เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3574 เชิญกล่าว / ตอนที่ 3375 ไม่อาจเชื่อถือ
ตอนที่ 3574 เชิญกล่าว
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกวาดสายตามองคนเหล่านั้นอย่างเย็นชา จากนั้นจึงพูดกับเฟิ่งจิ่ว “พวกเขากินโอสถระดับเจ็ดต่างถั่วเขียวต้มน้ำตาลเช่นเจ้าได้หรือไม่”
ฟังดังนั้นแล้ว คนพวกนั้นต่างก็ตกตะลึง ก่อนจะเบิกตาโพลงด้วยความงุนงง มีสีหน้าเหลือเชื่อ พวกเขาได้ยินอะไรนะ? กินโอสถระดับเจ็ดต่างถั่วเขียวต้มน้ำตาล? จะเป็นไปได้อย่างไร?
โอสถระดับเจ็ดเป็นการมีอยู่ที่มีค่าควรเมือง ถึงขั้นที่แม้มีคนจ่ายเงินก้อนใหญ่ก็ยังซื้อโอสถระดับเจ็ดไม่ได้ บุรุษไว้หนวดคนนั้นกลับพูดว่าภรรยาเขากินโอสถระดับเจ็ดต่างถั่วเขียวต้มน้ำตาล นี่หลอกลวงคนแล้วกระมัง
เฟิ่งจิ่วเม้มปากยิ้ม “นั่นสินะ” นางจูงมือเขา “พวกเราไปกันเถอะ! ข้ามองคนพวกนี้แล้วไม่ยักเข้าตาสักคน”
“อืม” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบรับ ไม่เห็นมีใครเข้าตาเขาสักคนเช่นกัน จึงพานางเดินต่อไปข้างหน้า
ซ่งอีผิงมองบิดาตนเอง “รักษาตัวด้วย” สิ้นเสียงนั้นแล้ว เขาก็พาเยี่ยหลิงตามหลังทั้งสองไปอย่างรวดเร็ว
“อีผิง เดี๋ยวก่อน!” ฝ่ายบิดายื่นมือไปรั้งเขา ครั้นกำลังจะแตะถูกชุดคลุมกันลม แรงจากที่ลับพลันจู่โจมเข้ามา กระแทกมือข้างนั้นของเขาที่ยื่นออกไปทันที
“ซี้ด!”
เขาสูดลมหายใจเข้า ชักมือกลับตามสัญชาตญาณ จากนั้นมองสตรีชุดเขียวที่หยุดฝีเท้ามองมาทางเขาด้วยความหวั่นเกรง แปลกนัก เมื่อสบสายตาเย็นชาของสตรีชุดเขียวแล้ว เขากลับมีความรู้สึกขลาดกลัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ซ่งอีผิงสงบสติอารมณ์แล้วหลบเลี่ยงอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้เขาถูกตัว ทันใดนั้นเขาพลันคิดได้ว่าหากชุดคลุมกันลมถูกดึงออกไป เยี่ยหลิงคงหนีไม่พ้นแล้ว
บิดาของซ่งอีผิงถูกฟาดที่มือจนรู้สึกเจ็บ หลังจากมองสตรีชุดเขียวแล้ว เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนพูดกับซ่งอีผิง “เจ้าพเนจรอยู่ข้างนอกนานเกินไปแล้ว กลับบ้านเถอะ!”
ซ่งอีผิงชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังลังเลอะไรบางอย่าง เขามองศพบนพื้นครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงเดินไปถึงข้างกายของสองคนนั้น กล่าวกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วว่า “ท่านหลิง ฮูหยินหลิง พวกท่านบอกพวกเราได้หรือไม่ว่าเหตุใดพวกเขาถึงสิ้นสติ”
อย่างไรเสียตระกูลของเขาก็อยู่ที่นี่ หากรู้อยู่แล้วว่าเกิดเรื่องขึ้นในตระกูลแต่ตนกลับนิ่งเฉย คงยากจะทำใจให้สงบได้แน่ๆ ทว่าหากพวกเขาสองคนรู้ และช่วยตักเตือนอย่างละเอียด นั่นก็อาจจะช่วยเหลือตระกูลของเขาได้
เมื่อได้ยินดังนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วจึงสบตากัน เฟิ่งจิ่วคิดดูแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ใต้เขาฟ้าอรุณมีปราณหยินหนักเกินไป ยิ่งผ่านไปนานเข้า จิตวิญญาณหยินก็ยิ่งแข็งแกร่ง อีกทั้งกลางเขาฟ้าอรุณมีค่ายกลรวมหยินอยู่หลายที่เช่นกัน น่าจะมีคนชั่วช้าใช้จิตวิญญาณหยินที่นี่ ดูดกินเลือดลมของผู้ฝึกบำเพ็ญ”
คนจากตระกูลทั้งหลายฟังแล้วอดสูดลมหายใจเข้าไม่ได้ พวกเขาสบตากัน ก่อนจะรีบร้อนก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ประสานมือกล่าวว่า “ฮูหยินท่านนี้โปรดชี้แนะพวกข้าด้วย ควรจัดการอย่างไรดี”
เฟิ่งจิ่วกระตุกยิ้ม “หากจัดการเรื่องนี้ไม่ดี คาดว่าอีกไม่นานคนของตระกูลพวกเจ้าล้วนต้องตายตกไม่มีเหลือ” เสียงของนางหยุดไปเล็กน้อย เห็นท่าทางร้อนใจของพวกเขาแล้วจึงกล่าวต่ออีก “แต่ก่อนหน้านี้ข้าพูดไปแล้ว เหตุใดข้าต้องช่วยพวกเจ้าด้วย”
เห็นนางไม่ยอมช่วย ผู้นำตระกูลหลายคนอดร้อนใจไม่ได้ กระนั้นก็ยังไร้แผนการรับมือ พลังของคนที่อยู่ตรงหน้าแกร่งกล้ากว่าพวกเขาอย่างชัดเจน หากลงมือรุนแรงกับพวกเขา เกรงว่าสุดท้ายแล้วคนที่เพลี่ยงพล้ำจะมีเพียงตนเองเท่านั้น ทว่าหากขอร้องดีๆ แล้วนางไม่ยอมช่วย แท้จริงแล้วต้องจัดการอย่างไรกันแน่?
หลายคนใคร่ครวญ กัดฟัน ก่อนจะมีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยิน ต้องทำอย่างไรท่านถึงจะรับปากช่วยพวกข้า ท่านได้โปรดกล่าวออกมาเถิด พวกข้าจะทำอย่างสุดความสามารถแน่นอน!”
……….
ตอนที่ 3375 ไม่อาจเชื่อถือ
เดิมทีเฟิ่งจิ่วไม่คิดช่วยพวกเขา แต่เห็นซ่งอีผิงมองนางด้วยสายตาอ้อนวอน นางพลันลอบถอนหายใจ จากนั้นกล่าวว่า “เห็นแก่หน้าซ่งอีผิง พวกเจ้าแต่ละตระกูลนำสมุนไรพันปีออกมาสักสามชนิดแล้วกัน!”
ได้ยินดังนั้นแล้ว ผู้นำตระกูลทั้งหลายสบตากันทันที สมุนไพรพันปีไม่ใช่สิ่งที่หายากสำหรับพวกเขา เพียงแต่สมุนไพรพันปีมีค่าราคาสูง แต่ละตระกูลต้องมอบให้นางถึงสามชนิด จำต้องพูดว่านี่ทำให้พวกเขาลังเลอยู่อย่าง ทันใดนั้นก็มีคนหนึ่งถามขึ้นว่า “ลดจำนวนลง…”
ทว่ายังพูดไม่ทันจบ เฟิ่งจิ่วก็พูดแทรกขึ้นมาทันที “สี่ชนิด”
ผู้นำตระกูลทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ถลึงตา “เหตุใดเป็นสี่ชนิดแล้วเล่า เมื่อครู่ยังบอกว่าสามชนิดอยู่เลย”
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเย็น “ก็ข้าพูดแล้วพวกเจ้ายังลังเลไม่ใช่หรือ หากไม่ยอมก็ช่างเถอะ ข้าไม่เสียดายสมุนไพรพันปีของพวกเจ้าหรอก”
ด้วยความกังวลระคนกังขา พวกเขาพลันกัดฟันกล่าวว่า “ได้! สี่ชนิดก็สี่ชนิด แต่ท่านต้องช่วยพวกข้าจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย”
“นำสมุนไพรมาให้ข้าก่อนเถอะ” เฟิ่งจิ่วเอ่ย พลางส่งสัญญาณให้ซ่งอีผิงพาเยี่ยหลิงไปพักผ่อนข้างๆ
ซ่งอีผิงมองพวกเขาครั้งหนึ่ง ก่อนจะพาเยี่ยหลิงเดินไปยังต้นไม้ใหญ่ เขาอาศัยต้นไม้ใหญ่บดบังและวางเยี่ยหลิงลง ก่อนหยิบหมวกอำพรางมาสวมให้นาง คนทั้งคนยังคงอยู่ท่ามกลางชุดคลุมกันลม ทำให้มองไม่เห็นรูปโฉม
คนจากหลายตระกูลหารือกัน จากนั้นส่งผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลกลับไปนำสมุนไพรพันปีมา ตอนนี้เห็นคนของตนเองที่สิ้นสติไปแล้วกำลังดิ้นพล่าน ผู้นำตระกูลคนหนึ่งจึงก้าวออกมาพร้อมถามว่า “ฮูหยินหลิง ไม่ทราบว่ามีวิธีช่วยให้พวกเขากลับมาเป็นเหมือนเดิมก่อนหรือไม่”
น่าอายนักที่เป็นถึงผู้นำตระกูล แต่พอเผชิญกับเรื่องราวเหล่านี้ก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว น่าขายหน้าจริงๆ
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองคนพวกนั้นคราหนึ่ง ก้าวไปข้างหน้า ปราณพลังวิญญาณกลั่นอยู่ที่ปลายนิ้วก่อนสัมผัสหว่างคิ้วของพวกเขา ทันใดนั้นเห็นเพียงควันจางๆ ลอยขึ้นเหนือศีรษะพวกเขา สุดท้ายก็ตัวสั่นสะท้านก่อนคืนสติกลับมาได้โดยพลัน
“ซี้ด! ข้าบาดเจ็บไปทั้งตัวได้อย่างเร็ว เจ็บนัก!”
“ใครทำร้ายข้าจนเป็นเช่นนี้ เป็นใครกัน!”
“ใครมัดพวกข้าอยู่ที่นี่ ผู้นำตระกูล? เหตุใดพวกผู้นำตระกูลอยู่ที่นี่”
ผู้ที่ฟื้นสติกลับมาทีละคนรู้สึกถึงความเจ็บปวดจากบาดแผลบนร่างกาย อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงร้องและหอบหายใจ อีกทั้งเห็นผู้นำตระกูลของตนเองอยู่ที่นี่อย่างคาดไม่ถึง ทั้งตนยังถูกมัดไว้เอาไว้ กอปรกับบนพื้นมีศพอยู่จำนวนหนึ่ง ทำเอาทุกคนร่างกายแข็งทื่อไปในชั่วพริบตา
“นะ…นี่มันเกิดอะไรขึ้น แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คนพวกนี้ตายด้วยฝีมือใครกัน”
คนจากตระกูลทั้งหลายไม่ได้เอ่ยวาจา ศพบนพื้นมีคนจากทุกตระกูล ส่วนคนที่ลงมือกลับเป็นคนของพวกเขาเอง แล้วจะยังพูดอะไรอีกได้ ไม่มีอะไรน่าพูดทั้งนั้น
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขาด้วยหางตา กล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “ฝีมือพวกเจ้า!”
“เหลวไหล! พวกข้า…พวกข้าจะลงมือกับคนกันเองได้อย่างไร!” สีหน้าของพวกเขาซีดขาวทันควัน แม้ปฏิเสธเสียงแข็ง ทว่าดูจากสีหน้าของผู้นำตระกูลของตนเองและคนอื่นๆ แล้ว พวกเขารู้ดีว่านี่น่าจะเป็นความจริง เป็นฝีมือของพวกเขาจริงๆ
“เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร เป็นไปได้อย่างไร” มีคนถามพึมพำ เห็นคนในตระกูลที่รู้จักกันดีตายอยู่บนพื้น รวมถึงมีความเป็นไปได้ว่าเขาเป็นคนสังหาร ทำเอาเขารับไม่ได้อยู่ชั่วขณะหนึ่ง
ผู้นำตระกูลคนหนึ่งถอนใจ “พวกเจ้าถูกหยินชั่วร้ายสิงร่าง สิ้นสติไป ดังนั้น…”
พูดถึงตรงนี้แล้ว อีกคนหนึ่งจึงถามว่า “ไม่ใช่ให้พวกเจ้าลาดตระเวนหรือ เหตุใดถึงถูกหยินชั่วร้ายสิงร่างเอาได้”
……….