เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3017 : โยนความผิด
ตอนที่ 3017 : โยนความผิด
แต่บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งไม่ได้แม้แต่มองไปที่บรรพชนหลาน มันราวกับว่าเผ่ากระเรียนสวรรค์ไม่ได้มีค่าในสายตาของนาง แม้แต่บรรพชนหลานก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น นางกลับมองไปที่หัวหน น้าพิรุณแทน
มันมีแค่หัวหน้าพิรุณที่มีค่าพอให้นางสนใจในหมู่ยอดฝีมือและองค์กรที่นี่
“บอกเป้าหมายของเจ้ามา เจ้าต้องการอะไรกันแน่ ? ” บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งพูดขึ้น แม้ว่านางจะแพ้ไปแล้ว แต่นางไม่ได้ลดท่าทีลงเลยแม้แต่น้อย นางยังคงดูเย็นชาเช่นเคย
ด้วยความฉลาดที่นางมีแล้วชัดแล้วว่านางบอกได้ว่า หัวหน้าพิรุณนั้นไม่ได้มาเพียงแค่เพื่อสู้กับนาง อีกฝ่ายต้องมีเป้าหมายอย่างอื่น แต่นางแพ้ ความแข็งแกร่งของหัวหน้าพิรุณที่ แสดงออกมานั้นทำให้บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งต้องตะลึง มันทำให้นางยอมรับว่าไม่อาจจะเป็นคู่มือให้กับหัวหน้าพิรุณได้ เพราะแบบนั้นนางถึงต้องหาทางประนีประนอม
แน่นอนว่าองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดคือจนถึงตอนนี้บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเชื้อสายวิญญาณนักรบ, หัวหน้าพิรุณ และเผ่ากระเรียน นสวรรค์ถึงได้โจมตีนิกายหิมะ
บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งสงสัยเรื่องนี้อย่างมาก
แต่บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งหัวหน้าน้ำแข็งที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มแสดงท่าทีอึดอัดใจออกมา แววตาของนางสั่นไหว ใครจะไปรู้ว่าตอนนี้นางคิดอะไรอยู่
เมื่อได้ยินคำถามของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็ง หัวหน้าพิรุณก็ไม่ได้พูดอะไร นางเงียบอยู่ตลอด นางไม่ได้แม้แต่เปิดเผยตัวเอง นางทำให้คนอื่น ๆ รู้สึกว่านางลึกลับ
เมื่อรวมกับความแข็งแกร่งที่น่ากลัวที่นางแสดงออกมาตอนที่เอาชนะบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งได้แล้ว หัวหน้าพิรุณก็ดูเก่งกาจกว่าเก่าในสายตาของยอดฝีมือในที่ราบน้ำแข็งขั้วโลก ก
“เราต้องการตัวคนผู้หนึ่ง ส่งซุยหยุนหลานมา ! ” หุนเจิ้งที่อยู่ข้าง ๆ หัวหน้าพิรุณพูดขึ้น
“ส่งตัวซุยหยุนหลานมารึ ? เจ้าหมายความว่ายังไง ? ” บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งขมวดคิ้ว ชัดแล้วว่านางคุ้นเคยกับชื่อนี้ แต่หุนเจิ้งทำให้นางสับสน
หุนเจิ้งพูดขึ้นด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไม่รู้เรื่องจริง ๆ รึแสร้งทำกันแน่ แต่สมาชิกของนิกายหิมะนั้นได้จับตัวซุยหยุนหลานแห่งศาลาเทพธิดาน้ำแข็งมา เจ้าอาจจะเชื่อว ว่าพวกเจ้าทำแผนนี้อย่างแนบเนียนจนไม่มีใครในโลกนี้รู้ แต่ความจริงจะเปิดเผยออกมาในไม่ช้า เรารู้มานานแล้วเกี่ยวกับการที่นิกายหิมะนั้นจับตัวซุยหยุนหลานไป”
บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งแสดงท่าทีเคร่งเครียดออกมากับสิ่งที่หุนเจิ้งพูด นางหรี่ตาลงและมองไปที่หุนเจิ้งด้วยสายตาที่ราวกับกระบี่อันคมกริบ ความอาฆาตปะทุออกมาจนทำให้ดวงดาวบ บนท้องฟ้าหม่นลง
“เจ้าว่ายังไงนะ ? นิกายหิมะจับตัวซุยหยุนหลานมาเช่นนั้นหรือ ? ” บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ชัดแล้วว่านางไม่อาจจะอดทนกับความหงุดหงิดที่มีได้
ท่าทีของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งไม่ได้ทำให้หุนเจิ้งหรือบรรพชนหลานแปลกใจ พวกเขาเข้าใจดีว่าการลักพาตัวซุยหยุนหลานนั้นเป็นเรื่องใหญ่ นิกายหิมะต้องปฏิเสธอยู่แล้วหรืออาจจะม มองข้ามเรื่องนี้ไป มันคงแปลกหากพวกนี้ยอมรับตามตรง
ผลก็คือหุนเจิ้งและบรรพชนหลานคิดอยู่แล้วว่าบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งจะแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา
“ฮึ่ม พวกตอแหล ! ” บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งหัวหน้าน้ำแข็งแค่นเสียงเย็นชาออกมา นางมองไปที่บรรพชนหลานแล้วเอ่ยว่า “เผ่ากระเรียนสวรรค์ไม่ได้มาดี พวกเจ้าสาบานว่าจะภักดีต่อเปลวเพลิงที่ น่านับถือมานานแล้ว ข้าอาจจะไม่รู้ว่าเผ่ากระเรียนสวรรค์เกลี้ยกล่อมเชื้อสายวิญญาณนักรบและหัวหน้าพิรุณแห่งที่ราบสำราญให้มาช่วยได้อย่างไร แต่มีเรื่องหนึ่งที่น่าสงสัยที่สุดคือ เผ่ากระเรียนสวรรค์ต้องวางแผนบางอย่างเอาไว้ “
เมื่อพูดถึงจุดนี้ นางก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “มันเป็นไปได้ที่เผ่ากระเรียนสวรรค์ต้องการให้นิกายหิมะนั้นตามรอยตระกูลเหอเฟิงไป ให้หายไปจากที่ราบน้ำแข็งขั้วโลก”
“หากเจ้าอยากรู้ความจริง ที่เจ้าต้องทำคือถามผู้อาวุโสสูงสุดในนิกายของเจ้า หยูหยางเซี่ย จากนั้นความจริงก็จะปรากฎ” บรรพชนหลาน พูดด้วยท่าทีเฉยเมย
บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งหัวหน้าน้ำแข็งยังคงแค่นเสียงกล่าวออกมาว่า “หยูหยางเซี่ยเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายหิมะ ฐานะเขาสูงส่งเพียงใด แม้แต่เราบรรพบุรุษก็ต้องเคารพต่อผู้อาวุโสสูง งสุด หากเจ้าคนนอกมาสอบสวนผู้อาวุโสสูงได้เพราะคำพูดของเจ้าหรือใช้ข้ออ้างในการเรียกเขาออกมา นิกายหิมะจะยังคงมีเกียรติหลงเหลืออีกเช่นนั้นหรือ ? นิกายหิมะจะยังรักษาความสูงส่งของ เราในที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกได้อีกรึ ? ”
“เรียกผู้อาวุโสเซี่ยมา ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับศาลาเทพธิดาน้ำแข็ง ชัดแล้วว่าเราก็ต้องแจกแจงทุกอย่าง เราต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ถี่ถ้วน และดูว่ามันเป็นความจริงหรือไม ม่” บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งพูดขึ้นมา ปฏิเสธคำพูดของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งหัวหน้าน้ำแข็ง
นางแสดงสีหน้าเฉยเมยออกมา แต่สายตาของนางกลับน่ากลัวอย่างมาก น้ำเสียงของนางเย็นชา “บรรพชนหลาน เราจะสอบสวนผู้อาวุโสเซี่ยเอง หากมันเป็นตามที่หัวหน้าน้ำแข็งได้บอกไว้ว่ามันเ เป็นแผนการของเผ่ากระเรียนสวรรค์ในการป้ายความผิดให้กับนิกายหิมะ ข้าสาบานว่าข้าไม่มีทางปล่อยเผ่ากระเรียนสวรรค์ไป”
เมื่อได้ยินคำขู่ของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็ง บรรพชนหลานก็ไม่ได้เกรงกลัว นางเอ่ยขึ้นมาอย่างใจเย็นว่า “บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็ง ข้าได้ออกจากเผ่ากระเรียนสวรรค์มาแล้ว ท ทุกอย่างที่ข้าได้ทำในวันนี้ก็เพราะตัวข้าเอง มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเผ่ากระเรียนสวรรค์ ไม่เช่นนั้นแล้วข้าคงไม่ได้มายืนอยู่ที่นี่”
“เฮ้อ เมื่อเจ้าสั่งมาแล้ว เมฆน้ำแข็ง ที่เราทำได้คือต้องเอาตัวผู้อาวุโสเซี่ยมาที่นี่” บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งหัวหน้าน้ำแข็ง ถอนหายใจออกมา นางสะบัดมือก่อนที่กฎน้ำแข็งจะรวมตัวกันเป็น ทางเดินนำไปสู่นิกายหิมะ ก่อนที่จะมีหยูหยางเซี่ยปรากฏขึ้นมาตรงหน้า
เมื่อเห็นทางเดินน้ำแข็งนั้น หยูหยางเซี่ยก็สีหน้าเปลี่ยนไป ก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้ามา เขาได้ปรากฏตัวด้านหลัง บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งหัวหน้าน้ำแข็งทันที
บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งหัวหน้าน้ำแข็งหันกลับไปมองหยูหยางเซี่ยด้วยสายตาเฉยเมย ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ผู้อาวุโสเซี่ย บอกความจริงมา เจ้าได้ลักพาตัวซุยหยุนหลานแห่งศาลาเทพธิดาน้ำแข็งตาม มที่บรรพชนหลานบอกมารึไม่ ? เจ้าควรจะพูดความจริงต่อหน้าบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็ง เจ้าควรจะรู้ว่าบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งนั้นมีความสามารถแค่ไหน อย่าคิดโกหกนาง”
หยูหยางเซี่ยหน้าซีดเผือด เขาตัวสั่นเทาอย่างรุนแรงก่อนจะคุกเข่าลงไปกับพื้น ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและพูดขึ้นว่า “ข้าโดนปรักปรำ ! บรรพบุรุษ ข้าโดนปรักปรำจริง ๆ ข้ าไม่ได้ลักพาตัวซุยหยุนหลาน”
“หากเป็นเช่นนั้น ทำไมเผ่ากระเรียนสวรรค์ถึงได้มั่นใจนักว่าเจ้าลักพาตัวซุยหยุนหลานมา ? ” บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งถามต่อ
เมื่อได้ยินแบบนั้น หยูหยางเซี่ยก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที สายตาของเขาสั่นไหวราวกับกำลังลังเลใจ
สักพัก หยูหยางเซี่ยก็ได้ตัดสินใจ สายตาเขาดูแน่วแน่ขึ้นมา เขาเงยหน้าขึ้นและชี้ไปที่บรรพชนหลาน “มันคือ บรรพชนหลานแห่งเผ่ากระเรียนสวรรค์ มันเพราะแผนการของนาง บรรพชนหลานได้ ล่อลวงให้ข้าร่วมมือกับเผ่ากระเรียนสวรรค์ เผ่ากระเรียนสวรรค์คิดไม่ดีกับนิกายหิมะมาโดยตลอด พวกเขาอยากจะแย่งอำนาจการปกครองจากนิกายหิมะ มันแค่ว่าพวกเขาไม่มีข้ออ้างในเรื่องนี ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงได้ซื้อตัวข้าให้รับผิดชอบในเรื่องนี้ เมื่อข้ายอมรับว่านิกายหิมะลักพาตัวซุยหยุนหลานมา เผ่ากระเรียนสวรรค์ก็จะมีข้ออ้างที่เหมาะสมในการโจมต ตีนิกายหิมะ”
“พะ พวกเขาถึงกับได้รับการสนับสนุนจากองค์กรอื่นบนที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกในการโจมตีนิกายหิมะ”
ใบหน้าของหยูหยางเซี่ยเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขาคุกเข่าลงกับพื้นและก้มหน้าลงไปในหิมะแล้วพูดขึ้นด้วยความปวดใจ “ข้าทำผิดไป ข้าไม่ได้รายงานเรื่องนี้ต่อบรรพบุรุษ ข้าไม่ได้ รายงานถึงความทะเยอทะยานของเผ่ากระเรียนสวรรค์ ข้าผิดเอง ข้าผิดไปแล้ว โปรดลงโทษข้าด้วย บรรพชน”
ท่าทีเยือกเย็นของบรรพชนหลานหายไปเมื่อได้ยินที่หยูหยางเซี่ยพูดมา นางมองไปที่หยูหยางเซี่ยด้วยสายตาเคียดแค้น ใบหน้าของนางกลับบิดเบี้ยวขึ้นมา
แม้แต่เหอเทียนฉีที่อยู่ข้าง ๆ ก็สีหน้าหม่นลง เขาหงุดหงิดอย่างมาก สายตาเขาราวกับจะมีไฟลุกขึ้นมา
พวกเขาไม่คิดเลยว่าหยูหยางเซี่ยจะโยนความผิดให้พวกเขาแบบนี้