เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3099 : ที่สำหรับการฟื้นฟู
ตอนที่ 3099 : ที่สำหรับการฟื้นฟู
“เหนือสวรรค์ ! ” สายตาของชายแก่ดูซับซ้อนขึ้นมาเมื่อได้ยินโมเทียนหยุนพูดถึงใต้เท้าศักดิ์สิทธิ์เหนือสวรรค์ เขาถอนหายใจออกมา “เจ้าแก่นั่นโชคดีที่ก้าวขึ้นไปถึงขั้นนั้นได้ เขาได้กลายเป็น เฮ้อ….เลิกพูดเรื่องเขาดีกว่า อย่าพูดเรื่องเขาเลย บอกข้ามาว่าเจ้าต้องการอะไรจากข้าเพื่อแลกกับแก่นเลือดภูติ ? ”
“ข้าต้องการการประทับวิถีแห่งการหลอมแลกกับแก่นเลือดภูติ ! ” โมเทียนหยุนพูดขึ้นมา
“ง่ายแบบนั้นเลยรึ ? ” ชายแก่ผงะ เขามองไปที่หนิงซวง ก่อนจะพยักหน้าด้วยท่าทีเข้าใจ “ก็ได้ ตกลง ! ” เขาชี้นิ้วออกมาและส่งตราประทับวิถีแห่งการหลอมเข้าไปในตัวหนิงซวง ในขณะเดียวกันแก่นเลือดภูติก็ได้ลอยจากมือ โมเทียนหยุนไปหาชายแก่
“เอาล่ะ เด็กน้อย เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าต้องการแก่นเลือดภูติ ? เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าซ่อนอยู่ที่นี่ ? ” หลังจากที่ได้แก่นเลือดไป ชายแก่ก็ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“มันเป็นเรื่องบังเอิญ” โมเทียนหยุนยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มลึกลับ
“บังเอิญ ? จริงรึ ? ” ชายแก่ไม่เชื่อ แต่เมื่อตรวจสอบเรื่องนี้ดูแล้ว เขาก็ไม่พบอะไร
“ไม่ว่าท่านจะเชื่อรึไม่ก็ขึ้นอยู่กับท่าน ข้าได้สิ่งที่ข้าต้องการแล้ว ข้าคงไม่รบกวนการนอนของท่านอีก ผู้อาวุโส ข้าขอตัวก่อน ! ”
“เจ้าไปได้ แต่อย่าบอกใครว่าข้าซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ไม่งั้นข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ ข้ายังอยากนอนพักไปอีกหลายปีอยู่” ชายแก่พึมพำออกมา
จากนั้นโมเทียนหยุนก็ได้ปรากฏตัวด้านนอกโถงเซียนธาตุแสงพร้อมกับหนิงซวง
ในเขตใต้ของที่ราบเมฆา เจี้ยนเฉิน, หมิงตง, หยุนเสี่ยวหยาน และหมิงเซีย ได้ปรากฏตัวภายในค่ายกลเคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวพร้อมกับแสงสีขาวที่ส่องประกายขึ้นมา
แต่เจี้ยนเฉินนั้นหน้าซีดและอยู่ในสภาพอ่อนแอ ใบหน้าเขาดูอ่อนล้า เขาดูไร้เรี่ยวแรง เขาเซไปมา ราวกับแค่ยืนก็เป็นเรื่องยากสำหรับเขาแล้ว
เขาได้กลับมายังตระกูลเทียนหยวนด้วยความช่วยเหลือจากหมิงตง
เจี้ยนเฉินไม่อยากให้สหายของเขารู้อาการตอนนี้ ดังนั้นนอกจากซูหรานและหยุนวู่เฟิง ขั้นบรรพกาล 2 คนของตระกูลเทียนหยวนแล้ว เขาไม่ได้บอกใครเรื่องการกลับมาของเขา
สภาพร่างกายของเขาตอนนี้ย่ำแย่อย่างมาก เขาไม่อยากให้สหายเป็นกังวล ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่ไปหาพวกนั้น
ตอนนั้นที่ชั้นบนสุดของโถงเมฆธารา เจี้ยนเฉินได้นอนอยู่บนพื้นด้วยสภาพน่าอดสู หมิงตงได้ล้วงเอายาขั้นเทพออกมาจากแหวนมิติมาป้อนให้กับเจี้ยนเฉิน
“หมิงตง เจ้าไม่จำเป็นต้องใช้ยาพวกนี้กับข้า ยาพวกนี้ไม่อาจจะช่วยอะไรข้าได้มาก” เจี้ยนเฉินหยุดมือหมิงตงเอาไว้ ร่างบรรพกาลของเขายังอยู่ จุดบรรพกาลนั้นได้รับการซ่อมแซมมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงฟื้นฟูบาดแผลบนร่างกายได้ในเวลาอันสั้น
แต่พลังชีวิตของเขาแทบจะหมด พลังชีวิตที่เขาเผาไหม้ไปและวิญญาณที่โดนเผาไปกว่า 2 ใน 3 นั้นไม่อาจจะฟื้นฟูกลับมาได้ด้วยยาขั้นเทพ
เรื่องพลังชีวิตนั้นจัดการได้ไม่ยาก มันมีสมบัติสวรรค์และยาที่ฟื้นฟูพลังชีวิตได้แต่เขาจะได้มันมาตราบใดที่จ่ายเงินก้อนโต
ส่วนที่ยุ่งยากที่สุดคือวิญญาณที่เสียไป ตอนที่ข้ามสะพานชีวิตนั้น เขาได้เผาไหม้วิญญาณไปจำนวนมาก มันทำให้เขาบาดเจ็บหนักและยากจะฟื้นฟูได้ การฟื้นฟูวิญญาณให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมนั้นไม่ใช่ง่าย ๆ
ความแข็งแกร่งของเขาเองก็ได้รับผลกระทบอย่างมากเช่นกัน
เจี้ยนเฉินดึงเอาแหวนที่เก็บไว้ในโถงเมฆธาราออกมา เพื่อความปลอดภัยแล้ว เขาได้ทิ้งทรัพยากรล้ำค่าเอาไว้ในโถงเมฆธาราตอนที่เดินทางไปยังพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง เขาเอาของติดตัวไปไม่มาก เผื่อว่าจำเป็นต้องใช้จริง ๆ
มันรวมไปถึงแท่นหยกชะตาด้วย
เจี้ยนเฉินนำแหวนมิติทั้งสองออกมา ก่อนจะจัดของในแหวนทั้งสองรวมกัน เขาได้เอาแท่นหยกชะตาออกมาและเก็บมันไว้แยกกัน
เมื่อเห็นแท่นหยกชะตาที่เปล่งแสงออกมา เจี้ยนเฉินก็พูดอะไรไม่ออก ระหว่างที่ไปยังพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง เขาเตรียมที่จะทิ้งมันไปแล้ว เขาตั้งใจจะมอบมันให้กับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาเพื่อแลกกับการช่วย นางฟ้าเฮายู่
แต่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับทำให้เขาแปลกใจ นอกจากราคาที่เขาต้องจ่ายไปกับการข้ามสะพานชีวิตแล้ว เขาเหมือนไม่ได้เสียอะไรอีกกับการแลกความช่วยเหลือจากจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาในการช่วยนางฟ้าเฮายู่
ผลก็คือแท่นหยกชะตาที่เขาเตรียมใจว่าจะเสียมันไปกลับยังอยู่กับเขาอยู่
ตอนนั้นเจี้ยนเฉินกลับชะงัก เขาพบว่ามีบางอย่างหายไปจากแหวนมิติของเขา
ของที่หายไปนั้นคือลูกปัดที่มีกฎแห่งการทำลายล้างที่เขาได้มาจากการไปยังหอคอยอนัตตาในโลกชั้นล่าง
เขามองออกมานานแล้วว่าลูกปัดนี่ต้องเป็นของดีแน่ ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่เคยใช้มัน ตอนที่เดินทางไปยังพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง เขาก็ได้นำมันติดตัวไปด้วย
แต่ตอนี้เขากลับพบว่ามันหายไปแล้ว
ตอนนั้นมีลำแสงสองอันส่องประกายออกมา อันหนึ่งสีม่วงและอีกอันสีฟ้าค่อย ๆ ลอยเข้ามา จิตวิญญาณกระบี่ทั้งสองเห็นว่าเจี้ยนเฉินกลับมาจึงเปลี่ยนเป็นลำแสงกลับเข้าไปในร่างของเขา
“นายท่าน ท่านบาดเจ็บสาหัสแบบนี้ได้ยังไง ? ” ทันทีที่กลับมา จิตวิญญาณกระบี่ก็เห็นสภาพของเจี้ยนเฉินและตะโกนขึ้นมาทันที
การกลับมาของจิตวิญญาณกระบี่นั้นทำให้เจี้ยนเฉินเลิกสนใจเรื่องลูกปัดแห่งการทำลายล้างที่หายไป เขาได้บอกเรื่องที่เขาเจอบนสะพานชีวิตให้ทั้งสองฟัง
แน่นอนว่าเขาบอกแค่สิ่งที่เกิดขึ้นบนสะพาน เขาไม่ได้เล่ารายละเอียดที่เขาพูดคุยกับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา ยังไงซะเขาก็ไม่กล้าพูดเรื่องจอมปราชญ์สูงสุดมากเกินไป เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ได้ถึงตัวตนของจิตวิญญาณกระบี่
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น จิตวิญญาณกระบี่ทั้งสองก็เงียบไป หลังจากนั้นไม่นานพวกนั้นก็พูดขึ้นมาช้า ๆ “นายท่าน มันยากที่ท่านจะฟื้นฟูบาดแผลได้อย่างรวดเร็วในโลกเซียน ท่านต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟูตัวเอง แต่เมื่อท่านไปยังโลกจิ๋วหยานหวง การฟื้นฟูก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา”
“โลกจิ๋วหยานหวง” เจี้ยนเฉินตาเป็นประกายขึ้นมา วันที่พวกเขาจะเดินทางไปยังโลกจิ๋วหยานหวงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
“แต่เพราะกฎพิเศษในโลกจิ๋วหยานหวง ความแข็งแกร่งของข้าจะได้รับผลกระทบอย่างมาก ข้าอาจจะใช้พลังกฎไม่ได้ ที่ข้าทำได้มีแต่พึ่งพลังร่างกายตัวเอง”
“เมื่อเป็นเช่นนั้นก่อนที่เราจะไป ข้าต้องทำให้ร่างบรรพกาลกลับไปอยู่ในสภาพสมบูรณ์ให้ได้ก่อน ตอนนั้นแม้ว่าความแข็งแกร่งของข้าจะลดลงเพราะอาการบาดเจ็บ แต่มันจะไม่ส่งผลกระทบอะไรมากภายใต้เงื่อนไขพิเศษของโลกจิ๋วหยานหวง” เจี้ยนเฉินคำนวณในใจ