เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2958 : พบเหอเฉียนเฉียนอีกครั้ง
ตอนที่ 2958 : พบเหอเฉียนเฉียนอีกครั้ง
เผ่ากระเรียนสวรรค์ตั้งอยู่บนยอดเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ ทุกอย่างในระยะ 10 ล้านกิโลเมตรของภูเขาน้ำแข็งนั้นคืออาณาเขตของเผ่ากระเรียนสวรรค์
ด้านล่างภูเขานั้นคือเมืองใหญ่ที่ทำขึ้นจากน้ำแข็ง
เมืองนี้ถูกเรียกว่าเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งกระเรียนสวรรค์ !
เผ่ากระเรียนสวรรค์นั้นราวกับตระกูลนักพรตบนที่ราบน้ำแข็งขั้วโลก ผู้บ่มเพาะที่อ่อนแอนั้นยากที่จะรู้จักเผ่ากระเรียนสวรรค์
เมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งกระเรียนสวรรค์คือเมืองพิเศษที่สร้างขึ้นโดยเผ่ากระเรียนสวรรค์เพื่อใช้ติดต่อกับโลกภายนอกรวมถึงรวบรวมสิ่งของต่าง ๆ ที่เผ่ากระเรียนสวรรค์ต้องการ
วันนี้ที่ด้านนอกเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งกระเรียนสวรรค์ มิติด้านบนนั้นบิดเบี้ยวไปเล็กน้อยก่อนที่จะมีชายแก่คนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา
ชายแก่ผู้นี้คือเจี้ยนเฉินที่ปลอมตัวมา
“เมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งกระเรียนสวรรค์น่าจะอยู่ที่นี่ ! ” เจี้ยนเฉินลอยอยู่เหนือเมืองน้ำแข็งและมองไปยังเมืองที่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรก่อนจะก้าวออกไป
ตอนที่เขาก้าวออกไปนั้นร่างของเขาก็ได้หายไปทันที ตอนที่เขาปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งนั้นเขาก็ยืนอยู่ในเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งกระเรียนสวรรค์แล้ว
จวนเจ้าเมืองนั้นอยู่ตรงหน้าเจี้ยนเฉิน !
ยามหลายคนในชุดเกราะสีราวที่อยู่ขอบเขตเทพต่างก็พากันยืนประจำอยู่ที่นั่นพร้อมกับหอกของตนเพื่อดูแลทางเข้าจวนนั้น
ยามเห็นเจี้ยนเฉินปรากฏตัวขึ้นมา พวกเขาดูแลที่นี่มานาน ดังนั้นพวกเขาจึงได้พบกับยอดฝีมือทุกแบบ ผลก็คือพวกเขาชินกับเรื่องแบบนี้แล้ว
ตอนนั้นเองยามคนหนึ่งก็ได้เดินมาตรงหน้าเจี้ยนเฉิน ก่อนจะถามขึ้นมา “ผู้อาวุโส ให้ข้าช่วยอะไรรึไม่ ? ”
“พาข้าไปหาเจ้าเมืองของเจ้า ! ”
เมื่อเข้ามาด้านใน เจ้าเมืองได้ทำการต้อนรับขับสู้เจี้ยนเฉินเป็นอย่างดีในฐานะคนที่มีอำนาจมากที่สุดของเผ่ากระเรียนสวรรค์ในโลกภายอก ชัดเจนแล้วว่าเจ้าเมืองนั้นไม่ได้อยู่ขอบเขต ตเทพ กลับกันแล้วเขาอยู่ขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 1
“ข้ามาที่นี่ก็หวังให้เจ้าเมืองช่วยบางอย่าง ข้าหวังว่าเจ้าเมืองจะส่งป้ายนี่ให้กับเหอเฉียนเฉียนแห่งเผ่ากระเรียนสวรรค์แทนข้า” เจี้ยนเฉินบอกกับเจ้าเมืองพร้อมกับดึงเอาป้ายออกม มา ในขณะเดียวกันเขาก็จงใจแผ่พลังของขั้นบรรพกาลออกมา
ธรรมเนียมของเผ่ากระเรียนสวรรค์นั้นต่างจากที่อื่น หากคนนอกมาเยือน พวกเขาก็ต้องไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งกระเรียนสวรรค์ซึ่งต้องฝากข้อความมาถึงตระกูล พวกเขาจะให้คนนอกเข้าไปก็ต่ อเมื่อพวกระดับสูงของตระกูลอนุญาต
ไม่งั้นแล้วหากเจี้ยนเฉินพยายามใช้วิธีเหมือนตอนที่เขาไปเยี่ยมตระกูลราชาโอสถบนดาวเคราะห์เทียนหมิงกับเผ่ากระเรียนสวรรค์ งั้นมันก็เหมือนกับว่าเขายั่วยุอีกฝ่าย ไม่ว่าเขาจะแสดง งท่าทีจริงใจแค่ไหนก็ตาม
มันไม่ใช่แค่เผ่ากระเรียนสวรรค์ ธรรมเนียมนี้หลายองค์กรในที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกก็ใช้มัน
บางทีเพราะความแข็งแกร่งที่เจี้ยนเฉินแสดงออกมานั้นมากเกินไป เจ้าเมืองจึงไม่กล้าที่จะมองข้ามอีกฝ่าย นี่ไม่ต้องพูดถึงการปฏิเสธคำขอของเจี้ยนเฉินเลย
ยังไงซะมันก็แค่การส่งของ แม้แต่ตระกูลที่แข็งแกร่งอย่างเผ่ากระเรียนสวรรค์ก็ไม่อยากบาดหมางกับคนที่มีฐานะทัดเทียมกับผู้อาวุโสสูงสุดด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้
ยิ่งกว่านั้นเขาบอกได้ทันทีว่าป้ายนี้เป็นของเผ่ากระเรียนสวรรค์
เจ้าเมืองได้กลับไปยังเผ่ากระเรียนสวรรค์โดยเร็วที่สุด สุดท้ายป้ายนี้ก็ส่งถึงมือเหอเฉียนเฉียน หลังจากที่ส่งต่อคนมานับไม่ถ้วน
ตอนนั้นเองในสนามฝึกภายในเผ่ากระเรียนสวรรค์ เหอเฉียนเฉียนสวมชุดสีขาวรัดแน่นจนเห็นทรวดทรงอย่างชัดเจน ตอนนี้นางถือดาบและเพิ่งจะใช้ทักษะระดับเทพออกมา ซึ่งทำให้พลังงานนั้นปะ ะทุขึ้นไปทั่วสนามฝึกซ้อม พลังของทักษะระดับเทพค่อย ๆ สลายลงไป
“คุณหนู มีของบางอย่างส่งมาจากเมืองศักดิ์สิทธิ์ด้านนอก ผู้อาวุโสที่ประจำอยู่ที่นั่นได้สั่งให้ส่งมันให้กับท่าน ของนี่ได้รับการตรวจสอบแล้ว มันไม่มีอะไรผิดปกติ”
ตอนนั้นสาวใช้คนสนิทของเหอเฉียนเฉียนได้ส่งกล่องไม้ให้กับเหอเฉียนเฉียน
การที่เพิ่งใช้ทักษะระดับเทพไปนั้นทำให้เหอเฉียนเฉียนเหมือนจะหอบ นางปาดเหงื่อและเปิดกล่องไม้ออกด้วยท่าทีไม่สนใจ
ป้ายของเผ่ากระเรียนสวรรค์วางอยู่ในกล่องไม้นั่น
เมื่อเหอเฉียนเฉียนเห็นป้ายนั้น ท่าทีเฉยชาของนางก็หายไปทันที ตาของนางหรี่ลงก่อนจะจ้องไปที่ป้ายนั่น ป้ายของเผ่ากระเรียนสวรรค์นั้นดูเหมือนกันหมด แต่อันที่จริงแล้วมันมีบา างอย่างที่แตกต่างกันออกไป พวกเขาสามารถบอกได้วว่าใครเป็นเจ้าของป้ายนี้ได้ผ่านความต่างเล็กน้อยเหล่านั้น
ผลก็คือเหอเฉียนเฉียนตระหนักได้ทันทีที่เห็นป้ายจารึกนั้นว่าเป็นของนาง
แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเหอเฉียนเฉียนได้ให้ป้ายนี้ไปเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อน !
เหอเฉียนเฉียนจับป้ายเอาไว้แน่นพร้อมตกอยู่ในความสับสน อารมณ์ของนางซับซ้อนขึ้นมาทันที
ผ่านไปสักพัก เหอเฉียนเฉียนก็หันกลับและออกจากสนามฝึกไปโดยไม่พูดอะไร 1 ชั่วยามต่อมานางก็ได้ออกจากเผ่ากระเรียนสวรรค์และปรากฏตัวที่เมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งกระเรียนสวรรค์ก่อนจะมุ่ งหน้าไปที่จวนเจ้าเมือง
“ข้าอยู่ในป่าสนหิมะด้านนอกเมือง” ตอนนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัวของเหอเฉียนเฉียน เมื่อได้ยินเสียงนั้น แววตาที่เย็นชาของเหอเฉียนเฉียนกลับสั่นไหวทันที
นางเปลี่ยนทิศทางและมุ่งหน้าไปที่ป่าสนหิมะนอกเมือง
ทันทีที่นางไปถึงนางก็พบกับร่างที่คุ้นตาในป่าแห่งนั้น
เจี้ยนเฉินได้แสดงรูปลักษณ์ที่เขาได้ใช้ในเมืองร้อยเซียน แน่นอนว่านี่ไม่ใช่รูปลักษณ์ที่แท้จริงของเขา มันเป็นรูปลักษณ์ที่เหอเฉียนเฉียนรู้จัก
เสื้อผ้าของเหอเฉียนเฉียนขาวยิ่งกว่าหิมะ ตอนที่นางยืนอยู่ในโลกน้ำแข็ง นางเหมือนเป็นหนึ่งเดียวกับมัน นางรักษาระยะห่างไว้ 30 เมตร และมองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสายตาซับซ้อน
“ผ่านมา 200 ปีแล้วหลังจากที่เราได้แยกจากกัน ความสง่างามของแม่นางเฉียนยังเหมือนเดิมเลยรึอาจจะดีกว่าในอดีตเสียอีก” เจี้ยนเฉินยิ้มออกมา
เหอเฉียนเฉียนไม่ได้พูดอะไร นางจ้องไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสายตาที่บางครั้งดูซับซ้อน, บางครั้งเสียดแทงและบางครั้งดูเย็นชา ชัดแล้วว่าตอนนี้ในอกนางนั้นปั่นป่วนแค่ไหน
นางอดไม่ได้ที่จะนึกถึงสองร่างที่เจี้ยนเฉินเคยปลอมตัวในโลกดาวทมิฬ หนึ่งคือราชาเทพที่มากพรสวรรค์ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนางในเมืองร้อยเซียน เขาเก่งเรื่องกฎกระบี่และกฎ ฎมิติ
อีกคนคือผู้นำศาลาที่ห้าที่ซึ่งเรืองอำนาจในโลกร้อยเซียนที่ซึ่งถึงกับเคยเผชิญหน้ากับผู้นำศาลาที่เจ็ดเพื่อปกป้องเมืองร้อยเซียน รวมถึงหลอกเอาเหรียญผลึกจำนวนมากจากองค์กรมาก กมายในเมืองร้อยเซียน !
“เจ้าเป็นใครกันแน่ ? ” หลังจากนั้นสักพัก เหอเฉียนเฉียนก็ได้พูดขึ้นมา นางตระหนักได้ว่านางไม่ได้รู้จักหยางยู่เทียนจริง ๆ
“เจ้าถือว่าข้าเป็นหยางยู่เทียนเหมือนในอดีตก็ได้ แม่นางเฉียน” เจี้ยนเฉินยิ้มแห้ง ๆ ออกมา
“หยางยู่เทียนไม่น่าจะใช่รูปลักษณ์ที่แท้จริงของเจ้า รูปลักษณ์ของเจ้าในตอนนี้ต้องปลอมแปลงด้วยทักษะพิเศษ” เหอเฉียนเฉียนพูดขึ้น น้ำเสียงของนางค่อนข้างเย็นชา
เจี้ยนเฉินพยักหน้า
“หยางยู่เทียน ในโลกดาวทมิฬนั้น ข้าปฏิบัติกับเจ้าเฉกเช่นสหาย แต่เจ้าทำอะไรกัน ? แม้แต่ตอนนี้ข้าก็ยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเจ้า ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าเป็นใคร นี่คือสิ งที่เจ้าตอบแทนข้ารึ ? ” เหอเฉียนเฉียนเริ่มโกรธขึ้นมานิด ๆ