เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3098 : ใต้เท้าศักดิ์สิทธิ์วารีหวน
ตอนที่ 3098 : ใต้เท้าศักดิ์สิทธิ์วารีหวน
“ในจักรวรรดิวายุม่วงของเขตใต้ มันมียอดฝีมือในเมืองหลวง ด้วยความสามารถของเจ้าแล้ว เจ้าน่าจะพบเขาได้อย่างง่ายดาย หากเจ้าตั้งใจจะหาเขา เขาต้องการแก่นเลือดภูติอยู่พอดี”
“แก่นเลือดภูตินั้นค่อนข้างหายากสำหรับคนอื่น ๆ เนื่องจากขั้นตอนมันโหดร้าย ลัทธิปิศาจชั้นฟ้าได้ทำการฆ่าผู้คนนับไม่ถ้วนในโลกเซียนตลอดหลายปีมานี้ ดังนั้นจึงไม่ยากที่จะรวบรวมมัน”
“เจ้าจะได้แก่นเลือดภูติที่เจ้าต้องการ”
เหนือที่ราบรกร้าง โมเทียนหยุนที่กำลังจะกลับไปยังทะเลดวงดาวได้ชะงักไป สายตาของเขาได้มองไปยังทางใต้ของที่ราบรกร้าง เขามองไปยังหนึ่งในห้าจักรวรรดินิรันดร์ จักรวรรดิวายุม่วง
“ขอบคุณมาก ! ” โมเทียนหยุนป้องมือให้กับเซียนกระบี่สวรรค์จากมิติภายนอก ต่อมาเขาก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่จักรวรรดิวายุม่วง
“จำไว้ว่าอย่าให้เขาเห็นข้า ข้าไม่อยากให้ใครมารบกวนความสงบ” เสียงของเซียนกระบี่สวรรค์ดังขึ้นมา เขาได้สื่อสารกับโมเทียนหยุน แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลไปก็ตาม
“สุดท้ายหลังจากที่สตรีข้างกายเจ้าประทับวิถีทั้งหมดแล้ว มันจะดีหากเจ้าไปยังโถงเซียนธาตุแสงกับนาง พลังของโถงเซียนธาตุแสงสามารถชำระล้างและกลั่นวิญญาณของนางได้ในระดับหนึ่ง มันจะทำให้วิญญาณของนางบริสุทธิ์กว่าเก่า”
“หากเจ้าต้องการไปยังโถงเซียนธาตุแสง มันจะดีกว่าที่จะพึ่งความสัมพันธ์กับเจี้ยนเฉิน เขายังอ่อนแออยู่ แต่เจ้าต้องยอมรับว่าตัวตนของเขานั้นมีประโยชน์กว่าตัวตนของเจ้าในฐานะจ้าวปิศาจชั้นฟ้า มันเพียงพอที่นางจะได้รับการชำระล้างจากจิตวิญญาณวัตถุของหอคอยธาตุแสงเป็นการส่วนตัว”
ตอนนั้นภายในจักรวรรดิวายุม่วง โมเทียนหยุนและหนิงซวงได้ปรากฏตัวขึ้นในเมืองหลวงที่คึกคัก พวกเขาเดินไปมาในถนนอย่างไร้จุดหมาย
“ข้ายังไม่พบยอดฝีมือที่เซียนกระบี่สวรรค์พูดถึง ด้วยการรับรู้วิญญาณของข้า เขาต้องซ่อนตัวได้เก่งอย่างมาก ข้าต้องเข้าไปใกล้ก่อนจะยืนยันตัวตนของเขาได้ หนิงซวง แยกกันไปตามหาเขา เมืองนี้อาจจะใหญ่ แต่เราคงใช้เวลาไม่กี่วันก็ค้นหาทั่วทั้งเมืองได้” โมเทียนหยุนพูดขึ้นมา หากเขาต้องการหาผู้อาวุโสผู้นี้ การรับรู้วิญญาณของเขานั้นไร้ความหมาย ผลก็คือเขาต้องพึ่งวิธีที่โง่เง่าและเรียบง่ายที่สุด ซึ่งคือต้องตรวจสอบถนนและตรอกทุกเส้นในเมืองหลวง เขาต้องตรวจสอบทั่วทุกที่
“เทียนหยุน เซียนกระบี่สวรรค์แกร่งแค่ไหนกัน ? ” หนิงซวงถามขึ้นมา สายตาของนางมองผ่านร้านค้ามากมายในถนนด้วยความสนใจ
“เซียนกระบี่สวรรค์เหมือนจะเป็นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 6 แต่เขาได้รับการสืบทอดจากยอดฝีมือระดับสูงสุด เทพกระบี่สามชีวิต ดังนั้นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาจึงน่ากลัวว่าที่เห็น” โมเทียนหยุนพูดขึ้นราวกับว่าเชื่อฟังนางอย่างมาก เขาได้อธิบายทุกอย่างกับนางอย่างอดทน เขาบอกนางทุกอย่างที่เขารู้
“แต่เซียนกระบี่สวรรค์นั้นดูไร้เทียมทานอยู่ตลอด เขาทำให้ข้าไม่อาจจะคาดเดาได้ ข้าไม่อาจจะมองทะลุเขาได้ นั่นเหมือนความรู้สึกที่ข้าได้เจอกับเขาเป็นครั้งแรก”
“แต่ถึงข้าจะพบเขาในตอนนี้ ข้าก็ยังรู้สึกเช่นเดิม” โมเทียนหยุนพูดขึ้น “บางทีมันเพราะเขามีการสืบทอดของจอมปราชญ์สูงสุด”
ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัว โมเทียนหยุนและหนิงซวงก็ได้ไปที่ลานในเมือง ลานแห่งนี้มีค่ายกลเคลื่อนย้ายจำนวนมากทั้งค่ายกลเคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวและค่ายกลเคลื่อนย้ายในเขตและค่ายกลอื่น ๆ
ค่ายกลเคลื่อนย้ายขั้นต้นหลายอันมีแสงและพลังงานแผ่ออกมา ผู้บ่มเพาะจากทั่วทุกมุมโลกได้เดินทางมาและออกที่นี่ มันดูวุ่นวายอย่างมาก
มีแค่ค่ายกลเคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวที่เงียบ ค่ายกลเคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวนั้นเป็นสมบัติล้ำค่าที่เป็นของจักรวรรดิวายุม่วง ไม่ใช่แค่ตั้งอยู่ในที่พิเศษที่มีคนคุ้มกัน แต่ยังมีขั้นอสงไขยจบคนหนึ่งคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา มันแสดงให้เห็นแล้วว่าจักรวรรดิวายุม่วงนั้นให้ความสำคัญกับค่ายกลเคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวมากแค่ไหน ตอนนั้นเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ใกล้ค่ายกลเคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวมีชายแก่คนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ บนของเขายุ่งเหยิง เสื้อผ้าฉีกขาด เนื้อตัวสกปรก ดังนั้นมันจึงทำให้เขาดูเหมือนขอทาน
ใครก็ตามที่เห็นชายคนนี้คงยากจะเชื่อว่าชายคนนี้คือขั้นอสงไขยที่จักรวรรดิวายุม่วงส่งมาดูแลค่ายกลเคลื่อนย้าย ตอนนั้นชายแก่ได้เอนหลังไปกับเก้าอี้ไม้พร้อมกับหลับตาราวกับหลับไป เขาถึงกับกรนออกมาเสียงดัง
“ผู้น้อย ผู้อาวุโสสูงสุดของลัทธิปิศาจชั้นฟ้าขอคำนับผู้อาวุโส ! ”
ตอนนั้นเสียงหนึ่งได้ดังขึ้น โมเทียนหยุนกับหนิงซวงได้ยืนอยู่ห่างชายแก่ 3 เมตร และป้องมือพร้อมกับโค้งให้กับชายแก่ที่เหมือนจะหลับอยู่
ชายแก่ไม่ได้ตอบอะไรกลับ เขากรนออกมาเสียงดังราวกับหลับลึก
“ผู้น้อย ผู้อาวุโสสูงสุดของลัทธิปิศาจชั้นฟ้าขอคำนับผู้อาวุโส ! ” โมเทียนหยุนป้องมือและโค้งให้กับอีกครั้ง
มันมีทหารมากมายที่ประจำอยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่มีสักคนที่เหมือนจะเห็นโมเทียนหยุน สายตาของพวกเขากลับกวาดมองผู้คนโดยรอบ
สำหรับทหารเหล่านี้รวมถึงผู้บ่มเพาะที่เดินผ่านไปมาแล้ว โมเทียนหยุนและหนิงซวงเหมือนจะไร้ตัวตน
“มีบางอย่างที่ผู้อาวุโสอาจจะต้องการ” โมเทียนหยุนยังไม่ยอมแพ้
ตอนนั้นชายแก่เหมือนจะโดนกวน เขาสะบัดมือด้วยท่าทีรำคาญและพูดออกมา “แมลงวันมาจากไหนกัน ? ไปให้พ้น ไปซะ หยุดรบกวนการนอนของข้า ถ้าเจ้าอยากใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย งั้นก็ไปหาทหาร อย่ามารบกวนข้า ข้านอนหลับอยู่”
“ข้ามีแก่นเลือดภูติ ! ” โมเทียนหยุนพลิกมือพร้อมกับของเหลวหยดหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมา
มันคือแก่นเลือดคุณภาพสูง มันมีต้นตอมาจากหลายเผ่าพันธุ์ เลือดนั้นเหมือนจะมีสีทุกอย่างในโลกไหลไปมาดูพิเศษอย่างมาก
แต่ตอนที่แก่นเลือดนั้นปรากฎขึ้นมา ชายแก่ที่หลับอยู่ก็ตัวสั่นทันทีและลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ สายตาเขาแสดงความสนใจออกมา เขาไม่ได้ดูง่วงเลยสักนิด
“แก่นเลือดภูติ ! เจ้ามีแก่นเลือดภูติจริง ๆ หึหึ การกลั่นมันออกมาไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าต้องความพยายามอย่างมาก ข้าต้องทำเรื่องชั่วร้ายหลายอย่าง บอกมา เจ้าต้องการอะไรจากข้า ? ” ชายแก่มองไปยังหยดเลือดตรงหน้าตาไม่กระพริบ
โมเทียนหยุนมองไปที่ชายแก่ สายตาเขาจริงจังขึ้นมาพร้อมกับพูดขึ้น “หากข้าเดาไม่ผิด ท่านคงจะเป็นใต้เท้าศักดิ์สิทธิ์วารีหวนในตำนาน ผู้อาวุโส คนที่ยิ่งใหญ่ที่มาจากยุคเดียวกับใต้เท้าศักดิ์สิทธิ์เหนือสวรรค์”