เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3137 : ความโกลาหลครั้งใหญ่
ตอนที่ 3137 : ความโกลาหลครั้งใหญ่
เจี้ยนเฉินรับผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์และเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติ หลังจากที่คิดสักพัก เขาก็ได้แผ่พลังวิญญาณไปหาซ่างกวนมู่เอ๋อและสั่งนางด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มู่เอ๋อ นี่เศษเสี้ยววิญญาณของข้า รับมันไว้ เจ้าจะรับรู้ตำแหน่งของข้าได้จากเศษเสี้ยววิญญาณ”
ด้านในโลกจิ๋วหยานหวงนั้น การรับรู้โดนจำกัดไว้จนถึงจุดที่ไกลเท่ากับระยะการมองเห็น เมื่อออกห่างกันเกินไป มันก็ยากที่จะพบกันได้อีก ผลก็คือทางเดียวที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้พลัดกันได้นั้นคือต้องทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณเอาไว้ เพื่อที่นางจะได้รู้ตำแหน่งของเขา
พวกเขาได้ทำการแลกเปลี่ยนเศษเสี้ยววิญญาณกัน หลังจากนั้นซ่างกวนมู่เอ๋อก็หันกลับแล้วเดินทางออกจากที่นั่น
นางรู้ว่าหลังจากนี้เจี้ยนเฉินจะทำเรื่องอันตรายอย่างมาก ด้วยความแข็งแกร่งของนางแล้ว ไม่ใช่แค่ไม่อาจจะช่วยได้ แต่ยังเป็นตัวถ่วงเขาอีกด้วย
เจี้ยนเฉินไม่ได้ลงมือทันที เขากลับนั่งลงไปที่กิ่งไม้ใกล้ ๆ กับผลแห่งวิถีฟื้นฟูและปรับลมหายใจ เขาคิดหาเส้นทางการบินพร้อมกับจับตาดูการต่อสู้ของสัตว์อสูรหยานหวงทั้งสอง
หมาป่าเก้าหางยังคงสู้กับปลาอยู่โดยไม่รู้เลยว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญนั้นกำลังอยู่ข้าง ๆ ผลแห่งวิถีฟื้นฟูที่มันเฝ้าอยู่
เวลาผ่านไปช้า ๆ เจี้ยนเฉินยังคงอยู่ที่กิ่งไม้เดิมโดยไม่ได้ลงมือ เขาดูเยือกเย็นอย่างมาก
จนเกือบ 1 นาที ก่อนที่สุดท้ายเขาจะลุกขึ้น เขาได้พึมพำออกมา “บางทีอาจจะรอมานานพอแล้ว มู่เอ๋อน่าจะไปได้ไกลแล้ว ! ” เมื่อพูดจบเจี้ยนเฉินก็หรี่ตาลง พลังบรรพกาลในตัวได้ปะทุออกมาพร้อมกับพลังบ่มเพาะ เขาได้พุ่งไปหาผลแห่งวิถีฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
ในพริบตาเจี้ยนเฉินก็บินไปกว่า 10 กิโลเมตร และลงไปยืนตรงหน้าผลแห่งวิถีฟื้นฟู
แทบจะทันทีที่เขาเอื้อมมือไปแตะผลแห่งวิถีฟื้นฟู กล่องหยกก็ได้ปรากฏขึ้นมาในมือของเขา ฝาได้ถูกเปิดออกแล้ว ก่อนที่เขาจะเก็บผลแห่งวิถีฟื้นฟูเข้าไปในกล่องทันที
ฝาปิดตัวลงทันที ตอนนี้ผลแห่งวิถีฟื้นฟูได้ถูกเก็บเข้าไปในกล่องหยกแล้ว
จากตอนที่มาถึงตรงหน้าสมบัติสวรรค์ เอากล่องออกมาและเก็บมัน เขาทำมันเสร็จแทบจะทันทีโดยไม่ได้สะดุดแม้แต่น้อย
ต่อมากล่องหยกก็ได้หายไปจากมือเจี้ยนเฉิน เขาหันกลับพร้อมพลังบรรพกาลที่ปะทุออกมาจากร่างแล้วบินออกไปโดยเร็วที่สุด
ทันทีที่เขาเก็บผลแห่งวิถีฟื้นฟู หมาป่าเก้าหางที่สู้กับปลาอยู่ก็ได้หันกลับมามองทางผลแห่งวิถีฟื้นฟู ตาของมันแดงก่ำด้วยความโกรธ
มันได้คำรามออกมา มันไม่ได้สนใจศัตรูที่บุกรุกอาณาเขต มันหันหลังและกลับไปยังต้นผลแห่งวิถีฟื้นฟูโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ มันไปถึงในไม่กี่อึดใจ แต่ตรงหน้ามันกลับเป็นต้นไม้ที่แห้งเหี่ยว ใบไม้หนาทึบได้หมดพลังชีวิตและร่วงหล่นลงมา
หมาป่าเก้าหางหงุดหงิดแล้วคำรามออกมาพร้อมกับมองไปทางที่เจี้ยนเฉินหนีไปด้วยตาที่แดงก่ำ จากนั้นมันก็ได้ไล่ตามไปทันที
ปลานั้นไม่ได้ยอมแพ้กับผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์เช่นกัน แม้ว่าผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์จะเก็บไว้ในกล่องหยก แต่สัตว์อสูรหยานหวงเหล่านี้ก็เหมือนจะมีการเชื่อมต่อกับสมบัติสวรรค์ที่พวกมันเฝ้าอยู่
การเชื่อมต่อนี้แข็งแกร่งจนไม่ได้รับผลกระทบจากกล่องหยกที่ผนึกพลังของสมบัติสวรรค์เอาไว้
ผลก็คือสัตว์อสูรหยานหวงร่างปลาจึงรู้ทันทีว่าผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์อยู่กับเจี้ยนเฉิน
ต่อมามันก็ได้คำรามออกมาและไล่ตามเจี้ยนเฉินโดยตามหลังหมาป่าเก้าหางไปติด ๆ
เจี้ยนเฉินบินผ่านภูเขามาหลายลูก เขาใช้พลังทั้งหมดที่มี เขาแทบจะเผาผลาญพลังชีวิตด้วยซ้ำ
แต่แม้จะทำเช่นนั้น แต่เขาก็ยังไม่เร็วเท่ากับสัตว์อสูรหยานหวงทั้งสองที่ไล่ตามเขามาแม้แต่น้อย
ยังไงซะความต่างเรื่องความแข็งแกร่งก็มากโข เขาอยู่ขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9 ส่วนพวกมันทัดเทียมกับขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4 เมื่อไม่อาจจะใช้กฎมิติได้ เขาก็ไม่อาจจะมีโอกาสที่จะเทียบกับสัตว์อสูรหยานหวงที่โดดเด่นเรื่องความเร็วได้เลย
ระยะห่างหดสั้นลงอย่างรวดเร็ว
“แค่หนียังไม่พอ บางทีข้าควรจะทำแบบเดิมเหมือนที่ทำ คือล่อพวกมันสองตัวไปยังอาณาเขตของตัวอื่น ข้าอาจจะได้รับประโยชน์ที่คาดไม่ถึงจากเรื่องนี้” เจี้ยนเฉินคิด
แต่ตอนนั้นเองกรงเล็บของหมาป่าเก้าหางก็ได้มาถึงด้านหลังเขาพร้อมกับเสียงตัดสายลม มันได้ตะปบเข้าที่เสื้อของเจี้ยนเฉินและทิ้งรอยแผลลึกไว้ที่หลังของเจี้ยนเฉิน
พลังนี้ทำให้เจี้ยนเฉินกระเด็นออกไปชนเข้ากับต้นไม้หลายสิบต้น
เจี้ยนเฉินอดทนความเจ็บปวดที่มี เขากลัวว่าจะเสียเวลาไปแม้แต่วินาทีเดียว เขายังหนีต่อและล่อสัตว์อสูรหยานหวงทั้งสองเข้าไปยังอาณาเขตของสัตว์อสูรหยานหวงตัวอื่น
ระหว่างทางเขาได้พบกับสัตว์อสูรหยานหวง 3 ตัว ทั้งหมดอยู่ต่ำกว่าขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4 เพราะแบบนั้น ทันทีที่รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของหมาป่าและปลาแล้ว พวกมันก็เลือกที่จะอยู่เฉยกลัวที่จะแสดงตัวออกมา
สำหรับเจี้ยนเฉิน เขาได้รับบาดแผลมาหลายแห่ง ตัวของเขาชุ่มไปด้วยเลือด เขาอยู่ในสภาพน่าอนาถอย่างมาก
แต่เขายังคงมีพลังอยู่ มันไม่มีวี่แววว่าพลังจะลดลงไปแม้แต่น้อย !
“ ข้าต้องหาสัตว์อสูรหยานหวงที่แกร่งกว่านี้” เจี้ยนเฉินกัดฟันแน่น
ตอนนั้นเองก็มีเสียงเสือคำรามดังขึ้นจากในป่า พลังงานอันแข็งแกร่งได้ปะทุออกมา เสือสองหัวได้กระโดดลงมาจากยอดเขาพุ่งเข้าหาปลาและหมาป่าเก้าหางที่ไล่ตามเจี้ยนเฉินมา
สำหรับเจี้ยนเฉิน เสือสองหัวไม่ได้สนใจเขา มันราวกับว่ามีแค่ปลาและหมาป่าเก้าหางในสายตาของมัน พวกนี้คือศัตรูที่บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของมัน
ยังไงซะพลังของเจี้ยนเฉินก็อ่อนแอกว่าสัตว์อสูรหยานหวงทั้งสอง
“ขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 5 ! ” เจี้ยนเฉินใจสั่นเมื่อรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของเสือสองหัว หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เปลี่ยนทางมุ่งหน้าไปยังทางที่เสือสองหัวจากมา สายตาของเขาเต็มไปด้วยความลังเล
แต่ต่อมาเขาก็ได้ตัดสินใจ เขามุ่งมั่นอย่างมาก เขาได้ทำการลบพลังและหลบสายตาของเสือสองหัวบินไปยังยอดเขา
ไม่นานเขาก็มาถึงตรงหน้าสมบัติสวรรค์ที่เสือสองหัวเฝ้าอยู่ มันคือผลไม้ที่งอกออกมาจากต้น มันเปล่งแสงออกมา มันดูล้ำค่าอย่างมาก
มันก็เหมือนกับก่อนหน้านี้ เจี้ยนเฉินได้เอากล่องหยกออกมาแล้วเก็บผลไม้นั้นทันที ก่อนจะบินต่อไปโดยไม่หันกลับมามองด้านหลัง
ตอนนั้นสัตว์อสูรหยานหวงที่ไล่ตามเขาก็เพิ่มเป็น 3 ตัว เสือสองหัวเองก็ร่วมวงไล่ล่าเจี้ยนเฉินด้วย
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็ได้วนไปทั่วทุกที่พร้อมกับสัตว์อสูรหยานหวงสามตัวที่ไล่ตามหลังมา เขาได้เข้าไปในเขตต่าง ๆ เพื่อเก็บสมบัติสวรรค์ด้วยวิธีเดิม
สัตว์อสูรหยานหวงพวกนี้ไม่ได้มีความฉลาด พวกมันไม่อาจจะคิดได้ ทุกอย่างที่มันทำนั้นอิงจากสัญชาตญาณ ดังนั้นวิธีของเจี้ยนเฉินจึงสำเร็จทุกครั้ง มันทำให้เขาได้ผลกำไรมาเป็นกอบเป็นกำ
แต่มันก็มีค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายเช่นกัน เขาบาดเจ็บสาหัสจนตัวอาบด้วยเลือด เขาเหมือนคนกำลังจะตาย
สุดท้ายก็มีสัตว์อสูรหยานหวงไล่ตามเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานมันก็มีหลายสิบตัว
ในหมู่สัตว์อสูรหยานหวงขั้นบรรพกาลมากกว่าสิบตัวนี้ ตัวที่แกร่งที่สุดนั้นอยู่ขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 6