เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3192 : ตราประทับของลมที่น่านับถือ
ตอนที่ 3192 : ตราประทับของลมที่น่านับถือ
ตอนนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาในหูเหอเถียนฉี เมื่อเขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้เขาก็ได้เพ่งสมาธิและได้บอกลาทุกคนก่อนจะรีบออกไปจากที่นั่น
ไม่นานในที่ห่างไกลที่ไม่มีใครอื่นรอบ ๆ ในเมืองดาวนิล เจี้ยนเฉินและเหอเถียนฉีก็ได้มาพบกัน
“สหายเจี้ยนเฉิน ไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับเจ้าที่นี่อีก เจ้าทำให้ข้าแปลกใจจริง ๆ ” เหอเถียนฉีพหัวเราะออกมา เขาดูยินดียิ่งกว่าเก่า
“อย่าบอกข้านะว่าเจ้ามาที่นี่ก็เพราะการสืบทอดของจอมปราชญ์สูงสุดในเขตสุสาน ? ข้าต้องเตือนเจ้าก่อนว่าไม่กี่ปีมานี้เขตสุสานนั้นเป็นที่ที่แปลกประหลาดอย่างมาก บอกกันว่าผู้บ่มเพาะหลายคนหายตัวไปจากที่นั่น มันไม่ได้มีแค่พวกขั้นบรรพกาล มันถึงกับมีขั้นอัครสูงสุดจากองค์กรชั้นนำอยู่หลายคนด้วย พวกเขาหายตัวไปอย่างลึกลับในเขตสุสานอย่างไร้ร่องรอย” เหอเถียนฉีเตือนขึ้นมา ทันทีที่เขาพูดถึงที่ที่ลึกลับอย่างเขตสุสาน เขาก็ได้แสดงสีหน้าเครียดออกมา
“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพราะเขตสุสานรึการสืบทอดของจอมปราชญ์สูงสุดกับการมายังโลกดาวนิลในครั้งนี้” เจี้ยนเฉินยิ้มออกมา สำหรับเขาแล้ว การสืบทอดของจอมปราชญ์สูงสุดนั้นไม่ได้สำคัญเท่ากับการเข้าไปในโลกดาวนิล
หากเขาเข้าไปในโลกดาวนิล เขาก็จะได้แก่นเลือดของจอมปราชญ์สูงสุด 10 หยด
ในอีกด้าน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะได้การสืบทอดของจอมปราชญ์สูงสุดมารึไม่ แม้ว่าจะได้มันมาแต่ก็อาจจะไม่ได้แก่นเลือดของจอมปราชญ์สูงสุดเลย
ผลก็คือเขาจึงไม่สนว่าเกิดอะไรขึ้นในเขตสุสาน
“เข้าไปในโลกดาวนิลอีกรึ ? ” เหอเถียนฉีอึ้งเมื่อได้ยินแบบนั้น เขามองไปที่เจี้ยนเฉินและพูดขึ้นมาตะกุกตะกัก “จะ จ เจ้ายังอายุไม่ถึงพันปีอีกรึ ? ”
“มันน่าเหลือเชื่อ ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่เจ้าก็ยังเข้าไปในโลกดาวนิลได้อยู่” ตอนนั้นเองเหอเถียนฉีก็เหมือนนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ ตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาและพูดขึ้น “สหายเจี้ยนเฉิน เมื่อเจ้ายังเข้าไปในโลกดาวนิลได้ เจ้า…บางทีเจ้า….พอจะช่วยข้าในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้รึไม่ ? ” เหอเถียนฉีตาเป็นประกายขึ้นมา แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังอ้ำอึ้ง
เจี้ยนเฉินยิ้มออกมา “เจ้าอยากให้ข้าช่วยผูกสัมพันธ์ระหว่างเผ่ากระเรียนสวรรค์กับเผ่าดาวทมิฬรึ ? ”
“หึหึหึ ถูกต้อง มันมีของหลายอย่างจากเผ่าดาวทมิฬที่สำคัญต่อเผ่ากระเรียนสวรรค์ของเรา มันสำคัญจนที่กว่าถึงเสียของทุกอย่างด้านในไป แต่เราก็ไม่อาจจะยอมทิ้งมันได้ง่าย ๆ ข้าสงสัยว่าเจ้าจะช่วยเราได้รึไม่ ? ” เหอเถียนฉีหัวเราะออกมา ก่อนจะมองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสีหน้ากังวล
“ข้าจะทำแม้ว่าเจ้าจะไม่บอกข้าก็ตาม ข้ารับปากกับบรรพชนหลานไว้แล้วว่า เมื่อข้าเข้าไปในโลกดาวนิลอีกครั้ง ข้าจะกล่อมจักรพรรดิดาวนิลเพื่อที่เผ่าดาวทมิฬจะได้ทำการแลกเปลี่ยนกับเผ่ากระเรียนสวรรค์” เจี้ยนเฉินเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้นมาช้า ๆ “รึบางทีอาจจะแลกเปลี่ยนกับแค่เผ่ากระเรียนสวรรค์”
“จริงรึ ? นั่นวิเศษไปเลย” เมื่อได้ยินแบบนั้นเหอเถียนฉีก็ยินดีขึ้นมา เขาตื่นเต้นจนหน้าแดงขึ้นมา
“ใช่สิ สถานการณ์ของที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกเป็นยังไงบ้าง ? ” เจี้ยนเฉินมองไปที่เหอเถียนฉีด้วยท่าทีสนใจ ทันทีที่เขาพูดถึงที่ราบน้ำแข็งขั้วโลก เหอเถียนฉีก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
“ ที่ราบน้ำแข็งขั้วโลก เฮ้อ…” เหอเถียนฉีถอนหายใจออกมา ความยินดีที่เขาแสดงออกมาเมื่อตะกี้ได้หายไป
สีหน้าที่เปลี่ยนไปของเหอเถียนฉีนั้นทำให้เจี้ยนเฉินใจหล่นวูบ เขารู้สึกสังหรณ์ใจแย่ ๆ ขึ้นมา จากนั้นเขาก็ได้ถามต่อ “เกิดอะไรขึ้นที่ที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกกัน ? ”
เหอเถียนฉีไม่คิดปิดบังและบอกเจี้ยนเฉินทุกอย่าง เขาได้บอกทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกกับเจี้ยนเฉิน แม้ว่าข้อมูลมันจะไม่สมบูรณ์ แต่ส่วนมากแล้วก็ถือว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง
ไม่นานหลังจากที่เทพธิดาน้ำแข็งกลับมา คนจากนิกายสวรรค์ไม่ได้กลับมาเลยสักคน นิกายลมโชยโดนทำลายสิ้นซาก บรรพชนขององค์กรชั้นนำหลายคนบนที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกโดนผนึกไว้ในน้ำแข็ง
เมื่อได้ยินเรื่องการมาถึงของเทพธิดาน้ำแข็ง สีหน้าเขาก็แสดงความยินดีออกมา แต่สุดท้ายสีหน้าเขาก็บิดเบี้ยวไป สุดท้ายใบหน้าเขาก็ซีดไป
“ข้ายังไม่ได้ชดใช้หนี้ให้กับบรรพชนหลานของเผ่ากระเรียนสวรรค์ บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งแห่งนิกายหิมะนั้นภักดีต่อโถงเทพธิดาน้ำแข็งอย่างมาก พะ..งพี่ข้าทำแบบนั้นได้ยังไง ? ” เจี้ยนเฉินรู้สึกราวกับเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจ ความเจ็บปวดนี้เพียงพอทำให้เขาไม่อาจจะหายใจได้
เขารู้ว่าสิ่งที่เขากลัวที่สุดกำลังเกิดขึ้น
แม้ว่าเขาจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่ก็ยังยากที่จะรับได้เมื่อมันเกิดขึ้นจริง ๆ ความเป็นจริงตรงหน้านี้ทำให้เขารู้สึกใจสลาย
“อย่าบอกนะว่าพี่ข้า…ตายไปแล้วจริง ๆ ? ” เจี้ยนเฉินสูดหายใจเข้าลึก ๆ อารมณ์ของเขาปั่นป่วน ในใจเขารู้สึกสลดอย่างมาก
เจี้ยนเฉินได้ลาเหอเถียนฉีและเดินไปทั่วท้องถนนในเมืองดาวนิลด้วยความสลด ก่อนที่เขาจะรู้ตัว เขาก็ได้มาถึงที่ทางเข้าอุโมงค์แล้ว
“เฮ้อ ! ” เจี้ยนเฉินถอนหายใจออกมาและหายตัวไปในอุโมงค์
แต่เจี้ยนเฉินไม่รู้ว่าทันทีที่เขาเข้าไปในอุโมงค์ที่นำไปสู่โลกดาวนิลนั้นกลับมีตราประทับที่ปกปิดไว้อย่างดีได้หลุดจากตัวเขาตราประทับนี้มีเหมือนกับสั่นไหว มันไม่คิดจะเข้าไปใกล้อุโมงค์ระหว่างทั้งสองโลก มันยังคงเว้นระยะห่างเอาไว้อยู่ช่วงหนึ่งตราประทับนี้ลอยอยู่ในอากาศไม่มีใครสังเกตเห็น
ตอนที่พลังของตราประทับสลายไปก็มีร่างลวงตาก่อตัวขึ้นมาในอากาศ
นี่คือร่างของลมที่น่านับถือ !
ลมที่น่านับถือมองไปยังมิติตรงหน้า เขาแสดงสีหน้าเครียดออกมา เขาได้พูดขึ้นมาช้า ๆ “อุโมงค์นี้มีพลังของบรรพชนจิตวิญญาณไม้และเผ่าดาวทมิฬ แม้แต่ตราประทับที่ข้าทิ้งไว้ก็ไม่อาจจะเข้าไปได้ ไม่งั้นแล้วเจ้าจะต้องเจอกับการยับยั้งจากพลังของบรรพชนจิตวิญญาณไม้และเผ่าดาวทมิฬ เมื่อต้องรับพลังของราชันย์ทั้งสอง เจ้าก็ต้องตายอย่างแน่นอน”
“ตอนนี้เจ้าเป็นยอดฝีมือเต็มตัวแล้ว เจ้าสูงส่งในหมู่ขั้นบรรพกาล เจ้าไม่ต้องการการปกป้องจากข้าอีกต่อไปแล้ว “
“ตลอดหลายปีมานี้ ข้ารู้ทุกอย่างที่เจ้าผ่านมาจากตราประทับที่ข้าทิ้งไว้บนตัวเจ้า นอกจากตอนที่เจ้าเข้าไปในโลกจิ๋วหยานหวง ข้ารู้เรื่องอนัตตาด้วย”
เมื่อพูดถึงจุดนี้ ลมที่น่านับถือก็แสดงสีหน้าเครียดออกมา แม้ว่าเขาจะเป็นจอมปราชญ์สูงสุดแล้ว แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะกังวล เขาถอนหายใจออกมา “ข้าหวังว่าวิกฤตของเจ้านั้นจะมาช้ากว่านี้ แม้ว่าข้าจะไม่ไม่มีโอกาส แต่ข้าก็จะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อปกป้องเจ้า “
สุดท้ายแล้วลมที่น่านับถือก็มองออกไปภายนอกและมองไปยังทางเขตสุสาน ระยะห่างที่ยาวไกลนี้เหมือนไม่ได้มีค่าในสายตาของเขา สายตาของเขาจับจ้องไปยังสภาพแวดล้อมที่น่ากลัวในเขตสุสาน สุดท้ายสายตาเขาก็จับจ้องไปที่เขตที่มีการสืบทอดของจอมปราชญ์สูงสุด
“นี่คือสมบัติที่เป็นของปราชญ์จิตวิญญาณของเรา คนนอกไม่อาจจะเอามันไปได้ ข้าจะกลับมาเอามัน เมื่อข้าออกจากการบ่มเพาะแล้ว ทุกอย่างที่เป็นของปราชญ์จิตวิญญาณของเรานั้น เราจะได้มันกลับมา”