เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3260 : ผลแห่งวิถีของอนัตตา (1)
ตอนที่ 3260 : ผลแห่งวิถีของอนัตตา (1)
สายตาของเจี้ยนเฉินแสดงอารมณ์ที่ซับซ้อนออกมา เขาบาดเจ็บสาหัส เขาเหมือนใช้แรงทั้งหมดในร่างไปแล้ว เขาไม่มีแรงแม้แต่จะยืน เขาแค่นอนอยู่เฉย ๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง
“ จะ…เจ้ายังเป็นพี่สาวของข้าอยู่รึไม่ ? เจ้ายังจำข้าได้รึไม่ ? เจ้ายังไม่ลืมข้าใช่รึไม่ ? ” เจี้ยนเฉินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ สีหน้าของเขาดูซับซ้อน มันมีทั้งความแปลกใจ, ยินดี, ตื่นเต้นและอึดอัด
เทพธิดาหิมะไม่ได้พูดอะไร นอกจากสายลมและหิมะรอบตัวนางที่สั่นไหว นางไม่มั่นใจว่าจะตอบคำถามของเจี้ยนเฉินยังไง นางรู้สึกขัดแย้งในใจพร้อมกับความคิดที่จมดิ่งในหัวของตน
“ แต่ทำไมเจ้าถึงผนึกภูเขาวิญญาณนักรบไว้ในน้ำแข็งกัน ? ทำไมเจ้าถึงได้จองจำบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งแห่งนิกายหิมะและบรรพชนหลานแห่งเผ่ากระเรียนสวรรค์เอาไว้ ? ” เจี้ยนเฉินพูดขึ้นมาด้วยความปวดใจ
ครั้งนี้เทพธิดาหิมะไม่ได้เงียบดังเดิม นางพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ พวกเขาทำบางอย่างที่ไม่ควรทำลงไป ดังนั้นพวกเขาจึงต้องถูกลงโทษ”
“ตะ..แต่พวกเขาทั้งสองช่วยเราเอาไว้ในอดีต เราติดหนี้บุญคุณพวกเขา หากไม่ใช่เพราะพวกเขาแล้ว ซุยหยุนหลานคงถูกควบคุมไปตั้งนานแล้ว” เจี้ยนเฉินพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาดูอ่อนล้าราวกับใจจะแตกสลายเมื่อพูดถึงคนที่เทพธิดาหิมะเคยหมายหัวเอาไว้
“มีข้อจำกัดในผนึกของซุยหยุนหลาน นี่ไม่ต้องนับหัวหน้าน้ำแข็งจากนิกายหิมะที่ต่ำช้า แม้ว่านางจะถูกจอมปราชญ์สูงสุดของโลกเซียนจับตัวไป แต่พวกเขาก็ลืมที่จะเรียนรู้สิ่ง ๆ ต่างจากตัวนาง มันเป็นไม่ได้เลยที่สิ่งที่เจ้ากังวลจะเกิดขึ้น” น้ำเสียงของเทพธิดาหิมะยังเย็นชาดังเดิมไม่มีอารมณ์ใด ๆ “ อย่าประเมินจอมปราชญ์สูงสุดของโลกเซียนต่ำเกินไป พวกขาเป็นหนึ่งกับวิถีสวรรค์ พวกเขาตั้งกฎและระเบียบของตัวเองขึ้นมาได้”
“ผลก็คือมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้น หากกฎไม่อนุญาต” เทพธิดาหิมะอธิบายออกมา จากบุคลิกของนางแล้ว วันนี้คือวันที่นางพูดมากที่สุดในรอบไม่รู้กี่ปี
“ละทิ้งกระบี่คู่กับกลับไปยังศาลาเทพธิดาน้ำแข็งกับข้า เจ้าจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับโลกอมตะอีก” เทพธิดาหิมะพยายามกล่อมเขาอีกครั้ง นางพูดย้ำเรื่องเดิมเป็นครั้งที่สาม มันแสดงให้เห็นว่านางร้อนใจและห่วงเขาแค่ไหน
สายตาของเจี้ยนเฉินสะท้อนความเศร้าและหมดหนทางออกมา “หากข้าไม่ทำเช่นนั้นล่ะ ? ”
“ฮึ่ม พวกมันก็แค่วัตถุเทพราชันย์ที่ได้รับความเสียหาย จะยึดติดอะไรกับมันนัก ? ” เทพธิดาหิมะยกมือขึ้นช้า ๆ พร้อมกับคทาน้ำแข็งปรากฏพร้อมกับแผ่ไอเย็นออกมาจากตัวคทา
นางกดคทาเข้าหาเจี้ยนเฉินและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นี่คืออาวุธของข้า มันคือวัตถุเทพราชันย์ ละทิ้งกระบี่คู่แล้วมันจะเป็นของเจ้า ! ”
การกระทำของเทพธิดาหิมะนั้นทำให้ขั้นอัครสูงสุดต่างก็พากันฮือฮาออกมา ตนอนั้นทุกคนรวมถึงราชันย์เซียนต่างก็พากันเบิกตากว้างมองไปยังเทพธิดาหิมะด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
เพื่อที่จะทำให้เจี้ยนเฉินละทิ้งกระบี่คู่และตัดความสัมพันธ์กับโลกอมตะ เทพธิดาหิมะถึงกับเสนอวัตถุเทพราชันย์ของตนให้โดยไม่ลังเล
นี่มันน่าเหลือเชื่อ
ยังไงซะนี่ก็คือเทพธิดาหิมะ เทพธิดาหิมะที่โด่งดังเรื่องความเย็นชา, ไร้เมตตาและไร้เหตุผล จากบุคลิกของนางแล้ว นางจะทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน ?
นี่คือวัตถุเทพราชันย์ วัตถุเทพราชันย์ที่เข้ากับเทพธิดาหิมะได้อย่างสมบูรณ์ หากนางเสียวัตถุเทพราชันย์ไป ความแข็งแกร่งของนางจะลดลงมาอย่างมาก
“นี่คือเทพธิดาหิมะจริง ๆ รึ ? นางถึงกับยอมยกวัตถุเทพราชันย์ให้กับขั้นบรรพกาล”
ตอนนั้นยอดฝีมือหายคนพากันถามคำถามนี้กับตัวเอง หลายคนไม่คิดจะเชื่อสายตาตัวเอง พวกเขาไม่เชื่อว่านี่คือความจริง
มันเพราะเทพธิดาหิมะที่พวกเขาเห็นในวันนี้ต่างจากในอดีต !
เจี้ยนเฉินไม่ได้หวั่นไหวเพราะวัตถุเทพราชันย์ เขาส่ายหน้าและพูดขึ้นมา “ถะ ถะ…ถ้าหากข้าไม่ละทิ้งกระบี่คู่ล่ะ ? ”
ตอนที่เขาพูดนั้นมิติก็ถูกแช่แข็งเอาไว้ ไอเย็นอันน่ากลัวแผ่ออกมาจากร่างเทพธิดาหิมะ “หากเจ้าไม่ละทิ้งกระบี่คู่ งั้นนับจากนี้ไปเราถือว่าเป็นศัตรูกัน”
เจี้ยนเฉินรู้สึกได้ว่าใจเขากำลังจะแตกสลาย ในใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับอารมณ์ที่ดิ่งถึงขีดสุด
“ท่านพี่ ข้าไม่อาจจะละทิ้งกระบี่คู่ได้ ข้าไม่อาจจะละทิ้งกระบี่คู่ได้จริง ๆ หากไม่มีกระบี่คู่ ข้าคงไม่ได้ยืนอยู่ที่นี่ในวันนี้ ความหมายที่พวกมันมีต่อข้านั้นมากมายเหลือเกิน” เจี้ยนเฉินส่ายหน้า ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ข้าไม่ได้โลภอยากได้วัตถุเทพราชันย์ นอกซะจากกระบี่คู่เลือกจะทิ้งข้าไปเอง งั้นข้าก็ไม่มีทางละทิ้งพวกมัน หากข้าทิ้งพวกมัน งั้นข้าคงไม่อาจจะสู้หน้าใครได้อีกในชีวิตนี้ กระบี่คู่นี้คือส่วนหนึ่งของชีวิตข้า มันแทนเกียรติและศักดิ์ศรีของข้า ข้าจะใช้ชีวิตปกป้องเกียรติของตน”
“หากเป็นเช่นนั้น งั้นข้าจะทำลายกระบี่คู่และผนึกจิตวิญญาณกระบี่ไว้ตลอดกาล ! ” เสียงของเทพธิดาหิมะเย็นชาสุดขั้ว พูดจบนางก็ได้แผ่รังสีอาฆาตออกมาแต่นางไม่ได้ลงมือทำอะไร มิติกลับโดนผนึกไว้ในน้ำแข็งพร้อมกับเจี้ยนเฉินที่โดนแช่แข็งไปด้วย
ในเวลาเดียวกันกฎแห่งน้ำแข็งอันน่ากลัวก็ได้ปะทุเข้าไปในร่างเจี้ยนเฉินพุ่งตรงเข้าไปที่กระบี่คู่
นี่คือกฎแห่งน้ำแข็งของขั้นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 9 พลังของมันน่ากลัวอย่างมาก ด้วยความสามารถของกระบี่คู่ในตอนนี้แล้ว พลังนี้อาจจะทำลายจิตวิญญาณกระบี่ไม่ได้ แต่การทำลายวัตถุเทพราชันย์ขั้นกลางนั้นง่ายดายอย่างมาก
เจี้ยนเฉินได้แต่มองดูกฎแห่งน้ำแข็งเข้ามาในตัว ต่อหน้าเทพธิดาหิมะแล้ว แม้ว่าเขาจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ก็ยังไม่ต่างอะไรจากมด นี่ไม่ต้องนับสภาพบาดเจ็บสาหัสเช่นตอนนี้เลย
แต่ตอนนั้นเองกลับมีสายลมพัดเข้ามาที่มิติภายนอกพร้อมกับพลังแห่งวิถีที่ราวกับบังคับให้กฎที่นั่นเปลี่ยนแปลงไป มิติที่ถูกแช่แข็งโดยเทพธิดาหิมะกลับเป็นปกติในทันที แต่มันไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่กฎแห่งน้ำแข็งที่เข้าไปในร่างของเจี้ยนเฉินก็ยังหายไปราวกับน้ำค้างที่ได้รับแสงอันร้อนแรงจากดวงอาทิตย์
สีหน้าที่เย็นชาของเทพธิดาหิมะซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้สายลมและหิมะได้เปลี่ยนไปทันที
ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างเงียบงัน ร่างนี้พันรอบด้วยกฎและแสดงถึงความลับของโลก เดาว่ามันพอได้ยินเสียงของวิถีดังก้องขึ้นมาในหัวทุกคน
นี่คือจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา !
“ คำนับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา ! “
เสียงตะโกนดังก้องไปทั่ว ทุกคนต่างก็โค้งให้ด้วยความสุภาพ
จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาได้ก้าวขึ้นไปอยู่ 3 อันดับแรกของโลกเซียนเมื่อ 3 ล้านปีก่อน นางแกร่งยิ่งกว่าเทพธิดาน้ำแข็งเสียอีก
ตอนนี้จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาเข้าใจวิถีที่ 4 แล้ว ความแข็งแกร่งของนางจึงมากกว่าอดีต นางได้กลายเป็นราชันย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ !
ทุกคนในโลกเซียนต่างก็ให้ความเคารพกับยอดฝีมือเช่นนี้ !
เมื่อจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตามาถึง ร่างของนางอาบไปด้วยแสงแห่งวิถีบดบังไม่ให้ใครมองเห็น นางหันกลับไปมองที่เทพธิดาหิมะ แค่เพียงมองก็ทำให้สายลมและหิมะรอบตัวเทพธิดาหิมะสลายไปเผยให้เห็นรูปลักษณ์ของเทพธิดาหิมะทันที
นางราวกับหิมะ แม้แต่ที่คิ้วและขนตาที่เป็นสีเดียวกับหิมะ นางยังมีรูปลักษณ์ของเจียงหยางหมิงเยว่ที่งดงามอย่างมาก นางเหมือนกับภูติน้ำแข็งและหิมะที่เย็นชาและสูงส่ง