เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3682 พลัง / ตอนที่ 3683 ไม่รู้จักพวกเขา
ตอนที่ 3682 พลัง
ทว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาคาดไม่ถึงคือ พวกเขาก้าวเข้าประตูโรงเตี๊ยมไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ท่านเซียนทั้งหลาย โรงเตี๊ยมถูกเหมาแล้ว แขกข้างในสั่งไว้ว่าใครอื่นห้ามเข้ามา”
เสี่ยวเอ้อร์สองคนกล่าวขอโทษอยู่ที่หน้าประตู ตอนที่เห็นอีกฝ่ายยืนอยู่ข้างนอกประตูเมื่อครู่นี้ พวกเขาก็รอคอยเวลานี้อยู่แล้ว ไม่ใช่เพื่อต้อนรับ แต่เพื่อห้ามไม่ให้พวกเขาเข้ามา อย่างไรเสียแขกข้างในก็จ่ายเงินแล้วไม่น้อย เรื่องที่สั่งไว้ พวกเขาย่อมต้องทำให้ได้
“พวกข้าคือคนจากสำนักเซียนนภาพิสุทธิ์ เจ้าไปบอกแขกข้างในที บอกว่าพวกข้าอยากหารือกับพวกเขาหน่อย เจียดห้องให้พวกข้าสักสองสามห้องได้หรือไม่” ชายวัยกลางคนกล่าว สีหน้ายามพูดจามีความมั่นใจอยู่หลายส่วน
เขามองว่าขอเพียงบอกชื่อสำนักเซียนนภาพิสุทธิ์ แม้อีกฝ่ายเป็นตระกูลใหญ่ก็คงไม่กล้าไร้มารยาทกับพวกเขาเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่มีทางพักโรงเตี๊ยมแห่งนี้ทุกห้อง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าหลังจากฟังคำของเขาแล้ว เสี่ยวเอ้อร์สองคนนั้นยังคงเฝ้าอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าลำบากใจอยู่บ้าง ไม่ขยับหนีแม้แต่ครึ่งก้าว
“ท่านเซียน แขกข้างในบอกไว้ว่าไม่ชอบถูกรบกวน ใครมาก็เข้าไปไม่ได้ทั้งนั้น เอ่อ คือ…”
ฟังดังนั้นแล้ว สีหน้าของชายวัยกลางคนพลันดำคล้ำ ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร ศิษย์ชายสองคนข้างๆ เขาก็แค่นหัวเราะเสียงเย็น “ใครกันสามหาวขนาดนี้ แถมยังบอกอีกว่าไม่ว่าใครมาก็ห้ามเข้าไปทั้งนั้น? พวกข้าจะเข้า แล้วพวกเขาจะทำอะไรข้าได้”
สิ้นเสียงนั้นแล้ว ชายสองคนนั้นพลันผลักเสี่ยวเอ้อร์สองคนที่ขวางหน้าประตูออกไป แล้วก้าวเท้าผ่านประตูเดินเข้าไปข้างในทันที ทว่าก้าวแรกที่พวกเขาก้าวออกมา ยังไม่ทันได้เข้าสู่พื้นที่ของโรงเตี๊ยม คนทั้งสองก็ถูกแรงสายหนึ่งดีดออกไปแล้ว
“อ้าก!”
“อ้าก!”
เสียงร้องด้วยความตกใจสองเสียงดังขึ้น เงาร่างสองสายลอยหวือออกไปโดยพลัน ไม่ทันได้ตอบสนองด้วยซ้ำ ก่อนที่จะกระแทกลงบนพื้นถนนใหญ่ข้างนอกอย่างแรง
“ศิษย์พี่สาม!”
“ศิษย์น้องเจ็ด!”
ทุกคนต่างตกใจ รีบประคองพวกเขาสองคนลุกขึ้น “เป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บหรือไม่”
สองคนถูกจู่โจมกระเด็นไปโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่ได้รับบาดเจ็บหนัก เพียงแต่หลังจากได้รับการจู่โจมนั้นแล้ว เหมือนกับว่าลมหายใจถูกกดเอาไว้ตรงหน้าอก ไม่อาจหายใจได้แม้แต่นิดเดียว พวกเขาลูบหน้าอก สูดหายใจเข้าอย่างแรงแล้วผ่อนลมหายใจออกมา คราวนี้ถึงค่อยรู้สึกเหมือนว่าตนเองรอดชีวิตมาได้
เพียงแต่สองคนที่สงบใจลงได้แล้วกลับหน้าแดงเถือก โมโหเป็นอย่างยิ่ง นึกขึ้นว่าหลังจากพวกเขากราบเข้าสำนักเซียนแล้ว ใครเล่าเห็นพวกเขาแล้วไม่เกรงอกเกรงใจบ้าง ต่อให้เป็นตอนก่อนเข้าสู่สำนักเซียน พวกเขาก็เป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ เคยถูกเหยียดหยามเช่นนี้ที่ไหนกัน
ตอนนี้เอง พวกเขากลับไม่คิดว่าหากพวกเขาไม่บุกรุกเข้าไป จะถูกโจมตีลอยออกไปเช่นนี้หรือไม่
“ใครกัน! ออกมา!”
สองคนตะโกนด้วยความโมโห ผลักคนที่ประคองพวกเขาออกไป จากนั้นสาวเท้าก้าวใหญ่ไปข้างหน้า กระนั้นยังไม่ทันเดินเข้าไปข้างใน ก็ได้ยินเสียงไม่ยี่หระสายหนึ่งดังออกมาจากข้างใน
“หากไม่อยากล้มอีกครั้ง ข้าแนะนำพวกเจ้าว่าอย่าบุกเข้ามาจะดีกว่า” ตู้ฝานขยับพัดในมือ ก่อนจะเดินลงบันไดมาจากชั้นสองด้วยท่าทางสบายๆ
สองคนนั้นพอเห็นว่าคนที่ลงมาคือบุรุษที่ดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพวกตนก็อดโมโหไม่ได้ ตวาดเสียงกร้าวว่า “เจ้าเป็นคนลงมือ?” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ตู้ฝานเดินลงบันไดอย่างสบายใจ ทว่ากลับไม่ได้เดินไปถึงข้างหน้าประตู เพียงนั่งลงตรงโต๊ะข้างบันไดตัวหนึ่ง แล้วกล่าวกับเสี่ยวเอ้อร์ว่า “เสี่ยวเอ้อร์ ให้ทางห้องครัวเตรียมสุราอาหารเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่”
……….
ตอนที่ 3683 ไม่รู้จักพวกเขา
เสี่ยวเอ้อร์ดึงสติกลับมา รีบกล่าวว่า “ข้าจะไปดูที่ห้องครัวเดี๋ยวนี้” พูดแล้วก็วิ่งไปที่หลังครัวอย่างรวดเร็ว ส่วนอีกคนหนึ่งรั้งอยู่ข้างหน้าตรงนี้
หลงจู๊เห็นว่าบรรยากาศในโรงเตี๊ยมคล้ายกับตึงเครียดอยู่บ้าง จึงอดกลืนน้ำลายด้วยความเครียดเกร็งไม่ได้ คนพวกนั้นเป็นคนของสำนัก แขกของโรงเตี๊ยมเหล่านี้ก็ดูมีที่มาไม่ธรรมดา ทั้งสองฝ่ายไม่วิวาทกันจะดีที่สุด ไม่เช่นนั้นโรงเตี๊ยมของเขาคงต้องราบเป็นหน้ากลองแน่!
ชายวัยกลางคนยกมือขวางสองคนที่กำลังจะเดินเข้าไป ขณะเดียวกันนั้นก็ปรามพวกเขาด้วยสายตา เมื่อเห็นพวกเขาก้มหน้าลงและถอยหลังไปด้วยความไม่พอใจ เขาถึงมองชายที่นั่งไขว่ห้างขยับพัดอย่างเบามืออยู่ข้างใน
เขายิ้ม ประสานมือพลางถาม “ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไร”
ตู้ฝานไม่มองเขา เพียงเรียกเสี่ยวเอ้อร์ที่คอยท่าอยู่ข้างๆ “เสี่ยวเอ้อร์ นำสุรามากาหนึ่ง นำกับแกล้มมาด้วยสักสองสามอย่าง”
ตอนนี้ไป๋ชิงเฉิงที่อยู่ชั้นบนเดินลงมาแล้ว นางสวมชุดสีขาวทั้งตัว กลิ่นอายบนกายโดดเด่นมีเอกลักษณ์ เดิมทีนางก็เป็นคนตระกูลใหญ่อยู่แล้ว แน่นอนว่ามีกลิ่นอายย่อมไม่ธรรมดา กอปรกับเครื่องหน้างามล่มเมืองของนาง เมื่อก้าวลงมาอย่างช้าๆ เช่นนี้ แม้แต่ศิษย์สำนักเซียนเหล่านั้นก็ต้องตื่นตะลึงเพราะความงดงามจนสั่นคลอนจิตใจนี้
ศิษย์หญิงหลายคนเห็นเช่นนี้ นัยน์ตาพลันฉายแววริษยา กัดริมฝีปากล่างเบาๆ จ้องมองสตรีชุดขาวใบหน้างามล่มเมืองด้วยสายตาเย็นชา
สวมชุดสีขาวเช่นเดียวกัน พวกนางเองก็ใช่ว่าหน้าตาธรรมดา กลับไม่คิดว่าเมื่อเทียบกับอีกฝ่ายเช่นนี้แล้วกลับเทียบไม่ติด แล้วจะให้พวกนางชอบใจได้อย่างไรกัน?
“เหตุใดเจ้าถึงลงมา” ตู้ฝานมองไป๋ชิงเฉิง
“ข้าลงมาดูว่าอาหารพร้อมแล้วหรือยัง” นางพูด จากนั้นเพียงกวาดสายตามองคนพวกนั้น แล้วเดินไปทางหลังครัว ไม่นานนักในมือนางก็มีถาดเพิ่มขึ้นมาใบหนึ่ง บนนั้นวางอาหารที่เพิ่งทำเสร็จสองสามอย่างไว้ มุ่งหน้าขึ้นชั้นบนไป
“ทีแรกคิดว่านอนหลับสักตื่นแล้วค่อยกินข้าว แต่ในเมื่ออาหารเสร็จแล้ว พวกเรากินก่อนแล้วค่อยนอนแล้วกัน!”
หลัวอวี่กับเว่ยเฟิงสองคนเดินออกมาจากด้านในห้อง สองคนเดินพลางพูดคุยกันไปพลาง มาถึงข้างโต๊ะของตู้ฝานที่ชั้นล่างแล้วก็นั่งลง เหลือบมองคนที่ยืนอยู่ข้างนอกครั้งหนึ่ง ก่อนถามว่า “คนพวกนั้นยืนทำอะไรอยู่ข้างนอก”
“ใครจะรู้! ข้าไม่รู้จักพวกเขาเสียด้วย” ตู้ฝานพูดอย่างสบายๆ เทสุราใส่ถ้วยแล้วจิบคำหนึ่ง จากนั้นกินกับแกล้มคำหนึ่ง
ถูกมองข้ามเช่นนี้แล้ว อย่าว่าแต่ศิษย์สำนักพวกนั้นเลย แม้แต่สีหน้าของชายวัยกลางคนก็ดำคล้ำขึ้นมาแล้ว เขาจ้องมองพวกตู้ฝานครั้งหนึ่ง เม้มปากแล้วพูดว่า “พวกท่านสูงส่งนัก แม้แต่คนของสำนักเซียนนภาพิสุทธิ์ก็ไม่อยู่ในสายตา เห็นทีพวกท่านต้องเป็นคนของสำนักพรรคไหนกระมัง”
อีกฝ่ายยังคงไม่เอ่ยวาจา ไม่ชายตาแลพวกเขาตรงนี้สักครั้ง ชายวัยกลางคนหรี่ตาทันควัน “ข้าคนแซ่โจวไม่ใช่คนเก่ง กระนั้นยังอยากขอให้พวกท่านชี้แนะสักสองสามกระบวนท่า!” สิ้นเสียงนั้น คล้ายกับว่ามีเสียงของบางอย่างพุ่งใส่ตู้ฝานดังสวบ
เดิมทีตู้ฝานอยากคีบกับแกล้มกิน ใครเล่าจะรู้ว่าคนที่ยืนอยู่ข้างนอกประตูใช้อะไรบางอย่างจู่โจมเขา เขาขยับมือทันที ใช้ตะเกียบคีบสิ่งที่พุ่งเข้ามาเอาไว้
เขามองตัวอักษร 战 (รบ) สีแดงสดบนป้ายหยกสีขาวชิ้นนั้น ก่อนจะถามด้วยความประหลาดใจว่า “นี่คืออะไร” ตะเกียบของเขาคีบป้ายนั้นพลางพิจารณาซ้ายทีขวาที
……….