เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3204 : เวลาผ่านไปในพริบตา
ตอนที่ 3204 : เวลาผ่านไปในพริบตา
ในตอนที่โตววูจิน, ทารอทและปิงหยวนเริ่มทำการบ่มเพาะ เจี้ยนเฉินก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาได้ดื่มชาหยั่งรู้และผลไม้ระดับเทพพร้อมกับฟื้นฟูพลังจิตที่เสียไปจากการปรุงยา
แค่เพียง 3 วัน ปิงหยวนที่อ่อนแอที่สุดก็ทะลวงผ่านเป็นคนแรก เขาได้แผ่พลังอันแข็งแกร่งออกมา
เจี้ยนเฉินโบกมือ มิติรอบตัวปิงหยวนนั้นได้บิดเบี้ยวไป พลังมิติได้ปิดกั้นตัวเขาเอาไว้ ดังนั้นการทะลวงผ่านของเขาจึงไม่ได้ส่งผลกระทบกับสองคนที่เหลือ
ปิงหยวนขึ้นมาเป็นขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 2
5 วันต่อมาทารอทก็ได้ทะลวงผ่านเช่นกัน เขาขึ้นมาจากชั้นสวรรค์ที่ 2 เป็นชั้นสวรรค์ที่ 3
โตววูจินเป็นคนสุดท้ายที่ทะลวงผ่านได้สำเร็จ ระดับการบ่มเพาะของเขาขึ้นมาจากชั้นสวรรค์ที่ 4 เป็นชั้นสวรรค์ที่ 5
ชาหยั่งรู้แค่เพียงจอกเดียวก็ทำให้พวกเขาทะลวงผ่านไปได้ 1 ชั้น ทั้งสามพากันตื่นเต้นกันอย่างมาก พวกเขาพากันขอบคุณเจี้ยนเฉินและมองไปยังแก้วชาที่ว่างเปล่าบนโต๊ะด้วยสีหน้าเสียดาย สายตาของพวกเขาเตามไปด้วยความคาดหวัง
“หยุดมองได้แล้ว ไม่มีชาหยั่งรู้อีกแล้ว แม้ว่าข้าจะให้พวกเจ้าดื่มอีก แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทะลวงผ่านเป็นครั้งที่สอง พวกเจ้าเข้าสู่ระดับใหม่แล้ว ระดับการบ่มเพาะของพวกจนั้นยังไม่ทันได้ควบแน่นด้วยซ้ำ” เจี้ยนเฉินเก็บชุดชาและพูดขึ้นต่อ “ชาหยั่งรู้ระดับเทพขั้น 7 นั้นล้ำค่าอย่างมาก ข้าแบ่งพวกเจ้าเพราะผลงานในอดีต นี่ถือว่าเป็นค่าตอบแทนก็ว่าได้”
“ยาระดับเทพขั้นสูงเหล่านี้ข้าใช้เวลาปรุงมาหลายปี มันมีทั้งหมดพันเม็ด พวกเจ้าเอามันไปใช้กับกองกำลังของตัวเอง” สุดท้ายเจี้ยนเฉินก็เอายาระดับเทพขั้นสูงพันเม็ดออกมาส่งให้กับโตววูจิน
เขาเคยเป็นหัวหน้าศาลาที่ 5 มาก่อน ดังนั้นเขาจึงเข้าใจความบาดหมางระหว่างศาลาศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 10 ของเผ่าดาวทมิฬดี ไม่ว่าจักรพรรดิดาวทมิฬรึหัวหน้าศาลาที่ 5 ทั้งสองก็ใช้ยาระดับเทพเหล่านี้อยู่ดี ยังไงซะยาพวกนี้ก็จะถูกใช้กับคนของเผ่าดาวทมิฬ
ความต่างที่ใหญ่ทั้งสองคือจักรพรรดิดาวทมิฬจะนำยานี้ไปใช้กับเมืองหลักทั้ง 36 เมืองเพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่ง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะตกไปถึงมือของศาลาศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 10
ยังไงซะเมืองหลักทั้ง 36 เมืองก็สูญเสียยอดฝีมือไปทั้งหมด กองกำลังของพวกเขาจำเป็นต้องฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด
แต่หากเขาให้ยาเหล่านี้กับโตววูจินไป งั้นโตววูจินจะใช้มันเพื่อสร้างกองกลังที่เป็นของศาลาศักดิ์สิทธิ์ที่ 5
ทั้งสี่ไม่ได้พูดอะไรกันมาก 4 ชม.ต่อมาทั้งสามคนก็ได้กลับไป พวกเขายังได้ผลไม้ระดับเทพที่เจี้ยนเฉินให้กับพวกเขาด้วย
ผลไม้เหล่านี้คือสมบัติระดับเทพขั้นกลาง มันส่งผลดีต่อการบ่มเพาะของพวกเขาอย่างมาก
เมื่อเห็นพวกนี้บินกลับไป เจี้ยนเฉินก็เหม่อ เขาพึมพำกับตัวเอง “ในพริบตาก็ผ่าไปกว่า 100 ปีแล้วตั้งแต่ที่ข้ามายังโลกดาวทมิฬ คนของเผ่าดาวทมิฬนั้นได้ซึมซับยาระดับเทพขั้นสูงไปนั้นยังไม่ได้แสดงอาการข้างเคียงใด ๆ ออกมา ดูเหมือนว่ายาพวกนี้จะไม่มีข้อเสียใด ๆ ”
เจี้ยนเฉินยังเพ่งสมาธิไปกับการปรุงาต่อ เขาปรุงยาระดับเทพขั้นสูงเก็บไว้ในแหวนมิติได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนที่เจี้ยนเฉินจดจ่อกับการปรุงยา ศาลาศักดิ์สิทธิ์ที่ 10 ที่ลอยอยู่บนเมืองหลวงก็ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นมา เมื่อไหร่ที่เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นมานั้นก็จะมีพลังงานกระจายไปทั่วภายในศาลาที่ 10 รวมถึงพื้นที่ด้านในด้วย
ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงของหัวหน้าศาลาที่ 10 เฟิงสือตะโกนขึ้นมา นางเหมือนไม่อาจจะยอมรับบางอย่างได้
ตูม !
ในวันนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาอีกครั้งจากเมืองหลวง พลังงานของผู้บ่มเพาะขอบเขตตั้งต้นกระจายออกมาแต่ก็โดนสกัดไว้โดยศาลาศักดิ์สิทธิ์ระดับเทพขั้นกลาง
“หือ ทำไมกัน ? ทำไมข้าไม่อาจจะทำลายเส้นผมของเขาได้ ? ข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อ ! “ หัวหน้าศาลาที่ 10 เฟิงสือตะโกนออกมาราวกับคนบ้า นางราวกับหงุดหงิดเพราะอะไรบางอย่าง
ตรงหน้านางนั้นคือเส้นผมที่วางอยู่บนนพื้น มันไม่ได้เสียหายเลยแม้แต่น้อย
ด้านหลังผมเส้นนี้คือรองหัวหน้าศาลาทั้ง 3 คน พวกเขาพากันยืนอยู่ด้วยท่าทีสลดไม่อาจจะพูดอะไรออกมาได้ แต่เมื่อพวกเขามองไปที่เส้นผมเส้นนั้น พวกเขาก็พากันแสดงสีหน้าอึ้งและเหลือเชื่อออกมา
หากมองใกล้ ๆ แล้วจะเห็นว่าที่มือของรองหัวหน้าศาลาทั้งสามนั้นมีแผลลึกถึงกระดูกอยู่
พวกเขาบาดเจ็บเพราะผมเส้นนี้ ปราณกระบี่ภายในนั้นแกร่งซะจนพวกเขาไม่อาจจะฟื้นฟูบาดแผลตัวเองได้ในเวลาอันสั้น
เฟิงสือตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด สายตาหลายคู่มองไปทางศาลาศักดิ์สิทธิ์ที่ 10 พวกเขาพากันถอนหายใจออกมาด้วยความสลด
เวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาก็ผ่านไปอีก 100 ปี
ระหว่างร้อยปีนี้เจี้ยนเฉินยังคงอยู่บนภูเขาเพื่อทำการปรุงยาต่อ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาหมดแรง เขาจะหยุดและชงชาให้กับตัวเองรวมถึงกินผลไม้ระดับเทพที่ปนเปื้อนปราณหยานหวงเพื่อฟื้นฟูตัวเอง
ในขณะเดียวกันเฟิงสือก็เหมือนจะเข้าใจถึงความแตกต่างมหาศาลระหว่างนางกับเจี้ยนเฉินหลังจากที่รู้ว่านางไม่อาจจะทำลายแม้แต่เส้นผมของเขาได้ ดังนั้นนางจึงไม่ได้โผล่หน้ามาหาเจี้ยนเฉินตลอดหลายปีมานี้
ระหว่างร้อยปีนี้จักรพรรดิดาวทมิฬได้มาหาเจี้ยนเฉิน 2-3 ครั้งเพื่อตรวจสอบการปรุงยา ยังไงซะยานี่ก็สามาถสร้างราชาเทพให้กับเผ่าได้จำนวนมาก ดังนั้นจักรพรรดิดาวทมิฬจึงสนใจมันอย่างมาก
“ ข้าปรุงยาระดับราชาเทพขั้นสูงประมาณหมื่นเม็ดในร้อยปีมานี้ หากข้าอยู่ในตระกูลเทียนหยวนแล้ว การปรุงยานี่อาจจะใช้เวลาแค่ 20-30 ปี “ เจี้ยนเฉินที่อยู่บนยอดเขาเพิ่งจะปรุงยาเสร็จก็เริ่มจัดเรียงยาที่มี มันมียาระดับราชาเทพขั้นสูงเกือบหมื่นเม็ดในแหวนมิติของเขา
แค่เพียงคิดแหวนมิติที่เต็มไปด้วยยาก็ได้หายไป มันได้พุ่งออกไปด้วยกฎมิติ เขาได้ส่งมันไปยังโถงศักดิ์สิทธิ์ดาวทมิฬโดยตรง
“ด้วยความแข็งแกร่งของเผ่าดาวทมิฬตอนนี้แล้ว พวกเขาต้องการยาระดับเทพขั้นสูงอย่างน้อย 50,000 เม็ดก่อนที่จะเปิดลานพิธีได้ ตอนนี้ก็หมื่นเม็ดแล้ว ดังนั้นก็ขาดอีก 40,000 เม็ด”
“ด้วยความเร็วตอนนี้แล้วข้าต้องอยู่ในโลกดาวทมิฬไปอีก 400 ปีเป็นอย่างน้อย” เจี้ยนเฉินถอนหายใจออกมา มันเป็นครั้งแรกที่เขาอยู่ในที่ที่เดียวนานแบบนีรวมถึงเป็นครั้งแรกที่เขาทำอะไรซ้ำเดิมนานแบบนี้
แต่เพื่อแก่นเลือดจอมปราชญ์สูงสุด 10 หยดแล้ว เขาก็ต้องทำ !
เจี้ยนเฉินยังทำการปรุงยาต่อ ก่อนที่เขาจะรู้ตัวก็ผ่านไปอีก 100 ปี เขาได้ปรุงยาระดับเทพขั้นสูงขึ้นมาได้อีกหมื่นเม็ดแต่วันนี้กลับมีคนผู้หนึ่งปราฏตัวขึ้นที่ภูเขาที่เจี้ยนเฉินปรุงยาอยู่
หัวหน้าศาลาที่ 10 เฟิงสือ
เฟิงสือยืนอยู่ห่างจากเตายา 10 เมตร และมองไปที่เจี้ยนเฉินที่กำลังทำการเพ่งสมาธิไปกับการปรุงยาอยู่
ไม่นานยาก็ถูกปรุงจนเสร็จ เจี้ยนเฉินเก็บยาระดับราชาเทพที่ยังร้อนอยู่และหันไปมองเฟิงสือก่อนจะพูดขึ้น “เจ้ามาอีกทำไม ? อย่าบอกนะว่าเจ้าจะรอให้ข้าไม่ทันระวังตัวและลอบสังหารข้า ? ”
เจี้ยนเฉินคิดจะทำการขังนางด้วยกฎมิติ
แต่เมื่อเขาคิดถึงการดูแลและการปกป้องที่เฟิงสือทำให้กับเขาตอนที่เขาปลอมตัวเป็นคุนเทียนนั้น เขาจะทำแบบนั้นได้ยังไง ?
แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเฟิงสือแค่อยากจะช่วยคุนเทียน แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับว่านางได้ช่วยเขาเอาไว้อย่างมากในอดีตและให้ความสะดวกสบายกับเขาอย่างมาก
“มากับข้า ! ” เฟิงสือมองไปที่เจี้ยนเฉิน ตอนที่พูดนั้นสายตานางก็แสดงอารมณ์ที่ซับซ้อนออกมา