เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3668 สมุนไพรวิญญาณสามชนิด / ตอนที่ 3669 สำนักเซียนนภาพิสุทธิ์
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 3668 สมุนไพรวิญญาณสามชนิด / ตอนที่ 3669 สำนักเซียนนภาพิสุทธิ์
ตอนที่ 3668 สมุนไพรวิญญาณสามชนิด
“ผู้นำตระกูล ท่านอยู่ที่ไหน ผู้นำตระกูล!”
“คุณชายใหญ่!”
“คุณชายใหญ่! เจ้าอยู่ที่ไหน...”
“ผู้นำตระกูล!”
ตู้ฝานที่พักอยู่ข้างกองไฟมองผู้นำตระกูลมู่พลางยิ้ม “เจ้าโชคดีทีเดียว หากไม่พบนายหญิงของข้า คาดว่าคงรอดยากแล้ว”
ได้ฟังดังนั้นผู้นำตระกูลมู่ก็ยิ้มออกมา “ได้พบนางถือเป็นโชคดีของพวกข้าบิดาบุตร” ที่จริงแล้วหากไม่พบพวกนาง พวกเขาบิดาบุตรจะมีโอกาสรอดชีวิตได้อย่างไรกัน
“พวกเจ้าบาดเจ็บไม่น้อยเลย จะออกจากป่าในสภาพนี้ได้หรือ” ตู้ฝานขยับพัดในมืออย่างแผ่วเบา สายตามองไปยังชายหนุ่มที่หมดสติคนนั้น
“ความจริงแล้วค่ายกลเคลื่อนย้ายของตระกูลข้าห่างจากที่นี่ไม่ไกลมาก ใช้เวลาเพียงสองสามวันก็ไปถึงได้แล้ว” ผู้นำตระกูลมู่กล่าว แล้วกล่าวต่อว่า “คนที่ออกมาด้วยกันครั้งนี้ล้วนเป็นบุคคลระดับแถวหน้าของตระกูล ไม่เช่นนั้นคงเข้ามาในส่วนลึกของป่านี้ไม่ได้ ทว่าพวกเขาประเมินอันตรายข้างในนี้ต่ำเกินไป”
แววตาของตู้ฝานวาววาบเล็กน้อย ถามว่า “พวกเจ้ามาฝึกวิชากันที่นี่หรือ”
สำหรับคำถามนี้ ผู้นำตระกูลมู่ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นยิ้มว่า “หากเป็นคนอื่นถาม ข้าจะไม่มีทางบอกเขา แต่ท่านทั้งหลายเป็นผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตของพวกข้า ในเมื่อถามแล้ว ข้าย่อมตอบตามความจริง”
ผู้นำตระกูลมู่มองตู้ฝาน “ที่จริงแล้วพวกข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อฝึกวิชา และทั่วไปแล้วแดนเถื่อนรกร้างแห่งนี้ คนทั่วไปไม่มีทางมาฝึกวิชาที่นี่ มันอันตรายเกินไป แต่เพราะความอันตรายนี้ทำให้ข้างในมีสิ่งที่หาจากข้างนอกไม่ได้มากมาย เช่นสมุนไพรวิญญาณอายุหลายปี ตระกูลของพวกข้ามาที่นี่ก็เพื่อสมุนไพรวิญญาณพันปีสามชนิด”
“เอ๋? สมุนไพรวิญญาณสามชนิดไหน”
เสียงที่เจือความเกียจคร้านอยู่สามส่วนดังมา ทำให้ผู้นำตระกูลมู่ที่นั่งอยู่ข้างกองไฟมองตามเสียงนั้นไป ก่อนจะเห็นหญิงงามในชุดสีแดงยืนอยู่บนเรือเหาะที่กำลังสว่างไสว ดวงตาจ้องมองมาทางพวกเขา
แม้จะเป็นคนที่อยู่ในวัยกลางคนแล้ว แต่เมื่อเห็นสตรีชุดแดงในระยะใกล้เช่นนี้ เขาก็ยังคงตกตะลึงในความงามของนางไปชั่วขณะเช่นกัน
“นี่คือนายหญิงของข้า” เสียงของตู้ฝานดังมาจากข้างๆ
ผู้นำตระกูลมู่ค่อยๆ ดึงสติกลับมา ลุกขึ้นยืนแล้วประสานมือคารวะเฟิ่งจิ่วที่อยู่บนเรือเหาะ “ข้าคนแซ่มู่ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ”
เขาประหลาดใจอยู่บ้าง เดิมทีเหลือบมองอยู่ไกลๆ อีกทั้งทุกคนบนเรือเหาะล้วนแล้วแค่โดดเด่น จึงไม่อาจรู้ได้ว่านายหญิงที่พวกเขาพูดถึงคือคนไหน ตอนนี้รู้แล้ว กลับเป็นสตรีชุดแดงที่งามเลิศคนนี้นี่เอง
นางยืนนิ่งๆ อยู่บนเรือเหาะ กลิ่นอายสูงส่งสง่างามแผ่ออกมาทั่วกาย ดวงตาเย็นชาบนใบหน้างดงามคล้ายกับเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ทำให้คนไม่กล้ามองตรงๆ นางเพียงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบเชียบ ก็ทำให้คนรู้สึกถึงกลิ่นอายของผู้แข็งแกร่งที่ไม่อาจมองข้ามได้แล้ว
“เรื่องเล็กน้อย” เฟิ่งจิ่วกล่าวเสียงเรียบ พลางมองผู้นำตระกูลมู่ “ในป่าผืนนี้มีสมุนไพรวิญญาณพันปีด้วยหรือ”
“มี เพียงแต่หายากเป็นอย่างยิ่ง พวกข้าตามหาอยู่ที่นี่หลายเดือนกว่าจะพบ” เขาพูดพลางหยิบกล่องน้ำแข็งขนาดใหญ่ออกมาจากในห้วงมิติ เมื่อเปิดกล่องน้ำแข็งที่เก็บสมุนไพรวิญญาณอยู่ออก สมุนไพรวิญญาณสามชนิดที่อยู่ข้างในก็พลันปรากฏต่อหน้าพวกเฟิ่งจิ่วอย่างชัดเจน
“เป็นสมุนไพรวิญญาณสามชนิดนี้”
เฟิ่งจิ่วมองสมุนไพรวิญญาณสามต้นนั้นครั้งหนึ่ง ก่อนถอนสายตากลับมาอย่างเย็นชา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เอ่ยเสียงนุ่มว่า “เจ้ากลับวางใจนำสมุนไพรวิญญาณพันปีสามต้นนี้ออกมา ไม่กลัวพวกข้าเกิดความคิดอยากแย่งชิงหรือ”
……….
ตอนที่ 3669 สำนักเซียนนภาพิสุทธิ์ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้นำตระกูลมู่หัวเราะเสียงดัง “จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าคนแซ่มู่เคยพบเห็นคนมาแล้วไม่น้อย ตามที่ข้าสังเกต ทุกท่านล้วนเป็นบุคคลชั้นยอด แล้วจะสนใจสมุนไพรวิญญาณพันปีสามต้นนี้ไปทำไมกัน ยิ่งไปกว่านั้น ดูจากสมุนไพรวิญญาณห้ามเลือดที่คุณชายคนนั้นนำออกมาช่วยพวกข้าบิดาบุตรก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว ข้างกายท่านมีบุคคลเช่นนี้ติดตามอยู่ ไฉนเลยจะชายตามองสมุนไพรวิญญาณจิ๊บจ๊อยสามชนิดนี้”
คนพวกนี้ไม่ธรรมดาปานนี้ ต่อให้วางสมุนไพรวิญญาณพันปีสามชนิดนี้ลงตรงหน้าพวกเขา ตนก็เชื่อว่าพวกเขาไม่มีทางสนใจ และจากตอนที่เขานำสมุนไพรวิญญาณสามต้นนั้นออกมาให้ดู สิ่งที่เขาคาดเดาเอาไว้ก็เป็นจริงเช่นนั้น สีหน้าของพวกเขายังคงเดิม ไม่มีความคิดอื่นใดเลยสักนิด
เห็นดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วยิ้มน้อยๆ ก่อนถามต่อว่า “เจ้าจะใช้สมุนไพรวิญญาณนี้ทำอะไร” ทุ่มกำลังตามหาสมุนไพรวิญญาณสามชนิดเช่นนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าสมุนไพรพวกนี้ต้องมีประโยชน์อย่างยิ่งยวดเป็นแน่
เพราะเดาว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่นี่ ดังนั้นพอนางถามเช่นนี้แล้ว ผู้นำตระกูลกลับรู้สึกว่าไม่แปลกอะไร เขาจึงยิ้มมองเฟิ่งจิ่วพลางอธิบาย “พื้นที่นี้ไม่มีประมุขปกครอง แต่ที่นี่มีสี่สำนักใหญ่ และสี่พรรคใหญ่ อำนาจของพวกเขามหาศาลครอบครองบริเวณหนึ่ง หากได้รับความคุ้มครอง ตระกูลนั้นจะรุ่งเรืองถึงขีดสุด ไม่มีใครกล้ารุกราน”
“ครั้งนี้สำนักเซียนนภาพิสุทธิ์หนึ่งในสี่สำนักใหญ่มีตระกูลที่มีชื่อเสียงอยู่สิบตระกูลที่อยู่ระหว่างการคัดเลือก ด้วยเหตุนี้คนจากที่ต่างๆ จึงคิดเข้าชิงชัย แต่เงื่อนไขเข้าร่วมกลับต้องมอบสมุนไพรวิญญาณพันปีสามชนิด ดังนั้น…”
เขาไม่ได้พูดต่อ แต่พวกเฟิ่งจิ่วกลับแจ่มแจ้งในใจแล้ว
“ที่แท้เป็นเช่นนี้”
นางพยักหน้าด้วยความเข้าใจ รู้สึกว่าแดนสวรรค์เก้าลี้ลับช่างแปลกเสียจริง แทนที่จะอาศัยอำนาจของสำนักใหญ่พวกนั้น มิสู้ทำให้ตนเองแข็งแกร่งไม่ดีกว่าหรือ แต่นางในตอนนี้ยังไม่คุ้นชินกับสภาพการณ์โดยรอบของที่นี่ จึงไม่ได้พูดอะไรมาก
“ตอนนั้นการคัดเลือกสิบตระกูลของสำนักนภาพิสุทธิ์น่าจะดุเดือดมาก แถมการคัดเลือกต้องเป็นเหตุการณ์ใหญ่เช่นกัน หากทุกท่านมีเวลาก็ไปชมที่สำนักเซียนนภาพิสุทธิ์สักครั้ง”
ขณะกำลังพูด เขาได้ยินเสียงเรียกรางๆ จากที่ไกลออกไป ทั้งยังได้ยินเสียงเรียกผู้นำตระกูลตามมาด้วย ผู้นำตระกูลมู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนรีบลุกขึ้นยืนทันที
“ท่าทางเป็นคนจากตระกูลเจ้ามาตามหาแล้ว” ฟ่านหลินยิ้ม มองไปยังที่ที่ห่างออกไปไม่ไกล “กล้าออกมาตามหาดึกดื่นเช่นนี้ คนในตระกูลของเจ้าดูท่าทางไม่เลวเลย”
ผู้นำตระกูลมู่เก็บสมุนไพรวิญญาณสามชนิดเข้าไปในแหวนห้วงมิติ แล้วกล่าวกับตู้ฝานว่า “ตระกูลมู่มีระเบียบเคร่งครัด ทั่วทั้งตระกูลเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พวกเขามาตามหาข้าเป็นเรื่องที่สมควรทำ”
“เอ๋? เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน?” ตู้ฝานหัวเราะขึ้นมา กวาดสายตามองบนกายเขา ราวกับกำลังเตือนอะไรบางอย่างกับเขา
ผู้นำตระกูลมู่ถูกเขามองเช่นนี้แล้วก็นึกถึงผู้ร้ายที่ผลักเขาให้ออกไปตายขึ้นมา สีหน้าพลันดำคล้ำในทันใด “ผู้ร้ายคนนั้น ข้าจะต้องหาตัวให้พบ! ตระกูลมู่เก็บคนเช่นนี้เอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด!”
“ผู้นำตระกูล! ผู้นำตระกูลท่านอยู่ที่ไหน...”
“ข้าอยู่ตรงนี้!” ผู้นำตระกูลมู่ตะโกนเสียงขรึม
คนที่กำลังตามหาอยู่ในป่าได้ยินเสียงแล้วก็ชะงักไปทันที “ข้าคล้ายจะได้ยินเสียงของผู้นำตระกูล”
“ข้าก็ได้ยินเช่นกัน!”
“เสียงดังมาจากทางนั้น!”
“ทางนั้นเป็นตำแหน่งจอดเรือเหาะนั่นไม่ใช่หรือ”
“อ๊ะ! พวกเราโง่เสียจริง! เหตุใดไม่รู้จักไปตามหาทางนั้นนะ หากผู้นำตระกูลยังไม่ตาย เขาน่าจะอยู่ทางนั้นแน่!”
“เร็วเข้า รีบตามข้าไปดูหน่อย” ผู้อาวุโสสามตะโกน ก่อนนำทุกคนไปยังทิศทางของเรือเหาะอย่างรวดเร็ว
……….