เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3205 : กลับไปยังที่แห่งอดีต
ตอนที่ 3205 : กลับไปยังที่แห่งอดีต
เจี้ยนเฉินคิ้วขมวดราวกับเขาไม่อาจจะเข้าใจเฟิงสือได้อีก เขามองไปที่เฟิงสือด้วยความสับสน “เจ้าต้องการให้ข้าไปที่ใดกับเจ้า ? ”
“ทำไมเจ้าถึงได้ถามมากเช่นนี้ ? เจ้าจะรู้เองเมื่อไปถึง” เฟิงสือไม่ได้ร้อนใจ นางไม่ได้แสดงท่าทีเคารพต่อขั้นบรรพกาลที่แกร่งกว่าจักรพรรดิดาวทมิฬเลย
เจี้ยนเฉินสับสนแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ กลับกันแล้วเขาก็ได้พูดขึ้นมา “ในโลกเซียนขนาดขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 5 ยังไม่กล้าพูดกับคนที่แกร่งกว่าแบบที่เจ้าทำ นอกซะจากว่าจะมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ “
“งั้นเจ้าก็ฆ่าข้าซะ” สีหน้าของเฟิงสือไม่ได้เปลี่ยนนไปเลย นางยังพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเย็นชา
เจี้ยนเฉินหงุดหงิดขึ้นมานิด ๆ เขาเลิกสนใจเฟิงสือและทำการโยนวัตถุดิบลงไปในเตายาต่อ “ข้าปรุงยาอยู่ ข้ากำลังยุ่ง ! ”
แต่เฟิงสือก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าเตายาและทำการฟาดฝ่ามือเข้าใส่เตายา วัตถุดิบทั้งหมดในเตาโดนทำลายไปในทันที
“เจ้าทำอะไร ! ? ” เจี้ยนเฉินหงุดหงิดและตะโกนออกมา สายตาของเขากับกระบี่ที่ทิ่มแทงเฟิงสือ มันทำให้เฟิงสือต้องขนลุก
ในเวลาเดียววันกัน แรงกดดันอันน่ากลัวก็ปะทุออกมาจากตัวเจี้ยนเฉิน มันทำให้พื้นที่โดยรอบสั่นไหว เมฆในท้องฟ้าสลายไป แม้แต่พลังดั้งเดิมที่ไหลอยู่โดยรอบอย่างอิสระก็เหมือนจะเงียบงันลงไปด้วย
นี่คือพลังของขั้นบรรพกาล พลังที่แข็งแกร่งจนกำจัดเมฆในท้องฟ้าได้ มันเหมือนกับภูเขาทั้งลูกได้ทรุดลงไปพร้อมกับหินหลายก้อนที่ถูกบดขยี้
สีหน้าของเฟิงสือเปลี่ยนไปทันที ต่อหน้าพลังของเจี้ยนเฉินแล้ว นางก็รู้สึกว่าหายใจติดขัด นางรู้สึกราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังกดทับนางอยู่ นางเคลื่อนไหวได้ยากลำบากอย่างมาก
แต่นางก็ไม่ได้แสดงท่าทีกลัวใด ๆ ออกมา นางยังแสดงสีหน้าแน่วแน่วออกมา นางเหมือนไม่สนใจความตาย นางเหมือนไม่กลัวตาย ความแข็งแกร่งของเจี้ยนเฉินไม่อาจจะทำให้นางกลัวได้
เมื่อเห็นท่าทีของนาง เจี้ยนเฉินก็ต้องถอนหายใจออกมา เขาค่อย ๆ ดึงพลังกลับมาและชี้ไปที่ตัวนางโดยไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
พลังมิติสั่นไหว เฟิงสือได้หายตัวไป นางถูกส่งไปยังศาลาศักดิ์สิทธิ์ที่ 10
“หยุดกวนข้าได้แล้ว ! ” เสียงของเจี้ยนเฉินดังขึ้นในหูของนาง
แต่ตอนที่เฟิงสือโดนกฎมิติส่งตัวออกมานั้น จักรพรรดิดาวทมิฬก็ได้ปรากฏตัวตรงหน้าเจี้ยนเฉิน เขามีขนคิ้วและผมสีขาว เขาดูเหมือนกับชายแก่แต่ก็ยังมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์ เขาหน้าตาหล่อเหลา ตัวเขานั้นแผ่ความยิ่งใหญ่ออกมา
“ด้วยความโกรธที่เจ้ามีแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าจะฆ่านางเสียอีก เฟิงสือนั้นหัวรั้นและดื้อด้าน แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะยังเมตตานางอยู่” จักรพรรดิดาวทมิฬถอนหายใจออกมา
“หากข้าต้องการจะฆ่านาง นางคงตายไปแล้ว ไม่ต้องกังวล ข้ารับรองได้ว่าเผ่าดาวทมิฬนั้นจะไม่เสียใครไป เพื่อที่ลานพิธีจะได้เปิดโดยเร็วที่สุด” เจี้ยนเฉินพูดขึ้น
จักรพรรดิดาวทมิฬจากไป เจี้ยนเฉินก็เริ่มทำการปรุงยาอีกครั้ง
ใช้เวลาไม่นานก็ผ่านมาอีก 7 วัน เฟิงสือได้ปราฏตัวตรงหน้าเจี้ยนเฉินอีกครั้งและพูดแบบเดิม “มากับข้า ! ”
“ข้าปรุงยาอยู่ ข้ากำลังยุ่ง ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น” เจี้ยนเฉินปฏิเสธโดยไม่ลังเล สุดท้ายเขาก็เห็นความดื้อด้านของเฟิงสือ
“ถึงเจ้าไม่ไปก็ไม่เป็นไร งั้นคืนคุนเทียนมาให้ข้า แล้วข้าจะไม่กวนเจ้า ไม่งั้นแล้วนอกจากเจ้าจะฆ่าข้า งั้นข้าก็ไม่อาจจะปล่อยเจ้าไปได้” เสียงของเฟิงเสือเต็มไปด้วยความแน่วแน่ราวกับนางจะทำทุกอย่างตามที่พูด
“อย่าบอกนะว่าเจ้าอยากใช้สถานที่พิเศษในโลกดาวทมิฬเพื่อจะฆ่าข้า ? ” เจี้ยนเฉินมองไปที่เฟิงสือด้วยท่าทีเยือกเย็น
“เจ้าจะคิดอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ แต่หากเจ้ามากับข้า ข้าจะเลิกกวนเจ้า” เฟิงสือพูดขึ้น
เจี้ยนเฉินได้ยินแบบนั้นก็พอเข้าใจเหตุผล เขาทำการเก็บเตายาและพูดขึ้น “หากเป็นเช่นนั้นก็นำทางไป แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะทำตามที่รับปากเอาไว้ อย่ามากวนข้าอีก”
หลังจากนั้นเฟิงสือก็ได้นำทางออกไปโดยมี่เจี้ยนเฉินตามหลังมา เขาสงสัยว่านางคิดจะพาเขาไปที่ไหนกัน
“มีเขตอันตรายหลายที่ในโลกดาวทมิฬ แต่ส่วนมากแล้วเป็นภัยต่อขั้นอสงไขย ด้วยความแข็งแกร่งของข้าในขั้นบรรพกาลแล้ว จะมีที่ไหนที่ขังข้าได้หากข้าคิดจะออกมา “ เจี้ยนเฉินคิด แม้ว่าเขาจะไม่รู้ทุกเรื่องในโลกดาวทมิฬ แต่เขาก็พอเข้าใจที่นี่อยู่บ้างตอนที่เป็นหัวหน้าศาลาที่ 5
แต่ไม่ว่าเขาจะคิดยังไง เขาก็ไม่อาจจะคิดหาที่ที่จะฆ่าเขาได้
ทั้งสองเดินหน้าอย่างรวดเร็ว เจี้ยนเฉินได้ตามเฟิงสือไปผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า สุดท้ายทั้งสองก็เข้ามาถึงส่วนลึกของเทือกเขาแห่งหนึ่ง
ที่นี่รายล้อมไปด้วยภูเขาและมีบึงขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ที่นี่อุดมสมบูรณ์ น้ำเป็นสีฟ้า มันราวกับดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ เฟิงสือหยุดที่ริมบึง
เจี้ยนเฉินไปยืนอยู่ข้างหลังเฟิงสือพร้อมคิ้วที่ขมวด เขาจำที่นี่ได้ เขาเคยมาที่นี่มาก่อน
“นี่คือที่ที่ข้ากับคุนเทียนพบกัน มันมีความทรงจำของข้ากับเขามากมายที่นี่ รวมถึงความทรงจำที่ไม่อาจจะลืมเลือนได้” เฟิงสือมองไปที่ผิวน้ำด้วยท่าทีสลดและเศร้า “แต่คุนเทียนไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว เรื่องราวระหว่างเขากับข้านั้นได้หยุดตั้งแต่ที่เขาเข้าไปยังแดนทำลายวิญญาณ”
ก่อนที่นางจะรู้ตัวนั้น น้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาของนาง
นางหันกลับมาหาเจี้ยนเฉินช้า ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน “ข้ารู้ว่าเจ้าปลอมตัวเป็นคุนเทียนได้ เจ้าช่วยปลอมตัวเป็นคุนเทียนเพื่อให้ข้าพบกับเขาอีกครั้งได้รึไม่ ? ”
เฟิงสือนั้นรักคุนเทียนหมดหัวใจ
เมื่อได้ยินคำอ้อนวอนของนาง เจี้ยนเฉินก็พบว่ายากที่จะปฏิเสธได้ เขาได้เอาหน้ากากที่ได้มาจากเผ่าปิศาจมายาออกมาและใส่ไปที่หน้า ก่อนจะกลายเป็นคุนเทียนในทันที
“คุนเทียน…ผ่านมาหลายปีแล้ว สุดท้ายเราก็ได้พบกันอีก” เฟิงสือพึมพำออกมาและมองไปที่ ‘คุนเทียน’ ที่อยู่ตรงหน้า
“คุนเทียน มันวิเศษจริง ๆ ที่ได้พบกับเจ้าอีกครั้ง ข้ารู้ว่านี่ไม่ใช่เจ้า แต่ข้าจะถือว่ามันเป็นเจ้า” เฟิงสือยิ้มออกมา ก่อนจะกระโดดลงไปในบึงแล้วหายตัวไปจากผิวน้ำ
ตอนที่นางโผล่มาอีกครั้ง เสื้อผ้าทั้งหมดของนางก็หายไปเผยให้เห็นผิวที่ขาวนวล
เฟิงสือยิ้มออกมาพร้อมกับตีน้ำขึ้นมา นางดูมีเสน่ห์อย่างมาก
ตอนนันเองนางก็ยื่นแขนทั้งสองข้างออกมาและกวักมือเรียก ‘คุนเทียน’ ที่อยู่บนฝั่ง สายตาของนางดูเลื่อนลอยมีเสน่ห์อย่างมาก