เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3254 : ศัตรูรอบตัว
ตอนที่ 3254 : ศัตรูรอบตัว
“กระบี่คู่หยินหยางจากโลกอมตะ ทำไมพลังของกระบี่คู่ถึงได้ปรากฏขึ้นในโลกเซียนได้ ? อย่าบอกนะว่ายอดฝีมือจากโลกอมตะเข้ามาในโลกของเรา ? ”
“พลังที่นี่ทำให้ข้าถึงกับตัวสั่น ไม่ผิดแน่ นี่คือพลังจากการหลอมรวมกระบี่ กระบี่คู่ได้ปราฏขึ้นในโลกเซียนจริง ๆ ”
“ไม่ใช่ว่าเป็นเจ้าสารเลวสวรรค์ม่วงของโลกอมตะตายไปเมื่อ 3 ล้านปีก่อนรึ ? กระบี่คู่หายตัวไป แต่พลังของการหลอมรวมกระบี่คู่กลับปรากฏขึ้นที่นี่ได้ ยะ อย่าบอกนะว่าเจ้าสวรรค์ม่วงยังไม่ตายและแอบเข้ามาในโลกเซียน ? ”
“ ไม่ มันไม่ใช่เจ้านั่นแน่ มันน่าจะเป็นสมบัติของเขา”
“เจ้าสวรรค์ม่วงหน้าไม่อายจริง ๆ เขามีสิทธิ์อะไรถึงได้กลายเป็นราชันย์ของโลก ? ”
…
…
ราชันย์เซียนทั้ง 7 บินอยู่ที่มิติภายนอกพร้อมกับดวงอาทิตย์ทั้ง 7 ดวงส่องแสงสว่างให้กับพื้นที่รอบ ๆ แม้แต่ดวงดาวก็ยังดูหม่นแสงไป
พลังจากการหลอมรวมกระบี่คู่นั้นไม่อาจจะหลุดรอดจากสายตาพวกเขาได้ พวกเขาเห็นในทันที ทุกคนพากันกัดฟันแน่นพร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยความแค้น
แน่นอนว่าไม่ใช่ราชันย์เซียนทั้งหมดที่เป็นเช่นนั้น มันมีบางคนที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ตอนนั้นเองก็มีอีกร่างปรากฏตัวขึ้นมา รอบตัวเขามีแสงดาวนับไม่ถ้วนส่องประกายออกมา ร่างเขาอาบไปด้วยแสงกลายเป็นดวงอาทิตย์ดวงที่ 8
แต่แสงจากตัวเขานั้นดูเหมือนกับแสงดาวมากกว่า
เขาคือใต้เท้าประกายดาวทั้งเก้า ศิษย์ของจอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิต !
ใต้เท้าประกายดาวทั้งเก้ายืนอยู่กับราชันย์เซียนทั้ง 7 เขาไม่เหมือนกับราชันย์เซียนคนอื่น ๆ ทันทีที่เขามาถึง เขาก็เอาแต่เงียบไม่ได้พูดอะไรออกมา สีหน้าของเขานั้นถูกแสงดาวบดบังเอาไว้
ร่างสีขาวปรากฏขึ้นมาห่อหุ้มไปด้วยแสงจากกฎของนาง ร่างของนางก็ถูกแสงบดบังเอาไว้เช่นกัน
องค์หญิงใหญ่ของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงก็มาที่นั่นเช่นกัน
พลังจากการหลอมรวมกระบี่นั้นน่ากลัวอย่างมาก มันทำให้ยอดฝีมือระดับสูงของโลกเซียนหันมาสนใจ หลังจากนรั้นมิติที่นั่นก็วุ่นวายขึ้นมา ยอดฝีมือคนอื่น ๆ ทั่วทั้งโลกเซียนต่างก็มารวมตัวกันที่นี่
คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคนที่มีชื่อเสียง ทุกคนคือยอดฝีมือที่ยืนอยู่จุดสูงสุดของโลกเซียน
“ มีราชันย์มากมายเช่นนี้ จอมปราชญ์สูงสุดสวรรค์ม่วงคือจอมปราชญ์สูงสุดที่หน้าด้านที่สุดในหมู่จอมปราชญ์สูงสุดทั้ง 5 ของโลกอมตะ ในอดีตนั้นแม้ว่าจะเป็นราชันย์ แต่เขากลับลงมือกับกลุ่มเด็กน้อยอย่างหน้าไม่อาย เขาได้ใช้กระบี่คู่ฆ่าคนของโลกเซียนไปนับไม่ถ้วน”
“ลุงของข้าก็โดนกระบี่คู่นั่นฆ่า เขาเป็นถึงขั้นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 8 หากเขาไม่ตาย บางทีเขาอาจจะขึ้นมาถึงชั้นสวรรค์ที่ 9 แล้วก็ได้”
“ลูกชายสุดที่รักของข้ามีพรสวรรค์ที่โดดเด่นในประวัติศาสตร์ของตระกูลเรา พรสวรรค์ของเขาเหนือกว่าผู้อาวุโสเสียด้วยซ้ำ ระดับการบ่มเพาะของเขานั้นเหนือกว่าข้าอีก ทั้งโลกเซียนเห็นชอบว่าเขาต้องขึ้นไปเป็นจอมปราชญ์สูงสุดได้แน่ แต่สุดท้ายเขากลับโดนเจ้าแก่บัดซบจากโลกเซียนฆ่าเอา”
“ บรรพชนของเราก็ตายเพราะกระบี่คู่เช่นกัน”
“ เราต้องหากระบี่คู่นั่น เราต้องหาผู้สืบทอดของเจ้าแก่บัดซบนั่นให้พบ”
..
ทุกคนต่างก็หงุดหงิด หลายคนแผ่รังสีอาฆาตออกมาเมื่อพูดถึงอดีต
ย้อนกลับไปทั้งสองโลกนั้นมีสงครามกันมาโดยตลอด ทั้งสองโลกต่างก็มีสนามรบ ราชันย์ต่างก็เผชิญหน้ากับราชันย์ ขั้นอัครสูงสุดเผชิญหน้ากับอมตะเที่ยงแท้ ขั้นบรรพกาลเผชิญหน้ากับจักรพรรดิอมตะ แต่เจ้าของกระบี่คู่ได้ใช้กระบี่คู่ที่สนามรบของขั้นอัครสูงสุดและฆ่ายอดฝีมือของโลกเซียนไปมากมาย
และในวันนั้นยอดฝีมือจากสำนักและตระกูลต่าง ๆ ไม่ก็เพื่อนพวกเขาก็ต้องตายไปเพราะกระบี่คู่นั้น
ผลก็คือพวกเขาต่างก็โกรธแค้นกระบี่คู่อย่างมากรวมถึงจอมปราชญ์สูงสุดเที่ยงแท้สวรรค์ม่วงจากโลกอมตะด้วย
หัวหน้าพิรุณเงียบไม่ได้พุดอะไรออกมา นางแค่มองไปรอบ ๆ พร้อมกับไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง
“เฮ้อ ! ” สุดท้ายหัวหน้าพิรุณก็ถอนหายใจออกมาและออกจากที่นั่นไป
ในเวลาเดียวกันที่ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ซึ่ง อยู่ไกลออกไป
มันมีดาวเคราะห์ใหญ่ทั้งหมด 81 ดวงในโลกเซียนรวมถึงดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้กับจุดที่เจี้ยนเฉินสู้กันมากที่สุด
ผู้หญิงในชุดขาวยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนในเมืองหลวงของดาวเคราะห์นี้ ทุกคนพากันทำธุระของตัวเองโดยไม่มีใครสังเกตเห็นนางเลยแม้แต่คนเดียว
มันราวกับว่าร่างของนางโปร่งใส
ผู้หญิงคนนี้ซ่อนตัวอยู่ในเมืองที่วุ่นวาย นางน่าจะดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนี้ แต่นางกลับไม่ได้เกี่ยวข้องกับเมืองนี้เลย
“กระบี่คู่ เป็นกระบี่คู่จริง ๆ คนที่ได้รับการยอมรับจากกระบี่คู่คือผู้สืบทอดของผู้อาวุโสสวรรค์ม่วง “ ผู้หญิงคนนั้นมองเข้าไปในมิติพร้อมตาที่เป็นประกายขึ้นมา
นางคือฟางจิง
หลังจากที่รับรู้ได้ถึงพลังบรรพกาล นางก็ได้เดินทางผ่านมิติภายนอกมาถึงดาวเคราะห์นี้โดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ นางต้องการตรวจสอบสถานการณ์ที่นี่แต่เพราะมียอดฝีมือจำนวนมากมารวมตัวกัน แค่ขั้นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 9 ก็มีมากกว่า 10 คนแล้ว มันมีขั้นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 7 และ 8 อีกจำนวนมาก
ด้วยการรวมตัวกันของคนเหล่านี้ แม้แต่นางก็ยังไม่มีความกล้าพอที่จะเข้าไปที่นั่น นางได้แต่ซ่อนตัวอยู่ในดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยผู้บ่มเพาะและมองดูอยู่ห่าง ๆ
“ผู้อาวุโสสวรรค์ม่วงมีชื่อเสียงอย่างมากในโลกอมตะ เขาคือหนึ่งในคนที่ข้าเคารพที่สุด ข้าไม่เคยได้พบเขาตอนที่เขายังมีชีวิตแต่ข้าได้ยินตำนานของเขามากมาย”
“ระหว่างการต่อสู้เมื่อ 3 ล้านปีก่อน โลกเซียนได้เปรียบอย่างมาก แม้แต่ตอนที่เราร่วมมือกับโลกปิศาจ แต่เราก็ต้องถอยกลับพร้อมกับสูญเสียยอดฝีมือไปจำนวนมาก หากผู้อาวุโสสวรรค์ม่วงไม่ฆ่ายอดฝีมือของโลกเซียนด้วยกระบี่คู่และตัดความได้เปรียบของพวกนั้นไป เราอาจจะเสียการสืบทอดจำนวนมากไป” ฟางจิงพึมพำกับตัวเองนางตื่นเต้นอย่างมากแต่ก็กังวลเช่นกัน
ที่นี่มียอดฝีมือจำนวนมากมารวมตัวกัน ราชันย์เซียนทั้ง 7 ได้มารวมตัวกันพร้อมกับศิษย์ของจอมปราชญ์สูงสุดและยอดฝีมือมากมาย
แม้ว่าจะมีพู่กันควบคุมในมือ แต่นางก็ไม่กล้าจะผลีผลามต่อหน้าการรวมตัวกันของคนเหล่านี้
ในที่หนึ่งภายในโลกเซียน ภูเขาวิญญาณนักรบได้ลอยล่องไปในมิติอย่างไร้จุดหมาย หัวหน้าพิรุณได้เดินทางมาจากทะเลดวงดาวและอยู่ห่างาจากภูเขาวิญญาณนักรบกว่าพันกิโลเมตรก่อนจะสร้างกำแพงมิติขึ้นมา กำแพงมิติได้ห่อหุ้มภูเขาวิญญาณนักรบตัดขาดการเชื่อมต่อทั้งหมดจากโลกภายนอก
กฎน้ำแข็งคือผนึกชั้นแรกที่หยุดหุนเจิ้งและคนอื่น ๆ ไม่ให้ออกจากที่นี่
ในขณะเดียวกันกฎมิติที่หัวหน้าพิรุณใช้ออกมานั้นก็กลายเป็นผนึกชั้นสอง
“ข้าไม่อาจจะช่วยเจี้ยนเฉินได้ ทั้งหมดที่ข้าทำได้คือหยุดเจ้าไม่ให้ทำตัวโง่ ๆ ” หลังจากนั้นหัวหน้าพิรุณก็ไม่ได้ออกจากภูเขาวิญญาณนักรบ กลับกันแล้วนางนั่งขัดสมาธิลงไปใกล้ ๆ กับภูเขา แล้วจับตาดูภูเขาเอาไว้เผื่อว่าจะมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น