เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3586 อนาคตยังอีกยาวไกล / ตอนที่ 3587 อย่างไรก็น่าเสียดาย
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 3586 อนาคตยังอีกยาวไกล / ตอนที่ 3587 อย่างไรก็น่าเสียดาย
ตอนที่ 3586 อนาคตยังอีกยาวไกล
“ใช่ ต้องเป็นเขาถูกท่านประมุขของพวกเราฟัน…”
ยังพูดไม่ทันจบก็เห็นคนหนึ่งท่ามกลางเงาร่างสองสายข้างบนถอยหลังโดยพลัน ซวนเซยืนไม่อยู่ เซวียนหยวนโม่เจ๋อเหวี่ยงกระบี่ในมือ ปลายกระบี่ชี้ลงพื้น กลิ่นอายรอบตัวหนาวยะเยือก ไร้ซึ่งบาดแผลใดบนร่างกาย
อีกด้านหนึ่ง ประมุขบัวดำกำลังจ้องมองเฟิ่งจิ่วบนท้องฟ้า ทันใดนั้นเขาพลันกางแขนสองข้าง เหาะขึ้นฟ้าราวกับอินทรีแก่ตัวหนึ่ง ปราณสีดำแผ่ทะลักออกมาจากร่าง ก่อนจะห่อหุ้มทั่วร่างพร้อมพุ่งเข้าใส่เฟิ่งจิ่วอย่างแรง ทว่าคนยังไม่ทันได้เข้าใกล้อีกฝ่าย ปราณสีดำกลุ่มนั้นก็พุ่งไปที่เฟิ่งจิ่วก่อนแล้ว
โม่เฉินที่ยืนอยู่บนต้นไม้เบนสายตาออกจากเซวียนหยวนโม่เจ๋อ มองไปทางเฟิ่งจิ่ว ตอนเห็นปราณบัวดำจากกายประมุขบัวดำเอ่อท้นออกมา เขาก็อดเป็นกังวลไม่ได้ อย่างไรเสียเฟิ่งจิ่วก็ไม่เคยประมือกับอีกฝ่ายมาก่อน ไม่รู้ว่ามีฝีมือมากแค่ไหน วันนี้จู่ๆ มาปะทะกัน ด้วยพลังของคนทั้งสองนั้นก็ยากจะคาดเดาได้ว่าใครจะเหนือกว่า
เมื่อเห็นปราณสีดำ แม้ยังไม่เข้ามาใกล้ นางก็รู้สึกถึงปราณทำลายล้างกลุ่มนั้นแล้ว พลันนึกถึงความรู้สึกยามถูกปราณบัวดำบุกรุกในตอนแรก นางหรี่ตาลง เพลิงลุกโชนบนร่างกายตามสัญชาตญาณ
ปราณสีดำกับเปลวเพลิงปะทะกันในพริบตานั้น การปะทะของพลังสองสายก่อให้เกิดระเบิดเสียงดังโดยพลัน เงาร่างทั้งสองล้วนถูกกระแสปราณมหาศาลดีดออกไป
“พรวด!”
ประมุขบัวดำถูกดีดอย่างแรง รู้สึกเพียงว่าเลือดลมในกายเอ่อท้นปั่นป่วน ก่อนจะกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำหนึ่งหลังจากนั้นร่างกายเขาก็ไหวเอน แม้กระทั่งยืนบนท้องฟ้าก็ยังทำไม่ได้ เขาลดระดับและถอยหลังไปหลายก้าวถึงจะหยุดฝีเท้าไว้ได้
เฟิ่งจิ่วเองก็ถูกกระแสปราณดีดออกเช่นกัน กระแสปราณแรงกล้ากระแทกนาง เลือดลมในกายปั่นป่วนไม่ต่างกัน ทว่านางก็อดกลั้นเอาไว้สุดฤทธิ์
ฝ่ายเซวียนหยวนโม่เจ๋อเมื่อเห็นนางถูกดีดสะท้อนออกไป หัวใจก็พลันหดรัด ไม่สนใจรับมือกับประมุขเทียมฟ้าอีก มาถึงข้างกายนางอย่างรวดเร็วพร้อมประคองนางที่กำลังถอยกรูดเอาไว้
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขาถามเสียงเบา มองสีหน้าซีดเซียวเล็กๆ ของนาง นัยน์ตาปรากฏความกังวลอย่างควบคุมไม่อยู่
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า เม้มปากไม่พูดจา เพียงจ้องประมุขบัวดำที่กำลังกุมหน้าอกไอเสียงดัง ทั้งยังพยายามเช็ดเลือดที่มุมปาก
โม่เฉินก็มาถึงแล้วเช่นกัน เขามองนางด้วยความกังวลเล็กน้อย กลับเห็นนางขยับฝ่ามือ กระบี่คมเขียวเล่มหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในมือนาง ประกายเยือกเย็นวาววาบ เพลิงลุกโชนดังพรึบ ราวกับคิดจะเข้าไปต่อสู้อีก
เห็นดังนั้นแล้ว สีหน้าของประมุขบัวดำพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย จ้องเฟิ่งจิ่วอย่างเคร่งขรึม ในใจรู้สึกสั่นสะท้านยิ่งนัก เขาไม่คิดเลยว่าด้วยการระเบิดของกระแสปราณสองสาย คนสองคนถูกกระแทกจนลอยหวือ ทว่าเฟิ่งจิ่วยังสู้ต่อได้อีก
ตอนนี้เขาเจ็บแปลบตรงหน้าอก ความรู้สึกนั้นทำให้เขารู้ว่าอวัยวะตันห้ากลวงหกในร่างกายได้รับบาดเจ็บไม่น้อย หากสู้ต่อไปเกรงว่าจะบาดเจ็บหนักยิ่งกว่านี้
ไม่คาดคิดเลยว่าพลังของเฟิ่งจิ่วจะกล้าแกร่งปานนี้ สองคนประมือกันเพียงกระบวนท่าเดียว ก็แทบทำให้เขาบาดเจ็บหนักจนทนไม่ไหวแล้ว เห็นทีอยากรับมือกับพวกเขาคงต้องหารือกันอีกยาว
เซวียนหยวนโม่เจ๋อยื่นมือไปกดกระบี่ที่นางถืออยู่ “คืนนี้ถือว่าได้พบหน้าพวกเขาแล้ว อนาคตยังอีกยาวไกล! พวกเรากลับเถอะ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเฟิ่งจิ่วขยับไหวเล็กน้อย ก่อนจะชี้กระบี่ยาวไปที่ประมุขบัวดำ เสียงเย็นชาเปี่ยมจิตสังหารอันแกร่งกล้าดังขึ้น “พบกันครั้งหน้า จะเป็นคราวที่ข้าเอาชีวิตเจ้าแล้ว!” กล่าวจบ นางก็จากไปพร้อมกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อและโม่เฉิน หายไปจากท้องฟ้ายามค่ำคืนในชั่วพริบตา
……….
ตอนที่ 3587 อย่างไรก็น่าเสียดาย
เห็นทั้งสามคนจากไปราวกับไม่มีตัวตน ประมุขเทียมฟ้ากุมบาดแผลลึกเห็นกระดูกตรงแขนพลางตัวสั่น เขาไม่ได้กลัว ทว่ากำลังโกรธ…โกรธจนตัวสั่น
“ไม่ได้บอกว่ามีความมั่นใจมากพอที่จะรับมือกับพวกเฟิ่งจิ่วหรือ ไยคืนนี้ประมือกันแล้วกลับพ่ายไม่เป็นท่าเช่นนี้ เจ้ามองดูที่แห่งนี้ของข้า มันถูกไฟไหม้ไปทั่วทุกที่ พวกเขาจากไปเช่นนี้ ถือว่าพวกเราเสียหน้าอย่างแท้จริง!”
ประมุขเทียมฟ้าเอ่ยด้วยโทสะ จ้องมองประมุขบัวดำแล้วแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง จากนั้นหมุนกายไปตะโกนใส่ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างหลัง “ยังมองอะไรอยู่อีก ไม่เห็นหรือว่าข้าได้รับบาดเจ็บที่แขน ยังไม่รีบห้ามเลือดใส่ยาให้ข้าอีก!”
ชายวัยกลางคนคนนั้นถูกต่อว่าโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ กลับไม่กล้าโมโหแม้แต่นิด เพียงรีบตอบรับแล้วเชิญเขากลับตำหนักเพื่อใส่ยาและทำแผล
ประมุขบัวดำจ้องมองทิศทางที่พวกเฟิ่งจิ่วจากไปด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความแค้น ดวงตากระหายเลือดปรากฏจิตสังหาร “เฟิ่งจิ่วตัวดี!”
เพียงกระบวนท่าเดียวก็รู้แพ้รู้ชนะแล้ว นางชนะ ทว่าชนะเพียงฉิวเฉียด นางไม่ได้รับบาดเจ็บเลยหรือ? นั่นเป็นไปไม่ได้! นางได้รับบาดเจ็บหนักเพราะการจู่โจมนั้น ต่อให้นางไม่ได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ก็บาดเจ็บไม่น้อยแน่นอน!
“เฟิ่งจิ่ว! อนาคตอีกยาวไกล! ต้องมีสักวันที่ข้าได้ชำระหนี้แค้นทั้งเก่าใหม่นี้กับเจ้า!”
เสียงเย็นชาถูกเสียงไฟไหม้รอบๆ กลบจนสิ้น เสียงนั้นดังกลางอากาศก่อนจะหายไป
เซวียนหยวนโม่เจ๋อประคองเฟิ่งจิ่วจากไป กระทั่งออกจากที่นั่นและมาถึงกลางป่าข้างล่างแล้ว ในที่สุดเพิ่งจิ่วก็กลั้นไว้ไม่ไหว กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
“บาดเจ็บหนักมากหรือ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะหยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกจากห้วงมิติแล้วยื่นให้นางกิน
“การจู่โจมครั้งนั้น พวกเจ้าสองคนใช้พลังไปมาก แรงดีดกลับมหาศาล เจ้าบาดเจ็บถึงเพียงนี้ ประมุขบัวดำยิ่งบาดเจ็บมากกว่า” โม่เฉินกล่าว เห็นนางมีสีหน้าซีดขาวอยู่บ้างก็เกิดความกังวล “นั่งพักก่อนเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วกลืนโอสถที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อยื่นให้ หลังจากพักได้ครู่หนึ่งแล้ว นางเช็ดครบเลือดที่มุมปาก กล่าวว่า “ไม่เป็นไร บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ถึงได้รับบาดเจ็บแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเช่นกัน อย่างน้อยก็รู้ว่าพลังของประมุขบัวดำนั้นไม่อาจดูเบาได้”
“เพลิงสวรรค์คู่ชีวิตของเจ้าเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ แต่หากประมาทถูกปราณสีดำรุกราน สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่กลยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบ หากกระตุ้นปราณบัวเขียวในกายเจ้าได้ ใช้มันข่มพลังบัวดำนั้น คาดว่ายามสู้กันมีโอกาสสำเร็จมากกว่าครึ่ง”
โม่เฉินกล่าวเสียงเรียบ ยืนอยู่ข้างๆ นางอย่างนิ่งสงบ มองนางพิงอยู่ที่อกของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อหยิบน้ำออกมาก่อนส่งให้เฟิ่งจิ่ว “ดื่มสักคำเถอะ!”
เดิมเฟิ่งจิ่วอยากปฏิเสธ แต่เห็นท่าทางไม่สบายใจของเขาแล้ว นางจึงคลี่ยิ้มแล้วรับมา จิบน้ำคำหนึ่งก่อนส่งคืนให้เขา “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าบอกแล้วว่าบาดเจ็บเล็กน้อย พักสักคืนก็หายดีแล้ว ทว่ากลับพลาดโอกาสดีในคืนนี้ไป น่าเสียดายจริงๆ”
สองคนนั้นได้รับบาดเจ็บในระดับที่ต่างกัน หากคว้าโอกาสนี้จัดการพวกเขาในคราวเดียวก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็น่าเสียดายโอกาสในคืนนี้นัก ครั้งหน้าหากอยากมีโอกาสเช่นนี้อีกคาดว่าคงไม่ง่ายแล้ว
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นดังนั้นก็กล่าวว่า “ข้าว่ายังมีโอกาสรับมือพวกเขาได้อีก ตอนนี้ร่างกายของเจ้าสำคัญกว่า”
……….