เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3670 จากไปอย่างพร้อมเพรียงกัน / ตอนที่ 3671 ทำลาย
ตอนที่ 3670 จากไปอย่างพร้อมเพรียงกัน
ผู้นำตระกูลมู่เห็นคนในตระกูลเดินมาทางนี้ท่ามกลางความมืด ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ก่อนจะตะโกนเรียกพวกเขาเสียงหนึ่ง “ข้าอยู่ที่นี่!”
“ผู้นำตระกูล!”
ผู้อาวุโสสามนำทุกคนไป ครั้นเห็นพวกเฟิ่งจิ่วแล้วก็แปลกใจเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบพวกนางติดต่อกันถึงสองครั้งในคืนเดียว
“ผู้อาวุโสสาม ทุกคนล้วนสบายดีกระมัง” ผู้นำตระกูลมู่ถาม เห็นเพียงคนจำนวนหนึ่ง เหมือนกับว่ายังมีคนในตระกูลที่ไม่ได้มาด้วย คิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพวกเขาแล้ว
“ผู้นำตระกูลวางใจเถอะ ล้วนสบายดี” ผู้อาวุโสสามกล่าว สายตาทอดมองผู้นำตระกูลและบุรุษที่ยังคงไม่ได้สติ ก่อนถามว่า “คุณชายใหญ่บาดเจ็บหนักเลยหรือ”
“ใส่ยาแล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้สติ ไม่ได้เป็นอะไรมาก” ผู้นำตระกูลมู่กล่าว จากนั้นบอกกับทุกคนว่า “พวกข้าโชคดีมากเช่นกัน พวกเขาช่วยพวกข้าเอาไว้พอดี”
หากไม่บุกเข้ามาที่นี่ พวกเขาคงตายเพราะกรงเล็บของพวกสัตว์ร้ายเหล่านั้นไปแล้ว
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสสามจึงคารวะเฟิ่งจิ่วและพวกตู้ฝานครั้งหนึ่ง “ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือ บุญคุณนี้ใหญ่หลวงนัก คนตระกูลมู่จะไม่มีวันลืม”
“ไม่จำเป็นต้องกล่าวขอบคุณหรอก” เฟิ่งจิ่วเอ่ย เมื่อมองพวกเขาครั้งหนึ่งแล้วก็เดินเข้าไปข้างใน เตรียมตัวพักผ่อน
เห็นนางไปแล้ว ผู้นำตระกูลมู่จึงกล่าวกับคนในตระกูลว่า “คืนนี้พักอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ! ส่วนคนอื่นๆ ในตระกูล เดี๋ยวพวกเจ้าค่อยไปรับมา”
“ผู้นำตระกูล ท่านรู้หรือไม่ว่าคนที่ลอบทำร้ายท่านเป็นใคร” ผู้อาวุโสสามถาม
ผู้นำตระกูลมู่ดวงตาวาววาบเล็กน้อย คิดแล้วก็หยิบเศษผ้าชิ้นหนึ่งออกจากในแขนเสื้อ สีหน้าดำคล้ำพร้อมกล่าวว่า “เป็นเจ้าสาม” ผ้าจากแขนเสื้อชิ้นนั้นเป็นผ้าบนตัวเจ้าสาม เพียงแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะลงมือกับตน
“ข้าคิดอยู่แล้วว่าเป็นเขา! แถมเขายังอยากใส่ร้ายคนอื่นอีก บอกว่าข้าเป็นผู้ลอบทำร้ายผู้นำตระกูล! โยนความผิดให้ข้า! ตอนข้าพาทุกคนมาตามหาท่าน เขายังห้ามด้วยคำพูดสารพัด ข้าจึงรู้ว่าในใจเขาต้องคิดไม่ซื่ออยู่เป็นแน่!”
ผู้อาวุโสสามกล่าวอย่างมีน้ำโห จากนั้นสั่งทุกคนข้างหลังว่า “พวกเจ้ากลับไปพาคนมา ระวังตัวด้วย” อย่างไรเสียที่นี่ก็ห่างจากทางนั้นประมาณหนึ่ง หากเจอสัตว์ร้ายขึ้นมาก็ยุ่งยากแล้ว
“ขอรับ ผู้อาวุโสสามโปรดวางใจ พวกข้ารู้แล้ว” ทุกคนกล่าวตอบ ด้วยเห็นว่าผู้นำตระกูลกับคุณชายใหญ่ทางนี้ล้วนปลอดภัย พวกเขาย่อมวางใจลงได้เสียที คิดว่ากลับไปรับคนด้วยกันตอนนี้ไม่น่าเกิดเรื่องไม่คาดฝันอะไร
หลังจากพวกเขาไปแล้ว ผู้อาวุโสสามยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห พูดออกมาตามตรงว่ากลับไปแล้วจะต้องลงโทษคนผู้นั้นอย่างหนัก ทว่าผ่านไปพักใหญ่แล้ว หลังคนเหล่านั้นไปรับคนอื่นๆ มาถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายทอดทิ้งคนในตระกูล จากไปคนเดียวแล้ว
“ท่านสามบอกว่าผู้นำตระกูลโชคน้อย ถึงคราวซวย พวกผู้อาวุโสสามออกไปตามหาก็คงไม่มีทางรอดกลับไป ดังนั้นจึงให้พวกข้าไปด้วยกันกับเขา พวกข้าคิดว่าไม่ว่าอย่างไรก็ควรรอผู้อาวุโสสามกลับมาก่อน เขาจึงจากไปคนเดียว”
เมื่อเล่าเรื่องราวให้กับพวกผู้นำตระกูลฟังแล้ว หลายคนก็ก้มหน้าลงอย่างอดไม่ได้ เมื่อคิดถึงเรื่องที่ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ยอมเสี่ยงอันตรายไปตามหาผู้นำตระกูล ในใจจึงยิ่งรู้สึกผิด ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น
“เขาน่าจะกลับไปคนเดียวแล้ว เพียงแต่คิดรอดชีวิตจากที่นี่คนเดียวกลับยากยิ่งนัก” ผู้นำตระกูลมู่ส่ายหน้า เขามองว่าต่อให้เจ้าสามมีระดับพลังไม่ธรรมดา แต่คิดจะไปถึงค่ายกลเคลื่อนย้ายโดยปลอดภัยด้วยตัวคนเดียวนั้น นอกเสียจากไม่เจอสัตว์ร้ายจู่โจม ไม่เช่นนั้นมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะตายอยู่ในป่านี้
ผู้อาวุโสสามแค่นเสียงแรงๆ ครั้งหนึ่ง ต่อว่าทันที “สัตว์เดรัจฉานนั่นสมควรตายแล้ว ถือว่าดีสำหรับเขาแล้วจริงๆ ไม่เช่นนั้นกลับถึงตระกูลแล้วได้รับคำต่อว่าจากทุกคน เขาตายไปย่อมไม่มีหน้าไปพบบรรพบุรุษตระกูลมู่แล้ว!”
……….
ตอนที่ 3671 ทำลาย
ผู้อาวุโสสามที่กำลังต่อว่าอีกฝ่ายอยู่นั้น กลับไม่รู้ว่าชายวัยกลางคนที่เดิมทีจากไปในทิศทางที่ตรงกันข้าม เมื่อเดินไปได้ระยะหนึ่งแล้วก็ย้อนกลับมา ซ่อนตัวสังเกตการณ์อยู่ในมุมมืดตลอดเวลา จนกระทั่งตอนที่เขาเห็นคนในตระกูลกลับมาจริงๆ ถึงได้รู้ว่าพวกเขาพบพวกผู้นำตระกูลแล้ว
พอนึกขึ้นได้ว่าพวกผู้นำตระกูลยังไม่ตาย เขาก็ร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง ลอบตามหลังมาจนถึงทางนี้ เห็นพวกเขาซ่อนตัวอยู่ใกล้กับเรือเหาะทางนี้ดังคาด (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ที่แท้เป็นเช่นนี้! มิน่าเล่าถึงยังมีชีวิตอยู่ เพราะมีคนที่ระดับพลังลึกล้ำยากหยั่งคาดเหล่านี้คุ้มครองพวกเขาอยู่หรือ?
เห็นพวกเขาล้วนพักอยู่ที่นี่ เขาพลันเกิดความคิดบางอย่างในใจ ถือโอกาสเดินออกไปรอบๆ ในเวลากลางคืน คิดล่อสัตว์ร้ายมา อยากให้พวกเขาล้วนต้องตายด้วยคมเขี้ยวของสัตว์ร้าย!
แต่เขากลับไม่รู้ว่าตั้งแต่ที่เขาเข้ามาใกล้ พวกตู้ฝานก็สังเกตเห็นเขาแล้ว พวกเขานิ่งเงียบทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร ทว่าในยามค่ำคืนนั้น อิ่งอีกลับลอบจับตามองชายวัยกลางคนคนนั้นไว้แล้ว
ครั้นเห็นเขาใช้สมุนไพรโปรยรอบๆ เรือเหาะคิดล่อสัตว์ร้ายมา แววตาเย็นชาก็ฉายจิตสังหารขึ้นมา ทว่าไม่ได้ลงมือ กลับมองเขาใช้สมุนไพรล่อสัตว์ร้ายสิบกว่าตัวมา ส่วนตนเองซ่อนอยู่บนต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าคอยสังเกตการณ์
บริเวณนี้มีกลิ่นอายน่าเกรงขามของพวกเขา แม้สัตว์ร้ายพวกนั้นจะตื่นตัวเพราะแรงกระตุ้นจากสมุนไพร กลับยังคงไม่กล้าเข้าใกล้ ได้แต่วนเวียนอยู่รอบๆ เท่านั้น
อิ่งอีที่อยู่ในมุมมืดเห็นภาพนี้แล้วก็ลอบมาถึงข้างหลังชายวัยกลางคนผู้นั้น ก่อนถีบเขาลงมาโดยตรง
พลั่ก!
“อ้าก!”
เสียงถีบอย่างแรงดังขึ้น ตามด้วยเสียงโครมดังสนั่น ชายวัยกลางคนคนนั้นร้องด้วยความตกใจ ร่างกายเสียสมดุลตกลงจากต้นไม้ กระแทกบนพื้นเข้าอย่างจัง
เพราะถูกถีบแรงมาก เขาถึงกับหายใจไม่ทัน ยังไม่ทันได้กระตุ้นพลังปราณวิญญาณและพลังกาย แต่ตอนนี้เขาเพิ่งตกลงมา สัตว์ร้ายทางนั้นก็กรูกันเข้ามาแล้ว อ้าปากจู่โจมเขาด้วยฟันแหลมคม
“โฮก!”
“กรร!”
“โอ้ย! อ้าก! อย่า! ออกไป!”
เสียงสัตว์ร้ายเคล้าเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว เสียงร้องน่าเวทนาหลายเสียงนั้นดังอยู่ท่ามกลางยามค่ำคืน เข้าหูพวกเขาทุกคนอย่างชัดเจน
“เป็นเสียงของเจ้าสาม!”
คนตระกูลมู่ชะงักไปพร้อมหันมองไปทางนั้นทันที ท่ามกลางป่ารกชัฏ พวกเขามองไม่เห็นเงาร่างที่อยากเห็น ได้ยินเพียงเสียงคำรามของสัตว์ร้าย ไปจนถึงเสียงร้องโหยหวนที่คุ้นเคย
ผู้นำตระกูลมู่กับผู้อาวุโสสามสบตากัน สองคนกระตุ้นปราณ กระโดดขึ้นไปดูบนที่สูง เมื่อเห็นแล้วก็อดสูดลมหายใจเย็นๆ เข้าปอดไม่ได้ พวกเขาเห็นสัตว์ร้ายสิบกว่าตัวล้อมรอบฉีกทึ้งเขาคนเดียว เขาถูกเตะกลิ้งไปมาอยู่บนพื้น สัตว์ร้ายพวกนั้นไม่ได้กัดเขาตายทันที กลับเห็นเขาเหมือนเป็นของเล่น
บางครั้งกัดลึก บางครั้งกัดตื้น บัดนี้เขาเลือดโชกเต็มตัว ส่งเสียงหวีดร้องอย่างต่อเนื่อง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นแผ่ไปในอากาศ จนกระทั่งพวกเขามองเห็นแขนข้างหนึ่งของเขาถูกสัตว์ร้ายตัวหนึ่งกัดขาด ภาพนี้ชวนขนลุกขนพองเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะผู้นำตระกูลมู่ เขารู้ว่าหากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาสองบิดาบุตรโชคดีพ้นเคราะห์มาได้ จุดจบของเจ้าสามในตอนนี้อาจเป็นจุดจบของพวกเขาก็เป็นได้
ด้วยเหตุนี้มองเห็นภาพนี้ในตอนนี้แล้ว แม้เขาจะรู้สึกหวั่นใจอยู่บ้าง ทว่ายังคงมองด้วยสายตาเย็นชา ทุกอย่างนี้ล้วนเป็นเขาที่เลือกเอง กล่าวโทษคนอื่นไม่ได้!
แกรก!
“อ้าก!”
เสียงกระดูกหักดังออกมา ตามมาด้วยเสียงร้องดังลั่น เสียงนั้นค่อยๆ เบาลง จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลืออีกต่อไป…
……….