เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน - ตอนที่ 43 ต้าซือมิ่งผู้งดงาม!
ใบอู๋ถงร่วงหล่นดุจดั่งดอกไม้เพลิง รายล้อมอยู่รอบกายชายหนุ่ม
ผู้ซึ่งสวมอาภรณ์สีดำเข้มที่นั่งอยู่ริมต้นไม้ ใบไม้ร่วงโรยดาษเดื่อน
ละมุนสายตามิรู้จบ
“…” ทันทีที่ดอกไม้เพลิงสัมผัสพื้นก็จะสูญสลายไร้สำเนียง ครั้น
ยามที่สัมผัสพื้น กลับมีแสงสีม่วงสาดกระเซ็น ใบต้นอู๋ถงเหมือนเปลว
เพลิง เมื่อสีแดงและสีม่วงปะทะกันก็ก่อให้เกิดเป็นภาพอันสวยสด
งดงาม
ชายหนุ่มนิรนามอายุยี่สิบต้นๆ ในเสื้อคลุมสีดำสนิท กลับ
กลายเป็นจุดเด่นที่สุดของภาพนี้! ความสูงส่งงดงามเปล่งรัศมีออกมา
รอบกาย เทพแห่งแสงสว่างผู้อยู่เหนือผู้คนเช่นเขา ส่องแสงเรืองรอง
ทำให้เกิดเป็นภาพอันสวยสดงดงามโดยรอบ
แม้ว่าเขาจะถูกเทพแห่งแสงสว่าง ‘ซ่อน’ ไว้ ทว่าขนตางอนหนา
เป็นแพ ดวงตาเรียวยาวราวภาพเขียน ขนคิ้วสีดำเข้มดุจสีของน ้า
หมึก กล้ามเนื้อผิวพรรณงดงามเฉกเช่นหยกเจียระไน สันจมูกตั้งตรง
เป็นคมสัน และริมฝีปากแดงระเรื่อ ทั้งหมดนี้ของเขาไม่อาจถูกเทพ
แห่งแสดงสว่างแย่งชิงความเลิศล ้าเหล่านั้นไปได้
เขาเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่สดใส เหมือนจันทรานวลผ่อง ทั้งยัง
เหมือนหมู่ดาราหลากสีสันที่อยู่บนนภา ซึ่งทำลายภาพวาดสีสัน
สดใสภาพอื่นไปจนสิ้น เหมือนมีเวทมนต์ดึงดูดให้ทุกสายตามองไปที่
เขา
แม้ในขณะนี้เขากำลังหลับตาราวกับว่าจมอยู่ในสภาวะที่ไม่อาจ
หยั่งรู้ได้ ทว่านั่นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความงามและความพิเศษที่
ออกมาจากตัวเขาได้เลย! ความงดงามอันเย้ายวนที่ชวนให้คนหลง
เสน่ห์ ทั้งอยากเคารพและอยากอยู่ให้ไกล
……
“อ้ะ! อ้ะเนะเนะ!…” เจ้าตัวน้อยเปล่งเสียงเล็กๆ ออกมา! ยิ่งเข้าไป
ใกล้บุรุษรูปงามผู้นั้นมากเท่าไร เขาก็ยิ่งร้องเสียงดัง! ยิ่งตื่นเต้น! และ
ยิ่งฮึกเหิมมากเท่านั้น! ประหนึ่งว่าเขาสามารถรับรู้ได้ถึงการดำรงอยู่
ของชายรูปงามผู้นี้
ในความเป็นจริง เยี่ยนเสี่ยวเป่าสามารถรับรู้ได้จริงๆ และเขายัง
สามารถรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างของอีกฝ่าย ที่มีกลิ่นอายที่เขาชื่น
ชอบอันคล้ายกับท่านแม่คนงามของเขา! ทำให้เขาอยากจะ ‘เข้าไป
ใกล้’ กลิ่นอายอันคุ้นเคยนั้น
แม้ว่าตอนนี้เยี่ยนเสี่ยวเป่ายังไม่เจอตัวคน แต่เขาก็ตื่นเต้นคึกคัก
อย่างยิ่ง! ถ้าเขามีพละกำลังมากพอ เขาคงกระโจนเข้าไปหาแล้ว
น่าเสียดายที่เขาทำไม่ได้ ดังนั้น…
“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าพบว่า หลังจากที่เขาค่อยๆ เคลื่อนตัวออก
จากกลิ่นอายอันคุ้นเคยนั้น เขาก็เริ่มสับสน! จึงตะโกนอย่างไม่พอใจ
ขึ้นทันที “อ้า! อ้า…”
“เกิดอะไรขึ้นหรือ” ในที่สุดหยางชีซานก็ตระหนักได้ว่ามี
บางอย่างผิดปกติกับเจ้าตัวน้อยนี้
เยี่ยนจื่ออวี๋ก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน นางจึงรีบไปรับตัวลูกน้อยทันที
“เสี่ยวเป่า เกิดอะไรขึ้นหรือ”
“อ้ะเนะเนะ! อ้ะเนะเนะ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าโผเข้าสู่อ้อมแขนของ
ท่านแม่คนงาม พลางใช้นิ้วมือเล็กๆ อันอวบอ้วนนั่นชี้บอกทางอย่าง
กระตือรือร้น คล้ายจะบอกว่า ‘ข้าจะไป’ ถ้าไม่พาไปข้าจะร้องไห้นะ
เยี่ยนอวี๋จำต้องหยุดฝีเท้าอย่างเสียมิได้ มองไปยังทิศทางที่ลูก
ของนางชี้บอก และถามว่า “ที่นั่นคืออะไรหรือเจ้าคะ”
“ที่ใดอย่างนั้นหรือ” เยี่ยนชิงเดินตามมืออันอวบอ้วนของ
หลานชายอย่างฉงน แล้วเพ่งสายตาไปยังป่าเขียวชอุ่ม ไม่เห็นอะไร
เลย แค่ป่าเท่านั้นเอง?
เยี่ยนอวี๋ขมวดคิ้วมุ่น แล้วจึงพาลูกเดินมุ่งหน้าเข้าไปในป่า ทำให้
สองพ่อลูกเยี่ยนชิงตกตะลึง แล้วรีบเดินตามไปติดๆ
“อ้า! อ้ะเนะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ากำชายเสื้อของมารดาแน่นด้วย
ความดีใจเหลือประมาณ ตื่นเต้นจนร่างทั้งร่างกลายเป็น ‘สีแดง’ ทำ
ให้เยี่ยนชิงกังวลเล็กๆ ว่าหลานชายอาจมีไข้ตัวร้อนขึ้นอีก
หยางชีซานก็ค่อนข้างประหลาดใจ จึงเดินตามครอบครัวตัววุ่น
ไป พลางเอ่ยเตือนขึ้นว่า “สถานที่แห่งนี้เป็นที่ของยาอายุวัฒนะเพลิง
พวกเจ้าอย่าไปรบกวนพวกมันเลย”
“อ้ะเนะเนะ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าไม่ได้ฟังอะไรพวกนั้น เขาสัมผัสได้
ว่ากลิ่นอายอันคุ้นเคยอยู่ตรงหน้าเขา! อยู่ตรงหน้านี่เอง!
อย่างไรก็ตาม เยี่ยนอวี๋ก็สามารถรับรู้ได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีมิติ
ลึกลับซ่อนอยู่ในบริเวณนี้ นางสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอัน
เข้มข้นอยู่ในนั้นลางๆ รวมถึงแก่นวิญญาณบริสุทธิ์ แต่นางมิอาจ
สัมผัสถึงทางเข้าได้
นางเชื่อว่าเสี่ยวเป่าน่าจะสัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของมิตินี้
เช่นเดียวกับนาง เด็กคนนี้ตื่นเต้นถึงเพียงนี้ น่าจะเป็นเพราะว่ามีแก่น
พลังวิญญาณอยู่ในนั้น
เยี่ยนอวี๋ที่ประคบประหงมดูแลลูกเป็นพิเศษพอจะจับสังเกตได้ถึง
อะไรบางอย่าง นับตั้งแต่ลูกน้อยของนางเข้ามาในสำนักชางอู๋ ลูกของ
นางจะเริ่มมีชีวิตชีวา ไม่ ‘ซึมกะทือ’ เอาแต่นอนเหมือนเมื่อก่อนอีก
นางพอจะรู้อยู่บ้างว่าเป็นเพราะสำนักชางอู๋มีเปลวเพลิงบริสุทธิ์และ
แก่นพลังวิญญาณอันเข้มข้น
หารู้ไม่ว่า…
“เนะ!” แท้จริงแล้วเป็นเพราะอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เยี่ยนเสี่ยวเป่า
ฉลาดขึ้น และคนผู้นี้ก็คือบิดาที่แท้จริงของเยี่ยนเสี่ยวเป่าแน่นอน ถึง
อย่างบุรุษชุดดำรูปงามผู้นั้นก็มีความละม้ายคล้ายกับ ‘เยี่ยนเสี่ยวเป่า
ฉบับโตเต็มวัย’ ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นคือ เยี่ยนเสี่ยวเป่าเพิ่งมาอยู่ที่สำนักชางอู๋ และ
ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้นเป็นครั้งแรก ก็ประจวบเหมาะกับตอนที่
เขาลืมตา เห็นได้ชัดว่าทั้งสองเรื่องนี้มีการเชื่อมโยงกันที่น่าอัศจรรย์
ใจนัก ซึ่งนั่นเป็นสายสัมพันธ์พ่อลูกที่พิเศษกว่าคนทั่วไป
ฮาๆ… ด้วยเหตุนี้เยี่ยนเสี่ยวเป่าจึงส่งเสียงหัวเราะลั่น เปล่งเสียง
‘ฮาๆ’ คล้ายเสียงหัวเราะคำใหม่ที่ไม่ใช่ “อ้ะ” หรือ “เนะ”
เยี่ยนอวี๋จุมพิตหน้าผากเล็กๆ ของลูกด้วยความตื่นเต้น “ใจเย็นๆ
แม่จะพาเจ้าเข้าไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”
“อ้า!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าจับท่านแม่คนงามของเขาไว้แน่น ดีใจจน
แทบหมดสติ
ดอกไม้เพลิงรายล้อมออกเป็นวง และในเวลานี้ ณ ใจกลางของ
เขตหวงห้ามชางอู๋ ลำแสงอันสว่างไสวพวยพุ่งออกมารวมตัวกันเหนือ
สำนักชางอู๋ แสงสีละลานตามมาบรรจบกันและกระจายตัวออกเป็นวง
กว้างราวกับพลุที่ระเบิดบนฟากฟ้า