เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3194 : ทดสอบยา (1)
ตอนที่ 3194 : ทดสอบยา (1)
ชายหนุ่มยืนอยู่เหนือหัวของเขา ชายคนนี้ใส่ชุดขาว สีหน้าที่แน่วแน่ของเขาเต็มไปด้วยความแน่วแน่ที่ก่อตัวขึ้นโดยพายุเลือด ผมสีดำนั้นยาวไปถึงหลังของเขา เส้นผมทุกเส้นเหมือนมีพลังอันน่าตกใจ มันเพียงพอที่จะทำลายภูเขาและแม่น้ำได้ง่าย ๆ
สายตาของเขาดูทุ้มลึกราวกับมีโลกอยู่ด้านใน แต่จริง ๆ แล้วพวกมันมีเจตจำนงกระบี่นับไม่ถ้วนอยู่ พวกมันแผ่แรงกดดันที่มองไม่เห็นออกมา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสบตากับเขา
เขาคือเจี้ยนเฉิน !
เขาลอยอยู่ในห้องโถงราวกับภูตผี ผู้บ่มเพาะขอบเขตตั้งต้นทุกคนที่รวมตัวกันในห้องโถงรวมถึงจักรพรรดิดาวทมิฬไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าเขาปรากฏตัวขึ้นมาตอนไหน
หากเขาไม่พูดอออกมาแล้ว บางทีอาจจะไม่มีใครรับรู้ตัวตนของเขาได้
“ ปะ..ปะ..เป็นเจ้านี่เอง…”
หัวหน้าศาลาทั้งสิบจำเจี้ยนเฉินได้ทันที สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป เมื่อพวกเขาเห็นเจี้ยนเฉิน พวกเขาก็เหมือนกับเห็นวันที่มืดมิดที่สุดของโลกดาวทมิฬที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนอีกครั้งรวมถึงฉากที่น่ากลัวซึ่งร่างของจักรพรรดิดาวทมิฬโดนทำลายเป็นชิ้น ๆ จนเหลือแค่วิญญาณ
เจี้ยนเฉินได้สร้างบาดแผลไว้ในใจของผู้บ่มเพาะขอบเขตตั้งต้นของเผ่าดาวทมิฬด้วยความแข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานของเขา
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกถึงกลัวเมื่อเห็นเจี้ยนเฉิน
หัวหน้าศาลาที่ 3 ที่เพิ่งเลื่อนตำแหน่งมาได้ไม่นานถึงกับกลัวจนขาดสติกับการปรากฏตัวของเจี้ยนเฉิน สีหน้าของเขาเปลีย่นไป เขาถึงกับผงะถอยกลับไปตามสัญชาตญาณ
นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเขากลัวเจี้ยนเฉินมากแค่ไหนกัน
มีแค่หัวหน้าศาลาที่ 10 อย่างเฟิงสือที่กลับมาเยือกเย็นอย่างรวดเร็วหลังจากที่แปลกใจได้สักพัก นางไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ สายตาของนางไม่ได้มีความกลัวอยู่เลย มันมีแค่ความเกลียดชัง
จักรพรรดิดาวทมิฬเงยหน้าขึ้นมองเจี้ยนเฉิน สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นสายตาเขาก็ยังแฝงไปด้วยความยินดีและคาดหวังอยู่ด้วย
“ผ่านมาหลายปีแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่อาจจะเข้ามาในโลกดาวทมิฬได้อีก เจ้าสมเป็นคนที่ข้าเลือกไว้จริง ๆ สมกับที่ข้าฝากความหวังของเผ่าดาวทมิฬไว้กับเจ้า” จักรพรรดิดาวทมิฬพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็สะบัดมือพร้อมกับบอกกับหัวหน้าศาลาทั้ง 10 คนด้านล่าง “พวกเจ้ากลับกันไปก่อน ! “
หัวหน้าศาลาทั้ง 10 พากันคำนับและโค้งให้กับจักรพรรดิดาวทมิฬ สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่เจี้ยนเฉินชั่วครู่ ก่อนจะพากันออกมาจากโถงศักดิ์สิทธิ์ดาวทมิฬ
ที่ด้านนอกโถงศักดิ์สิทธิ์ดาวทมิฬ หัวหน้าศาลาที่ 10 เฟิงสือได้ยืนอยู่ที่ริมโถงศักดิ์สิทธิ์และมองไปยังเมืองหลวงที่คึกคัก นางเหมือนกับเหม่อลอยไป
“เจ้ายังไม่ปล่อยวางเรื่องคุนเทียนอีกรึ เจ้าถึงยังแค้นเคืองเช่นนี้ ? “ เสียงแก่ ๆ ดังขึ้นในหูเฟิงสือ หัวหน้าศาลาที่ 2 อาร์นาได้เดินเข้ามาด้านหลังเฟิงสือและส่งข้อความหานาง
เฟิงสือไม่ได้พูดอะไร แต่สายตานางนั้นเต็มไปด้วยความเศร้า
“ฟังข้าไว้ เลิกหมกมุ่นและหยุดคิดเรื่องการแก้แค้น แม้ว่าเจ้าจะเอาชนะเขาได้จริง ๆ แต่เจ้าก็จะทำลายโอกาสที่ทั้งเผ่าของเราจะเป็นอิสระจากที่นี่เพราะความแค้นของเจ้างั้นหรือ ? ” สายตาของอาร์นาเป็นประกายแฝงด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขาถอนหายใจออกมาแล้วพูดต่อ “ในเมื่อคนนอกสามารถเข้ามาในโลกดาวทมิฬได้ มันก็หมายความว่าเขายังอายุไม่ถึงพันปี”
“เฟิงสือ คิดดูดี ๆ เขายังอายุไม่ถึงพันปีแต่กลับมีความแข็งแกร่งที่น่ากลัวเหนือกว่าจักรพรรดิ เจ้าเคยได้ยินเรื่องพรสวรรค์ที่เป็นไปไม่ได้แบบนี้รึไม่ ? ”
“เผ่าดาวทมิฬของเราอาจจะโดนขังไว้ที่นี่ แต่เราก็ยังมีความเข้าใจมากมายเกี่ยวกับโลกภายนอกผ่านการติดต่อกับคนนอกตลอดหลายปีมานี้ แม้แต่ทั่วทั้งโลกเซียนแล้วการเป็นผู้บ่มเพาะขั้นบรรพกาลโดยที่อายุต่ำกว่าพันปีก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจ”
เฟิงสือหรี่ตาลง นางยังคงเงียบดังเดิม
สายตาของอาร์นาสะท้อนความกลัวออกมา เมื่อเขาพูดถึงพรสวรรค์ของเจี้ยนเฉิน แม้แต่เขาก็ยังเริ่มกลัวขึ้นมาในใจ “การตัดสินใจของจักรพรรดิก็เพื่อสิ่งที่ดีที่สุด พรสวรรค์ของคนนอกยิ่งใหญ่แค่ไหน เมื่อรวมกับความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้แล้ว เขาเกือบจะขึ้นไปถึงระดับสูงสุดในโลกเซียนได้ ด้วยพรสวรรค์ของเขาแล้ว เขาน่าจะเป็นราชันย์ของโลกได้ เขาคือความหวังของเผ่าเราในการออกไปจากที่นี่ “
“ฮึ่ม เป็นราชันย์ของโลกน่ะรึ ? เจ้าไม่ประเมินเขาสูงเกินไปหน่อยหรือ ? ตามที่ข้าเข้าใจแล้ว การเป็นราชันย์ของโลกนั้นต้องการมากกว่าพรสวรรค์ มันขึ้นอยู่กับโชคและโอกาส” เฟิงสือฮึดฮัดออกมาด้วยท่าทีดูหมิ่น
อาร์นาถอนหายใจออกมาและพูดขึ้น “ใช่ ขอบเขตที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ไม่อาจจะขึ้นไปได้ด้วยพรสวรรค์อย่างเดียว มันต้องอาศัยโชคและโอกาส แต่นอกจากเขาแล้ว เราจะหาใครที่โดดเด่นกว่าเขาได้อีก ? “
เฟิงสือเงียบไป การขึ้นเป็นขั้นอสงไขยในโลกดาวทมิฬนั้นนอกจากพรสรรค์แล้วต้องอาศัยเวลาที่ยาวนาน ผลก็คือผู้บ่มเพาะขั้นอสงไขยทุกคนที่นี่บ่มเพาะมาเป็นเวลานานอย่างมาก พวกเขาอาจะจเป็นแค่ขั้นอสงไขยแต่บางคนแก่ยิ่งกว่าอัครสูงสุดในโลกเซียนเสียอีก
การที่อยู่มาหลายปีนั้นชัดแล้วว่าพวกได้เห็นของมากมายที่โลกได้สร้างขัน้มา พวกเขาได้เห็นสิ่งที่เรียกว่าอัจฉริยะจากโ,กภายนอกรวมถึงผู้สืบทอดจอมปราชญ์สูงสุดด้วย
แต่ไม่มีเลยสักคนที่เทียบกับเจี้ยนเฉินได้ ผู้สืบทอดจอมปราชญ์สูงสุดบางคนไม่อาจจะเทียบ 1 ใน 10 ของเจี้ยนเฉินได้ด้วยซ้ำ
“อย่างน้อย ๆ เขาก็คือความหวังเดียวที่เรามีตอนนี้….” อาร์นาถอนหายใจออกมา
พวกเขาสนทนากันผ่านการรับรู้ ชัดแล้วว่าพวกเขาระวังตัวกันอย่างมาก ผลก็คือมีแค่สองคนที่รู้ว่าพวกเขาพูดคุยอะไรกัน คนอื่น ๆ ไม่อาจจะรู้ได้
มีแค่เจี้ยนเฉินและจักรพรรดิดาวทมิฬที่อยู่ในโถงศักดิ์สิทธิ์ดาวทมิฬ ทั้งสองต่างก็มองหน้ากัน
สายตาของเจี้ยนเฉินยังคงเดิมไม่เปลี่ยน ส่วนสายตาของจักรพรรดิดาวทมิฬนั้นกลับหรี่ลงมองไปที่เจี้ยนเฉินราวกับกระบี่ที่คมกริบ
“ความแข็งแกร่งของเจ้าดูเหมือนจะพัฒนาขึ้นมาอีกแล้ว” หลังจากที่เงียบไปไม่นานจักรพรรดิดาวทมิฬพูดขึ้นมาช้า ๆ
“เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยหากเทียบกับในอดีต “ เจี้ยนเฉินพูดขึ้นด้วยท่าทีเฉยเมยก่อนจะเอาแหวนมิติออกมาโยนให้กับจักรพรรดิดาวทมิฬแล้วพูดขึ้น “มันมียาระดับราชาเทพหมื่นเม็ดด้านใน ทั้งหมดปรุงจากหญ้าระดับราชาเทพขั้นสูง”
“หมื่นเม็ดรึ ? น้อยไปหน่อย” จักรพรรดิดาวทมิฬรับแหวนมิติมาก่อนจะส่ายหน้า
เจี้ยนเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ “เจ้าต้องการอีกประมาณเท่าไหร่ถึงจะมีพลังพอที่จะเปิดลานพิธี ? ”
“เจ้าก็เห็นว่าต้องใช้พลังมากแค่ไหนในการเปิดลานพิธีในอดีต มันต้องใช้พลังของทั้ง 36 เมืองและโถงศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 10 นอกจากเมืองกว่า 20 เมืองที่เจ้าทำลายไปในอดีต คนของเราก็ได้ตายไปจำนมาก เจ้าถึงกับฆ่าหัวหน้าศาลาและรองหัวหน้าศาลาไปหลายคน ดังนั้นความแข็งแกร่งของเราจึงลดลงไปอย่างมาก”