เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3490 สมจริงมาก / ตอนที่ 3491 วางใจเถอะ
ตอนที่ 3490 สมจริงมาก
ร่างกายของโม่เฉินถูกดีดออกก่อนชนเข้ากับเตียงข้างหลัง เลือดสดๆ คำหนึ่งถูกพ่นออกมา
เฟิ่งจิ่วชะงักไป หันกลับไปมอง “โม่เฉิน!”
เพราะรับรู้ได้ว่ากระแสปราณในอากาศรอบๆ และความกดดันหายไปแล้ว คนข้างนอกจึงพลันเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปข้างใน ก่อนจะเห็นโม่เฉินหน้าซีดเผือด ตรงมุมปากมีเลือดไหล กำลังนอนอยู่บนเตียง
“เสี่ยวจิ่ว เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
“ยายหนูเฟิ่ง เจ้าไม่เป็นไรกระมัง โม่เฉินเป็นอะไรไป”
ทุกคนล้อมเข้าไปข้างหน้าพร้อมถามขึ้น เห็นนางนั่งอยู่บนเตียงตามปกติ ก็ลอบถอนใจโล่งอก ซั่งกวนหวั่นหรงเห็นนางสวมเพียงเสื้อตัวในจึงเอ่ยกับทุกคน “พวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ! เหลือเหลิ่งซวงกับฉินซินไว้”
เห็นดังนั้น เฟิ่งซานหยวนจึงให้ทุกคนออกไปรอข้างนอก
หลังจากทุกคนออกไปแล้ว ซั่งกวนหวั่นหรงจึงกล่าวกับเหลิ่งซวงและฉินซิน “เหลิ่งซวง เจ้าประคองโม่เฉินหน่อย ส่วนฉินซิน เจ้าช่วยเสี่ยวจิ่วสวมเสื้อผ้า”
“เจ้าค่ะ” สองคนตอบรับเสียงหนึ่ง ก่อนก้าวเข้าไปช่วยเหลือ
เฟิ่งจิ่วมองโม่เฉิน ถามว่า “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
“ไม่เป็นไร” โม่เฉินพูดขึ้น ยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก จากนั้นลงจากเตียงด้วยตนเอง เพียงแต่เดินลงจากเตียงแล้วพลันซวดเซ โชคดีที่เหลิ่งซวงกับเฟิ่งจิ่วยื่นมือไปประคองเอาไว้
“ประคองเขานั่งลงที่เก้าอี้” เฟิ่งจิ่วบอก ก่อนจะลุกขึ้นสวมชุดคลุม จากนั้นนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ พลางยื่นมือไปจับชีพจรให้โม่เฉิน
ซั่งกวนหวั่นหรงให้ฉินซินจัดการผ้าปูที่นอนเปื้อนเลือด สุดท้ายเปิดประตูเรือนเพื่อระบายกลิ่นคาวเลือด
“ขอโทษ ข้าทำร้ายเจ้าแล้ว” นางกล่าวขอโทษ หลังดึงมือกลับก็หยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมาจากในห้วงมิติแล้วยื่นให้เขา “ต้องพักรักษาตัวดีๆ สักสองวัน อย่าใช้ปราณพลังวิญญาณ”
โม่เฉินยื่นมือรับโอสถมากิน พร้อมเหลิ่งซวงเทน้ำให้เขาดื่มอยู่หลายคำ เมื่อสงบใจลงได้แล้วจึงถามขึ้น “เมื่อครู่นี้เจ้าเป็นอะไรไป เหตุใดพลังวิญญาณปะทุปั่นป่วน ข้ายังคิดว่าเจ้าฝึกบำเพ็ญจนธาตุไฟเข้าแทรกกลายเป็นมารแล้วเสียอีก”
ตอนเห็นนางเป็นเช่นนั้น เขาตกใจมากจริงๆ กังวลใจเหลือเกินว่านางจะระงับปราณที่ปั่นป่วนในร่างกายไม่ได้ หากระงับปราณไม่ได้ เกรงว่าผลสุดท้ายจะมีแต่ความตายเท่านั้น
“ใช่เสี่ยวจิ่ว ตอนแรกยังดีๆ อยู่เลย เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ตอนนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ซั่งกวนหวั่นหรงถามด้วยความเป็นห่วง
“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง ข้าเพียงแต่…” เสียงของนางหยุดไป แววตาวูบไหว “เพียงแต่ฝันร้าย”
“ฝันธรรมดาจะทำให้เจ้าเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร” ซั่งกวนหวั่นหรงมองโม่เฉิน ถามว่า “โม่เฉิน นางไม่เป็นไรกระมัง”
โม่เฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน “ตื่นแล้วก็ไม่เป็นไรแล้ว”
“เช่นนั้นก็ดี พวกเจ้านั่งพักไปก่อน ข้าจะไปบอกพวกเขาที่อยู่ข้างนอกให้ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” ซั่งกวนหวั่นหรงกล่าว ก่อนเดินออกไปข้างนอก
ฉินซินทำความสะอาดพื้นและผ้าปูที่นอนเปื้อนเลือดอยู่ในห้อง มีเพียงเหลิ่งซวงคอยท่าอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่ว
โม่เฉินมองเฟิ่งจิ่วที่ยังคงหน้าซีด ถามขึ้นทันที “เจ้าฝันถึงอะไร ถึงได้เกือบขังตนเองอยู่ในความฝันได้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากไม่ตื่นขึ้นมา ผลสุดท้ายจะเลวร้ายเกินจินตนาการ”
เฟิ่งจิ่วยกจอกชาขึ้นดื่มคำหนึ่ง สงบจิตใจที่ยังคงไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมเต็มที่ หลังจากเงียบอยู่พักหนึ่ง นางหลุบตามองจอกในมือ กล่าวอย่างคลุมเครือ “ข้าฝันน่ากลัวมาก ในฝันมีแต่เลือด ทุกที่มีแต่เลือด ข้าขยับไม่ได้ ได้แต่มองคนรอบข้างตายไปทีละคน ข้าอยากช่วยพวกเขา แต่กลับไม่อาจช่วยเหลือได้…”
นางพูดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว มือที่ถือจอกกระชับเข้าหากันอย่างอดไม่ได้ “ฝันนั่นสมจริงมาก”
……….
ตอนที่ 3491 วางใจเถอะ
ฝันเช่นนี้ก่อนพวกเขาแต่งงานกัน ในใจนางรู้สึกไม่สบายใจอยู่รางๆ ทุกอย่างในฝันนั้นไม่อาจควบคุมได้ อีกทั้งยังสมจริงปานนั้น
โม่เฉินฟังแล้วแววตาวูบไหว ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งจึงค่อยเอ่ยว่า “เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว ด้วยพลังของเจ้าในตอนนี้ ใครเล่าจะกล้าทำร้ายพวกเจ้าได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นท่านปู่หรือบิดาของเจ้า ทั้งยังผู้ติดตามของเจ้าเหล่านั้น ไม่ว่าใครก็ล้วนมีพลังกล้าแกร่ง ต่อให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริงๆ พวกเขาก็ย่อมจัดการได้แน่นอน”
เสียงของเขาหยุดลง ก่อนพูดต่อ “เจ้ากังวลมากเกินไปถึงได้ฝันเช่นนี้ ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล มีพวกข้าอยู่ด้วย!”
พวกเฟิ่งซานหยวนและเฟิ่งเซียวยืนอยู่ที่ประตู ได้ยินบทสนทาของสองคนข้างใน พวกเขาสบตากันก่อนเดินเข้าไป เฟิ่งซานหยวนมองนางที่ยังคงหน้าซีดเล็กน้อย “ยายหนูเฟิ่ง โม่เฉินพูดได้ถูกต้อง เจ้ากังวลมากเกินไป คนกำลังจะเป็นเจ้าสาว เหตุใดคิดเรื่องอะไรไม่เป็นเรื่องอยู่ได้ทั้งวัน เจ้านี่นะ อย่าคิดมากเกินไปเลย ก็แค่ความฝันเท่านั้น ไม่มีทางเป็นความจริง”
“ใช่ๆ” เฟิ่งเซียวพยักหน้าเช่นกัน เขามองโม่เฉินแล้วถาม “โม่เฉิน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เป็นไรกระมัง”
“ไม่เป็นไร เพียงแค่เลือดลมย้อนกลับเท่านั้น พักผ่อนสักหน่อยก็หายแล้ว” โม่เฉินเอ่ย จากนั้นพูดกับเฟิ่งจิ่ว “ข้าเพิ่งกางเขตอาคมให้กับจวนตระกูลเฟิ่ง ป้องกันไม่ให้แรงกดดันของเจ้าและกระแสปราณทำให้คนข้างนอกตื่นตกใจ อีกเดี๋ยวเจ้าค่อยไปปลดออกก็แล้วกัน!”
“ได้” เฟิ่งจิ่วตอบรับ “ข้าจะให้คนส่งเจ้ากลับไปพักผ่อน”
“นายหญิง ข้าจะส่งคุณชายโม่เฉินกลับไปเอง!” เหลิ่งหวาเดินเข้ามา
โม่เฉินยิ้มและโบกมือ “ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ไม่ต้องส่งหรอก ข้ากลับไปเองได้” เขาพูดพลางลุกขึ้นยืน “กินโอสถแล้วพักสักครู่ก็ดีขึ้นมากแล้ว ไม่ได้ร้ายแรงอะไร”
เขาพยักหน้าให้ทุกคน จากนั้นเดินออกไปข้างนอก
“เหลิ่งหวา ตามไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วบอก
“ขอรับ” เหลิ่งหวาตอบรับ ก่อนเดินตามหลังชายหนุ่มออกไป
เฟิ่งจิ่วลุกขึ้นยืน เดินออกไปข้างนอกเช่นกัน มองท้องฟ้าในการครอบคลุมของค่ายกลนั้น นางสะบัดแขนเสื้อ ปราณพลังวิญญาณพวยพุ่ง ค่ายกลกลางท้องฟ้าคลายสิ้น
“ท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านกลับไปพักผ่อนเถอะ! ข้าไม่เป็นไรแล้ว” นางมองพวกเขาพลางเอ่ย
“ได้สิ! เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนเร็วหน่อย” พวกเขาพยักหน้าก่อนจะเดินไปข้างนอก
ซั่งกวนหวั่นหรงรั้งท้ายอยู่ครึ่งก้าว นางกล่าวกับเฟิ่งจิ่ว “ข้าให้ฉินซินไปต้มน้ำแกงสงบจิตแล้ว อีกเดี๋ยวเจ้ากินสักชามแล้วค่อยนอนนะ” ขณะพูดนางก็ลูบมือเฟิ่งจิ่วเบาๆ “พรุ่งนี้แม่จะมาเยี่ยมเจ้าอีก”
“เจ้าค่ะ” เฟิ่งจิ่วตอบรับ หลังจากเห็นอีกฝ่ายออกไป นางค่อยกล่าวกับพวกซ่งหมิง “พวกเจ้าก็กลับไปนอนเถอะ!”
“เฟิ่งจิ่ว เจ้าไม่เป็นไรจริงๆ ใช่หรือไม่” หนิงหลางถามอย่างไม่วางใจ
“ไม่เป็นไร แค่ฝันร้ายเท่านั้น” นางยิ้ม
“เจ้าทำข้าตกใจแทบตาย ข้าคิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเสียอีก!” หนิงหลางผ่อนลมหายใจออกมา ลูบหน้าอกป้อยๆ “เช่นนั้นเจ้าพักผ่อนเร็วหน่อย หากนอนไม่หลับก็นั่งสักพัก กินอะไรก่อนค่อยนอนล่ะ”
“เจ้าเห็นนางเป็นเจ้าไปได้!” ลั่วเฟยกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ ชำเลืองมองหนิงหลางครั้งหนึ่ง จากนั้นเอ่ยกับเฟิ่งจิ่ว “หากนอนไม่หลับ พวกข้ามาคุยเล่นกับเจ้าก็ใช้ได้แล้ว”
“หรือว่าจะเล่นหมากก็ได้” ซ่งหมิงกับต้วนเยี่ยพูดขึ้นบ้าง
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วก็ยิ้ม “ไม่ต้องหรอก วางใจเถอะ! ไปนอนได้แล้ว!”
……….