เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3502 กำชับ / ตอนที่ 3503 บอกลา
ตอนที่ 3502 กำชับ
คืนนี้ทุกคนล้วนดื่มสุราจนเมามายแล้วค่อยกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักแขก เช้าวันต่อมานอนหลับจนตะวันโด่งจึงค่อยตื่นนอน หลังกล่าวลากันเรียบร้อยแล้วก็ค่อยทยอยจากไป
พวกเฟิ่งจิ่วไม่ได้ตื่นเช้าในวันรุ่งขึ้นหลังจากกงานแต่งงาน เพราะบิดาของเซวียนหยวนโม่เจ๋อบอกว่าไม่จำเป็นต้องตื่นเช้ามาคารวะเขา ให้พวกเขาพักผ่อนเต็มที่ พวกเขาจึงยินดีที่จะอยู่ในเรือน
เฟิ่งเยี่ยกับพวกจ้าวหมิงรับคำสั่งอาจารย์ถึงได้มา ไม่อาจอยู่ที่นี่นานเช่นกัน ด้วยเหตุนี้หลังบอกลาเฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อแล้ว ทั้งสองคนก็เร่งเดินทางกลับสำนักไป
เมื่อพวกเขาไปแล้ว กลุ่มของฮุ่นหยวนจื่อก็ทยอยกลับเช่นกัน สหายหลายคนจากไป ในจวนจึงเงียบสงบขึ้นมาถนัดตา
ประมุขเสวียนอู่และภรรยาที่มาแสดงความยินดีกับพวกเฟิ่งจิ่วกลับมาถึงที่เรือนของพวกเขาในวันนี้ พร้อมกับนั่งดื่มชาสนทนากันกับพวกเขาอยู่ในลาน
“เอาเช่นนี้ พวกเจ้าเพิ่งแต่งงานกัน ยากจะมีเวลาสงบสุขและผ่อนคลายเช่นนี้ พวกข้าอยากพาห้าวเอ๋อร์กลับไปอยู่ด้วยสักพัก พวกเจ้าคิดเห็นอย่างไร…” ประมุขเสวียนอู่ถาม สายตามองเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
ทั้งสองคนฟังดังนั้นแล้วก็สบตากัน ก่อนเฟิ่งจิ่วจะยิ้มพลางกล่าว “พวกข้าไม่มีปัญหา” นางพูดพลางมองห้าวเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ ถามขึ้นทันที “ห้าวเอ๋อร์ เจ้าตามไปอยู่กับท่านพ่อท่านแม่สักพักดีหรือไม่”
ห้าวเอ๋อร์คิดก่อนจะพยักหน้า “ดี” แล้วเขาก็พูดต่อว่า “เช่นนั้นข้าจะไปอยู่พักเดียว แล้วข้าจะกลับมา”
ฟังดังนั้นแล้ว ประมุขเสวียนอู่ก็ยิ้มด้วยความปีติ “ได้ๆๆ พวกข้าจะกลับมาส่งเจ้าด้วย เจ้าวางใจเถอะ! แค่ไปอยู่สักพัก เจ้าอยากกลับมาเมื่อไรก็ย่อมได้”
“ใช่! จะอยู่ที่นี่บ้าง อยู่ที่นั่นบ้าง พวกข้าก็จะดูแลเจ้าเอง” ภรรยาของประมุขเสวียนอู่เอ่ยเสียงนุ่มนวล สายตารักใคร่ทอดมองห้าวเอ๋อร์
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว “เอาอย่างนี้แล้วกัน! พวกท่านพาเขากลับไปอยู่ด้วย ถึงเวลาก็ไม่ต้องส่งเขากลับมาที่นี่ พวกข้าไม่ได้จะอยู่ที่นี่นานมากเช่นกัน หลังพวกข้ากลับเมืองสี่ทิศ หากเขาอยากกลับมาก็ค่อยส่งเขากลับไปที่เมืองสี่ทิศแล้วกัน”
“ได้” ประมุขเสวียนอู่พยักหน้า พร้อมกล่าวกับทั้งสองคนว่า “ขอบคุณมาก”
“ห้าวเอ๋อร์ เชื่อฟังท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย” เฟิ่งจิ่วลูบศีรษะเขาพลางกำชับ
“อืม ห้าวเอ๋อร์รู้ ท่านแม่วางใจเถอะ! ห้าวเอ๋อร์จะเป็นเด็กดี” เขาพูดแล้วเอียงศีรษะมองนางเล็กน้อย ถามว่า “ท่านแม่ พอห้าวเอ๋อร์กลับมาแล้ว ท่านแม่จะมีน้องชายตัวน้อยใช่หรือไม่”
เฟิ่งจิ่วชะงักงัน ถูกเด็กคนหนึ่งถามเช่นนี้ต่อหน้าประมุขเสวียนอู่และภรรยาของเขา นางอดหน้าแดงเพราะเขินอายไม่ได้ ยิ้มพร้อมว่า “ไม่ได้รวดเร็วขนาดนั้น”
ประมุขเสวียนอู่มองแล้วหัวเราะคิกคัก “เช่นนั้นน้องเซวียนหยวนต้องเพิ่มแรงหน่อยแล้ว”
“ตั้งครรภ์เป็นเรื่องของโชคชะตา ไม่ต้องรีบร้อน พวกเจ้ายังหนุ่มสาวกันอยู่เลย” ภรรยาของประมุขเสวียนอู่เอ่ยเสียงหวาน นางพูดกับเฟิ่งจิ่วอีกว่า “ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีที่สุด”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองไปทางเฟิ่งจิ่ว กุมมือนางไว้ “ข้าจะพยายามเต็มที่”
เห็นเขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังต่อหน้าบุตรชายของพวกเขา เฟิ่งจิ่วจึงถลึงตามองเขาอย่าไม่สบอารมณ์ ก่อนจะกล่าวกับประมุขเสวียนอู่ “พวกท่านคุยกันไปก่อน ข้าจะพาห้าวเอ๋อร์ไปเก็บข้าวของหน่อย”
หลังจากเห็นนางกับห้าวเอ๋อร์ไปแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อค่อยเอ่ยขึ้น “ครั้งนี้พวกท่านพาห้าวเอ๋อร์กลับไป ให้เขาอยู่ที่นั่นนานหน่อย สองวันก่อนข้าได้ข่าวว่าพวกประมุขเทียมฟ้าเตรียมจู่โจมพวกข้า ห้าวเอ๋อร์อยู่กับพวกข้าค่อนข้างอันตราย หากพวกท่านคุ้มครองเขาอยู่ นั่นจะยิ่งปลอดภัยกว่า”
……….
ตอนที่ 3503 บอกลา
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ประมุขเสวียนอู่กับภรรยาก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาเช่นเดียวกัน “เจ้าหมายความว่าพวกประมุขเทียมฟ้าตั้งใจจู่โจมพวกเจ้าแล้ว? จะเป็นไปได้อย่างไร เขากล้าขนาดนั้นเชียวหรือ ด้วยพลังของพวกเจ้าสามีภรรยาในตอนนี้ เขาน่าจะไม่มีความกล้าถึงเพียงจึงจะถูก”
“หากมีเพียงแค่ประมุขเทียมฟ้ากลับไม่น่ากลัว ที่พวกข้ากังวลคือประมุขบัวดำต่างหาก” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอ่ยเสียงขรึม แววตาล้ำลึกมองประมุขเสวียนอู่ “เชื่อว่าท่านก็รู้ว่าช่วงก่อนมีคนกลายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพ นั่นไม่ใช่ใครอื่น เป็นประมุขบัวดำ”
“ประมุขบัวดำ? ใครกัน ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน” ประมุขเสวียนอู่มุ่นคิ้วพลางกล่าว
“คนคนนี้ครอบครองบัวดำทลายโลกาจากโบราณกาล เดิมทีเขาเป็น…” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับประมุขบัวดำให้พวกเขาฟังคราหนึ่ง สุดท้ายจึงกล่าวอีกว่า “คนคนนี้หายตัวไปหลายปีแล้ว แต่ช่วงนี้พวกข้ารู้มาว่าเป็นเขาที่เลื่อนขั้นสู่ระดับราชันเทพ กลายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพ อีกทั้งยังสมคบกับพวกประมุขเทียมฟ้าคิดจู่โจมพวกข้า”
ประมุขเสวียนอู่ฟังจบจึงถามขึ้นว่า “หากเป็นเช่นนั้นยิ่งต้องระมัดระวังให้มาก พวกเจ้าเตรียมพร้อมอะไรบางแล้ว หากต้องปะทะกับเขาจริงๆ มั่นใจว่าจะชนะสักกี่ส่วน”
“ตอบยาก” เซวียนหยวนโม่เจ๋อส่ายหน้า
“เช่นนั้นพวกเราต้องทำอย่างไร” ประมุขเสวียนอู่ถาม
“ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไร หากประมือกันจริง สุดท้ายใครชนะใครแพ้ก็ไม่แน่นอนทั้งสิ้น คนฝั่งพวกเรามีมากพอ หากแม้แต่คนของพวกเราก็ยังสู้พวกเขาไม่ได้ เช่นนั้นก็คงต้องเสริมด้วยพลังของพวกท่าน แต่นั่นมีแต่จะทำให้เรื่องยุ่งยากมากขึ้น”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเงียบเสียงไปครู่หนึ่ง จากนั้นพูดต่ออีก “หากเป็นเช่นนั้นจริง มิสู้ท่านเก็บพลังไว้ คุ้มครองคนที่ต้องคุ้มครองก็พอแล้ว”
เขาไม่เคยคิดฝากความหวังและโอกาสไว้ที่คนอื่น แทนที่จะคาดหวังคนอื่น พึ่งพาตนเองเสียยังดีกว่า ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่คิดว่ามีประมุขเสวียนอู่มาเสริมทัพแล้วสถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่
ด้วยพลังของเขากับเฟิ่งจิ่วย่อมกวาดล้างทุกคนได้ ส่วนเรื่องอื่นย่อมต้องดูสถานการณ์เวลาต่อสู้กันแล้ว หลายครั้งที่บางเรื่องก็ไม่อาจอาศัยเพียงแค่จำนวนคนก็สามารถเอาชนะได้
ฟังวาจาเขาแล้ว ประมุขเสวียนอู่พยักหน้า “ข้ารู้แล้ว”
เมื่อถึงช่วงเที่ยงวัน เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วส่งพวกเขาออกจากจวนด้วยตนเอง ห้าวเอ๋อร์มองนางทั้งน้ำตา เฟิ่งจิ่วพลันปวดใจขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ห้าวเอ๋อร์ไปอยู่ไม่นาน ห้าวเอ๋อร์จะรีบกลับมา” เขากล่าวกับพวกตนอีกครั้ง
เมื่อฟังดังนั้น เฟิ่งจิ่วก็ก้าวเข้าไปกอดเขา “ห้าวเอ๋อร์เด็กดี เชื่อฟังนะ ท่านพ่อกับท่านแม่จะรอเจ้ากลับมา จำไว้ว่าต้องหมั่นฝึกบำเพ็ญด้วย”
“อืม ห้าวเอ๋อร์รู้” เขาตอบรับพลางกอดคอเฟิ่งจิ่วแน่น ก่อนจะปล่อยมืออย่างอาลัยอาวรณ์
“เอาล่ะ ไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วลูบศีรษะเขา
ห้าวเอ๋อร์ถอยไป ปล่อยให้บิดามารดาผู้ให้กำเนิดจูงมือเขาไป พวกเขากระตุ้นปราณเหาะขึ้นไปบนหมู่เมฆ แม้จะห่างไกลออกไปแล้วก็ยังคงได้ยินเสียงห้าวเอ๋อร์ตะโกนขึ้นมาว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ ห้าวเอ๋อร์จะกลับมา!”
เห็นเฟิ่งจิ่วทำใจไม่ได้ เซวียนหยวนโม่เจ๋อยื่นมือไปรับนางเข้ามาในอ้อมกอด “ให้เขากลับไปกลับพวกเขาย่อมเป็นการดีที่สุดแล้ว”
“ข้ารู้” เฟิ่งจิ่วพูดเสียงเบา เห็นเงาร่างของพวกเขาหายไปกลางท้องฟ้าถึงค่อยถอนสายตากลับมา
……….