เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3588 ย้อนกลับ / ตอนที่ 3589 ขุ่นเคือง
ตอนที่ 3588 ย้อนกลับ
“คืนนี้พักผ่อนที่นี่ได้หรือไม่ หรือหาที่อื่นให้เจ้าพักฟื้นจะดีกว่า” โม่เฉินกล่าวพลางมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเฟิ่งจิ่วในอ้อมแขน “พักผ่อนที่นี่ก่อนเถอะ!”
เห็นดังนั้นแล้ว โม่เฉินจึงเอ่ยว่า “ข้าจะไปเก็บฟืนกลับมาหน่อย” จากนั้นเขาจึงเดินไปเก็บฟืนรอบๆ มาเตรียมก่อกองไฟ
“วางใจเถอะ! ข้าไม่เป็นไร ปราณบัวเขียวในกายกลับคืนมาได้เอง ข้าเพียงพักผ่อนสักคืนก็หายดีแล้ว” เฟิ่งจิ่วพูดกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ พิงอกเขานิ่งๆ เพียงหาจุดที่สบายที่สุดแล้วหลับตาลง คิดนอนหลับสักตื่น
เซวียนหยวนโม่เจ๋อหยิบเสื้อกันลมออกมาคลุมร่างนาง ขวางกั้นลมยามค่ำคืนที่กำลังพัดโหมรุนแรง พลางมองสตรีที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน ก่อนที่เขาจะกุมมือนางไว้เบาๆ
โม่เฉินเก็บฟืนกลับมาก่อกองไฟข้างๆ พวกเขา เปลวไฟโชติช่วงขจัดความหนาวเย็นยามค่ำคืนออกไป ทำให้อากาศรอบข้างอบอุ่นขึ้นมาหลายส่วน
เขามองเฟิ่งจิ่วที่พิงอกเซวียนหยวนโม่เจ๋อครั้งหนึ่ง จากนั้นละสายตาไปมองเปลวไฟ พร้อมส่งเสียงออกมาแผ่วเบา “ต่อจากนี้คิดจะทำอย่างไร”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อก้มหน้ามองเฟิ่งจิ่วที่ลมหายใจเป็นจังหวะ ยื่นมือกดจุดให้นาง แล้วค่อยมองไปทางโม่เฉิน เห็นเขามองตนด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย จึงกล่าวว่า “เจ้าช่วยข้าดูแลนาง ข้าจะกลับมาก่อนฟ้าสาง”
โม่เฉินฟังแล้วมุ่นคิ้ว “เจ้าคิดกลับไป?”
“ถูกต้อง”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอ่ยเสียงเข้ม “อาจิ่วพูดถูกต้อง คืนนี้ปล่อยพวกเขาไปน่าเสียดายเกินไป ก่อนหน้านี้ข้าพานางจากมาเพราะไม่หวังให้นางได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้พานางมาอยู่ที่นี่และมีเจ้าคอยดูแลแล้ว ข้าวางใจนัก”
เขามองไปทางท้องฟ้า ประกายดำมืดพาดผ่านในดวงตา “คืนนี้ทำให้พวกเขาบาดเจ็บแล้ว ถือเป็นโอกาสดีที่จะลงมืออีกจริงๆ อีกอย่างพวกเขาไม่มีทางคิดว่าข้าจะกลับไปอีกครั้งแน่”
“แต่หากนางรู้เข้าว่าเจ้าทำเช่นนี้ นางต้องเป็นห่วงเจ้ามากแน่ ยิ่งไปกว่านั้นพลังของสองคนนั้นไม่ต่ำต้อย เจ้าไปคนเดียวหากเกิดเรื่องเหนือความคาดหมายแล้วข้าจะบอกกับเฟิ่งจิ่วอย่างไร” โม่เฉินไม่เห็นด้วย แม้รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดใช่ว่าไม่มีเหตุผล ทว่าก็เห็นด้วยกับความคิดของเขาไม่ได้จริงๆ
“ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ข้าจะกลับมาก่อนฟ้าสาง” เขามองเฟิ่งจิ่วที่หลับสนิทอยู่ในอ้อมแขน “อย่าให้นางเป็นกังวลใจ”
พูดแล้วเขาก็วางมือบนสร้อยข้อมือห้วงมิติของนาง เรียกเสียงขรึมว่า “กลืนนภา ออกมา”
ก่อนที่เขาจะส่งพลังวิญญาณเข้าไปในสร้อยข้อมือ กลืนนภาที่อยู่ในห้วงมิติได้ยินเสียงเซวียนหยวนโม่เจ๋อเรียกแล้ว มันรู้สึกประหลาดใจเล็กๆ กระนั้นก็ยังคงปรากฏกายออกมาอยู่ดี
“เจ้าตำหนัก เกิดอะไรขึ้นหรือ” กลืนนภายืนอยู่ข้างกองไฟ มองเขาพลางถาม
“เจ้านอนอยู่ที่นี่ มอบความอบอุ่นให้นาง” เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองกลืนนภาครั้งหนึ่ง ส่งสัญญาณให้มันหมอบลงข้างๆ เฟิ่งจิ่ว
ได้ยินดังนั้นแล้ว มุมปากกลืนนภากระตุกเบาๆ มันก็นึกว่าเกิดอะไรขึ้นเสียอีก! ที่แท้เรียกมันออกมาให้ความอบอุ่นกับเจ้านายเท่านั้น! มันมองเจ้านายที่กำลังหลับสนิท ถามอีกว่า “เจ้านายเป็นอะไรไป” แม้เอ่ยคำถาม กระนั้นก็ยังหมอบลงข้างๆ อย่างว่าง่าย
“ข้ากดจุดนางไว้ นางหลับถึงพรุ่งนี้ก็จะตื่นขึ้นเอง” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพูด จากนั้นหยิบผ้าห่มหนาปูลงบนพื้น เพื่อวางเฟิ่งจิ่วลงแล้วให้กลืนนภาเข้ามาใกล้หน้อย ใช้ร่างกายคุ้มครองนาง
โม่เฉินที่อยู่ข้างๆ เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ พูดทีเล่นทีจริงว่า “ที่จริงไม่จำเป็นต้องยุ่งยากขนาดนี้ อ้อมกอดของข้าก็ให้นางพักพิงได้เช่นกัน”
……….
ตอนที่ 3589 ขุ่นเคือง
ฟังดังนั้นแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อเหลือบมองเขาครั้งหนึ่ง กล่าวเสียงเรียบว่า “ขอไม่รบกวนศิษย์ศักดิ์สิทธิ์อย่างเจ้าดีกว่า”
เห็นเขาเอ่ยคำเรียกอย่างศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ออกมา โม่เฉินก็ส่ายหน้าพร้อมเสียงหัวเราะ จากนั้นมองเฟิ่งจิ่วที่นอนหลับอยู่ข้างๆ กลืนนภา แล้วเบนสายตาไปทางเซวียนหยวนโม่เจ๋อ “เจ้าจะไปแน่หรือ”
“อืม” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบรับเสียงหนึ่ง
โม่เฉินถอนใจ “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าทำได้เพียงพูดว่าเจ้าจงระวังตัวด้วย ต้องกลับมาอย่างปลอดภัย อย่าทำให้นางเป็นห่วง”
“ข้ารู้แล้ว” เขาพูดก่อนมองเฟิ่งจิ่วอย่างลึกซึ้งครั้งหนึ่ง “รบกวนเจ้าดูแลนางด้วย”
“ข้าต้องดูแลนางแน่นอน” โม่เฉินกล่าวตอบ แม้เขาไม่พูด ตนก็จะดูแลนางอย่างดีเช่นกัน
หลังจากฝากฝังโม่เฉินให้ดูแลเฟิ่งจิ่วแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อก็ถือโอกาสจากไปตอนที่ยังมืดอยู่ เขาไม่อยากมอบโอกาสพักหายใจให้พวกเขา มีเพียงลงมือตอนนี้ถึงจะจู่โจมพวกเขาจนถึงตายได้!
เห็นเขาไปแล้ว โม่เฉินนั่งลงข้างกองไฟ สายตาทอดมองใบหน้าของเฟิ่งจิ่ว เห็นนางหลับปุ๋ยจึงยื่นมือไปดึงเสื้อกันลมที่คลุมร่างนางไว้ให้สูงขึ้น ในใจกลับกำลังคิดว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อไปเช่นนี้ แท้จริงแล้วจะเป็นอย่างไรกันแน่
พวกประมุขเทียมฟ้าและประมุขบัวดำในตอนนี้ไม่คิดว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อจะย้อนกลับมาอีกครั้งอย่างแท้จริง อย่างไรเสียพวกเขาล้วนเห็นอีกฝ่ายจากไปกับตาตนเอง ไหนเลยจะคาดคิดว่าคนที่จากไปแล้วจะหวนกลับมา
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาติดอยู่ท่ามกลางไฟที่ยังคงลุกโหม แม้พวกเฟิ่งจิ่วไปแล้ว ที่นี่ก็ยังคงวุ่นวายเหมือนเดิม โดยเฉพาะประมุขเทียมฟ้าและประมุขบัวดำต่างได้รับบาดเจ็บกันทั้งคู่ เรื่องนี้ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระวนกระวายใจไปตามๆ กัน
ในตำหนัก เห็นผ้าพันบาดแผลยังคงมีเลือดซึมออกมา สีหน้าของประมุขเทียมฟ้าพลันดำจนเหมือนกับก้นหม้อ เขาโบกมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ กวาดจอกน้ำชาบนโต๊ะตกลงบนพื้น ก่อนจะต่อว่าด้วยความโมโห “ไร้ประโยชน์! แม้แต่ห้ามเลือดให้ข้าก็ยังทำไม่ได้! นำยามาใหม่!”
ชายวัยกลางคนที่คอยท่าอยู่ข้างกายพลันตัวสั่น ตอบรับแล้วรีบหยิบยามาทำแผลให้เขาใหม่อีกครั้ง เห็นประมุขบันดาลโทสะแล้ว ชายวัยกลางคนย่อมไม่กล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ
หลังจากห้ามเลือดและทำแผลใหม่อีกครั้งแล้ว เขาก็ถอยไปยืนข้างๆ ตอนนี้เองที่ได้ยินเสียงของเจ้านายของตนดังขึ้นจึงเงยหน้ามองไป
“ประมุขบัวดำคนนั้นเล่า” ประมุขเทียมฟ้าถามเสียงขรึม นึกถึงว่าพื้นที่ของเขากลายเป็นเช่นนี้เพราะการมาเยือนของพวกเฟิ่งจิ่ว ไฟโทสะในใจก็ปะทุขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้
เป็นใครกันที่พูดพล่ามว่าจะมอบความเจ็บแสบให้กับพวกเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ผลสุดท้ายเป็นอย่างไร? พื้นที่ของเขาถูกทำลายกลายเป็นเช่นนี้ไม่ว่า ยังได้รับบาดเจ็บอีกต่างหาก หากเรื่องนี้ถูกเล่าต่อๆ กันไป วันหน้าเขาจะยืนหยัดบนฟ้าดินนี้ได้อย่างไร?
ฟังเขาถามถึงประมุขบัวดำ ชายวัยกลางคนก็ก้มหน้าพร้อมก้าวไปข้างหน้า พูดเสียงเบาว่า “เขากลับไปที่เรือนแล้ว น่าจะไปรักษาบาดแผลภายใน ข้าน้อยเห็นเขากุมหน้าอกอยู่ตลอด การจู่โจมครั้งนั้นน่าจะทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสทีเดียว”
“เฮอะ! ไยเฟิ่งจิ่วไม่จัดการให้เขาตายไปเสียเลย” ประมุขเทียมฟ้าที่กำลังขุ่นเคืองลืมไมตรีระหว่างพวกเขาไปเสียแล้ว เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกไปข้างนอก พลางถามว่า “ดับไฟได้แล้วใช่หรือไม่”
“ยะ…ยังขอรับ” ชายวัยกลางคนรีบก้าวตามไป ตอบอยู่ข้างหลัง
“นั่นคือเพลิงสวรรค์คู่ชีวิตของเฟิ่งจิ่ว ใช้น้ำเกรงว่าจะดับไม่ได้ ลองใช้ทรายแล้วกัน! ปล่อยให้มันแผดเผาต่อไปไม่ได้ จนถึงตอนนี้มีข้าวของเสียหายมากพอแล้ว!”
……….