เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3193 : สมบัติของทั้งเผ่า
ตอนที่ 3193 : สมบัติของทั้งเผ่า
พูดจบ ตราประทับของลมที่น่านับถือก็ได้สลายไปกับสายลมและหายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ
…
เมืองหลวงของเผ่าดาวทมิฬนั้นได้กลับมารุ่งโรจน์หลังจากที่พัฒนามาหลายปี แต่ตึกและกำแพงต่าง ๆ ก็ยังบันทึกถึงช่วงเวลาที่ตกต่ำของพวกเขาเอาไว้
ศาลาศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 10 ที่เสียหายลอยอยู่บนเมืองหลวงคอยสร้างค่ายกลตามรูปแบบที่กำเนิดเอาไว้โดยมีโถงศักดิ์สิทธิ์ดาวทมิฬอยู่ด้านบนอีกที่ พวกมันเรียงเอาไว้ตามลำดับ
จักรพรรดิดาวทมิฬนั่งอยู่บนบัลลังก์ในโถงศักดิ์สิทธิ์ดาวทมิฬและแผ่ความยิ่งใหญ่ของตนออกมา
ด้านล่างนั้นมีขั้นอสงไขยทั้ง 10 คน
ขั้นอสงไขยทั้ง 10 คนนี้คือหัวหน้าศาลาศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 10 ของเผ่าดาวทมิฬ !
แต่หัวหน้าศาลาที่ 6, 7 และ 9 นั้นถูกเปลี่ยนคนไปนานแล้ว
เมื่อเผ่าดาวทมิฬเผชิญหน้ากับวิกฤต หัวหน้าศาลาที่ 6 และ 7 โดนกำจัดทิ้ง รวมถึงหัวหน้าศาลาอย่างเจี้ยนเฉินที่ได้ฆ่าขั้นอสงไขยของพวกเขาทิ้งทั้งหมด
หัวหน้าศาลาที่ 9 ก็ตายไปเช่นกัน เหลือรองหัวหน้าศษลาแค่ 2 คนที่รอดมาได้
ในเผ่าดาวทมิฬนั้น ศาลาศักดิ์สิทธิ์นั้นสำคัญอย่างมาก ดังนั้นจักรพรรดิดาวทมิฬจึงไม่มีทางเลือกอื่นและแต่งตั้งรองหัวหน้าศาลาขึ้นมาเป็นหัวหน้าศาลาที่ 6 และ 7
สำหรับหัวหน้าศาลาที่ 9 แล้ว รองหัวหน้าศาลาที่แกร่งที่สุดได้รับหน้าที่นี้ไป
ในหมู่ศาลาศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบ ศาลาศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามนั้นตอนนี้ถือว่าอยู่อันดับล่างสุด
“จักรพรรดิ เราฟื้นฟูมาหลายปีรวมถึงการทีส่งคนของเราจากเมืองและหมู่บ้านรอบ ๆ มา จำนวนคนของเมืองทั้ง 36 ได้ทัดเทียมกับในอดีตแล้ว” หัวหน้าศาลาที่ 7 คนใหม่รายงานขึ้นมา
จักรพรรดิดาวทมิฬบนบัลลังก์แสดงท่าทีว่าเขาได้ยินแล้วและพูดขึ้นมา “เมืองทั้ง 36 นี้พิเศษอย่างมาก พวกมันคือรากฐานของค่ายกล ผลก็คือเมืองทั้ง 36 เมืองต้องกลับไปแกร่งดังเดิมแต่เมืองและหมู่บ้านรอบ ๆ ได้รับผลกระทบกับการที่คนของพวกเขาโดนย้ายมายังเมืองหลักทั้ง 36 เมืองรึไม่ ? ”
“จักรพรรดิ เราได้เร่งการให้กำเนิดทั่วทั้งเผ่ามาหลายปีแล้ว เพื่อเรื่องนี้เราได้ผลิตยาและตั้งรางวัลต่าง ๆ ขึ้นมา ภายใต้กฎเหล่านี้แล้ว คนของเรากว่า 9 ใน 10 ก็ขยันขันแข็งกันอย่างมาก อัตราการเกิดของเราใน 2-3 ปีมานี้มากกว่าปกติถึงร้อยเท่า ประชากรที่ลดลงไปในเมืองและหมู่บ้านก็ถูกทดแทนอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงไม่ได้เกิดปัญหาใหญ่อะไร”
“แต่ข้อเสียอย่างเดียวคือความแข็งแกร่งโดยรวมของเรายังถือว่าอ่อนแออยู่..”
ในอดีตนั้น การชุมนุมเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบพันปี แต่ตอนนี้กลับจัดขึ้นทุก ๆ สิบปี
มันเพราะเจี้ยนเฉินที่สร้างความเสียหายให้กับประชากรของเผ่าดาวทมิฬ เผ่าดาวทมิฬได้รวบรรวมความแข็งแกร่งของทั้งเผ่าในการใช้คำสาปและรวบรวมจิตของทั้งเผ่าในการฆ่าเขา
เพื่อจะหยุดคำสาปของเผ่าดาวทมิฬและเอาตัวรอด เจี้ยนเฉินก็ต้องหันไปฆ่าคนของพวกนั้นและทำลายเมืองของพวกนั้นด้วยวิถีแห่งกระบี่
เผ่าดาวทมิฬมีเมืองหลักทั้งหมด 36 เมือง เขาได้กำจัดคนในเมืองไปกว่า 20 เมืองโดยที่ไม่มีใครรอดมาได้
การกระทำของเจี้ยนเฉินได้ช่วยชีวิตัวเขาเองไว้ แต่ก็ยังสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อเผ่าดาวทมิฬเช่นกัน
ผลก็คือตลอดหลายปีมานี้ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิดาวทมิฬรึหัวหน้าศาลาทั้ง 10 ก็ไม่อาจจะอยู่เฉยได้ พวกเขาต้องพยายามอย่างที่สุดในการกอบกู้เผ่าของตนขึ้นมา
“ข้าได้ตกลงกับคนนอกนั่นไปแล้ว ข้าจะเปิดลานพิธีอีกครั้งและให้แก่นเลือดของบรรพชนของเรากับเขา 10 หยด การเปิดลานพิธีนี้ไม่ใช่แค่ต้องใช้พลังของหัวหน้าศาลาทั้ง 10 แต่ยังต้องให้เมืองนั้นฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด ไม่งั้นแล้วเราก็ไม่อาจจะเปิดลานพิธีได้” จักรพรรดิดาวทมิฬพูดขึ้นมา
ทันทีที่ได้ยินเขาพูดถึงคนนอกที่แทบทำให้เผ่าพวกเขาสูญพันธุ์ หัวหน้าศาลาทั้ง 10 ที่มารวมตัวกันในโถงศักดิ์สิทธิ์ดาวทมิฬต่างก็พากันสีหน้าหม่นและเงียบไป
พวกเขาไม่อาจจะปกปิดความแค้นที่มีต่อคนนอกคนนี้ได้ แต่ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายทำให้พวกเขาตัวสั่นด้วยความกลัวและทำให้พวกเขาได้แต่ก้มหัวให้กับอีกฝ่าย
พวกเขารู้ดีว่าตราบใดที่คนนอกคนนั้นตั้งใจ เขาก็มีพลังเพียงพอที่จะทำลายทั้งเผ่าดาวทมิฬได้
ความสามารถในการกำจัดเมืองมากมายด้วยความคิดนั้นทำให้ทุกคนต้องกลัว
ในพริบตาเขาก็ลบทุกชีวิตในเมืองกลายเป็นทะเลเลือด ความโหดร้ายนี้กลายเป็นฝันร้ายของพวกเขา ไม่มีใครกล้านึกถึงความทรงจำอันน่ากลัวนี้อีก
“คนนอกอาจจะอายุพันปีไปแล้ว เขาจะเข้ามาได้อีกรึ ? ” หัวหน้าศาลาที่ 2 พูดขึ้นด้วยอารมณ์ซับซ้อน
“มันไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือข้าเห็นความหวังในตัวเขา ความหวังที่เราจะออกจากคุกนี้ไปได้ เขาเป็นแค่คนเดียวที่ข้าพบในตลอดหลายปีที่ข้ายอมเดิมพันทุกอย่างไว้กับเขาโดยไม่กังวลอะไร ”
“ผลก็คือแม้ว่าเขาจะเข้ามาไม่ได้ แต่ข้าก็จะยังเปิดลานพิธีและดึงเอาแก่นเลือด 10 หยดเมื่อถึงเวลา จากนั้นข้าจะส่งแก่นเลือดทั้ง 10 หยดนี้ให้เขาด้วยทางอื่นแทน”
“ไม่ว่ายังไงก็ตาม ข้าจะให้เขาติดค้างเผ่าดาวทมิฬให้ได้ “
“เขาอาจจะตายก่อนที่จะเติบโต เขาอาจจะขึ้นเป็นราชันย์ของโลกไม่ได้ แต่เราไม่อาจจะหาใครคนที่สองที่เดินพันทุกอย่างไว้ได้นอกจากเขา ผลก็คือแม้ว่านี่จะเป็นความพยายามที่ล้มเหลว แต่ข้าก็จะยังต้องลอง”
จักรพรรดิดาวทมิฬตาเป็นประกาย เขามองไปยังผู้นำโถงทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาได้พูดขึ้นต่อ “ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าหลายคนนั้นแค้นคนนอกลึกลงไปถึงกระดูก พวกเจ้าอยากจะฆ่าเขา แต่ข้าต้องเตือนพวกเจ้าก่อน ความแค้นของพวกเจ้านั้นไม่สำคัญกว่าอิสระของเรา “
“ในเมื่อเขาคือความหวังในการปลดปล่อยเผ่าเรา และเขาต้องช่วยเรา งั้นชัดแล้วว่าเราต้องมองข้ามการกระทำในอดีตของเขาและมองข้ามความแค้น เพื่อจะร่วมมือกับเขา รวมถึงให้ของที่จำเป็นกับเขา พวกเจ้าเข้าใจรึไม่ ? ”
“ได้ตามที่ท่านต้องการ ! “ หัวหน้าศาลาทั้ง 10 พากันตอบกลับ ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามต่อการตัดสินใจและคำสั่งของจักรพรรดิ
“จักรพรรดิดาวทมิฬ ข้าชื่นชมเจ้าขึ้นมานิด ๆ แล้ว ! ”
ตอนนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นมา น้ำเสียงของเขาดูผ่อนคลายโดยไม่มีความกังวลใด ๆ
เสียงที่ดังขึ้นมานี้ทำให้เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตบรรพกาลต้องตกใจ ไม่มีใครในเผ่าดาวทมิฬรวมถึงปราชญ์ผู้เที่ยงธรรมแห่งสวรรค์ที่มีฐานะโดดเด่นจนกล้าพูดกับจักรพรรดิดาวทมิฬด้วยท่าทีไม่เคารพเช่นนี้
หัวหน้าศาลาทั้ง 10 พากันเงยหน้าขึ้นมองไปยังที่มาของเสียงกันทันที