เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3191 : การทะลวงผ่านของจินหง
ตอนที่ 3191 : การทะลวงผ่านของจินหง
เจี้ยนเฉินก้าวออกไปยังมิติภายนอก พลังมิติแผ่ออกมาจากร่างของเขา มิติเกิดคลื่นราวกับน้ำในแต่ละก้าวที่เขาเดินกระจายไปโดยรอบ
เขาเดินทางด้วยกฎมิติขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4 แม้ว่าจะไม่อาจจะเทียบได้กับเด็กไร้หัวใจในอดีต แต่ก็พอทัดเทียมกับขั้นอัครสูงสุดทั่วไปได้ เขาถึงแซงหน้ายานอวกาศหลายลำไปได้
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้แล้วเขาถือว่าเป็นยอดฝีมือในมิตินับไม่ถ้วน มันมีสัตว์อสูรมิติไม่กี่ตัวที่เป็นภัยต่อเขาได้เจี้ยนเฉินเดินทางอยู่ในมิติรอบนอกและเดินทางผ่านอุโมงค์ที่ได้รับการดูแลโดยใต้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งพลังป้องกันโดยไม่มีอุปสรรคใด ๆ และไปถึงซากโลกจิตวิญญาณได้ หลังจากนั้นเขาก็เดินทางต่อเข้าไปในโลกจิตวิญญาณ
5 ปีต่อมา สุดท้ายเจี้ยนเฉินก็มาถึง 1 ใน 5 ซากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของโลกจิตวิญญาณ ทวีปดาวนิล
ใจกลางทวีปดาวนิลนั้นมีเมืองดาวนิลอยู่ มันถูกตั้งชื่อขึ้นตามทวีป ทางเข้าสู่โลกแห่งสัตว์อสูรที่ร่วงหล่นอยู่ที่นั่น
ในพริบตาเจี้ยนเฉินก็มาถึงที่ใต้ทางเข้าสู่โลกแห่งสัตว์อสูรที่ร่วงหล่น
ฃเจี้ยนเฉินมองไปที่ลานว่างเปล่าขนาดใหญ่แล้วถอนหายใจออกมา
เขานึกถึงตอนที่ลานแห่งนี้รวมถึงพื้นที่ด้านบนเต็มไปด้วยผู้คนตอนที่เขามายังโลกดาวนิลครั้งแรกรวมถึงตอนที่เขาเดินทางออกมาด้วย มันมีโถงศักดิ์สิทธิ์หลายอันลอยอยู่ด้านนอกพร้อมกับแผ่พลังของขั้นบรรพกาลออกมาซ้อนทับกัน มันถึงกับมีอัครสูงสุดอยู่ที่นี่ด้วย
แต่ตอนนี้มันกลับเงียบสงบอย่างมากเมื่อเทียบกับลานที่คึกคักในอดีต มันไม่ได้มีผู้บ่มเพาะขอบเขตตั้งต้นเลยสักคนให้เห็น มันมีแค่ผู้บ่มเพาะขอบเขตเทพที่ประจำอยู่ที่นั่น
อุโมงค์ทีเชื่อมต่อกับทั้งสองโลกที่ซึ่งคอยต้อนรับผู้บ่มเพาะทุกคนและมีผู้คนเดินทางเข้าออกอยู่ตลอดเวลานั้น ตอนนี้กลับเงียบสงบ
เมื่อเข้ามาใกล้ ๆ เจี้ยนเฉินก็เห็นโถงศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้นตา มันมีสีขาวและแผ่พลังอันเย็นชาออกมา มันร่างที่เหมือนกับกระเรียนสลักเอาไว้ด้านในโถงศักดิ์สิทธิ์
โถงศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้คือฐานของเผ่ากระเรียนสวรรค์ของโลกจิตวิญญาณ !
เจี้ยนเฉินมองไปที่โถงเจี้ยนเฉินและคิดถึงเหอเฉียนเฉียน ตอนนั้นเขาเดินทางไปในโลกแห่งสัตว์อสูรที่ร่วงหล่นกับนางแต่ตอนนี้เหอเฉียนฉียนกลับไม่อยู่ที่นี่แล้ว
“หากดูจากเวลาแล้ว นางน่าจะมีอายุมากกว่าพันปีแล้ว นางไม่อาจจะเข้าไปในโลกดาวนิลได้อีกต่อไป” เจี้ยนเฉินพึมพำในใจพร้อมกับคิดถึงอดีต
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็สลัดความคิดทั้งหมดทิ้งและเตรียมตัวที่จะเข้าไปในโลกดาวนิล
แต่ตอนนั้นเองเจี้ยนเฉินก็ต้องหรี่ตาลงด้วยความแปลกใจ เขากลับรู้สึกได้ถึงพลังที่คุ้นเคย
ต่อมาการรับรู้ของเขราก็แผ่ออกไปในพริบตา
ตอนนั้นเองก็มีผู้บ่มเพาะหลายคนในบ้านภายในเมืองดาวนิลที่พากันนั่งล้อมโต๊ะด้วยสีหน้าจริงจัง
ทุกคนต่างก็เป็นขั้นบรรพกาล พวกเขาเป็นตัวแทนขององค์กรชั้นนำจากโลกเซียน
มันมีขั้นบรรพกาลกว่า 200 คนรวมตัวกันอยู่
จำนวนนี้หมายถึงว่ามีตัวแทนจากองค์กรชั้นนำกว่า 200 องค์กรจากโลกเซียนมารวมตัวกันที่นี่
“อัจฉริยะของเรา จินหงได้ขึ้นมาถึงขอบเขตตั้งต้นแล้วด้วยอายุที่ไม่ถึงพันปี เมื่อรวมกับการสืบทอดของจอมปราชญ์สูงสุดแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่อาจะประเมินได้ เขายังเป็นแค่คนเดียวที่เดินทางข้ามภูเขาโลกาแฝดและสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายขึ้นมาใหม่ ข้าสงสัยว่าพวกเจ้าคิดยังไงกับข้อเสนอของตระกูลข้า” ขั้นบรรพกาลคนหนึ่งจากเผ่าหมาป่าหายนะพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“ของที่ได้มาจากเผ่าดาวนิลจะยกให้กับเผ่าหมาป่าหายนะ 3 ใน 10 นะ..นี่มันดูมากไปหน่อย …” ขั้นบรรพกาลอีกคนพูดขึ้นมาด้วยท่าทีลำบากใจ
การเปลี่ยนแปลงของโลกดาวนิลนั้นทำให้พวกเขาสูญเสียเมืองร้อยเซียนไป พันธมิตรที่สร้างเมืองขึ้นมานั้นต้องโดนขับไล่ออกมา นอกจากตระกูลที่เป็นสมาชิกของพันธมิตรในตอนนั้นแล้ว มันมีองค์กรขั้นนำหลายแห่งที่ไม่ได้เข้าร่วมกับเมืองร้อยเซียนได้มารวมตัวกันที่นี่
โลกดาวนิลนั้นมีทรัพยากรที่ล้ำค่ามากมายที่องค์กรชั้นนำของโลกเซียนต้องการ เพราะแบบนั้นองค์กรชั้นนำเหล่านี้จึงมีความคิดที่จะสร้างสัมพันธ์กับเผ่าดาวนิลใหม่
แม้ว่าจะเสียคนในตระกูลมากมายให้กับเผ่าดาวนิล ชีวิตของคนเหล่านั้นก็ไม่ได้มีค่าเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ของตระกูล ความจริงที่ว่าชายหนุ่มจากเผ่าหมาป่าหายนะ จินหง ได้ทะลวงผ่านขึ้นไปขอบเขตตั้งต้นได้นั้น ชัดแล้วว่าทำให้องค์กรเหล่านี้ได้เห็นความหวังอีกครั้ง
ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัว จินหงก็เหมือนจะกลายเป็นเจี้ยนเฉินคนที่สองในสายตาพวกเขาไปแล้ว เขาได้กลายเป็นอัจฉริยะที่พอรับมือกับพวกระดับสูงของเผ่าดาวนิลได้
“ข้าคิดว่าจินหงอายุพันปีแล้วและไม่อาจจะเข้าไปในโลกดาวนิลได้อีก แต่ดูจากที่เผ่าหมาป่าหายนะบอกมาแล้ว ชัดแล้วว่าเขายังอายุไม่ถึงพันปี…”
“ผู้บ่มเพาะขอบเขตตั้งต้นอีกคนที่อายุน้อยกว่าพันปี เฮ้อ…” ทันทีตที่คิดถึงพรสวรรค์และอัตราการเติบโตของจินหง ผู้อาวุโสหลายคนก็พากันสลด
“ข้าคิดว่ามันยังเร็วไปหน่อยกับการตัดสินว่าเราจะแบ่งผลประโยชน์กันยังไงในตอนนี้ ยังไงซะหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งที่แล้ว เผ่าดาวนิลก็ต้องเกลียดคนของโลกเซียนไปแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาจะร่วมมือกับเราแบบแต่ก่อนรึไม่ ตอนนั้นเหอเถียนฉีจากเผ่ากระเรียนสวรรค์ก็ได้พูดขึ้นมา
“ฮึ่ม เผ่ากระเรียนสวรรค์ของเจ้ายังหน้าด้านพูดมาอีกรึ ? หากไม่ใช่เพราะตระกูลกระเรียนสวรรค์ของเจ้าที่โ.เง่าและพาผู้บ่มเพาะขอบเขตตั้งต้นเข้าไปในโลกดาวนิล เมืองร้อยเซียนของเราคงไม่ตกอยู่ในสภาพนี้” ผู้อาวุโสสูงสุดจากองค์กรชั้นนำคนหนึ่งพูดขัดเหอเถียนฉีทันที เขาหยาบคายอย่างมาก
คนอื่น ๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่กลับมองไปที่เหอเถียนฉีด้วยสายตาอคติ
ชัดแล้วว่าหลายคนโทษว่าเป็นความผิดของเผ่ากระเรียนสวรรค์กับการที่พวกเขาเสียประโยชน์ในโลกดาวนิล
มันถึงกับมีองค์กรที่แค้นเคืองเผ่ากระเรียนสวรรค์ แต่พวกเขาก็ได้แต่ปิดบังความรู้สึกนี้เอาไว้เพราะเหตุผลบางอย่าง แต่ไม่ใช่แค่เหอเถียนฉีไม่สะทกสะท้าน เขานั่งชันเช่าแล้วฮึดฮัดออกมา “ผู้บ่มเพาะขอบเขตตั้งต้นนั้นคือเจี้ยนเฉินจากตระกูลเทียนหยวน หากพวกเจ้าอยากจะแก้แค้นก็จงไปที่ตระกูลเทียนหยวนซะ พวกเจ้ามาโยนความผิดให้กับเผ่ากระเรียนสวรรค์จะมีประโยชน์อะไร ? ”
“เจ้า…” ขั้นบรรพกาลที่ขัดขึ้นมาตะกี้พูดอะไรไม่ออกทันที เขาหงุดหงิดก็จริงแต่ก็ไม่อาจจะบ่นอะไรต่อได้อีก แก้แค้นกับเจี้ยนเฉินรึ ? ชัดแล้วว่าก่อนหน้านี้พวกเขาเคยตามหาตัวเจี้ยนเฉินมาก่อน แต่สุดท้ายก็เป็นพวกเขาที่เจ็บตัวกันเอง ไม่ใช่แค่ต้องยอมมอบทรัพยากรจำนวนมาก แต่พวกเขายังต้องชดเชยค่าเสียหายในการสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายขึ้นมาใหม่ มันไม่ต่างอะไรจากการเฉือนเนื้อตัวเอง
ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเจี้ยนเฉินรึตระกูลเทียนหยวนบนที่ราบเมฆาแล้ว ทั้งสองต่างก็เป็นสิ่งต้องห้ามของหลายองค์กรที่นี่ พวกนี้คือตัวตนที่พวกเขาไม่อาจจะไปหาเรื่องได้
มันไม่ใช่เหตุผลอื่นนอกจากที่ว่ารองหัวหน้าตระกูลเทียนหยวนนั้นคือองค์ชายเก้าของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง