า ท่าทางไม่เหมือนกับฝนใกล้จะตกเลยสักนิด
ฟังเสียงฟ้าร้องนั้นแล้ว แววตาของเฟิ่งจิ่วพลันเปลี่ยนเป็นลึกล้ำ รอยยิ้มบนใบหน้าก็จางลงเช่นกัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นครุ่นคิด
เห็นนางเป็นเช่นนั้น ซั่งกวนหวั่นหรงอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ “เป็นอะไรไปหรือ”
เฟิ่งจิ่วยิ้มเล็กน้อย ปลอบโยนว่า “ไม่มีอะไร” เสียงของนางหยุดลงก่อนกล่าวขึ้นอีกว่า “ท่านแม่ ท่านกลับไปก่อนเถอะ! ข้าต้องไปที่เวิ้งสวนท้อ”
ซั่งกวนหวั่นหรงฟังแล้วเอ่ยขึ้น “เชียนหวาอยู่ที่นั่นอย่างไรก็ไม่สบายเท่าอยู่ที่จวน ให้นางย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเถอะ!”
“ไม่ต้องหรอก นางชอบที่นั่น ที่นั่นสงบมาก อีกทั้งมีจวินเจวี๋ยซางกับหวันเหยียนสือซานอยู่ที่นั่นด้วย ไม่ต้องเป็นห่วงนาง” เฟิ่งจิ่วยิ้ม
“ก็ได้! เช่นนั้นข้าจะกลับเรือนก่อน” ซั่งกวนหวั่นหรงมองนางด้วยความเป็นห่วงเล็กๆ “หากมีเรื่องอะไร เจ้าต้องบอกพวกข้านะ”
……….
ตอนที่ 3477 กำเนิดราชันเทพอีกคนหนึ่ง
นางห่วงว่าบุตรีมีเรื่องอะไรแล้วจะเก็บไว้ในใจ ฟ้าร้องเมื่อครู่นี้เกรงว่าจะไม่ธรรมดา เพียงแต่เฟิ่งจิ่วไม่ยอมพูดอะไร เห็นทีนางกลับไปจะต้องถามเฟิ่งเซียวกับนายท่านเสียแล้ว
“ข้ารู้แล้ว ท่านแม่วางใจเถอะ!” เฟิ่งจิ่วยิ้มอีกครั้ง เมื่อส่งมารดาออกจากเรือนแล้ว นางเอ่ยกับสาวใช้ที่คอยท่าอยู่ข้างนอก “ส่งฮูหยินกลับด้วย!”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้รับคำ ก้าวไปถึงข้างกายซั่งกวนหวั่นหรง
ซั่งกวนหวั่นหรงเห็นดังนั้นก็จากไปโดยไม่พูดอะไรมากอีก
“ภูตหมอ ฟ้าร้องนั่นคงไม่ค่อยปกติกระมัง” ฮุยหลางเอ่ยถามขึ้นหลังจากซั่งกวนหวั่นหรงไปแล้ว
เฟิ่งจิ่วมองท้องฟ้า นัยน์ตาฉายแววครุ่นคิด “ไม่ใช่ฟ้าร้องธรรมดาจริงๆ แต่เป็น…สายฟ้าของการเลื่อนขั้นสู่ระดับราชันเทพ!”
เมื่อฟังดังนั้น สีหน้าของเหลิ่งซวงและฮุยหลายพลันเคร่งขรึมขึ้นมา สายฟ้าของการเลื่อนขั้นสู่ระดับราชันเทพ? คนฝั่งพวกเขาอยู่ทางนี้กันหมด แล้วใครกันที่เลื่อนขั้นสู่ระดับราชันเทพได้? หากเป็นคนของพวกเขาทางนี้ก็แล้วไป แต่หากเป็นคนของฝ่ายศัตรูก็เกรงว่าจะยุ่งยากแล้ว
คิดถึงตรงนี้แล้ว ฮุยหลางจึงถามต่อว่า “ภูตหมอ ท่านว่าจะมีใครที่เลื่อนขั้นเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพได้ จะใช่คุณชายโม่เฉินหรือไม่”
“ไม่ใช่ข้า”
ทันใดนั้นเสียงอบอุ่นพลันดังมาจากข้างนอก ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยแล้ว หลายคนในลานเรือนจึงมองไปข้างนอก เห็นเป็นโม่เฉินในชุดสีขาวกำลังเดินมาอย่างช้าๆ
“ไม่ใช่เจ้า เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเป็นคนของฝ่ายศัตรูแล้ว” เฟิ่งจิ่วเอ่ย กระนั้นก็ยังยิ้มออกมา “เดิมคิดว่าเจ้าจะมาในวันงานแต่งงานของข้าเสียอีก”
โม่เฉินเดินมาอย่างเนิบช้า มองนางพลางกล่าว “กลัวว่าจะล่าช้าระหว่างทาง ไปเขาสวรรค์แล้วจึงมาที่นี่ เพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้ก็ได้ยินเสียงฟ้าร้องดังมาจากท้องฟ้าเลย”
เขาพูดแล้วหยุดไป จากนั้นถามว่า “เจ้าคิดเห็นอย่างไร”
“ก่อนเจ้าจะมา เดิมทีข้าคิดว่าจะไปปรึกษากับจวินเจวี๋ยซางและพวกหวันเหยียนสือซานที่เวิ้งสวนท้อ” เกิดผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพที่ฟ้าดินผืนนี้อีกครั้งย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก ต้องรู้ว่าหากเป็นคนของฝ่ายศัตรู เช่นนั้นพลังของอีกฝ่ายคงกล้าแกร่งไม่น้อยแน่
ระหว่างโลกเบื้องบนและโลกเบื้องล่าง นอกจากประมุขเทียมฟ้าและประมุขเสวียนอู่ที่ต่างคนต่างอยู่แล้ว มีเพียงนางและเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่มาถึงระดับราชันเทพ ก่อนหน้านี้ฝั่งผู้มีพลังระดับราชันเทพฝั่งพวกเขาสามคน ส่วนฝั่งประมุขเทียมฟ้า นอกจากประมุขเทียมฟ้าแล้ว จอมมารและผู้มีดอกบัวดำผลาญโลกทำให้พวกเขาประหวั่นพรั่นพรึงที่สุด
ทว่าผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพที่เพิ่งเกิดใหม่ตอนนี้เป็นใครกัน พวกเขาจำต้องหาทางให้รู้แน่ชัด อย่างน้อยต้องมีการเตรียมใจเอาไว้ วันใดพบเข้าจะได้รับมือทัน
“เช่นนั้นให้คนไปสืบค้นเถอะ! ดูว่าเป็นใครเลื่อนขั้นกันแน่” โม่เฉินเอ่ยพลางมองนาง “เจ้าวางใจเถอะ ข้าไม่มีทางให้ใครทำลายงานแต่งงานของเจ้ากับโม่เจ๋อแน่!”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วมองเขาอย่างลึกซึ้งคราหนึ่ง “ข้ากลับมองว่าพวกเขาน่าจะไม่ลงมือตอนแต่งงาน อย่างไรเสียถึงตอนนั้นแล้วผู้แข็งแกร่งที่มาแสดงความยินดีย่อมมีไม่น้อย ต่อให้พวกเขาอยากหาโอกาสลงมือกับพวกข้า ก็ไม่น่าเลือกโอกาสนี้”
นางกล่าวเพิ่มอีก “แต่ต้องสืบถามก่อนว่าแท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่ที่เลื่อนกัน เอาอย่างนี้แล้วกัน! ข้าจะไปที่เวิ้งสวนท้อครั้งหนึ่ง เจ้าเดินทางมาเหนื่อยๆ พักผ่อนที่จวนสักหน่อยเถอะ”
“ไม่ต้องหรอก ข้าจะไปกับเจ้าด้วย” โม่เฉินกล่าว
เฟิ่งจิ่วเห็นดังนั้นพลันฝากฝังเหลิ่งซวงกับฮุยหลาง ให้พวกเขาอยู่ที่นี่ ส่วนตนเองออกไปพร้อมกับโม่เฉิน มุ่งหน้าไปยังเวิ้งสวนท้อ
……….