เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3097 : วิกฤตแห่งชีวิต
ตอนที่ 3097 : วิกฤตแห่งชีวิต
บนภูเขาเทพกระบี่ของที่ราบรกร้าง เซียนกระบี่สวรรค์นั่งอยู่บนยอดเขา ตาเขาปิดอยู่ เขาไม่ได้เคลื่อนไหวราวกับเป็นก้อนหิน เขาราวกับเข้าสู่สถานะที่ไม่อาจจะรับรู้อะไรรอบตัวได้รวมถึงตัวเขาเองด้วย มันมีแค่ลมที่พัดผ่านซึ่งพัดผมสีเงินของเขาปลิวไปตาม
ตอนนั้นเซียนกระบี่สวรรค์เหมือนจะรับรู้ถึงบางอย่างได้ เขาลืมตาขึ้นมาช้า ๆ และมองออกไปนอกที่ราบรกร้างเข้าไปยังส่วนลึกของมิติภายนอกด้วยสายตาอันเยือกเย็นและสุขุม
ไม่นานร่างสองร่างก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในทะเลดวงดาวที่ซึ่งเซียนกระบี่สวรรค์มองไป พวกนั้นได้ลบพลังของตัวเองออกและเดินอยู่ในหมู่ดาวด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ แค่ก้าวเดียวก็ตัดผ่านระยะทางทั้งเขตได้
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงด้านนอกที่ราบรกร้าง พวกนั้นไม่ลังเลที่จะปรากฏตัวขึ้นด้านนอกภูเขาเทพกระบี่
ตอนนั้นเองถึงจะเป็นไปได้ที่จะเห็นรูปลักษณ์ของทั้งสอง พวกนี้คือผู้อาวุโสสูงสุดของลัทธิปิศาจชั้นฟ้า โมเทียนหยุน รวมถึงผู้นำของลัทธิปิศาจชั้นฟ้า หนิงซวง !
“ผ่านมาหลายปีแล้ว เซียนกระบี่สวรรค์ ท่านเป็นยังไงบ้าง ? ” โมเทียนหยุนป้องมือให้กับอากาศที่ว่างเปล่าตรงหน้าภูเขาเทพกระบี่พร้อมกับยิ้มออกมา แต่สายตาของเขามองทะลุเข้าไปในภูเขามองไปยังร่างแก่ ๆ ที่นั่งอยู่บนยอดเขา
“มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้ามาที่นี่ เข้ามาเถอะ” เสียงของเซียนกระบี่สวรรค์ดังขึ้นมาจากยอดเขา น้ำเสียงนี้เฉยเมยอย่างมาก
โมเทียนหยุนได้โอบรอบเอวหนิงซวง ก่อนจะก้าวออกไปปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ เซียนกระบี่สวรรค์
“มาเล่นหมากล้อมกัน ! ” เซียนกระบี่สวรรค์สะบัดมือก่อนจะมีกระดานหมากล้อมปรากฏขึ้นมาระหว่างเขากับ โมเทียนหยุน
ทั้งกระดานและตัวหมากเกิดขึ้นจากปราณกระบี่บริสุทธิ์ พวกมันมีพลังทำลายล้าง หากระดับการบ่มเพาะไม่ถึงเกณฑ์ งั้นก็ไม่อาจจะแตะต้องกระดานรึหมากได้โดยที่ไม่บาดเจ็บ
โมเทียนหยุนหัวเราะออกมาและนั่งลงไปตรงหน้าเซียนกระบี่สวรรค์ ก่อนจะเริ่มเล่นหมากล้อมกัน นี่คือหมากล้อมของจีน
“ไม่มีใครมาเยี่ยมโดยไม่มีเหตุผล จ้าวปิศาจชั้นฟ้า บอกข้ามาว่าทำไมเจ้าถึงได้มาหาข้าในครั้งนี้” เซียนกระบี่สวรรค์จับหมากและมองไปที่กระดานก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา
“แน่นอน ข้าไม่อาจจะปิดบังเซียนกระบี่ได้” โมเทียนหยุนยิ้มออกมาด้วยท่าทีสำรวม ก่อนจะพูดขึ้น “ข้ามารบกวนเซียนกระบี่ถึงที่นี่เพราะข้ามีเรื่องจะขอร้อง ข้าหวังว่าเซียนกระบี่จะให้ประทับวิถีแห่งกระบี่ให้กับข้า ! ”
“สตรีข้างกายเจ้ามีวิถีที่ประทับเอาไว้อยู่แล้วสองอันในวิญญาณที่เจ้าทิ้งเอาไว้ มันคือวิถีแห่งการสังหารกับวิถีแห่งชีวิตและความตาย อย่าบอกข้านะว่าเจ้าจะให้ข้าทิ้งตราวิถีแห่งกระบี่ในวิญญาณของนางด้วย ? ” เซียนกระบี่สวรรค์ถามขึ้นมา
“เป็นตามที่เซียนกระบี่พูด ! ”
เซียนกระบี่สวรรค์พูดต่อ “เป็นไปได้ที่จะบอกว่าสภาพของนางตอนนี้พิเศษ วิญญาณของนางสามารถเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยหากเจ้าประทับวิญญาณของนางด้วยวิถีในวิธีที่สมบูรณ์ที่สุด มันจะทำให้นางพัฒนาให้ใกล้เคียงกับวิถีนั้น หลังจากที่นางสร้างร่างกายขึ้นใหม่ การทำความเข้าใจกฎเหล่านั้นก็จะง่ายอย่างมาก แต่เจ้าอาจจะกินมากกว่าที่กลืนได้ หากทำความเข้าใจกฎมากเกินไป มันอาจจะทำให้การบ่มเพาะช้าลงไปด้วย มันไม่ใช่เรื่องดีเลย”
“นอกจากนี้แล้วก็ยังมีข้อจำกัดวิถีที่วิญญาณของนางจะรับไหว เมื่อมันมีวิถีที่ประทับไว้มากเกินไป งั้นมันก็จะส่งผลเสียต่อนางเอง”
“ข้ารู้เรื่องนี้ดี การประทับวิถีในร่างวิญญาณและการปรับแต่งวิญญาณให้ผ่านคุณสมบัติของการประทับนั้นมันมีเงื่อนไขที่สูง บังเอิญว่าหนิงซวงนั้นผ่านเงื่อนไขเหล่านั้น ดังนั้นข้าจะให้หนิงซวงพลาดโอกาสที่หายากเช่นนี้ได้ยังไง ? ”
“ข้าวางแผนมาหมดแล้วว่าหนิงซวงจะรับการประทับวิถีใด นอกจากวิถีเดิมของนางแล้ว มันจะมีวิถีแห่งการสังหาร, วิถีแห่งชีวิตและความตาย, วิถีแห่งกระบี่และวิถีแห่งช่างเหล็ก วิถีบางอย่างไม่อาจจะมองได้ว่ามีพลังโจมตีมากที่สุด แต่พวกมันสำคัญกับการบ่มเพาะของหนิงซวง พวกมันจะสนับสนุนการบ่มเพาะของนางอย่างมาก”
เมื่อพูดถึงจุดนี้ โมเทียนหยุนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย “น่าเสียดายที่จำนวนวิถีที่วิญญาณของหนิงซวงจะรับได้ไหวนั้นมีจำกัด ไม่งั้นแล้วข้าอยากประทับวิญญาณของนางด้วยวิถีแห่งค่ายกลกับวิถีแห่งการปรุงยา ก่อนที่ร่างของนางจะสร้างขึ้นใหม่”
“ในเมื่อเจ้ายืนกราน งั้นข้าจะทำตามที่เจ้าขอ ! ” เซียนกระบี่สวรรค์ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาชี้นิ้วออกมาพร้อมกับตราประทับวิถีแห่งกระบี่ได้ประทับลงไปในวิญญาณของหนิงซวง
วิญญาณของหนิงซวงเปล่งแสงออกมา ทันทีที่ตราประทับวิถีเข้าไปในวิญญาณของนาง มันก็ได้แตกออกแล้วหลอมรวมกับวิญญาณของนางอย่างสมบูรณ์
แต่ถึงมันจะรวมตัวกันได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าหนิงซวงจะเข้าใจกฎแห่งกระบี่อย่างสมบูรณ์ มันแค่ปรับวิญญาณของนางเพิ่มคุณสมบัติบางอย่าง ผลก็คือนางเข้าใกล้กับกฎแห่งกระบี่มากขึ้น เมื่อนางทำความเข้าใจกฎแห่งกระบี่ในอนาคต ทุกอย่างก็จะง่ายกว่าเดิมอย่างมาก
วิธีนี้ยากจะทำเลียนแบบได้ มันมีข้อกำหนดที่สูงที่จะมีความสามารถเฉกเช่นหนิงซวงมี
“ขอบคุณเซียนกระบี่ ! ” โมเทียนหยุนป้องมือ ตอนนั้นหมากล้อมจบเกมพอดี เขาชนะเซียนกระบี่สวรรค์ แต่เขาไม่ได้สนใจหมากล้อมเลยแม้แต่น้อย เขาได้ลุกขึ้นยืนและบอกลาทันที
“จ้าวปิศาจชั้นฟ้า ! ” เซียนกระบี่สวรรค์หยุดโมเทียนหยุนเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้นอย่างใจเย็น “คิดจากที่เรารู้จักกันมานาน ข้าจะแนะนำอะไรเจ้าเอาไว้ มันจะดีหากเจ้าจำกัดการติดต่อกับเจี้ยนเฉินเอาไว้ ! ”
โมเทียนหยุนนิ่งไป ตาเขาเป็นประกายและมองไปที่เซียนกระบี่สวรรค์ด้วยความสนใจ “ทำไมท่านถึงได้พูดเช่นนั้นเซียนกระบี่ ? ”
“ข้ารู้ว่าเจ้าเกี่ยวข้องกับเจี้ยนเฉินอยู่บ้าง แต่เขาน่ะอยู่ในวิกฤตเป็นตาย ก่อนที่เขาจะเผชิญหน้ากับวิกฤตนี้ มันจะดีกว่าที่เจ้าจะหลีกเลี่ยงการติดต่อกับเขา ไม่งั้นแล้วเจ้าอาจจะต้องตายไปตลอดกาล” เซียนกระบี่สวรรค์พูดขึ้น
“วิกฤตเป็นตายแบบใดกันที่จะทำให้ข้าตายไปตลอดกาล ? เรื่องนี้ชักทำให้ข้าสนใจขึ้นมาแล้ว” โมเทียนหยุนฮึดฮัดออกมา เขาไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้เลย
“จ้าวปิศาจชั้นฟ้า ข้ารู้ว่าเจ้าน่ะแข็งแกร่งอย่างมาก แต่เจ้าไม่อาจจะช่วยเจี้ยนเฉินจากวิกฤตของเขาได้ เมื่อเจ้าเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่เจ้าที่ต้องตายไปด้วย แต่แม้แต่สตรีข้างกายเจ้าที่เจ้าพยายามอย่างหนักเพื่อช่วยนางก็จะตายไปเพราะเจ้าด้วย” เซียนกระบี่สวรรค์พูดขึ้น
โมเทียนหยุนเครียดขึ้นมาเล็กน้อย เขาได้ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “เซียนกระบี่สวรรค์ วิกฤตเป็นตายของเจี้ยนเฉินนั้นน่ากลัวขนาดนั้นจริง ๆ รึ ? จะช่วยให้เขารอดจากวิกฤตนี้ได้ยังไง ? ”
“วิกฤตนี้น่ากลัวกว่าที่เจ้าคิดเอาไว้ อย่างน้อย ๆ ทั่วทั้ง 6 โลกในตอนนี้ก็ไม่อาจจะมีใครช่วยเขาได้ ไม่ว่าเขาจะรอดรึไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับโชคเขาเอง มันไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะไปยุ่งรึเปลี่ยนแปลงได้” เซียนกระบี่สวรรค์พูดด้วยท่าทีลึกลับ
“แล้วหากเขาตายล่ะ ? ” โมเทียนหยุนถามขึ้นมา
“เขาก็ต้องโดนกำจัดหายไปจากโลกนี้ ! ”
สีหน้าของโมเทียนหยุนเปลี่ยนไป แต่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาป้องมือให้กับเซียนกระบี่สวรรค์และจากไปพร้อมกับหนิงซวง
“ข้าจะให้ข่าวเจ้าอีกอย่าง หากเจ้าต้องการประทับวิถีแห่งช่างเหล็กให้กับนาง งั้นเจ้าก็ไม่ต้องไปที่ไหนอื่น ที่ราบรกร้างนั้นมีหนึ่งคนที่เหมาะอยู่”