เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3626 ไม่มีถ้าหาก / ตอนที่ 3627 อ้อนวอน
ตอนที่ 3626 ไม่มีถ้าหาก
“ท่านแม่” ห้าวเอ๋อร์มาถึงข้างกายนางแล้วก็เอ่ยเรียก
เฟิ่งจิ่วยื่นมือไปจับมือเขา แล้วดึงเขาเข้ามาในอ้อมอก จากนั้นกล่าวเสียงเบา “ห้าวเอ๋อร์ แม่ส่งเจ้ากลับไปอยู่กับบิดามารดาเจ้าดีหรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ห้าวเอ๋อร์พลันตัวแข็งทื่อ ขอบตาแดงทันที เขาก้มหน้าลงไม่พูดจา เพียงเม้มปากเล็กแสดงความน้อยใจออกมา
“ห้าวเอ๋อร์” เฟิ่งจิ่วหมุนตัวเขา ให้เขาเผชิญหน้ากับนาง
“ท่านแม่ ท่านแม่ไม่ชอบห้าวเอ๋อร์หรือ” เขาเงยหน้าถามพร้อมน้ำตาคลอ ในใจเศร้าโศกและเจ็บปวด แต่พอนึกขึ้นได้ว่าท่านแม่ไม่ชอบบุรุษร้องไห้ เขาก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ทันที
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วชะงักไป นางยิ้มพลางลูบศีรษะเขา “เด็กโง่ พูดอะไรของเจ้า! แม่จะไม่ชอบห้าวเอ๋อร์ได้อย่างไร เจ้าเป็นเด็กดีตลอดกาลของแม่ แม่ชอบเจ้าที่สุด”
“แต่ท่านแม่อยากให้ห้าวเอ๋อร์ไป” เขาเบะปาก มองนางด้วยความน้อยใจ
เฟิ่งจิ่วยิ้มอย่างอ่อนโยน “แม่ไม่ได้อยากให้ห้าวเอ๋อร์ไป แต่แม่ต้องดูแลท่านพ่อ กลัวว่าจะดูแลเจ้าได้ไม่ดี อีกอย่างแม่ต้องไปหาวิธีรักษาท่านพ่อด้วย น่าจะอยู่ที่นี่ไม่นาน ตอนนี้ระดับพลังของแม่ลดลงอยู่ในระดับผู้อาวุโสเซียน แม่กังวลว่าจะปกป้องเจ้าไม่ได้ จึงคิดให้ห้าวเอ๋อร์กลับไปอยู่กับบิดามารดาเจ้า ทีนี้เจ้าจะได้ฝึกบำเพ็ญ มีบิดามารดาคอยดูแล แม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงห้าวเอ๋อร์เช่นกัน”
ห้าวเอ๋อร์ฟังจบแล้วรู้สึกดีขึ้นมา เขารู้ประสาแล้ว ขอเพียงนางพูดชัดเจน เขาย่อมเข้าใจได้ ตอนนี้ฟังนางพูดเช่นนี้ เขาคิดแล้วจึงถาม “ท่านแม่อยากไปตามหาวิธีช่วยท่านพ่อที่ไหนหรือ”
เฟิ่งจิ่วกอดเขา กล่าวเสียงเบาว่า “ที่ไหนมีวิธีก็จะไปที่นั่น เมื่อท่านพ่อเจ้าฟื้นแล้ว พวกข้าก็จะกลับมา”
“แต่หากห้าวเอ๋อร์คิดถึงท่านแม่แล้วจะทำอย่างไร”
“แม่ทิ้งป้ายหยกส่งสารไว้ให้เจ้าแล้วไม่ใช่หรือ เจ้าใช้มันพูดคุยกับแม่ได้”
สองคนสนทนากันอยู่ในลานครู่หนึ่งถึงให้เขากลับไปก่อน ส่วนนางส่งข่าวให้กับประมุขเสวียนอู่ ให้เขามาพาห้าวเอ๋อร์กลับไป
ระหว่างนั่งอยู่ในลาน นางรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ฝ่ามือ เม็ดบัวสีทองปรากฏขึ้น เห็นเม็ดบัวทองนี้แล้ว ดวงตาของเฟิ่งจิ่วทอประกายเล็กๆ
นี่คือสิ่งเดียวที่โม่เฉินทิ้งไว้ให้นาง เขาสลายหายไปจากฟ้าดิน ไม่หลงเหลืออะไร เหลือเพียงเม็ดบัวทองที่มอบให้นาง
เมื่อคิดถึงเขา ในใจนางพลันเกิดความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ รู้จักกันมานานขนาดนี้ พบหน้ากันมานานขนาดนี้ นางกลับจำเขาได้ก่อนที่เขาจะตาย เขาแสร้งทำเก่งนัก เขาซ่อนความรู้สึกและอารมณ์ทั้งหมดไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ หากไม่ใช่แววตานั้นก่อนที่เขาจะตาย นางก็ไม่มีทางรู้โดยสิ้นเชิง ว่าแท้จริงแล้วเขาก็คือเขา…
บุรุษคนนั้นที่เคยปรากฏตัวเมื่อชาติก่อน บุรุษคนนั้นที่นางเก็บซ่อนไว้ในใจเสมอก่อนที่จะพบเซวียนหยวนโม่เจ๋อ นางเจ็บปวดหัวใจนัก
สองชาติแล้ว สองชาติแล้วที่นางเห็นเขาตายไปกับตาตนเองโดยที่ทำอะไรไม่ได้ ชาติก่อนเป็นเช่นนี้ ชาตินี้ก็เป็นเช่นนี้ไม่ต่างกัน
หากนางรู้แต่แรกว่าเขาก็คือเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางให้เขาปกป้องนางโดยไม่เห็นแก่ตนเองเช่นนี้ ไม่มีทางให้เขาสังเวยชีวิตตนเองเพื่อนางเช่นนี้ ทว่าเรื่องราวมากมายบนโลก แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมีคำว่าถ้าหาก…
………
ตอนที่ 3627 อ้อนวอน (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ตลอดมานี้นางคิดว่าการคุ้มครองของโม่เฉินเป็นไปเพราะความรับผิดชอบที่เขาพร่ำพูดอยู่เสมอ แต่พอถึงวินาทีนั้นนางถึงได้รู้ ว่าแท้จริงแล้วเขาปกป้องนางเพราะเขาคือเขา เขารู้เช่นกันว่านางคือนาง…
นางกุมเม็ดบัวทองในมือ ถอนใจเบาๆ เสียงหนึ่ง พวกเขาล้วนไร้วาสนาต่อกันทั้งสองชาติ ชาติก่อนเป็นเช่นนี้ ชาตินี้ในใจนางก็มีเซวียนหยวนโม่เจ๋อเข้ามาตั้งนานแล้ว
เมื่อนึกได้ว่าเขาจำนางได้ ทว่าไม่เคยบอกกล่าวกับนางเลย เพียงคุ้มครองนางอยู่เงียบๆ นางรู้ว่าเขาหวังให้นางมีความสุข ไม่อยากรบกวนนาง ไม่อยากให้นางรู้ และคุ้มครองนางอยู่ข้างกายเสมอ
นางลุกขึ้นและกลับเข้าไปในเรือน นั่งข้างเตียงแล้วมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่บนเตียงคราหนึ่ง สุดท้ายนางหายตัวเข้าไปในห้วงมิติ ยืนอยู่ตรงหน้าน้ำพุวิญญาณ นางมองเงาสะท้อนในน้ำ แบมือออกอย่างเชื่องช้า ปรากฏเม็ดบัวสีทองอยู่กลางฝ่ามือ
นี่คือเม็ดบัวที่โม่เฉินทิ้งไว้ให้ นางอยากโยนมันเข้าไปในน้ำพุวิญญาณ เพื่อให้มันเติบโต ถือเสียว่าเป็นจิตเสี้ยวหนึ่งที่โม่เฉินทิ้งไว้ให้
นางขยับมือ โยนเม็ดบัวทองเข้าไปในน้ำพุวิญญาณ มันตกลงไปในน้ำพุวิญญาณเสียงดังตูมก่อนจมดิ่งลงไป จากนั้นนางจึงถอนสายตากลับมา มองสัตว์พันธสัญญาหลายตัวในห้วงมิติ พวกมันแหวกทางให้นางเล็กน้อย นางมองหงส์ไฟที่กำลังนอนฝึกบำเพ็ญ แล้วจึงค่อยออกมาจากห้วงมิติ
ตอนนี้นางอยากไปหาวิธีช่วยโม่เจ๋อแต่นางไม่อยากให้เขาอยู่ที่นี่ตามลำพัง จึงคิดจะพาเขาไปด้วย และในห้วงมิติก็เป็นสถานที่พักฟื้นที่ดีที่สุดแล้ว
วันต่อมา พวกเหลิ่งซวงที่ได้ยินว่านางจะไปแล้วก็พลันร้อนใจขึ้นมาทันที
ตู้ฝานยืนอยู่ตรงหน้าเฟิ่งจิ่ว กล่าวด้วยความเป็นกังวล “นายหญิง ต่อให้ร่างกายท่านตอนนี้แข็งแรงดีแล้ว แต่ข้างกายท่านขาดผู้ติดตามไม่ได้! ท่านจะออกไป อย่างน้อยก็พาพวกข้าไปด้วยเถอะ ไม่เช่นนั้นท่านไปคนเดียว พวกข้าจะวางใจลงได้อย่างไร”
เฟิ่งจิ่วกินรังนกสองคำก่อนกล่าว “ข้าไม่ได้ไปคนเดียว ข้าจะพาโม่เจ๋อไปด้วย”
นางไม่พูดก็แล้วไปเถอะ แต่พอพูดแล้ว ความกังวลบนใบหน้าของทุกคนยิ่งเปี่ยมล้นเข้าไปใหญ่
“นายหญิง ตอนนี้ท่านตั้งครรภ์อยู่ ไหนเลยจะยังดูแลเจ้าตำหนักไหว ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ท่านตั้งครรภ์ได้ไม่ถึงสามเดือน ไม่เหมาะจะใช้แรงมากเกินไป นายหญิง ต่อให้ท่านอยากไป ก็ได้โปรดไปเมื่อครรภ์มั่นคงหลังจากสามเดือนเถอะ!” ฟ่านหลินกล่าวอย่างไม่วางใจ ได้ยินว่านายหญิงตัดสินใจไป อีกทั้งต้องการพาเจ้าตำหนักไปด้วยกัน กลับไม่พาพวกเขาไปด้วย ทุกคนล้วนนั่งไม่ติดที่
“นายหญิง ท่านจะไปก็ได้โปรดพาพวกข้าไปด้วยเถอะ!”
เหลิ่งซวงและเหลิ่งหวาสองคนคุกเข่าลง เห็นพวกเขาคุกเข่าลง พวกตู้ฝานก็คุกเข่าตาม ปากเอ่ยอ้อนวอน “นายหญิง พาพวกข้าไปด้วยเถอะ”
เฟิ่งจิ่วที่กำลังกินรังนกมองพวกเขาอย่างอึ้งงัน มุ่นคิ้วกล่าวว่า “พวกเจ้าทำอะไร ลุกขึ้นให้หมด”
“นายหญิง ท่านให้พวกข้าตามไปด้วยเถอะ! ให้พวกข้าติดตามรับใช้อยู่ข้างกายท่าน นายหญิง…”
“นายหญิง ให้พวกข้าติดตามรับใช้อยู่ข้างกายท่านเถอะ! หากท่านไปแล้วไม่พาพวกข้าไปด้วย พวกข้าอยู่ที่นี่แล้วจะมีความหมายอะไร”
“ใช่แล้วฮูหยิน ตอนนี้ท่านตั้งครรภ์อยู่ หากนายท่านรู้ว่าพวกข้าปล่อยให้ท่านไปคนเดียว ไม่มีคนดูแลอยู่ข้างกาย นายท่านต้องโมโหมากแน่”
ฮุยหลางก็ขอร้องเช่นกัน ไหนเลยเขาจะวางใจให้นางพานายท่านของเขาไปคนเดียวได้ พลังของนางในตอนนี้ลดลงอยู่ในระดับผู้อาวุโสเซียน ทั้งยังตั้งครรภ์อีก หากจะพานายท่านเขาไปด้วย นางจะดูแลไหวได้อย่างไร?
………