เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3196 : วิญญาณลึกลับทั้งสอง
ตอนที่ 3196 : วิญญาณลึกลับทั้งสอง
ต่อมาราชาเทพหลายสิบคนก็พากันใช้กฎของตัวเองออกมา นอกจากความไม่คุ้นชินแล้ว มันไม่ได้มีปัญหาอื่นใด ๆ อีก พวกเขาสามารถใช้กฎออกมาได้ง่าย ๆ เหมือนกับราชาเทพทั่วไป
เจี้ยนเฉินตาเป็นประกายขึ้นมา เขาได้เห็นการปรุงยาร้อยเท่าทะลวงขั้นราชาเทพจากหญ้าราชาเทพขั้นต้น มันมีข้อเสียสองอย่าง มันเพิ่มระดับพลังถึงระดับราชาเทพเท่านั้นไม่ได้ยกระดับกฎด้วย อายุขัยนั้นอยู่ที่ร้อยปีเท่านั้น
เมื่อข้อเสียอย่างแรกของหญ้าราชาเทพขั้นต้นถูกแก้ไขไป เพราะหญ้าราชาเทพขั้นสูงนั้นเพิ่มระดับกฎอีก
“พลังชีวิตพวกเขายังเยอะอยู่ มันไม่มีวี่แววว่าจะหดหายรึลดลง มันต่างจากทหารพลีชีพที่คนนอกได้สร้างขึ้นมา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะกลายเป็นราชาเทพที่แท้จริงโดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ” หัวหน้าศาลาทั้ง 10 ไปรวมตัวรอบเหล่าราชาเทพและทำการศึกษาพวกนั้น หลังจากที่ตรวจสอบอยู่สักพักแล้ว พวกเขาก็ได้ข้อสรุปนี้มา
“แต่เราอย่าเพิ่งด่วนสรุปไป เราต้องคอยสังเกตการณ์ต่อ มันอาจจะมีผลข้างเคียงอื่นที่ยังไม่แสดงออกมาก็ได้”
“ถูกต้อง ยังไงซะนี่ก็เป็นยาที่เราจะป้อนให้ลูกหลานของเผ่าเรา เราต้องรอบคอบ เราต้องระวังให้ได้มากที่สุด เราไม่อาจจะประมาทได้เลย”
หัวหน้าศาลาบางคนยังรู้สึกเหลือเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาพากันเสนอให้จับตาดูต่อไปก่อน
พวกเขาได้เห็นทหารพลีชีพที่เติบขึ้นมาเพราะยาร้อยเท่าทะลวงขั้นราชาเทพมาแล้ว ผลข้างเคียงของมันกันไม่ให้พวกเขาโล่งอกกับผลของยาระดับราชาเทพขั้นสูงนี้
“ข้าคิดว่าพวกเจ้าควรใช้เวลาในการสังเกตการณ์พวกเขาอย่างใกล้ชิด ยังซะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นผลของหญ้าราชาเทพขั้นสูง” สุดท้ายเจี้ยนเฉินก็เสนอขึ้นมา เขาคิดว่าจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกองกำลังของตัวเองด้วยยาระดับราชาเทพขั้นสูงนี้มาก่อน เขาคิดว่าจะให้พ่อแม่และเพื่อนเขากินมันด้วย
ผลก็คือเขาจึงสนใจว่ายาระดับราชาเทพขั้นสูงนั้นจะมีผลข้างเคียงรึไม่ เขากังวลยิ่งกว่าเหล่าหัวหน้าศาลาของเผ่าดาวทมิฬ
ในเมื่อมีหนูทดลองให้เขา เขาก็ต้องใช้โอกาสนี้ทำการทดสอบผลต่าง ๆ ของยาด้วยคนของเผ่าดาวทมิฬ เผื่อว่ายานี่จะส่งผลเสียต่อคนใกล้ชิดของเขา
เขาไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น
“ข้าจัดการกับเรื่องทั้งหมดในโลกเซียนแล้ว ดังนั้นข้าจึงอยู่ที่นี่ต่อได้นานกว่าเก่า ครั้งนี้ข้าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ ข้าต้องจับตาดูผลของยาด้วย” เจี้ยนเฉินคิด ครั้งนี้เขาเตรียมตัวที่จะอยู่ที่นี่อีกนาน เขาจะไม่ยอมออกไปไหนจนกว่าจะได้แก่นเลือดจอมปราชญ์สูงสุด 10 หยด
ในอีกไม่กี่ปีเขาก็จะอายุครบพันปีซึ่งทำให้เขาไม่อาจจะเข้ามาในโลกดาวทมิฬได้อีก
ผลก็คือนี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่ในโลกดาวทมิฬ
สุดท้ายแล้วจักรพรรดิดาวทมิฬก็ได้ตกลงกับข้อเสนอของเจี้ยนเฉิน เขายังไม่ได้ทำการแจกจ่ายยาระดับราชาเทพขั้นสูง กลับกันแล้ว เขากลับหาคนมาเพิ่มเพื่อทดสอบยา
ทุกคนที่ได้กินยาเข้าไปนั้นจะอยู่ในโถงศักดิ์สิทธิ์ดาวทมิฬโดยมีจักรพรรดิดาวทมิฬจับตาดูด้วยตัวเองและทดสอบผลลัพธ์ต่าง ๆ
นี่รวมถึงความสามารถในการต่อสู้ด้วย
แน่นอนว่าเจี้ยนเฉินพอใจที่ได้เห็นเช่นนี้ เพราะจักรพรรดิดาวทมิฬได้ทำการทดสอบคนในเผ่ากับทุกด้าน อีกทั้งยังคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด เขาได้ยอมทุ่มเทเพื่อจับตาดูผู้ทดสอบเพื่อหาข้อเสียของยาระดับราชาเทพขั้นสูง
ระหว่างที่เจี้ยนเฉินยังคงศึกษายาระดับราชาเทพขั้นสูงอย่างระมัดระวังในโลกดาวทมิฬ ก็มีบางอย่างเกิดขึ้นในโลกเบื้องล่างที่ทวีปเทียนหยวน
ตอนนี้ยังฤดูร้อนอยู่ ดวงอาทิตย์ตั้งอยู่ในท้องฟ้าแผ่ความร้อนออกมาอาบทุกอย่างที่พื้น
แต่ตอนนั้นเองกลับมีความหนาวเย็นถึงขั้วกระดูกแผ่ออกมาในพื้นที่ที่ร้อนระอุนี้และทำให้อุณหภูมิลดลงไปทันที
แต่ก่อนที่สิ่งมีชีวิตในโลกจะรู้ตัวก็มีหิมะจำนวนมากกระจายไปทั่วท้องฟ้า
หิมะเหล่านี้มีขนาดเท่ากับมือ พวกมันเหมือนกับเกิดขึ้นเองจากอากาศกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ในโลก ทันทีที่พวกมันปรากฏขึ้นมานั้น พวกมันก็ได้ลอยไปทั่วท้องฟ้าอย่างอิสระ
แม้แต่ที่พื้นที่ยังแผ่ความร้อนที่เหลือออกมาก็ยังมีชั้นน้ำแข็งบาง ๆ ปกคลุมอย่างรวดเร็ว
ในพริบตาฤดูร้อนที่ราวกับอยู่ในนรกก็กลายเป็นฤดูหนาวที่มีแต่สีขาวในพริบตา เมฆหิมะขนาดใหญ่ได้ลอยไปบดบังดวงอาทิตย์ในท้องฟ้าเอาไว้
แค่ไม่กี่วินาทีโลกก็กลายเป็นโลกหิมะไป
“บัดซบ นี่มันเดือนหก ทำไมหิมะถึงตกได้ ? ”
“ อย่าบอกนะว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นอีกแล้ว ? ”
หลังจากนั้นความสงบในโลกก็พังทลายลงไป ผู้บ่มเพาะทั่วทั้งโลกพากันมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความกังวล ความหนาวเย็นนี้ทำให้หลายคนพากันตัวสั่น
ในเวลาเดียวกันนั้นการรับรู้หลายอันก็แผ่ตัดอากาศครอบคลุมทั่วทั้งโลก มันถึงกับมีการรับรู้บางอันแผ่ไปยังมิติรอบนอกด้วย
ผู้บ่มเพาะระดับสูงที่ดูแลโลกนี้ได้เคลื่อนไหว ผู้บ่มเพาะขอบเขตดั้งเดิมหลายคนพากันออกตรวจสอบรอบ ๆ รวมถึงเฟิงเซียวเทียน, กุยไฮ่ยี่เต่าและหยางลี่ด้วย
แต่ไม่มีใครเลยรวมถึงทั้งสามคนที่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ขึ้นมา
ไม่ว่าพวกเขาตรวจสอบยังไงก็ได้ข้อสรุปแค่อย่างเดียวเท่านั้น หิมะนี้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ มันคือปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ
แม้ว่าจะมีหิมะตกในเดือนหกซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจในสายตาของทุกคน แต่ก็พอมีเหตุผลอยู่
ในเวลาเดียวกันก็มีร่างสองร่างโผล่มาที่มิติรอบนอกเหนือทวีปเทียนหยวน แม้แต่การรับรู้ของผู้บ่มเพาะขอบเขตดั้งเดิมนับไม่ถ้วนกวาดผ่านก็ไม่อาจจะรับรู้พวกเขาได้
พวกนางคือเทพธิดาน้ำแข็งและเทพธิดาหิมะจากโลกเซียน
พวกนางไม่ได้แผ่พลังออกมา แต่เพราะระดับการบ่มเพาะที่สูงเกินไปและพลังกฎที่พวกเขามี ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหนก็จะส่งผลต่อวิถีของโลกซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ
เทพธิดาน้ำแข็งได้หลอมรวมวิญญาณของนางกับพื้นที่โดยรอบมานานแล้ว มันเหมือนราวกับว่านางได้แทนที่วิถีสวรรค์ของโลกและมองเข้าไปในอดีต
ตอนนั้นร่างของเทพธิดาน้ำแข็งก็สั่นไหว พลังของนางผันผวนไปเล็กน้อย
“พี่สาว ท่านพบอะไรรึ ? ” เทพธิดาหิมะที่อยู่ข้าง ๆ ถามขึ้นมา สายตาของนางแฝงไปด้วยความสงสัย ในฐานะ 1 ใน 7 จอมปราชญ์สูงสุดจากอดีตแล้วมีไม่กี่เรื่องในโลกที่ทำให้อารมณ์ของนางสั่นไหวได้
แต่ตอนนี้พลังของนางกลับสั่นไหว แม้ว่าจะแค่พริบตาเดียวแต่ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าตกใจในสายตาของเทพธิดาหิมะ
“ข้าเห็นพลังนั่น ครั้งนี้ข้าเห็นพลังนั่นอย่างชัดเจน มันกว้างใหญ่และมหาศาล…”
“มันทรงพลังเกินไป มันมากกว่าพลังไหน ๆ ที่ข้าเคยเห็นมา”
“พลังนี้มาถึงที่นี่เมื่อ 90,000 ปีก่อนและปรากฏตัวแค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น” เทพธิดาน้ำแข็งพึมพำออกมา จากนั้นน้ำเสียงของนางก็เปลี่ยนไปราวกับนางพบบางอย่าง นางพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ “ไม่ พลังนี่..พลังนี่มาถึงโลกนี้พร้อมกับวิญญาณทั้งสอง”
“พลังนี้ปกป้องวิญญาณทั้งสองอยู่….” เสียงของเทพธิดาน้ำแข็งเต็มไปด้วยความตะลึง