เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3045: เกล็ดสีเงิน
ตอนที่ 3045: เกล็ดสีเงิน
หมัดที่ต่อยออกมานั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ไม่มีลูกเล่นใด ๆ อย่างไรก็ตามเมื่อต่อยออกมาแล้ว มันก็ดูเหมือนว่าจะเต็มไปด้วยพลังของทั้งโลก สุริยะทั้งหมดหรือแม้แต่จักรวาลทั้งหมด พล ลังมหาศาลที่อธิบายไม่ได้ดูเหมือนจะก่อตัวเป็นออร่าขนาดใหญ่ที่แผ่ออกไปทั่วทั้งโลก มันกวาดไปทางด้านของหัวหน้าพิรุณพร้อมกับพลังทำลายล้าง
ทันใดนั้น โลกก็สั่นสะเทือนและดวงดาวก็สั่นสะท้าน ความมืดปกคลุมโมเทียนหยุนและหัวหน้าพิรุณ และพื้นที่มิติแตกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างสมบูรณ์ มิติที่แตกขนาดใหญ่กลืนพวกเขาทั้งสอง
ทั้งสองคนนั้นแข็งแกร่งเกินไป แม้แต่การเคลื่อนไหวธรรมดาก็ทำลายล้าง ในขณะที่โจมตีพวกมันก็ทำลายล้างมากขึ้น
นี่ไม่ใช่ที่ราบเมฆทวีอีกต่อไป และการเสกสายฝนด้วยการสะบัดข้อมือกลับกลายเป็นการทำลายพื้นที่และทำลายดาวเคราะห์ด้วยการพลิกมือ
มิติที่หัวหน้าพิรุณและโมเทียนหยุนต่อสู้ได้จมลงในความมืดที่ถูกทำลายล้าง พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่หลงเหลืออยู่จากการปะทะกันไม่เพียงแต่ป้องกันรอยแตกฟื้นฟูได้เท่านั้น แต่ยังเป ป็นการปิดกั้นไม่ให้มันสมานรอยร้าวนั้นได้ ทั้งยังทำให้มันกว้างขึ้นและลามไปยังส่วนอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือไปกว่านั้น นั่นเป็นเพียงความผันผวนที่เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาเริ่มการโจมตี การโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของพวกเขายังไม่ได้ใช้ออกมา
ในรอยร้าวมิติ การโจมตีของโมเทียนหยุนและหัวหน้าพิรุณในที่สุดก็ปะทะกันอย่างรุนแรง พลังปราณพลุ่งพล่านรอบ ๆ ตัวของพวกเขาได้กลืนกินพวกเขาไปหมดแล้ว จากระยะไกลมันดูเหมือนกับ พายุลูกมหึมาสองลูกปะทะกัน การปะทะกันของพวกเขานั้นรวดเร็วและน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ
ตูม !
เสียงดังสนั่นเกิดขึ้นในรอยร้าวมิติทันที พลังงานที่ทำลายล้างทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง เกิดพายุพลังงานที่รุนแรงมากจนไม่อาจอธิบายได้อีกต่อไป พลังปราณวุ่นวายและหลุมอากาศเกิดขึ นชั่วขณะ ภายในรัศมีพันล้านกิโลเมตรเกิดการพังทลายเนื่องจากการปะทะกัน
หลังจากโจมตี โมเทียนหยุนดึงหมัดของเขากลับในขณะที่เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่ขยับเลย เสื้อคลุมสีขาวของเขากระพือ ในขณะที่เขาปล่อยกลิ่นอายที่ไม่สั่นคลอนใด ๆ กลืนกินบริเว วณรอบ ๆ มันเป็นดั่งมิติส่วนตัวของเขาและไม่อาจโจมตีได้ง่าย ๆ
พลังแห่งการสังหารหมุนวนอยู่รอบ ๆ ตัวของเขา มันขัดขวางการไหลเวียนของเวลาภายในมิติ
ด้านหน้าของเขา หัวหน้าพิรุณถูกห่อหุ้มด้วยพลังของเมฆและฝน แต่ในขณะนี้ส่วนใหญ่ของมันได้พังทลาย มันเหมือนกับถูกพลังที่น่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้และส่งผลกระทบต ต่อมัน ทำให้มันกระจัดกระจายอยู่ตลอดเวลา
นางเดินเซไปด้านหลังผ่านรอยมิติและไม่อาจควบคุมทิศทางได้ ในแต่ละก้าวของนาง นางปลดปล่อยพลังที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้ตั้งหลักได้ทุกก้าวที่นางเดิน
พลังที่นางมีนั้นแข็งแกร่งและน่าตกใจมาก แม้อย่างนั้นนางจะมีพลังขนาดนั้น นางก็ไม่อาจป้องกันได้
แม้ว่านางจะอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบ แต่หัวหน้าพิรุณก็ไม่หวั่นไหวเลย สายตาของนางกลับยิ่งเย็นชาและแสดงความโกรธอย่างที่ไม่อาจปิดบังได้
หลังจากนั้นไม่นาน หัวหน้าพิรุณก็ดูเหมือนจะตัดสินใจบางอย่าง ความมุ่งมั่นแสดงออกมาทางสีหน้าของนาง เกล็ดสีเงินก็ปรากฏอยู่บนคอตรงเส้นเลือดใหญ่ทันที
ทันทีที่เกล็ดสีเงินออกมา หัวหน้าพิรุณก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง การบ่มเพาะของนางก็ทะลวงไปอีกขั้น การทะลวงขั้นในครั้งนี้มันขัดกับตรรกะทั้งหมด
พลังของนางนั้นเกินกว่าขอบเขตอัครสูงสุดขั้นกลางแล้ว และทะลวงไปถึงอัครสูงสุดขั้นปลายอย่างแท้จริง
ในขณะนั้น หัวหน้าพิรุณดูเหมือนว่านางจะไปถึงอัครสูงสุดสวรรค์ชั้น 7 ไม่ว่าจะเป็นการบ่มเพาะหรือความเข้าใจของนาง
ทั่วทั้งโลกเซียน ผู้เชี่ยวชาญที่มีการบ่มเพาะดังกล่าว เป็นดั่งตัวตนที่อยู่ในตำนาน พวกเขาทุกคนล้วนแต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเขย่าโลกได้
จากการบ่มเพาะที่เพิ่มขึ้น หัวหน้าพิรุณก็หยุดเซทันที ตอนนี้นางยืนอย่างมั่นคงราวกับก้อนหิน แรงจากหมัดของโมเทียนหยุนไม่อาจทำให้นางขยับเขยื้อนอะไรได้เลย
หลังจากนั้นไม่นาน ดาบก็ปรากฏขึ้นบนมือของนาง ขณะที่นางฟันออกไปพร้อมกับลำแสงที่ทำให้ตาพร่ามัว พุ่งเข้าหาโมเทียนหยุน
แสงไม่ได้เกิดจากกฏแห่งดาบ มันกลับถูกถักทอจากพลังของวิถีสายฝนที่หัวหน้าพิรุณเข้าใจ พลังจากเมฆและฝน
“แยกมิติ ! ”
เมื่อกระบี่ถูกแทงออกไป หัวหน้าพิรุณก็ชี้ไปที่โมเทียนหยุนด้วยมืออีกข้างหนึ่งก่อนที่จะกางฝ่ามือออกเล็กน้อย
ทันใดนั้นมิติรอบ ๆ โมเทียนหยุนดูเหมือนจะเปิดออก โดยรวมแล้วดูเหมือนว่าทางด้านของเขาจะเกิดการบิดเบี้ยว พื้นที่ส่วนศีรษะ ลำตัวและแขนขาของเขาล้วนบิดเบี้ยวด้วยท่าทางแตกต่างกัน น กลายเป็นช่องว่างที่มาจากมิติอื่น นางต้องการใช้พลังแห่งมิติ, พลังของโลก ครอบคลุมร่างกายของโมเทียนหยุนให้ขาดเป็นชิ้น ๆ
โมเทียนหยุนสงบและไม่ไหวติง เขาสร้างผนึกด้วยนิ้วของเขาและปลอดปล่อยทักษะลับ ทันใดนั้นพลังมาหาศาลก็พุ่งออกมาและทำให้พื้นที่ตรงนั้นเสถียร
หลังจากนั้น เขาก็ยื่นมืออกไปและร่ายมนต์ด้วยกฏมิติทันที เกิดเป็นหอกสังหารพุ่งเข้าหาหัวหน้าพิรุณ
อย่างไรก็ตาม หลังจากปลดปล่อยเกล็ดสีเงิน พลังต่อสู้ของหัวหน้าพิรุณก็ได้มาถึงระดับใหม่ทั้งหมด นางไม่ได้ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกับตอนที่โดนโมเทียนหยุนโจมตีครั้งแรก กระบี่ในมือของน นางกลายเป็นแสงเจิดจ้าขณะที่มันปะทะกับหอกสังหาร หัวหน้าพิรุณก็ทำลายหอกของโมเทียนหยุนจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ตามมาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง
หัวหน้าพิรุณเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีความเร็วที่ลดลงแม้แต่น้อย กระบี่อยู่ในมือและถูกห่อหุ่มพลังของเมฆและฝน นางกลายเป็นภาพเลือนลางและพุ่งข้ามมิติ มาถึงด้านหน้าโมเทียนหยุนทันท ที กระบี่ของนางทำให้รอบ ๆ สั่นไหว ความกดดันที่น่าสะพรึงกลัวนั้นทำให้โลกพังทลายทันที ทักษะต่อสู้ระดับเทพที่นางใช้นั้นอยู่ในระดับสูงของเหล่าทักษะต่อสู้ระดับเทพ
พลังต่อสู้ของหัวหน้าพิรุณในตอนนี้นั้นน่าตกใจมากพอแล้ว ควบคู่ไปกับทักษะการต่อสู้ระดับเทพ พลังที่อยู่เบื้องหลังแรงผลักดันของนางนั้นสูงในระดับที่แม้แต่อัครสูงสุดชั้นสวรรค์ท ที่ 7 ส่วนใหญ่ยังต้องเงยหน้ามองขึ้นมาอย่างสิ้นหวัง
แม้แต่อัครสูงสุดสวรรค์ชั้นสวรรค์ที่ 7 บางคนที่อยู่ในระดับสูงสุดก็ยังไม่มั่นใจที่จะป้องกันการโจมตีของนาง
โมเทียนหยุนก็เริ่มจริงจังแล้วเช่นกัน “การโจมตีของเจ้านั้นเพียงพอแล้วที่จะคุกคามชั้นสวรรค์ที่ 8 หัวหน้าพิรุณ โดยส่วนตัวแล้วข้าเชื่อว่าข้าประเมินเจ้าสูงแล้ว แต่ความแข็งแกร่ งของเจ้าก็ยังเกินความคาดหมายของข้า”
“ทักษะลับเทพเจ้าทั้งเก้า สังหาร ! ”
พลังแห่งการมีอยู่ของโมเทียนหยุนเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงราวกับว่าเขากลายเป็นสัตว์ป่าที่ดุร้ายในทันที มือของเขาเป็นกรงเล็บในขณะที่เขาเหวี่ยงพวกมันไปด้านหน้าอย่างรุนแรง
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในรูปแบบของความดุร้าย เมื่อเขาเหวี่ยงกรงเล็บออกไปมันทำลายล้างและครอบงำในลักษณะที่ไม่มีใครเทียบได้ ดูเหมือนเป็นการสาธิตการโจมตีที่ดุร้ายและทรงพลังท ที่สุดที่จะสังหาร
“ตูม ! ”
ภายใต้เสียงครึน คราน ทักษะการต่อสู้ระดับเทพของหัวหน้าพิรุณก็พังลงอย่างกะทันหัน ในขณะที่กรงเล็บของโมเทียนหยุนกระแทกแสงป้องกันรอบ ๆ หัวหน้าพิรุณอย่างไร้ความปราณีด้วยอานุภาพ พที่เหลืออยู่ ทำให้ม่านพลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
หัวหน้าพิรุณไม่อาจทำอะไรได้ แต่เดินถอยหลังไปสองสามก้าว แต่เนื่องจากการโจมตีของโมเทียนหยุนเกือบจะหมดพลังหลังจากทำลายทักษะการต่อสู้ระดับเทพ มันก็ยังไม่อาจทำร้ายนางได้
แต่หลังจากนั้นไม่นาน กระบี่ในมือของหัวหน้าพิรุณก็ฟาดฟันอีกครั้ง เพียงตั้งท่ากระบี่ พลังแห่งการมีอยู่ที่หนักหน่วงของโลกก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อนางใช้ทักษะการต่อสู้ระดับเทพ
นางรู้จักทักษะการต่อสู้ระดับเทพมากมาย แต่ละทักษะนั้นมีพลังมากกว่าครั้งก่อน นางสามารถใช้มันได้โดยไม่ใส่ใจและทำมันได้ในทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด การโจมตีของนางก็เริ่มอีก กครั้ง
“ทักษะลับเทพเจ้าทั้งเก้า พลังดูดดาว ! ” โมเทียนหยุนก็จริงจังเช่นกัน เขาชี้ไปด้านบนและทั้งจักรวาลก็ถูกดูดเข้ามาทันที มันแผ่รังสีออกมาด้วยพลังแห่งการมีอยู่มหาศาล