เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3572 หยุด / ตอนที่ 3573 พวกเราจนมากหรือ
ตอนที่ 3572 หยุด
เห็นท่าทางเหมือนศพเดินได้ของคนกว่าสามสิบคนแล้ว สามคนจากตระกูลเยี่ยพลันรู้สึกขลาดกลัว ม่านตาของพวกเขาหดตัวขณะเห็นกลุ่มคนที่ฝีเท้าเชื่องช้าเพราะได้รับบาดเจ็บ ดวงตาไร้แวว บนตัวเต็มไปด้วยเลือดสดๆ ย่างสามขุมมาทางพวกเขา ดาบและกระบี่ระไปตามพื้นยามก้าวเดิน
สภาพของพวกเขาน่ากลัวเกินไปแล้ว!
พวกเขาเหมือนถูกอะไรบางอย่างสิงร่าง ไม่รู้สึกถึงบาดแผลบนร่างกาย ไม่แม้แต่จะรู้สึกถึงความเจ็บปวด อีกทั้งปราณหยินเย็นยะเยือกที่ตลบอบอวลอยู่บนกายพวกเขายังชัดเจนปานนั้น ชวนให้หลายคนหนาวสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่
เฟิ่งจิ่วเตรียมลงมือ ทว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อกลับห้ามนางไว้ “ไม่ต้องหรอก มีคนมาแล้ว”
ได้ยินดังนั้น เฟิ่งจิ่วก็มองไปยังทิศทางของเสียงก่อนจะชักมือกลับ หมุนกายจูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อเตรียมจากไป
ซ่งอีผิงมองพวกเขาที่อยู่บนพื้น ขยับปาก อยากพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็หมุนกายจากไปโดยไม่ได้พูดอะไร
ทว่าทันใดนั้น เสียงเจือโทสะสายหนึ่งก็ดังขึ้น
“อีผิง! เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!”
ตอนผู้นำตระกูลซ่งมาถึง เห็นเงาร่างที่กำลังจะหมุนกายไป เขามองปราดเดียวก็จำได้ว่าเป็นบุตรชายของตนเอง เห็นเขากำลังจะจากไปย่อมตะโกนเรียกทันที “เจ้ากลับมาแล้ว เหตุใดไม่กลับบ้าน เห็นข้ามาแล้วเจ้ายังอยากไปอีกหรือ”
ซ่งอีผิงชะงักค้าง ฝีเท้าหยุดนิ่งในทันใด คนที่ตามมาถึงเห็นศพบนพื้นไปจนถึงกลุ่มคนที่มีแต่บาดแผลเต็มตัว ก็อดสูดลมหายใจเข้าคราหนึ่งไม่ได้
“ซี้ด! นะ…นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
“ขวางพวกเขาไว้! อย่าให้พวกเขาไป!” มีคนตะโกนขึ้น ครั้นสิ้นเสียง คนสองกลุ่มก็รีบเข้ามาขวางทางของพวกเฟิ่งจิ่วเอาไว้ทันที
“หนวกหู!”
“อ๊ะ! พวกเจ้าทำอะไร! หยุดนะ!” คนกลุ่มหนึ่งถือดาบล้อมพวกเขาเข้ามา พวกเขาจึงรีบต้านไว้ตามสัญชาตญาณ ก่อนจะมองคนเหล่านั้นที่บนตัวมีแต่บาดแผลด้วยความตกใจระคนงุนงง
“พวกเขาสิ้นสติไปแล้ว มัดพวกเขาไว้ก่อนเถอะ!” คนตระกูลเยี่ยสองสามคนที่ถูกคนในตระกูลประคองไปยังข้างๆ พร้อมช่วยทำแผลบนร่างกายกล่าว
“สิ้นสติ? เป็นไปได้อย่างไร” คนจากหลายตระกูลที่ทยอยมาถึงพอได้ยินคำพูดนี้ก็อดเบิกตาโพลงไม่ได้ พวกเขามองเห็นคนในตระกูลตนเองเลือดโชกไปทั้งตัว บนตัวเต็มไปด้วยแผลใหญ่น้อย ย่อมอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ
“สวรรค์! บาดเจ็บหนักขนาดนี้เชียว! นะ…นี่ไม่ได้มีแค่บาดแผลภายนอก บาดแผลภายในก็…”
เฟิ่งจิ่วไม่สนใจเสียงจากข้างหลัง เพียงจูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ขวางทางอยู่ข้างหน้า แล้วกล่าวด้วยความเกียจคร้าน “พวกเจ้าจะขวางพวกข้าจริงๆ หรือ”
คนพวกนั้นสบตากันคราหนึ่ง “เรื่องราวยังไม่ชัดเจน พวกเจ้าไปไหนไม่ได้!”
“พรวด!” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงหนึ่ง “ไม่ใช่พวกข้าที่ทำให้พวกเขาบาดเจ็บจนมีสภาพเช่นนี้ แล้วไยพวกข้าจึงไปไม่ได้” เสียงของนางเจือความเย็นชา เมื่อกล่าวจบความกดดันสายหนึ่งพลันจู่โจมออกมา ทำให้หลายคนที่ขวางทางอยู่ข้างหน้าสั่นสะท้านพร้อมหลีกทางไป
“อ้าก!”
เพราะแรงกดดันทำให้คนพวกนั้นลอยหวือออกไปอย่างแรง กระแทกพื้นแล้วกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะมองสตรีชุดเขียวรูปโฉมธรรมดาด้วยความแปลกใจ ตื่นกลัวจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง
“คิดขวางทางข้า ต้องดูว่าพวกเจ้ามีความสามารถหรือไม่” เฟิ่งจิ่วกล่าวเสียงเรียบ จากนั้นจูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินไปข้างหน้าทีละก้าว
“พวกเจ้าหลีกทางเร็ว!” ซ่งอีผิงตะโกนใส่พวกเขา ใจกังวลว่าพวกเขาจะก้าวเข้ามาอีก เช่นนั้นแล้วฮูหยินหลิงต้องลงมือกับพวกเขาอย่างไม่ออมมือแน่
……….
ตอนที่ 3573 พวกเราจนมากหรือ
“เป็นฮูหยินหลิงที่ช่วยพวกข้าไว้ พวกเจ้าอย่าลงมือกับพวกเขา” คนตระกูลเยี่ยหลายคนกล่าว ห้ามไม่ให้ทั้งสองฝ่ายลงมือ พวกเขาให้คนตระกูลเยี่ยประคองไปถึงหน้าเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อ จากนั้นคารวะพวกเขาครั้งหนึ่ง
“ขอบคุณท่านทั้งสองที่ช่วยเหลือ”
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขา “แทนที่จะกล่าวขอบคุณ ข้าคิดว่าลงมือทำจริงๆ น่าจะดีกว่า”
ฟังดังนั้นแล้ว หลายคนชะงักไปเล็กน้อย อดสบตากันไม่ได้ ครั้นคิดดูแล้ว คนที่อายุมากหน่อยจึงถามว่า “ไม่ทราบว่าฮูหยินต้องการให้พวกข้าทำอะไร”
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แต่พวกเจ้าทุกคนนำเหรียญทองและอัญมณีมาตอบแทนบุญคุณช่วยชีวิตจำนวนหนึ่ง” เฟิ่งจิ่วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม สายตาจับจ้องที่พวกเขา
ได้ยินเช่นนั้น พวกเขาลอบผ่อนลมหายใจเสียงหนึ่ง ทันใดนั้นจึงกล่าวว่า “ขอรับ นั่นย่อมแน่นอน” พอพูดจบ พวกเขาจึงหยิบเหรียญทองและอัญมณีออกมาจากในห้วงมิติ ก่อนนำมันใส่ลงในถุงฟ้าดินแล้วพูดขึ้นว่า “ฮูหยิน บนตัวพวกข้ามีเพียงเท่านั้น ฮูหยินโปรดอย่าได้รังเกียจ หากทั้งสองท่านตามพวกข้ากลับตระกูลเยี่ยได้ ตระกูลของพวกข้าต้องนำของขวัญมาตอบแทนคำขอบคุณมากกว่านี้แน่นอน”
“ไม่ต้องหรอก เท่านี้ก็พอแล้ว!” เฟิ่งจิ่วกล่าว ยื่นมือไปรับมา
อีกด้านหนึ่ง หลังจากมัดคนพวกนั้นแล้ว พวกเขายังดิ้นพล่านไม่หยุด ดวงตาแดงก่ำเหมือนเลือด แววตาว่างเปล่าทำให้ทุกคนต่างก็รู้สึกสะท้านใจ
“ไม่ใช่ว่านี่เหมือนกับก่อนหน้านี้หรือ เยี่ยหลิงถูกเผาตายไปแล้ว เหตุใดยัง…”
คนพูดพูดไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วหยุดลง ใช่ เยี่ยหลิงถูกเผาตายไปแล้ว วันนี้ยังเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกครั้ง หรือพวกเขาจะทำผิดพลาดไป?
ทว่าบางคนมองไปทางซ่งอีผิงหลังจากคนคนนั้นพูดจบ ด้วยคิดว่าหากเขาได้ยินข่าวนี้แล้วจะต้องสติแตกเป็นแน่ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นสีหน้าเรียบนิ่งจากเขาแทน
ทุกคนลอบประหลาดใจ เขาเป็นอะไรไป เหตุใดได้ยินข่าวเยี่ยหลิงแล้วกลับไม่มีปฏิกิริยาใดเลยสักนิด
“อีผิง เจ้า…เจ้ายังไหวกระมัง” บิดาของซ่งอีผิงถาม มองเขาด้วยความกังวลเล็กๆ ถอนใจอย่างจนใจคราหนึ่ง
ซ่งอีผิงมองบิดา จากนั้นถามว่า “ท่านพ่อหมายความว่าอย่างไร เกิดอะไรขึ้นหรือ เหตุใดถามเช่นนี้”
เห็นสายตาคมปลาบของบุตรชายแล้ว ฝ่ายบิดาพลันพูดไม่ออก หรือควรบอกเขาว่าสตรีผู้เป็นที่รักถูกเผาตายไปแล้ว งานแต่งงานของเขากับเยี่ยหลิงก็ถูกยกเลิกไปแล้วเช่นกัน
หลังจากเงียบอยู่ครู่หนึ่ง บิดาของซ่งอีผิงถอนใจเสียงหนึ่ง “เจ้าไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว ครั้งนี้กลับมาก็พักอยู่ที่บ้านหลายวันหน่อยเถอะ”
“ไม่ขอรับ ข้ากำลังจะตามท่านหลิงกับฮูหยินหลิงไปจากที่นี่” ซ่งอีผิงกล่าว ก่อนจะเบนสายตาออกไป
“ช้าก่อน” ผู้นำตระกูลคนหนึ่งเดินเข้ามา มองซ่งอีผิงครั้งหนึ่ง จากนั้นมองคนที่เขาแบกอยู่ข้างหลัง แต่เพราะอีกฝ่ายถูกคลุมไว้ด้วยชุดคลุมกันลมสีดำจึงมองไม่เห็นหน้าตา แม้รู้สึกสงสัยแต่ก็ทำได้เพียงปล่อยไปเท่านั้น
เขาหันไปมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ แล้วประสานมือคารวะทั้งสองคน “ทั้งสองท่าน ไม่ทราบว่าไขข้อข้องใจให้พวกข้าได้หรือไม่ เหตุใดคนของพวกข้าถึงเป็นเช่นนี้ไปได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฟิ่งจิ่วก็หัวเราะเสียงเบา “เหตุใดพวกข้าต้องไขข้อข้องใจให้พวกเจ้า ข้าไม่รู้จักพวกเจ้า แถมไม่มีหน้าที่ต้องทำเช่นนั้นด้วย”
“ตราบใดที่ทั้งสองท่านไขข้อข้องใจให้แก่พวกข้า หลังจากปัญหาคลี่คลายนี้แล้ว พวกเราทั้งแปดตระกูลยินดีจะให้ค่าตอบแทนอย่างงาม” ผู้นำตระกูลคนนั้นกล่าว เพราะเห็นก่อนหน้านี้นางขอเหรียญทองและอัญมณีจากคนของตระกูลเยี่ยแทนคำขอบคุณ จึงคิดว่าหลังจากพูดเช่นนี้ออกไปแล้ว พวกเขาจะต้องตอบรับอย่างแน่นอน ใครเล่าจะรู้ว่า…
“สามี พวกเราดูจนมากเลยหรือ”
……….