เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3478 สงสัย / ตอนที่ 3479 ไปส่ง
ตอนที่ 3478 สงสัย
จวินเจวี๋ยซางอยู่ข้างกายหวันเหยียนเชียนหวาที่เวิ้งสวนท้อ ในเรือนยังมีหวันเหยียนสือซาน ตอนทั้งสามคนได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากบนท้องฟ้า ต่างก็เงยหน้ามองขึ้นไปเช่นเดียวกัน
“สายฟ้านี้ไม่ปกติ เหมือนกับมีคนเลื่อนขั้นแล้ว” หวันเหยียนสือซานลูบคางพลางกล่าว จ้องมองท้องฟ้าอยู่นาน จากนั้นมองจวินเจวี๋ยซาง “เจ้าว่าอย่างไร”
“สายฟ้าส่งเสียงสามครั้ง อีกทั้งสั่นสะเทือนรุนแรง ความรุนแรงพรรค์นี้เกิดขึ้นต่อเมื่อเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพ ดังนั้นคนที่เลื่อนขั้นน่าจะทะลวงระดับขั้นราชันเทพแล้ว” จวินเจวี๋ยซางเติมน้ำชาร้อนให้หวันเหยียนเชียนหวาไปพลาง พูดเสียงเรียบไปพลาง
หวันเหยียนเชียนหวาฟังแล้วมุ่นคิ้วเล็กน้อย “ราชันเทพอีกคนหนึ่งหรือ หากเป็นเช่นนั้น เป็นคนของฝั่งเราย่อมเป็นประโยชน์ แต่หากเป็นคนของฝั่งประมุขเทียมฟ้า เกรงว่าจะยุ่งยากแล้ว”
“ผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพถือกำเนิดง่ายดายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน อันดับแรกเป็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ต่อมาเป็นเฟิ่งจิ่ว จากนั้นเป็นศัตรูหรือมิตรก็ไม่รู้อีกคนหนึ่ง” หวันเหยียนสือซานกล่าว มองคนทั้งสองแล้วกล่าวต่อ “หากอีกเดี๋ยวเฟิ่งจิ่วไม่มา ข้าจะไปดูที่จวนตระกูลเฟิ่งหน่อยแล้วกัน! ดูว่านางวางแผนอะไรไว้”
ทว่าขณะกำลังพูด หวันเหยียนเชียนหวามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่าอาสือซาน ข้าว่าท่านไม่ต้องไปแล้ว ท่านดูสิ พวกเขามาแล้ว”
จวินเจวี๋ยซางกับหวันเหยียนสือซานมองตามสายตาของนางไป เห็นเงาร่างหนึ่งแดงหนึ่งขาวคุมกระบี่ ก่อนจะร่อนลงจากกลางท้องฟ้า มาถึงตรงหน้าพวกเขาในพริบตาเดียว
“เห็นทีพวกเจ้าก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวนั้นแล้ว เดิมทีข้าอยากไปหารือกับเจ้า คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะรวดเร็วทีเดียว” หวันเหยียนสือซานหัวเราะเสียงดัง สายตากวาดมองเฟิ่งจิ่ว จากนั้นมองโม่เฉิน “จิ๊ๆ เห็นทีจะไม่ใช่เจ้า! เช่นนั้นก็ยุ่งยากขึ้นมาแล้วจริงๆ!”
ทีแรกเขาคิดว่าคนที่เลื่อนขั้นสู่ระดับราชันเทพก็คือโม่เฉิน แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่
“ข้ายังอยู่ห่างจากระดับราชันเทพอีกมาก” โม่เฉินยิ้มกล่าวอย่างอ่อนโยน กวาดสายตามองทุกคน
“ดังนั้นก็ต้องลำบากท่านแล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มพลางเดินไปข้างหน้า นั่งลงข้างโต๊ะ
ฟังดังนั้นแล้ว หวันเหยียนสือซานพลันเลิกคิ้ว ถามอย่างสนอกสนใจ “หมายความว่าอย่างไร”
“ข้าอยากให้ท่านกลับไปตรวจสอบดูหน่อย ดูว่าใครเลื่อนขั้นสู่ระดับราชันเทพ” เฟิ่งจิ่วเอ่ย นางหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “ข้าคิดๆ ดูแล้ว มีเพียงท่านที่เหมาะสมที่สุด ดังนั้นจึงทำได้เพียงรบกวนท่านแล้ว”
“เจ้าอยากให้ข้าใช้ความสามารถคุมวิญญาณตรวจสอบเรื่องนี้กระมัง” หวันเหยียนสือซานลูบคางกล่าว “ก็ได้ หากเป็นคนของมรรคสายตรงเลื่อนขั้นสู่ระดับราชันเทพ ขอเพียงสืบความสักหน่อยก็รู้แล้วว่าเป็นใคร แต่หากอยากรู้ข่าวของศัตรูเจ้าพวกนั้น มีเพียงข้าที่เหมาะสมที่สุดจริงๆ”
เขาพูดเองเออเองอยู่ตรงนั้น จากนั้นคิดก่อนมองนางคราหนึ่ง “แต่ข้าไปๆ มาๆ เช่นนี้ ถึงเวลาแล้วกลับมาดื่มสุรามงคลของเจ้าไม่ทันแล้วจะทำอย่างไร”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วหัวเราะเสียงเบา “ยังมีเวลามากกว่าครึ่งเดือน หากท่านทำเวลาหน่อยอาจกลับมาดื่มสุรามงคลทัน หากมาไม่ทัน เช่นนั้นกลับมาแล้วข้าจะเชิญท่านเป็นการเฉพาะ อีกทั้งนำของล้ำค่าของข้ามาเชิญท่านด้วย เป็นอย่างไร”
“ฮ่าๆๆๆ ดี! เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้!” หวันเหยียนสือซานหัวเราะเสียงดังอีกครั้ง “เช่นนั้นเจ้าบอกข้าหน่อย เจ้าคิดว่าใครมีความเป็นไปได้ที่สุด ที่จะเลื่อนขั้นเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพคนใหม่ ข้าจะได้พอมีทิศทางในการสืบหา ไม่ใช่ถึงกับไปตรวจสอบโดยไม่รู้อะไรเลย”
เฟิ่งจิ่วชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นเอ่ยว่า “เจ้าของบัวดำผลาญโลกา”
……….
ตอนที่ 3479 ไปส่ง
“เจ้าของบัวดำผลาญโลกา?” หวันเหยียนสือซานอึ้งงัน “ใครกัน อีกอย่าง บัวดำผลาญโลกาไม่ใช่ของโบราณกระมัง”
จวินเจวี๋ยซางกับหวันเหยียนเชียนหวา รวมถึงหวันเหยียนสือซานมองไปทางเฟิ่งจิ่ว พวกเขารู้ว่าศัตรูของนางมีไม่น้อย แต่บัวดำผลาญโลกาเป็นของล้ำค่าในตำนาน จะปรากฏออกมาได้อย่างไร อีกทั้งพวกเขาอยู่ที่โลกเบื้องบนมาตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่เห็นเคยได้ยิน
โม่เฉินที่อยู่ข้างๆ หลุบตาลง ก่อนยืนขึ้นอย่างเงียบเชียบ ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เฟิ่งจิ่วเล่าเรื่องบัวดำผลาญโลกาให้พวกเขาฟังโดยคร่าว จากนั้นกล่าวต่อว่า “สิ่งที่ข้ากังวลก็คือ หากเป็นเขาเลื่อนขั้นสู่ระดับราชันเทพจริง เช่นนั้นแล้วอานุภาพของเขาจะมากยิ่งกว่าประมุขเทียมฟ้าเสียอีก”
ฟังดังนั้นแล้ว สีหน้าของหลายคนพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมา หวันเหยียนสือซานพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว เจ้าวางใจเถอะ! ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ จะพยายามสืบความมาให้ได้โดยเร็ว”
“ต้องระมัดระวังทุกอย่าง สืบความแล้วก็กลับมา อย่าปะทะกับเขา หากต้องพบกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องจากมาให้จงได้ ไม่เช่นนั้นหากตกอยู่ในกำมือเขาแล้ว จะเป็นหรือตายก็พูดยากนัก” เฟิ่งจิ่วกำชับ ให้เขาระวังอย่างถึงที่สุด
“วางใจเถอะ! ข้ารู้หนักเบาดี” หวันเหยียนสือซานกล่าว จากนั้นมองไปทางจวินเจวี๋ยซาง “หลานสาวข้าอยู่ที่นี่ ต้องรบกวนเจ้าดูแลนางให้มากหน่อยแล้ว นางกำลังตั้งครรภ์ ควรมีคนอยู่ข้างกายตลอดเวลา เจ้าดูแลนางตลอดล่ะ”
จวินเจวี๋ยซางมองหวันเหยียนสือซานคราหนึ่ง ตอบรับว่า “อืม”
“ข้าดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้เขามาดูแล” หวันเหยียนเชียนหวาเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ กระนั้นก็ยังพูดกับหวันเหยียนสือซานว่า “ท่านอาสือซาน ท่านต้องระวังตัวให้มาก พวกข้าจะรอท่านกลับมา”
เห็นเช่นนั้นแล้ว หวันเหยียนสือซานแย้มยิ้ม คราวนี้ค่อยกลับไปเก็บข้าวของในห้อง พอกลับมาถึงในลานก็บอกลาพวกเขาทันใด “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนแล้ว” เขาอาศัยค่ายกลเคลื่อนย้ายกลับไป น่าจะประหยัดเวลาได้ไม่น้อย
“ข้าจะส่งท่านไปเร็วหน่อย” เฟิ่งจิ่วว่า มาถึงตรงที่ว่างข้างนอกเรือน จากนั้นกระตุ้นค่ายกลในมือ เกิดวังวนหนึ่งกลางอากาศ
หวันเหยียนสือซานเดินไปข้างหน้า มองวังวนนั้นแล้วยิ้มถาม “เจ้าคิดส่งข้าไปที่ไหน”
“ไปแล้วท่านจะรู้เอง” เฟิ่งจิ่วกล่าว
“ได้! เช่นนั้นข้าไปก่อนแล้ว!” หวันเหยียนสือซานมองทุกคนก่อนเดินเข้าไปในวังวน เมื่อเข้าไปแล้วก็หายลับไป
ครั้นเฟิ่งจิ่วโบกมือ ค่ายกลซ่านสลาย วังวนนั้นจึงไม่เหลืออยู่เช่นเดียวกัน
“เจ้าส่งเขาไปยังสถานที่ใกล้กับความผันผวนมากที่สุดหรือ” โม่เฉินถาม ทอดสายตามองเฟิ่งจิ่ว “เจ้าคิดว่าคนที่ครอบครองบัวดำผลาญโลกาอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกเบื้องบน แต่ไม่ใช่อาณาเขตของประมุขเทียมฟ้ากระมัง”
“คนคนนั้นไม่มีความเคลื่อนไหวมาตลอดหลายปี ราวกับว่าสิ้นเสียงไร้ร่องรอยอย่างไรอย่างนั้น เขาน่าจะหาสถานที่สงบใจฝึกบำเพ็ญ หากไม่เช่นนั้นจะเลื่อนขั้นสู่ระดับราชันเทพโดยไม่มีความช่วยเหลือของโอสถใดในเวลาไม่กี่ปีได้อย่างไร”
เฟิ่งจิ่วกล่าวเสียงเบา นางหยุดไปเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “อานุภาพของบัวดำผลาญโลกาไม่ธรรมดา ต่อให้อยู่ในระดับราชันเทพเช่นเดียวกัน หากปะทะกับเขาก็จำต้องระมัดระวังเป็นหมื่นส่วน อย่างไรเสียแม้แต่ข้าก็ต้านทานอานุภาพบัวดำผลาญโลกาของเขาไม่ไหว”
หวันเหยียนเชียนหวาฟังแล้วถามขึ้น “ไม่มีวิธียับยั้งบัวดำผลาญโลกาของเขาได้เลยหรือ”
เฟิ่งจิ่วครุ่นคิด เนิ่นนานไม่พูดจา สุดท้ายเพียงพูดว่า “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้น ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป” นางพูดแล้วยิ้ม มองหวันเหยียนเชียนหวา “ท่านพี่ ตอนนี้ท่านตั้งครรภ์อยู่! ท่านอย่าคิดเรื่องพวกนี้มากเกินไปเลย”
……….