เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2959 : เหอเถียนฉี
ตอนที่ 2959 : เหอเถียนฉี
เมื่อได้ยินคำถามของเหอเฉียนเฉียน เจี้ยนเฉินก็พูดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่ เพราะเหอเฉียนเฉียนแสดงท่าทีเป็นมิตรกับเขาในโลกดาวทมิฬ เขาถึงกับให้นางหาทางถามข่าวเกี่ยวกับที่ราบน้ำแข็ งขั้วโลกจากผู้อาวุโสสูงสุดในตระกูล
ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับความลับสำคัญ ซึ่งแต่เดิมแล้ว เหอเฉียนเฉียนไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้ได้ แต่นางก็ยังดื้อด้านเพราะเขา เพื่อจะถามข่าวนี้
เหอเฉียนเฉียนปฏิบัติต่อเขาอย่างดี แต่เจี้ยนเฉินทำยังไงกับนาง ? เขายังปลอมตัวดังเดิม จนถึงตอนนี้ เหอเฉียนเฉียน ก็ยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา แม้แต่ตัวเจี้ยนเฉินเองก็ ยังรู้สึกว่าเขาทำให้ความเชื่อใจที่เหอเฉียนเฉียนมีต่อเขานั้นลดลงไปเอง
หลังจากที่เงียบได้สักพัก เจี้ยนเฉิน ก็ถอนหายใจและขอโทษออกมา “ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย แม่นางเฉียน ข้าทำให้เจ้าผิดหวัง แต่ยกโทษให้ข้าด้วยที่ข้าไม่อาจจะเปิดเผยตัวตนในตอนนี้ได้ ข้าไม่อาจจะบอกตัวตนที่แท้จริงให้เจ้ารู้ในตอนนี้ได้”
เหอเฉียนเฉียนไม่ได้พูดอะไร นางแค่มองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสายตาเย็นชาและโกรธเคือง
สายตาของนางเย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเห็นท่าทีของเหอเฉียนเฉียน เจี้ยนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้ง ๆ ออกมาและพูดขึ้น “แม่นางเฉียน ข้ามีตระกูลอยู่เบื้องหลัง แม้แต่สมาชิกที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลก็เป็นแค่ข ขั้นบรรพกาล แม่นางเฉียนได้เห็นองค์กรที่ข้ามีปัญหาด้วยในโลกดาวทมิฬมาแล้ว ทันทีที่ข้าเปิดเผยตัวตนออกไป ข้าอาจจะไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ตระกูลของข้าไม่อาจจะทนรับมือตระกูลชั้นน นำเหล่านั้นได้”
“ผลก็คือโปรดเข้าใจความเจ็บปวดของคนอย่างข้าด้วย คิดถึงการดิ้นรนของตระกูลเล็กอย่างเราด้วย”
“เจ้าไม่ได้มาจากพรรคกระดูกโอฬารรึ ? แต่แม้แต่นักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุดระดับเซียนจากพรรคกระดูกโอฬารก็ยังมาช่วยเจ้า ทุกคนต่างก็คิดว่าเจ้าคือนักฆ่าที่ได้รับการบ่มเพาะโดยพรรค คกระดูกโอฬาร ตอนนี้เจ้ากลับเป็นสมาชิกของตระกูลเล็กงั้นรึ ? ” เหอเฉียนเฉียนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“นั่นไม่จริงเลย” เจี้ยนเฉินส่ายหน้าและอธิบายออกมา “ข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพรรคกระดูกโอฬาร เจ้ามองเรื่องในอดีตว่าเป็นแค่การตกลงของข้ากับพรรคกระดูกโอฬารก็ได้”
“ไม่ เจ้าเรียกมันว่าข้อตกลงไม่ได้ พรรคกระดูกโอฬารใช้ข้าตลอดเวลา พวกนั้นถึงกับวางแผนจัดการกับข้าและต้องการให้ข้าตายหลังจากที่ข้าจัดการธุระให้แล้ว”
“จริง ๆ แล้วข้าได้ตายไปแล้วเมื่อสองร้อยปีก่อนในสายตาของพรรคกระดูกโอฬาร พวกนั้นไม่รู้ว่าข้ารอดมาได้เพราะโชค”
หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายของ เจี้ยนเฉิน เหอเฉียนเฉียนก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา นางได้เอ่ยออกมาว่า “ตอนที่ด้านนอกช่องทางไปยังโลกแห่งสัตว์อสูรที่ร่วงหล่น นักฆ่าระดับเซียนไ ได้สร้างความขุ่นเคืองกับทุกองค์กรเพื่อพาตัวเจ้าออกไป ตอนนั้นเราต่างก็คิดว่าเจ้าเป็นคนของพรรคกระดูกโอฬาร แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลข้าก็ยังคิดเช่นนั้น”
“นั่นเพราะพรสวรรค์ของเจ้านั้นสูงและขึ้นมาถึงขอบเขตในตอนนี้ได้ในเวลาแค่พันปี ซึ่งทำให้เราต่างก็เชื่อว่าพรรคกระดูกโอฬารนั้นบ่มเพาะเจ้า”
“แต่เราคิดไม่ถึงเลยว่ามจะมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างเจ้ากับพรรคกระดูกโอฬารอยู่ มันต่างจากที่เราคิดไว้อย่างสิ้นเชิง”
สิ่งที่เจี้ยนเฉินเผชิญมานั้นทำให้เหอเฉียนเฉียนต้องแอบถอนหายใจ แต่เมื่อนางเห็นท่าทีที่ราวกับแก้ตัวของเจี้ยนเฉิน นางก็พูดอะไรไม่ออกอยู่สักพัก
ยอดฝีมือขั้นบรรพกาลกลับทำตัวเฉยชาหลังจากที่โดนหมายหัวโดยองค์กรใหญ่อย่างพรรคกระดูกโอฬาร เหอเฉียนเฉียนตะลึง ไม่รู้ว่าเจี้ยนเฉินเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน
รึในอีกความหมายคือเขาอาจจะไม่สนใจความเป็นความตายแล้วงั้นหรือ ?
ตอนนั้น เจี้ยนเฉินได้พูดขึ้น “ผลก็คือข้าไม่อาจจะเปิดเผยตัวตนของข้าในตอนนี้ได้ เมื่อพรรคกระดูกโอฬารรู้ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ ใครจะไปรู้ว่าพวกนั้นจะทำอะไรบ้าง”
เหอเฉียนเฉียนเริ่มสงสัยขึ้นมา นางมองไปที่เจี้ยนเฉินราวกับอยากมองความคิดของเขาให้ออก และพูดขึ้น “หยางยู่เทียน ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดความจริงรึไม่ แต่ข้าจะเชื่อเจ้าไปก่อน ข้า จะหยุดถามเรื่องตัวตนของเจ้า ถึงอย่างนั้นเจ้าต้องมีจุดประสงค์อื่นในการมาหาข้าในครั้งนี้แน่”
“ถูกต้องแล้ว ข้าอยากทำการแลกเปลี่ยนกับเผ่ากระเรียนสวรรค์ของเจ้า” เจี้ยนเฉินพูดขึ้น
“ทำการแลกเปลี่ยนรึ ? ” เหอเฉียนเฉียนตาเป็นประกายขึ้นมา นางเหมือนจะตระหนักได้ถึงบางอย่างและตื่นเต้นขึ้นมาทันที นางรีบถามขึ้นมา “อย่าบอกนะว่า…”
นางยังพูดไม่ทันจบ แต่เจี้ยนเฉินก็เข้าใจว่านางต้องการจะพูดอะไร ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
เหอเฉียนเฉียนตาเป็นประกาย นางหายใจถี่ขึ้นมาและพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น “ถึงแม้ว่ามันสำคัญต่อเผ่ากระเรียนสวรรค์ของเราอย่างมาก แต่ไม่อาจจะตัดสินใจเรื่องนี้ได้ หยางยู่เทียน เ เจ้าไปกับข้า ข้าจะพาเจ้าไปพบกับผู้อาวุโสสูงสุด”
ในตอนที่พูดนั้นนางก็ได้เดินเข้าไปหาเจี้ยนเฉิน เพื่อจะพาเขาไปยังเผ่ากระเรียนสวรรค์กับนาง
“ไม่จำเป็นที่ข้าต้องไปยังเผ่ากระเรียนสวรรค์ แม่นางเฉียน โปรดเรียกผู้อาวุโสสูงสุดมาที่นี่ด้วย ข้าจะพูดคุยกับเขาด้านนอก” เจี้ยนเฉินถอยกลับมาเพื่อหลบนาง
เหอเฉียนเฉียนผงะและพูดขึ้น “เจ้าไม่เชื่อใจเผ่ากระเรียนสวรรค์ของเรารึ ? แต่ที่เจ้ากังวลก็ใช่ว่าจะไร้เหตุผล ยังไงซะเจ้าก็ได้กำไรอย่างมากในโลกแห่งสัตว์อสูรที่ร่วงหล่น คนเราต ต่างก็โลภมาก เมื่อมีผลประโยชน์มากพอ แม้แต่อัครสูงสุดฆ่าคนเพื่อชิงสิ่งของได้”
“งั้นก็ได้ หยางยู่เทียน เจ้ารออยู่ด้านนอก ข้าจะกลับไปบอกให้ผู้อาวุโสสูงสุดรู้เรื่องนี้ แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าจะบอกเรื่องนี้ต่อผู้อาวุโสสูงสุดที่ข้าเชื่อใจมากที่สุด”
เมื่อพูดจบ เหอเฉียนเฉียนก็ได้กลับไปยังเผ่ากระเรียนสวรรค์ด้วยความตื่นเต้น
สำหรับเจี้ยนเฉินแล้ว เขาเดินทางออกมาจากป่าสนหิมะและไปนั่งรออยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ห่างออกไปหลายล้านกิโลเมตร
บางทีเพราะของที่เขานำมานั้นสำคัญต่อเผ่ากระเรียนสวรรค์อย่างมาก เหอเฉียนเฉียนจึงได้ปรากฏตัวขึ้นในเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งกระเรียนสวรรค์พร้อมกับผู้อาวุโสสูงขั้นบรรพกาลในเวลาไม่ถ ถึงครึ่งชั่วยาม
เจี้ยนเฉินได้แผ่พลังของตัวเองออกมาเล็กน้อย
แม้ว่าพลังของเขาจะปรากฏขึ้นแค่เพียงชั่วครู่ แต่การรับรู้ของขั้นบรรพกาลก็เพียงพอจะรับรู้ถึงมันได้ ผู้อาวุโสสูงในเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งกระเรียนสวรรค์ได้เดินทางมายังตำแหน่งที่ เจี้ยนเฉินอยู่ทันที ไม่กี่อึดใจเขาก็ได้มาถึงตรงหน้าเจี้ยนเฉินพร้อมกับเหอเฉียนเฉียน
เจี้ยนเฉินไม่ใช่ไม่รู้จักผู้อาวุโสสูงสุดที่เหอเฉียนเฉียนนำมา เขาคือเหอเถียนฉีซึ่งรออยู่ด้านนอกช่องทางไปยังโลกแห่งสัตว์อสูรที่ร่วงหล่นในอดีต
“ฮ่าฮ่า เฉียนเฉียน บอกข้าว่ามีคนที่มีดินแห่งเลือดศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก เขาต้องการทำการแลกเปลี่ยนกับเผ่ากระเรียนสวรรค์ของเรา ข้าสงสัยว่าคนผู้นั้นคงเป็น สหายหยางยู่เทียน แต ต่ข้าไม่คิดว่าข้าจะเดาถูก “ – เหอเถียนฉี หัวเราะออมกาทันทีที่เห็นเจี้ยนเฉิน