เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3253 : การรวมตัวของราชันย์เซียน
ตอนที่ 3253 : การรวมตัวของราชันย์เซียน
ค่ายกลนี้ราวกับเตาหลอมที่ฟันมิติให้ขาดออกจากกันและขังเจี้ยนเฉินเอาไว้ด้านใน ไฟอันน่ากลัวปะทุออกมาเปลี่ยนเป็นทะเลไฟเข้ากลืนกินร่างของเจี้ยนเฉิน พวกมันเผาเขาอย่างไร้ปราณี
ค่ายกลนี้คือสิ่งที่เปลวเพลิงที่น่านับถือสร้างขึ้นมา ดังนั้นกฎแฟ่งไฟด้านในจึงอยู่ระดับที่น่ากลัวอย่างมาก พลังของมันน่าตกใจ นี่ไม่ต้องนับขั้นบรรพกาลเลย แม้แต่ขั้นอัครสูงสุดก็อาจจะตายได้หากโดนขังไว้ในค่ายกลนี้
ภายใต้การเผาไหม้ของเปลวไฟเหล่านี้เสื้อผ้าของเจี้ยนเฉินก็กลายเป็นเถ้าเผยให้เห็นร่างกายที่กำยำของเขา
แต่ตอนนี้ร่างกายของเขากลายเป็นสีแดง เขาดูคล้ายกับเหล็กร้อนที่ส่องแสงสีแดงออกมา เขาเองก็แผ่ความร้อนที่น่ากลัวออกมาเช่นกัน
อันที่จริงเจี้ยนเฉินตอนนี้น่ะเจ็บปวดจนไม่อาจจะจินตนาการได้ เขาโดนเผาโดยไฟที่ปะทุออกมา พลังชีวิตของร่างกายถูกผลาญไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่เลือดบรรพกาลในร่างก็ค่อยๆหายไปและระเหยไปเพราะความร้อนที่น่ากลัวนี่
หลังจากนั้นร่างที่แดงก่ำของเขาก็กลายเป็นสีดำผิวหหนังชั้นนอกเริ่มรุดร่วงและแยกออก แต่ร่างกายของเขาก็เหมือนจะเล็กลงไปด้วย
ภายใต้กฎแห่งไฟที่น่ากลัวเช่นนี้ แม้แต่ร่างบรรพกาลก็ไม่อาจจะทนได้ ร่างบรรพกาลของเจี้ยนเฉินโดนทำลายอย่างรวดเร็ว อาการบาดเจ็บนั้นเร็วกว่าการฟื้นฟูของเขา ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้แล้วเขาคงทนอยู่ได้ไม่นาน
“ อ๊าก ! “ เจี้ยนเฉินกรีดร้องออกมาจากด้านในค่ายกล เขาใช้กฎมิติและกฎกระบี่ออกมาถึงขีดสุดอัดแน่นเป็นลำแสงสองอันกัดกฎแหง่ไฟเอาไว้ เขาใช้กระบี่แฝดทำการโจมตีค่ายกลอย่างบ้าคลั่งเพื่อที่จะได้หนีออกจากที่นี่
แต่ทุกอย่างที่เจี้ยนเฉินทำไปนั้นก็ไร้ค่าเมื่อเผชิญหน้ากับค่ายกลนี้ มันทำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ตอนที่เขาโจมตีสุดกำลังด้วยกระบี่แฝดแต่ก็ไม่อาจจะทำให้ค่ายกลสั่นไหวได้เลย
ทักษะการจู่โจมไร้ร่องรอยและปราณกระบี่ลึกซึ้งกลับต้องไร้ค่า
“ ข้าทนได้อีก 1 นาทีครึ่งเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นข้าจะตาย แม้แต่วิญญาณของข้าที่หลอมรวมกับพลังบรรพกาลก็คงยากที่จะรอดไปได้ภายใต้กฎไฟที่น่ากลัวเช่นนี้”
“ นี่คือค่ายกลที่ไม่มีผู้ใช้ หากมีผู้ใช้ควบคุมค่ายกลแล้วข้าอาจจะโดนเผาเป็นเถ้าในทันที” ยิ่งอันตรายเท่าไหร่ เจี้ยนเฉินก็ยิ่งเยือกเย็นเท่านั้น เขาสูดหายใจเข้าลึกๆและเริ่มคิดหาวิธีรับมือ
“ ข้าทำลายค่ายกลนี้ได้หากทำการหลอมรวมกระบี่แต่นี่คือโลกเซียน เมื่อข้าหลอมรวมกระบี่แล้ว ข้าอาจจะทำให้ยอดฝีมือที่นี่สนใจ ตอนนั้นสิ่งที่รอข้าอยู่คืออันตรายที่ยากจะคาดถึง”
“ นอกจากการหลอมรวมกระบี่แล้ว ข้าคงได้แต่ขอความช่วยเหลือจากลมที่น่านับถือ ลมที่น่านับถือนั้นขึ้นเป็นจอมปราชญ์สูงสุดแล้ว ตราบใดที่ข้าเอ่ยชื่อเขา เขาก็จะรับรู้ได้” เจี้ยนเฉินกัดฟันแน่น จากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว นอกจากขอความช่วยเหลือจากลมที่น่านับถือแล้ว เขาไม่มีทางเลือกอื่นที่จะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้เลย
ระหว่างนี้ผิวของเขาก็เริ่มหลุดออกจากร่าง ร่ากายของเขาเหมือนกับสูญเสียน้ำในร่างไป มันแห้งขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสีดำสนิท
สีหน้าของเจี้ยนเฉินหม่นลง เขาจำได้ว่าลมที่น่านับถือได้หลอมรวมตัวกับพลังของโลก เขาอยู่ในช่วงวิกฤต ดังนั้นอาจจะผนึกตัวเองจากโลกภายนอก
เจี้ยนเฉินตัดสินใจพร้อมสายตาที่แน่วแน่ขึ้นมา “ ข้าไม่อาจจะรอได้อีกต่อไปแล้ว การหลอมรวมกระบี่นั้นกินเวลา หากข้ารอไปนานกว่านี้ ข้าคงไม่มีโอกาสที่จะหลอมรวมกระบี่”
“จือหยิง ฉิงโซว เตรียมรวมตัว ไม่ว่ายังไงก็ตามข้าก็ไม่อาจจะตายในค่ายกลนี้ได้ เพราะหากข้าตาย รุยจิน, เฮ่ยยูและหงเหลียนต้องตายไปด้วย”
“ไม่ว่ายังไงก็ตาม ต้องส่งรุยจิน, เฮ่ยยูและหงเหลียนออกจากที่นี่อย่างปลอดภัย ข้าต้องทำให้พวกเขาปลอดภัยให้ได้” เจี้ยนเฉินเอาสมบัติสวรรค์ระดับเทพออกมาจากมิติในวิญญาณและกลืนมันไปในทันที หลังจากนั้นเขาก็ทำการหลอมรวมกระบี่โดยไม่ลังเล
ลำแสงสองอันพุ่งออกมาลอยอยู่บนหัวเจี้ยนเฉิน ต่อมาเจี้ยนเฉินก็ได้ตะโกนออกมาพร้อมลำแสงทั้งสองที่เริ่มรวมตัวกัน
การหลอมรวมกระบี่คู่ !
ตอนที่พลังทั้งสองเริ่มรวมตัวกันนั้น พลังมันก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แรงกดดันอันน่ลกัวของพลังบรรพกาลแผ่ออกมาโดยรอบทำให้มิติในค่ายกลเริ่มถูกฉีกออก
นี่คือค่ายกลที่ไม่มีใครควบคุม แม้ว่ามันจะมีความสามารถฆ่าขั้นอัครสูงสุดได้ แต่มันก็ไม่อาจจะรับมือกับพลังบรรพกาลที่เกิดจากการหลอมรวมกระบี่ได้
ไม่ใช่แค่ต้องทนจากการเผาไหม้ของเปลวไฟในค่ายกล แต่เจี้ยนเฉินยังต้องทนจากพลังที่สะท้อนกลับมาจากการหลอมรวมกระบี่คู่ ผิวของเขาหลุดออกพร้อมกล้ามเนื้อที่เริ่มหายไปเผยให้เห็นกระดูกที่กลายเป็นสีดำสนิท
ภายใต้กฎแห่งไฟและการหลอมรวมกระบี่คู่ก็ทำให้เจี้ยนเฉินราวกับกำลังจะตาย
การหลอมรวมกระบี่นี้กินเวลา 1 นาที หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็ได้ใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ในการฟันปราณกระบี่บรรพกาลออกไป
ตอนที่ปราณกระบี่บรรพกาลถูกฟันออกไปนั้น กฎแห่งไฟก็ขาดออกจากกัน ทะเลไฟดับลงไป สุดท้ายปราณกระบี่บรรพกาลก็ฟันเข้าใส่ที่ค่ายกลพร้อมพลังที่ระเบิดออกมา
ตูม !
เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมค่ายกลของเปลวเพลิงที่น่านับถือที่ทนได้ไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวต่อหน้าปราณกระบี่บรรพกาล มันโดนตัดขาดออกอย่างง่ายดายราวกับกระดาษ
ค่ายกลของเปลวเพลิงที่น่านับถือโดนทำลายไฟพร้อมไฟที่หายไปทันที แต่ปราณกระบี่บรรพกาลที่เกิดจากการหลอมรวมกระบี่ไม่ได้สลายไปด้วย มันได้พุ่งตัดเข้าไปยังมิติภายนอกแลทำลายดาวเคราะห์ที่เจี้ยนเฉินอยู่ทิ้งรอยแตกอันน่ากลัวไว้ในมิติภายนอกฟันเข้าใส่ดาวเคราะห์ทีละดวง ๆ
โลกสั่นไหวขึ้นมา แม้แต่ทั้งสามพันวิถีก็เหมือนได้รับผลกระทบไปด้วย พลังบรรพกาลอันน่ากลัวได้แผ่ออกมาทั่ว
นี่มันเกินการควบคุมของเจี้ยนเฉิน ยังไงซะนี่ก็เป็นโลกเซียน มันไม่ใช่โลกจิ๋ว
พลังบรรพกาลหายไปพร้อมปราณกระบี่ที่แตกออก เจี้ยนเฉินหมดแรงและร่วงลงมาจากอากาศ
แต่เขาไม่กล้าแม้แต่จะพัก เขาเอาสมบัติสวรรค์ที่ปนเปื้อนปราณหยานหวงออกมาจากมิติวิญญาณแล้วกินมันไปทันที จากนั้นเขาก็เอาหน้ากากจากเผ่าปิศาจมายาออกมา หลังจากที่ปรับพลังแล้วเขาก็ใช้พลังที่เหลือในตัวที่นั่นด้วยกฎมิติ
ไม่นานดวงอาทิตย์สีม่วงก็ได้ปรากฏขึ้นมาในจุดที่ปราณกระบี่บรรพกาลปรากฏขึ้น มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาในดวงอาทิตย์สีม่วง
ราชันย์เซียนต้นกำเนิดบูรพาจากตระกูลบุปผาแพรม่วง หนึ่งในตระกูลชั้นนำของโลกเซียนมาถึงที่นี่เป็นคนแรก
“ นี่คือพลังของกระบี่คู่ของโลกอมตะ” ราชันย์เซียนต้นกำเนิดบูรพาพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง
ในเวลาเดียวกันก็มีบอลแสงปรากฏขึ้นมาข้าง ๆ ราชันย์เซียนต้นกำเนิดบูรพา เมื่อรวมกับราชันย์เซียนต้นกำเนิดบูรพาแล้วมันมีบอลแสงทั้งหมด 7 ลูก
บอลแสงทุกลูกไม่ต่างอะไรจากดวงอาทิตย์ ลูกบอลแสงทุกลูกนั้นมีร่างอยู่ด้านใน
พวกนี้คือราชันย์เซียนของโลกเซียน
ตอนนั้นนอกจากราชันย์เซียนสายฟ้าที่ตายไปแล้ว ราชันย์เซียนของโลกเซียนได้มารวมตัวกันที่นี่ทั้งหมด