เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3044: การต่อสู้กันระหว่างจุดสูงสุด
ตอนที่ 3044: การต่อสู้กันระหว่างจุดสูงสุด
บนที่ราบสำราญ พระราชวังต้องห้ามของจักรวรรดิเมฆทวี หัวหน้าพิรุณสวมชุดสีม่วงสง่างามและสูงส่ง นางยืนอยู่กลางทะเลดอกไม้เพียงลำพัง
“หัวหน้า นี่คือสิ่งที่ท่านถามหา ข้ามีรวบรวมจากทุกคนมาไว้ทั้งหมดแล้ว” ในขณะนี้ ชายวัยกลางคนที่ดูกำยำเดินเข้ามา เขาส่งมอบแหวนมิติให้กับหัวหน้าพิรุณ
พลังแห่งการมีอยู่ของชายกลางคนผู้นี้ทรงพลังอย่างมาก มันมีกฎแห่งความแข็งแกร่งไหลวนอยู่รอบ ๆ ตัวของเขา เขาเป็นหนึ่งในอัครสูงสุดของจักรวรรดิเมฆทวี ที่รู้จักกันในชื่อ จัก กรพรรดิเถื่อน!
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นบรรพชน แต่จักรพรรดิเถื่อนก็ยังคงแสดงความเครารพต่อหัวหน้าพิรุณอย่างไม่ปิดบัง
หัวหน้าพิรุณไม่ได้หันกลับมามองและไม่แม้แต่จะมองหน้าจักรพรรดิเถื่อน นางเพียงโบกมือเขา ๆ และแหวนมิติก็ลอยเข้าไปอยู่ในมือของนาง นางไม่พูดอะไรแม้สักคำ ราวกับว่าอัครสูงสุดที อยู่ด้านหลังของนางนั้นไม่มีอะไรเลย
จักรพรรดิเถื่อนไม่อาจแสดงความโกรธได้ต่อการเพิกเฉยของหัวหน้าพิรุณ แต่เขาก็ยังทำตัวตามปกติ ตอนนี้เขากำลังจะออกไป เขาลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะถามอย่างระมัดระวัง “หัวหน้า ท่านกำลั งกังวลเพราะสายเลือดนักรบวิญญาณหรือ ? หานเจิ้งจากเชื้อสายนักรบวิญญาณกำลังทำให้ท่านโกรธ ? ”
หัวหน้าพิรุณถอนหายใจอย่างโศกเศร้าและพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ใช่ มันเป็นเพราะหานเจิ้ง เขาทำให้ข้าโกรธมาก จักรพรรดิเถื่อนบอกข้าที เจ้าคิดว่าทำอย่างไรหานเจิ้งจึงจะอยู่ที่นี่ตลอด ดไปได้ ? ”
ทันทีที่นางพูดอย่างนั้น หัวหน้าพิรุณก็นึกถึงบุคคลิกของจักรพรรดิเถื่อนได้ ทันใดนั้น นางก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวอย่างลับ ๆ นางยิ้มอย่างผิดหวังและพูดกับตัวเอง “บอกกับเจ้าก ก็ไร้ประโยชน์นัก จักรพรรดิเถื่อน เจ้าไม่มีธุระอะไรที่นี่อีกแล้ว เจ้าไปได้”
จักรพรรดิเถื่อนไม่พอใจกับคำพูดนี้ทันที เขาพูดอย่างดื้อดึงว่า “หัวหน้าพิรุณอย่างประเมินข้าต่ำไป อย่างน้อย ๆ ข้าก็มีความคิดดี ๆ ที่จะช่วยท่านจัดการกับสถานการณ์ปัจจุบัน”
“หืม ? ข้ารอฟังอยู่ ! ” หัวหน้าพิรุณเหลือบมองอย่างสนใจนิด ๆ
“ข้าสามารถไปเยือนภูเขาวิญญาณนักรบได้และจับหานเจิ้งมาหักแขนหักขา ตลอดจนทำลายการบ่มเพาะของเขา ด้วยวิธีนี้เขาก็ไม่อาจออกจากที่นี่ได้..” อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จักรพรรดิเถื่อน จะพูดจบ คลื่นพลังที่รุนแรงก็ปะทุขึ้นอย่างกะทันหัน มันกระแทกเขาอย่างแรง
ตามมาด้วยเสียงทึบ เมื่อจักรพรรดิถูกกระแทก เขาก็หายวับออกไปจากวังต้องห้ามในชั่วพริบตา
อย่างไรก็ตามในเวลาเดียวกันเย่อี้หานจักรพรรดิคนปัจจุบันของจักรวรรดิเมฆทวีกำลังสะสางงานของราชสำนัก
แต่ในเวลานี้ มีเสียงดังก้อง วังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มีรูขนาดใหญ่เกิดขึ้นในส่วนที่คุ้มกันหนาแน่น
มีร่างหนึ่งพุ่งเข้าไปในวังราวกับกระสุนปืนใหญ่ มันทะลุเสาหลายคนก่อนที่จะกลิ้งไปยังมุมหนึ่ง
ทันใดนั้นพระราชวังก็เต็มไปด้วยฝุ่น เศษหินหรืออิฐเกลื่อนกลาด
“ศัตรูโจมตี ! ศัตรูโจมตี ! ”
“ใครมันช่างกล้า ? พวกเขากล้าดีอย่างไงมาโจมตีพระราชวังของจักรวรรดิเมฆทวีของเรา ? ”
……
พระราชวังตกอยู่ในความโกลาหลทันที และมีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นจำนวนมากมารวมกันที่พระราชวัง พวกเขามารวมตัวกันอย่างรวดเร็วในที่เกิดเหตุ
ถึงตอนนี้ ร่างที่จมอยู่ตรงมุมห้องก็ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าและพูดอย่างไม่สนใจใบหน้าที่ตื่นตระหนกของบรรดาขุนนางและแม่ทัพที่ห้องโถงว่า “ไม่ต้องตกใจ ข้า เอง ! ”
“อ้า ! ปะ-ปะ-เป็นจักรพรรดิเถื่อน ! ”
“จะ-จะ-จักรพรรดิเถื่อน ! ทะ-ทะ-ทำไม เป็นท่านล่ะ ? ”
“กะ-เกิดอะไรขึ้น ? ”
เมื่อพวกเขาเห็นหน้าตาของผู้บุกรุก ทหารที่อยู่ในตัวอาคารก็เบิกตากว้าง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“มะ-ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว กลับไปทำในสิ่งที่เจ้าต้องทำ” จักรพรรดิเถื่อนโบกมือให้ทุกคนอย่างเชื่องช้าและรีบกลับไปที่เขตต้องห้ามด้วยท่าทีน่าสงสาร
“หัวหน้าพิรุณ ข้าพูดผิดหรือ..? ”
ในเขตต้องห้าม จักรพรรดิเถื่อนยืนอยู่ด้านหลังหัวหน้าพิรุณด้วยท่าทีไม่พอใจ
“จักรพรรดิเถื่อน จำไว้ว่าเข้าสามารถยั่วยุข้าได้ แต่เจ้าต้องไม่ยั่วยุหานเจิ้ง” เสียงของหัวหน้าพิรุณค่อนข้างสงบแล้วตอนนี้
“ขอรับ ขอรับ ขอรับ ข้าจะทำตามคำสั่งของหัวหน้าสุดหัวใจ” จักรพรรดิเถื่อนพูดด้วยใบหน้าประจบประแจง แต่เขาคิดในใจ “แม้ว่าข้าจะกล้ามากกว่านี้ร้อยเท่า ข้าก็ไม่เคยยั่วยุท่าน เห็นไ ได้ชัดว่าหานเจิ้งจากทายาทนักรบวิญญาณเป็นเป้าหมายที่ง่ายกว่า”
“เจ้าไปได้ ! ” หัวหน้าพิรุณไม่รู้ว่าจักรพรรดิเถื่อนกำลังคิดอะไร นางโบกมือให้กับจักรพรรดิเถื่อน แต่ในขณะนั้นดวงตาของนางก็หรี่ลงอย่างกระทันหัน และนางก็มองขึ้นไปที่ทะเลดวงด ดาวที่กว้างใหญ่ที่อยู่ด้านนอกที่ราบสำราญ ดวงตาของนางเฉียบคมมาก
“จ้าวปีศาจชั้นฟ้า ข้ากำลังห่วงเลยว่าจะหาเจ้าอย่างไง แต่เจ้ากลับมอบตัวเองให้ข้าจริง ๆ นี่มันได้เวลาเหมาะเจาะมาก ถึงเวลาที่ข้าจะจ่ายหนี้ที่เจ้าทิ้งไว้เมื่อเจ้าได้โจมตีจักรวร รรดิเมฆทวีของข้าในอดีต” หัวหน้าพิรุณสูดลมหายใจและพูดอย่างเย็นชา คำพูดทุกคำมันเต็มไปด้วยจิตสังหาร
ในเวลาต่อมา ร่างของหัวหน้าพิรุณก็หายไปทันที
ในพื้นที่ห่างไกลจากที่ราบสำราญ โมเทียนหยุนที่สวมชุดขาวกำลังบินอยู่ท่าท่ามกลางดวงดาวและไพล่มือไปด้านหลัง เขาจ้องมองไปยังที่ที่ราบสำราญที่มีขนาดเท่าฝ่ามืออย่างสงบ
เพียงพริบตา หัวหน้าพิรุณก็ปรากฏตัวที่นั่น ใบหน้าของนางก็เย็นชาและสายตาของนางก็เยือกเย็น จิตสังหารที่นางแสดงออกมานั้นรุนแรงมากจนแม้แต่ดวงดาวที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ยั่งสั่นไหว และกระพริบติด ๆ ดับ ๆ
“จ้าวปีศาจชั้นฟ้า ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมีความกล้าที่จะออกมา ข้าคิดว่าเข้าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของเจ้าในมุมมืด” หัวหน้าพิรุณจ้องไปที่โมเทียนหยุนอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงของนางเย็นช ชาอย่างมาก
โมเทียนหยุนยังคงสงบ เขายิ้มให้หัวหน้าพิรุณ “หัวหน้าพิรุณดูเหมือนจะไม่ต้องพูดอะไรและไม่มีการเจรจาระหว่างของเราสองคน แล้วทำไมเจ้าถึงแสดงออกว่าเราต้องสู้กันอย่างเป็นตายเมื อเราพบกัน ? ”
หัวหน้าพิรุณสูดลมหายใจอย่างเย็นชาและพูดอย่างกัดฟัน “ไม่มีความข้องใจที่ไม่สามารถเจรจาได้ ? ในอดีต ลัทธิปีศาจชั้นฟ้าภายใต้คำสั่งของเจ้าโจมตีจักรวรรดิเมฆทวีของข้า เราสูญเสียผู้ คนนับไม่ถ้วน ผู้อาวุโสสูงสุดจำนวนมากตายด้วยน้ำมือของลัทธิปีศาจชั้นฟ้าของเจ้า ความคับข้องใจนี้ยังไม่มากพออีกหรือไง ? ”
“และกล้วยไม้เบญจธาตุที่ข้าปลูกไว้ในบริเวณต้องห้าม กล้วยไม้เบญจธาตุโดยกำเนิดนั้นเป็นของหายากมาในโลกเซียน ไม่ต้องพูดถึงว่ากล้วยไม้เบญจธาตุของข้านั้นมาจากโลกจิ๋วหยานหวง ง ดังนั้นมันจึงปนเปื้อนปราณหยานหวง ดังนั้นมูลค่าของมันจึงมีนับไม่ถ้วน มันถูกลัทธิปีศาจชั้นฟ้าของเจ้าขโมยไป”
“โคลนวิญญาณและปรอทเหลวที่ข้าใช้เพื่อปลูกกล้วยไม้เบญจธาตุที่ปนเปื้อนด้วยปราณหยานหวง แต่ท้ายที่สุดลัทธิปีศาจชั้นฟ้าของเจ้าก็ขโมยมันไปทั้งหมด”
“อย่างแรก ลัทธิปีศาจชั้นฟ้าของเจ้าปล่อยให้บริวารในจักรพรรดิเมฆทวีของข้าตายไปมากมาย และจากนั้นพวกเขาก็ขโมยทรัพยากรสวรรค์ที่มีค่าของข้า ความคับข้องใจพวกนี้ยังมากไม่พอ ? ”
หัวหน้าพิรุณระบุการกระทำต่าง ๆ ที่ลัทธิปีศาจชั้นฟ้าได้ทำไว้ในอดีตทีละอย่าง ความโกรธแค้นและจิตสังหารในตัวของนางก็เพิ่มมากขึ้น
“จ้าวปีศาจชั้นฟ้า หนี้ที่เจ้าติดจะต้องจ่ายด้วยเลือดของเจ้าเท่านั้น ! ” หัวหน้าพิรุณตะโกนออกมาอย่างโกรธจัด พลังแห่งการมีอยู่ของนางก็ปะทุขึ้นราวกับคลื่นลูกใหญ่ พลังของฝนแล ละเมฆก็ปกคลุมนางทันที นางโบกมือตรง ๆ และเริ่มโจมตีอย่างรุนแรง
ยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่นางเริ่มโจมตี สีทองแดงบนคอของหัวหน้าพิรุณก็หายไปทันที ทำให้นางทะลวงขึ้นในระดับใหม่โดยตรง การบ่มเพาะของนางได้ทะลวงระดับ จากชั้นสวรรค์ที่ 5 ไปถึงชั้น สวรรค์ที่ 6 ทันที
ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่านางเพิ่งทะลวงเข้าไปยังชั้นสวรรค์ที่ 6 ได้ไม่นานมานี้ พลังแห่งการมีอยู่ของนางแข็งแกร่งมากจนเทียบเท่ากับจุดสูงสุดของชั้นสวรรค์ที่ 6
หัวหน้าพิรุณยังรู้เกี่ยวกับการต่อสู้ของจ้าวปีศาจชั้นฟ้าโดยทำลายตระกูลเหอเฟิงของที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกเพียงอย่างเดียว ดังนั้นนางจึงไม่กล้าที่จะดูถูกเขา เลยโจมตีด้วยความตั้งใจ จริง ๆ นางปลดปล่อยผนึกแรกอย่างไม่ลังเลใด ๆ
จากผนึกแรก การบ่มเพาะของหัวหน้าพิรุณไปได้ถึงชั้นสวรรค์ที่ 6 แต่ความสามารถในการต่อสู้ของนางก็เหนือกว่าบรรพชนเมฆน้ำแข็งของที่ราบน้ำแข็งขั้วโลก !
หากไม่มีการพูดเกินจริง หัวหน้าพิรุณในตอนนี้ยังไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญชั้นสวรรค์ที่ 7 แต่นางก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าพวกเขาเลย !
ด้วยความสามารถในการต่อสู้ที่เทียบเท่ากับชั้นสวรรค์ที่ 7 การโจมตีของนางก็ทรงพลังอย่างเห็นได้ชัด ไม่อาจต้านทานพลังที่ยิ่งใหญ่นี้ได้ พื้นดินแตกเป็นเสี่ยง ๆ ในทันที ดาวเคราะห์ มากมายก็พังทลายกลายเป็นฝุ่น
ทันทีที่หัวหน้าพิรุณโจมตี นางก็ได้ทำลายล้างมิติทั้งหมด
โมเทียนหยุนไม่สะทกสะท้านกับการโจมตีของนาง เขาสงบและสุขุมตลอดเวลา พลังสังหารได้ห่อหุ้มร่างกายของเขาไว้ขณะที่เขาชกหมัดออกไป