เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3197 : การลอบสังหารของเฟิงสือ
ตอนที่ 3197 : การลอบสังหารของเฟิงสือ
“เจ้าว่ายังไงนะ ? พลังที่แม้แต่เจ้าก็ยังบอกว่ามากนั้นกำลังปกป้องวิญญาณทั้งสองรึ ? ” เทพธิดาหิมะอึ้ง
เทพธิดาน้ำแข็งพยักหน้าตอบรับ “แต่มันปรากฏอยู่แค่ชั่วครู่ก่อนจะหายไปตอนที่มาพร้อมกับวิญญาณทั้งสอง มันน่าจะมาที่นี่เพราะปกป้องวิญญาณทั้งสอง”
เมื่อนางพูดถึงจุดนี้ นางก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา “วิญญาณทั้งสองนั้นถึงกับมีพลังที่มหาศาลเช่นนั้นมาส่งถึงที่ มันต้องมีต้นกำเนิดที่โดดเด่นเป็นแน่”
“น้องสาว เจ้าอยู่ในโลกนี้ในตอนที่เกิดใหม่ เจ้าน่าจะคุ้นเคยกับสถานการณ์ที่นี่ มีใครที่เจ้าคิดว่าน่ายกย่องใน 9,000 ปีที่ผ่านมารึไม่ ? ”
เมื่อเทพธิดาน้ำแข็งได้ยินแบบนั้น สายตาของนางก็หวั่นไหวไปเล็กน้อย นางได้พูดขึ้นช้า ๆ “ 9,000 ปีก่อน่รึ ? มีสองคนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นที่ปรากฏตัวขึ้นในอดีต คนหนึ่งคือเจี้ยนเฉินที่เกี่ยวข้องกับร่างที่เกิดใหม่ของข้าผ่านทางสายเลือด ส่วนอีกคนคือเฉินเจี้ยน จิตวิญญาณปราชญ์”
“ไม่ใช่พวกนั้น ข้าพบร่องรอยของกระบี่คู่ในโลกนี้ พวกเขามาถึงที่นี่เมื่อ 2,000 ปีก่อน ส่วนวิญญาณของเฉินเจี้ยนมาที่นี่เพราะเหตุไม่คาดคิดภายใต้ผลของพลังจิตวิญญาณกระบี่”
“สำหรับวิญญาณของเจี้ยนเฉินนั้น…เขาพิเศษอยู่บ้าง ข้าไม่พบอะไรเกี่ยวกับเขา แต่ข้าเดาว่าเขาได้มาถึงโลกนี้พร้อมกับจิตวิญญาณกระบี่” เทพธิดาน้ำแข็งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ “ข้าพอรับรู้ได้ว่าวิญญาณทั้งสองที่พลังนี้มาส่งนั้นคือหยินกับหยาง เจี้ยนเฉินและเฉินเจี้ยนต่างก็เป็นวิญญาณหยาง ดังนั้นจึงไม่ใช่พวกเขา”
“วิญญาณหยินกับหยางรึ ? งั้นก็ต้องเป็นผู้ชายกับผู้หญิง” เทพธิดาหิมะครุ่นคิดราวกับลองนึกถึงอดีต สุดท้ายนางก็ส่ายหน้าและพูดขึ้น “ในแสนปีที่ผ่านมานี้ไม่มีใครโดดเด่นไปกว่าเจี้ยนเฉินและเฉินเจี้ยนในความทรงจำของน้อง ท่านไม่อาจจะมองเห็นได้รึว่าเป็นวิญญาณของใคร ? ”
“พลังนั้นได้ลบทุกอย่างและเขียนกฎของโลกขึ้นมาใหม่ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมองกลับในอดีต นี่ไม่ต้องนับเลยว่าจะรู้ว่ามันเป็นใครกันแน่ พลังลึกลับนี้เหมอนจะมีความฉลาดอยู่ มันตั้งใจปกปิดวิญญาณทั้งสอง แม้แต่ราชันย์ของโลกก็ไม่อาจจะทำอะไรได้”
หลังจากที่คิดอยู่ชั่วครู่ เทพธิดาน้ำแข็งก็ได้พูดขึ้นช้า ๆ “ทั้งเจ้าและซุยหยุนหลานไม่พบอัจฉริยะที่โดดเด่นตลอด 9,000 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงมีคำอธิบายแค่สองอย่างที่เป็นไปได้”
“อันแรกคือวิญญาณทั้งสองยังคงเดินทางอยู่ในมิติ พวกมันยังไม่กลับมาเกิดใหม่อย่างเป็นทางการ”
“อย่างที่สองคือพวกมันได้เกิดใหม่สำเร็จแล้ว นอกจากว่าพวกนั้นซ่อนตัวไว้อย่างดีและไม่เปิดเผยตัวจนถึงวันนี้ บางทีพวกมันอาจจะออกจากโลกนี้ไปแล้ว “
“แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นใด แต่เราก็ต้องจับตาดูโลกนี้เอาไว้ …”
ที่โลกดาวทมิฬ
ฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงผ่านพ้นไป ในเสี้ยวพริบตาก็ผ่านไปถึง 7 ปี
ปัง ปัง ปัง…
ราชาเทพหลายคนกำลังสู้กันอยูในลานภายในโถงศักดิ์สิทธิ์ดาวทมิฬ พวกเขาพากันใช้กฎ, ทักษะลับและทักษะต่าง ๆ ออกมาเพื่อสู้ตัดสินชีวิตกัน
ราชาเทพกว่า 100 คนยืนอยู่รอบ ๆ ลานมองดูการต่อสู้ด้วยสีหน้าจริงจัง บางครั้งพวกเก็จะมองผ่านราชาเทพที่สู้กันอยู่ในลานและชำเลืองมองไปยังชายหนุ่มชุดขาวที่นั่งอยู่ในอากาศด้านหลังลาน
แต่พวกเขาต่างก็แสดงความเคารพจากใจจริงเมื่อเห็นชายหนุ่มคนนี้
ชายหนุ่มคนนี้คือตัวตนที่น่ากลัวที่ทั้งเผ่าได้ร่วมมือกันเพื่อจะฆ่าทิ้ง เขาเป็นผู้บ่มเพาะที่ไร้เทียมทานแกร่งยิ่งกว่าจักรพรรดิดาวทมิฬ
ในที่พิเศษอย่างโลกดาวทมิฬ คนอย่างเขาถือว่าเป็นพระเจ้า !
“ข้าอายุเกิน 1,000 ปีแล้ว มันไม่ได้ถือว่าแก่ในโลกเซียน มันถือได้ว่าอยู่ในช่วงแรกเริ่มด้วยซ้ำ แต่ข้าหมดโอกาสที่จะเข้ามาในโลกดาวทมิฬได้อีก” ตอนนั้นเจี้ยนเฉินได้ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ เขาเหมือนเหนื่อยล้านิด ๆ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เขาได้ใช้สมาชิกของเผ่าดาวทมิฬทดสอบยาและทำการศึกษาผลของยาระดับราชาเทพขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การทดสอบอย่างต่อเนื่องนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเหนื่อยในฐานะผู้บ่มเพาะขั้นบรรพกาล
การคำนวณและสมมติฐานที่เขาตั้งขึ้นมานั้นคือภารกิจที่กินพลังงานอย่างมาก หากเป็นแค่ไม่ปีสั้น ๆ งั้นก็ยังพอรับได้ แต่แม้แต่ขั้นอัครสูงสุดก็ยังไม่อาจจะทนเวลาที่ยาวนานแบบนี้ไหว นี่ไม่ต้องนับขั้นบรรพกาลเลย
“เป็นยังไง ? เจ้าพบปัญหาอะไรรึไม่ ? ” จักรพรรดิดาวทมิฬโผล่มาตรงหน้าเจี้ยนเฉินและมองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสีหน้าแปลก ๆ
ตลอดหลายปีมานี้จักรพรรดิดาวทมิฬทำให้เขาประทับใจขึ้นมา เขาเหมือนกับสลับฐานะกับเจี้ยนเฉิน เจี้ยนเฉินเป็นจักรพรรดิที่แท้จริงของเผ่าดาวทมิฬ ส่วนจักรพรรดิดาวทมิฬเป็นคนนอกไปแทน
มันเพราะตลอดหลายปีมานี้เจี้ยนเฉินจับตาดูคนที่กินยาเข้าไปมากกว่าจักรพรรดิดาวทมิฬ เขาถึงกับทำการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีโดยไม่ได้หยุดพัก
เจี้ยนเฉินส่ายหน้าและพูดขึ้นมา “ข้าได้ทำการคำนวณและตรวจสอบอนาคตมาแล้ว ข้าได้มองเข้าไปในชะตาของหลายคน แต่ก็ไม่พบปัญหาใด ๆ ในตอนนี้ “
“ในอีกความหมายคือข้ายังไม่อาจจะแยกยาพวกนี้ได้รึ ? ” จักรพรรดิดาวทมิฬถามขึ้นมา ระดับการบ่มเพาะของเขาต่ำกว่าเจี้ยนเฉิน ดังนั้นจึงไม่เข้าใจยาระดับราชาเทพขั้นสูงดีนัก
เจี้ยนเฉินพยักหน้าและพูดขึ้นมา “ตอนนี้เผ่าเจ้าได้ราชาเทพกว่าหมื่นคนมา จากนั้นก็ต้องคำนวนว่าเจ้าต้องการความแข็งแกร่งเพียงใดถึงจะเปิดลานพิธีได้ ข้าจะได้หาทางดูว่าจะจัดการกับปัญหานั้นยังไง”
หลังจากนั้นจักรพรรดิดาวทมิฬก็เริ่มตรวจสอบทั้งเผ่า เขาเตรียมการจะมอบยาระดับราชาเทพขั้นสูงให้กับทั้งเผ่า เขามองออกว่าอีกในไม่กี่เดือน มันจะมีราชาเทพอย่างน้อยหมื่นคนกำเนิดขึ้นมาในเผ่าดาวทมิฬ
ในตอนที่เผ่าดาวทมิฬบ่มเพาะราชาเทพนั้น เจี้ยนเฉินก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาได้ออกจากเมืองหลวงและไปนั่งอยู่บนยอดเขาพร้อมกับทำการบ่มเพาะ
เขายังอยู่ในท่านี้มาหลายปี
ตอนนั้นเองกลับมีแรงกดดันปะทุออกมาจากตัวเจี้ยนเฉินแผ่ออกไปโดยรอบ
เจตจำนงกระบี่ได้แผ่ออกไปทั่ว
เจตจำนงกระบี่เหมือนกำเนิดขึ้นมาจากฎ มันแผ่ออกไปโดยรอบและเปลี่ยนที่นั่นให้กลายเป็นเขตที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
ภายในขอบเขตนี้มีแค่ปราณกระบี่ไม่รู้จบ พลังดั้งเดิมสีเงินแผ่กระจายไปทั่ว แม้แต่ต้นไม้และทรายบนภูเขาก็เหมือนเปลี่ยนเป็นปราณกระบี่ที่แหลมคมด้วย มันมีทั้งแบบที่มองเห็นและมองไม่เห็น
เจี้ยนเฉินกำลังบ่มเพาะทักษะลับอยู่ เขาได้บ่มเพาะมาถึงจุดสำคัญ
แต่ทันใดนั้นเองกลับมีร่างสีดำพุ่งมาจากบนภูเขา นางปกปิดพลังของนางเอาไว้ นางได้พุ่งเข้าหาเจี้ยนเฉินพร้อมจิตสังหารที่นางพยายามปกปิดเอาไว้มากที่สุดเท่าที่นางจะทำได้
ร่างสีดำนี้คือหัวหน้าศาลาที่ 10 เฟิงสือ
ใบหน้าของนางที่ยังคงเหลือเหลือความงดงามจากวัยเยาว์นั้นบิดเบี้ยวไป สายตาของนางสะท้อนความเกลียดชังออกมา นางใช้มีดระดับเทพขั้นต้นเพื่อลอบสังการเจี้ยนเฉินที่ซึ่งอยู่ในช่วงสำคัญในการบ่มเพาะ