เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3259 : เผชิญหน้า
ตอนที่ 3259 : เผชิญหน้า
เมื่อได้ยินแบบนั้น เจี้ยนเฉินก็หรี่ตาลง เขามองออกไปยังร่างที่ปกคลุมด้วยหิมะและสายลม ตาเขากลับเป็นประกายขึ้นมาพร้อมกับอารมณ์ที่หวั่นไหวขึ้น
แต่ตอนที่ยอดฝีมือคนอื่น ๆ ได้ยินแบบนั้น สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป ความอาฆาตปะทุขึ้นมาในใจพวกเขา แม้แต่ราชันย์เซียนทั้ง 7 คนที่ถูกรายล้อมด้วยแสงสว่างจ้าก็นั้นก็แผ่พลังที่เฉียบคมออกมามากกว่าเก่า
“เจี้ยนเฉินได้รับการยอมรับจากกระบี่คู่ เขาไม่ใช่คนของโลกเซียนอีกต่อไป แต่เป็นศัตรูจากโลกอมตะ เทพธิดาหิมะ ไม่ว่าเจ้าจะเกี่ยวข้องกับเขาเช่นใดแต่เจ้าก็ไม่อาจจะเอาตัวเขาไปกับเจ้าได้”
“หากเด็กนี่ไม่ถูกกำจัดในวันนี้ งั้นเขาก็เป็นต้นตอของปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน อีกอย่างแล้วเขาน่าจะเป็นเจ้าเฒ่าสวรรค์ม่วงกลับมาเกิด”
“เทพธิดาหิมะ เจ้าอาจจะแข็งแกร่ง แต่เจ้าลืมเรื่องการที่เอาตัวเจี้ยนเฉินไปกับเจ้าได้เลย แม้ว่าเขาจะละทิ้งกระบี่คู่แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เขารอดจากเรื่องนี้ได้”
….
ที่มิติภายนอกยอดฝีมือพากันเอ่ยปากออกมา พวกเขาไม่คิดจะเจรจา พวกเขายืนกรานว่าจะไม่มีทางเปลี่ยนใจในเรื่องนี้
คนที่พูดนั้นต่างก็เป็นขั้นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 9 มีสองคนเป็นถึงราชันย์เซียน
เทพธิดาหิมะนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก เมื่อรวมกับบุคลิกที่แปลกประหลาดของนางแล้วก็มีน้อยคนในโลกเซียนที่คิดจะหาเรื่องนาง
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นใครทุกคนต่างก็มีความแค้นเคือง การฆ่าผู้สืบทอดของจอมปราชญ์สูงสุดสวรรค์ม่วงนั้นเท่ากับการแก้แค้นให้กับเพื่อนและญาติของพวกเขาที่ตายไป
หากมองในภาพรวมแล้ว การฆ่าผู้สืบทอดกระบี่คู่นั้นถือว่าส่งผลดีต่อโลกเซียน มันจะทำให้โลกอมตะอ่อนแอลงไป
ผลก็คือแม้แต่ว่าจะต้องมีปัญหากับเทพธิดาหิมะ แต่ก็ไม่มีใครเลือกที่จะยอมอ่อนข้อในเรื่องนี้ได้
สายลมและหิมะพัดผ่านมิติภายนอก อุณหภูมิโดยรอบลดลงอย่างรวดเร็ว เสียงอันเย็นชาของเทพธิดาหิมะดังขึ้นมา “หากข้ายังยืนกรานจะเอาตัวเจี้ยนเฉินไปกับข้าล่ะ ? ”
ตอนที่นางพูดนั้น น้ำแข็งก็กระจายไปทั่วมิติภายนอกราวกับว่าที่นั่นจะถูกแช่แข็งพร้อมรังสีอาฆาตที่กระจายไปทั่ว
บางทีจิตสังหารนี้อาจจะไม่ได้ส่งผลต่ออัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 9 แต่พวกที่อยู่ชั้นสวรรค์ที่ 8 และ 7 นั้นพากันตัวสั่นก่อนจะถอยกลับออกไป
การกระทำของเทพธิดาหิมะนั้นราวกับจะบอกกับทุกคนที่นั่นนางจะเอาตัวเจี้ยนเฉินไปให้ได้ นางไม่เห็นหัวทุกคนที่นี่ด้วยซ้ำ นั่นรวมไปถึงจอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตและจอมปราชญ์สูงสุดเหนือสวรรค์ด้วย
แม้แต่ต่อหน้าราชันทั้งสอง แต่นางก็ยังกล้าพูดเช่นนี้ออกมา ยอดฝีมือในโลกเซียนได้พบกับความเย่อหยิ่งและความบ้าของเทพธิดาหิมะอีกครั้ง
“เทพธิดาหิมะ หากข้าลงมือ เจ้าคิดว่าเจ้าจะมีความสามารถพอที่จะเอาตัวเจี้ยนเฉินไปกับเจ้าได้รึ ? “ ราชันย์เซียนอาภรณ์โลหิตจากตระกูลไป่พูดขึ้นมา น้ำเสียงเขาราบเรียบแต่รู้สึกได้ถึงความเย็นชา
พูดจบราชันย์เซียนอาภรณ์โลหิตก็ได้ก้าวออกมา แรงกดดันของขั้นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 9 ปะทุออกมาปกคลุมพื้นที่โดยรอในทันที
ใบมีดสีแดงที่ราวกับอาบไปด้วยเลือดปรากฏขึ้นมาเหนือหัวเขาพร้อมแผ่พลังอันน่าตกใจออกมา
ใบมีดโลหิตนี้เป็นวัตถุเทพราชันย์ !
“ไม่ว่าเจี้ยนเฉินจะยอมละทิ้งกระบี่คู่รึไม่นั้น แต่เขาก็ไม่อาจจะออกจากที่นี่ได้ หากเขาเป็นเจ้าเฒ่านั่นกลับมาเกิด งั้นเขาก็จะเป็นต้นตอปัญหาของโลกเรา” ราชันย์เซียนหยั่งรู้สวรรค์จากตระกูลพันกลไกเองก็ก้าวออกมาเช่นกัน เขาไม่สนว่าภูมิหลังของเจี้ยนเฉินนั้นจะยิ่งใหญ่เพียงใด ยังไงซะการมองภาพรวมของเรื่องนี้ก็สำคัญที่สุด
ในหมู่ราชันย์เซียนทั้ง 7 มีสองคนที่ออกตัวเผชิญหน้ากับเทพธิดาหิมะ
“เราเองก็ด้วย เทพธิดาหิมะ เจ้าคิดจริง ๆ รึว่าเจ้าคนเดียวจะหยุดเราได้ ? ”
หลังจากนั้นขั้นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 9 ทุกคนก็พากันก้าวออกมากันทีละคน ๆ พร้อมพลังที่ปะทุออกมา
ตอนนั้นบรรยากาศโดยรอบนั้นดูหนักอึ้ง เทพธิดาหิมะต้องเผชิญหน้ากับทั้งกลุ่มด้วยตัวคนเดียว ทั้งสองฝ่ายราวกับกำลังจะเปิดฉากต่อสู้กัน ดูราวกับว่าแค่คำพูดไม่กี่คำก็อาจจะทำให้การต่อสู้เริ่มขึ้นได้
จอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตและจอมปราชญ์สูงสุดเหนือสวรรค์ยังคงเงียบอยู่ สถานการณ์ตอนนี้กลายเป็นเรื่องของเด็กน้อยไป พวกเขาคอยดูอยู่ห่าง ๆ ราวกับผู้อาวุโส
“พวกเจ้าคิดจะรังแกน้องข้ารึ ? หากกล้าก็ลองดู ! ”
ตอนนั้นเองก็มีเสียงอันเย็นชาดังขึ้นมาพร้อมกับอุณหภูมิโดยรอบที่ลดลงไปอีกครั้ง จากนั้นร่างที่ปกคลุมด้วยกฎแห่งน้ำแข็งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมา
ด้วยการปรากฏตัวของนางนี้ก็ทำให้วิถีสั่นไหว ทุกอย่างตกสู่ความเงียบงัน แม้แต่พลังต้นกำเนิดในมิติภายนอกก็เหมือนจะโดนแช่แข็งไปด้วยรวมถึงราชันย์เซียนทั้ง 7 และยอดฝีมือคนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกว่าวิถีของพวกเขานั้นติดขัดขึ้นมา
เทพธิดาน้ำแข็ง หนึ่งในจอมปราชญ์สูงสุดในอดีตได้ปรากฏตัวขึ้นมา การมาของนางนั้นส่งผลต่อกฎทั้งสามพัน มันทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที
“เทพธิดาน้ำแข็ง เป็นเทพธิดาน้ำแข็งจริง ๆ ”
“เทพธิดาน้ำแข็งกลับมาแล้ว”
ตอนนั้นเองทุกคนต่างก็ตะลึงรวมถึงราชันย์เซียนทั้ง 7 ที่หน้าซีดพร้อมผงะถอยกลับออกไป
จากบรรดาจอมปราชญ์สูงสุดในอดีต คนที่พวกเขากลัวที่สุดนั้นไม่ใช่เทพเจ้าสงครามจากเผ่าเทพที่แกร่งที่สุด, ผู้อาวุโสมิติเวลารึจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา แต่เป็นเทพธิดาน้ำแข็งแห่งศาลาเทพธิดาน้ำแข็ง
“เทพธิดาน้ำแข็ง ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัว” จอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตพูดขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่หวั่นไหว
ในขณะเดียวกันจอมปราชญ์สูงสุดเหนือสวรรค์ก็ได้คำนับให้กับเทพธิดาน้ำแข็งราวกับผู้น้อย
พวกเขาต่างก็เป็นราชาของโลก แต่ความอาวุโสของเหนือสวรรค์นั้นน้อยที่สุด
เทพธิดาน้ำแข็งนั้นเย็นชาและเย่อหยิ่ง นางไม่ได้สนใจน้ำตาโลหิตและเหนือสวรรค์ นางกลับมองไปยังเหล่ายอดฝีมือด้วยสายตาเย็นชา “หากพวกเจ้าคิดจะเผชิญหน้ากับนางตัวต่อตัว ถึงน้องข้าจะแพ้ งั้นก็ถือว่าเป็นความผิดของนาง แต่หากพวกเจ้าต้องการจะรุมทำร้ายนางด้วยจำนวนคนที่มากกว่า งั้นพวกเจ้าอย่าโทษข้าที่ข่มเหงพวกเจ้าด้วยความแข็งแกร่งที่ข้ามีในการจัดการพวกเจ้าทุกคน “
ได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็พากันผงะถอยกลับไปรวมถึงราชันย์เซียนอาภรณ์โลหิตและราชันย์เซียนหยั่งรู้สวรรค์ด้วย พวกเขาต่างก็พากันเงียบไป ไม่มีใครกล้าพอจะพูดอะไรออกมาอีก
ชัดแล้วว่าพวกเขาอยู่มานานกว่าจะบ่มเพาะมาถึงระดับนี้ได้ พวกเขาเข้าใจนิสัยของเทพธิดาน้ำแข็งเป็นอย่างดี ทุกคนรู้ว่าหากพวกเขายังกดดันนางต่อรึพูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว งั้นพวกเขาอาจจะถูกกำจัดโดยเทพธิดาน้ำแข็ง
แม้แต่ราชันย์เซียนทั้ง 7 ก็คงไม่รอด !
แม้ว่าจะเอาเหตุผลต่าง ๆ นานามาใช้ แต่ก็ไม่อาจจะเอาเหตุผลพวกนี้ไปใช้กับเทพธิดาน้ำแข็งได้
ในหมู่ราชันของโลกเซียนนั้น เทพธิดาน้ำแข็งคือคนที่ไร้เหตุผลที่สุด
“ละทิ้งกระบี่คู่และตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดที่เจ้ามีกับโลกอมตะ กลับไปที่ศาลาเทพธิดาน้ำแข็งกับข้า ! ” เทพธิดาหิมะพูดขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงของนางเย็นชาและจริงจังอย่างมาก
ครั้งนี้ขั้นอัครสูงสุดทุกคนที่มารวมตัวกันรวมถึงราชันย์เซียนทั้ง 7 ต่างก็พากันเงียบ
“เฮ้อ ! ” เทพธิดาน้ำแข็งที่ห่อหุ้มด้วยกฎแห่งน้ำแข็งได้ถอนหายใจออกมา “น้องข้า เจ้าไม่ควรมาที่นี่”
แต่เทพธิดาหิมะไม่ได้สนใจนาง นางยืนอยู่ตรงหน้ราเจี้ยนเฉินและมองไปที่เขาด้วยสายตาเย็นชาที่ซ่อนอยู่ภายใต้หิมะและสายลม