เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3287: บรรพชนหยาน
ตอนที่ 3287: บรรพชนหยาน
วูบ ! วูบ ! วูบ !
ในขณะนี้ เสียงโหยหวนหลายเสียงดังขึ้นบนอากาศ เถาวัลย์สามเส้นยื่นออกมาจากอากาศใกล้เจี้ยนเฉินและไป่โหยวเยว่ด้วยพลังปราณที่ทรงพลังอย่างมาก พวกมันพุ่งเข้าหาเจี้ยนเฉินและไป่โหยวเยว่ราวกับลูกศรสามดอก
สีหน้าของไป่โหยวเยว่เปลี่ยนไปในทันที แต่ในขณะนี้ เถาวัลย์ที่พุ่งเข้าหาเธอและเจี้ยนเฉินเปลี่ยนทิศทางไปในลักษณะที่แปลกมาก มันทะลวงพื้นข้าง ๆ พวกเขาในท้ายที่สุด
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเจี้ยนเฉินและไป่โหยวเยว่ สำหรับไป่ชางหลิน, ไป่ชางฉิง, ไป่ซิยี่, ไป่เสี่ยวหลานและขั้นเหนือเทพคนอื่น ๆ ของตระกูลจักรพรรดิขาวเช่นกัน เมื่อพวกเขาต้องเผชิญกับการโจมตีที่ทรงพลัง การโจมตีของพวกมันทั้งหมดก็พลาดเป้า
ราชาเทพที่เหลืออยู่ของตระกูลจักรพรรดิขาวทั้งหมดต้องเผชิญกับการต่อสู้ที่ยากลำบาก ในขณะที่กลุ่มที่เหลืออีกจำนวนมากต่างก็ประสบความสูญเสียครั้งใหญ่เช่นกัน อย่างไรก็ตามขั้นเหนือเทพทั้ง 5 นั้นไม่ได้รับบาดเจ็บ นอกจากพวกเขาต้องออกแรงมากกว่าปกติเล็กน้อย
ในเวลานี้ ไป่หยู่โหรวได้ใช้ทักษะลับของนางและใช้การโจมตีที่ทรงพลังด้วยแก่นพลังชีวิตของนางเอง มันกำลังปะทะกับค่ายกล
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไป่หยู่โหรว เก็บแรงของเจ้าไว้เถอะ ค่ายกลนี้ใช้ราชาเทพมากกว่า 60 คน การโจมตีทั้งหมดของเจ้าจะกระจายไปตามค่ายกลก่อนที่จะกระจายไปยังทุกคนที่ใช้ค่ายกลเท่า ๆ กัน เว้นแต่จะเจอกับผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นที่ลงมือเอง เจ้าก็จะไม่สามารถทำลายค่ายกลนี้ได้แม้ว่าเจ้าจะยอมสละพลังชีวิตก็ตาม” เสียงหยิ่งผยองดังขึ้นอีกครั้งราวกับชัยชนะอยู่ในกำมือของเขาแล้ว
ด้วยกลุ่มที่ทรงพลังขั้นราชาเทพ 60 คน แม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้ค่ายกลนี้ เขาก็สามารถเอาชนะกลุ่มของไป่หยูโหรวได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะมีความได้เปรียบอย่างมาก แต่เขาก็ยังเลือกที่จะดักซุ่มโจมตีด้วยค่ายกล เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะฆ่าพวกเขาทั้งหมดที่นี่และป้องกันไม่ให้พวกเขาหลบหนีไปได้
แต่ในเวลานี้ การแสดงออกของราชาเทพหลายสิบคนที่อยู่ในค่ายกลเปลี่ยนไป เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าค่ายกลที่พวกเขากำลังใช้งานได้หยุดลงไปชั่วคราว
รู้สึกเหมือนมีพลังที่มองไม่เห็นได้เข้ายึดค่ายกล ทำให้ค่ายกลสูญเสียพลังและผลกระทบทั้งหมด จนกลายเป็นเนื้อบนเขียง
ตูม !
ในเวลาเดียวกัน การโจมตีของไป่หยูโหรวก็ส่งเสียงกึกก้องอยู่บนค่ายกล ค่ายกลที่ใช้โดยราชาเทพหลายสิบคนได้ถูกทำลายราวกับแผ่นกระดาษบาง ๆ ในทันที
เพราะค่ายกลถูกทำลาย เหล่าราชาเทพทั้งหลายสิบคนที่สวมชุดคลุมสีดำถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคนในทันที
หนึ่งในราชาเทพเลือดออกจากหน้าผากของเขา กระบี่ของไป่หยู่โหรวได้แทงทะลุศีรษะของเขาหลังจากทะลวงค่ายกล และปลิดชีวิตของเขาในทันที
“ค่-ค่ายกลแตกได้อย่างไร ? มะ-มันเกิดอะไรขึ้น ? ” หลายคนในชุดคลุมสีดำที่ลอยอยู่ในอากาศโดยคนที่อยู่ตรงกลางร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับเสื้อคลุมที่สั่นเทา
เสียงนั้นเหมือนกับเสียงที่พูดออกมาจากค่ายกลลก่อนหน้านี้
หัวของราชาเทพในชุดดำระเบิดทันทีหลังจากถูกแทงด้วยกระบี่ของไป่หยูโหรว ไป่หยู่โหรวพุ่งออกไปด้วยพลังอย่างท่วมท้น กลายเป็นลำแสงและพุ่งผ่านอากาศ ยื่นกระบี่ของนางไปยังราชาเทพชุดดำที่เพิ่งพูดออกมา
ราชาเทพชุดดำหลายสิบคนได้เข้าประชิดตัวราชาเทพคนนั้น พวกเขาเป็นเหมือนผู้คุ้มกันส่วนตัว เมื่อไป่หยู่โหรวโจมตีเขา เหล่าราชาเทพก็ลงมือสกัดกั้นในเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ไป่หยู่โหรวกลายเป็นผู้มีพลังมหาศาลเนื่องจากทักษะลับ แม้ว่านางจะยังไม่สามารถสู้กับผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นได้ แต่ก็มีราชาเทพเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้
กระบี่ของนางกวาดไปมาพร้อมกับพลังระดับราชาเทพขั้นสุดยอด นางสะบัดราชาเทพ 4 คนกระเด็นออกไปในกระบวนท่าเดียว หลังจากนั้นกระบี่ของนางก็ฟันต่อไปยังราชาเทพที่กำลังพูดอยู่
ราชาเทพถอยกลับอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะนี้ไป่หยูโหรวมีพลังมากเกินไป ไม่มีใครที่อยู่ในระดับเดียวกับนางสู้นางได้เลย แม้จะผ่านความพยายามอย่างมาก เขาก็ยังคงไม่อาจหลีกเลี่ยงการโจมตีของไป่หยูโหรวได้ทั้งหมด เสื้อคลุมสีดำของเขาถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดยปราณกระบี่ของไป่หยูโหรว เผยให้เห็นใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของเขา
เมื่อไป่หยูโหรวเห็นใบหน้า ดวงตาของนางก็หรี่ลงอย่างชั่วร้ายทันที นางคำรามอย่างโกรธจัด “ไป่ชางเจี๋ย ที่แท้ก็เป็นเจ้า ! ”
ในขณะนี้ราชาเทพที่อยู่ภายใต้การนำของไป่หยูโหรวก็รู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นคือใคร การแสดงออกของพวกเขาทั้งหมดผสมปนเปกันอย่างมาก
ไป่ชางเจี๋ยเป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงของตระกูลจักรพรรดิขาว เขาอยู่ในกลุ่มบรรพชนหยานจากสามบรรพชนของตระกูลจักรพรรดิขาว (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ในเวลาเดียวกัน เขาเป็นบรรพชนของไป่หยูโหรว
ตัวตนของเขาถูกเปิดเผย แต่ไป่ชางเจี๋ยก็ดูเหมือนจะไม่หวั่นเลย เขาจ้องไปที่ไป่หยูโหรวอย่างสงบและยิ้มเล็กน้อย “ไป่หยูโหรว จากการประเมินของบรรพชนที่มีต่อเจ้านั้นน่าประทับใจมาก แต่ข้าก็ไม่คิดว่าเขาจะยังดูแคลนเจ้าไปนัก เจ้าสามารถทำลายค่ายกลได้แม้ภายใต้ความเลวร้ายมากมายเหล่านี้”
“แต่มันก็ไม่เป็นไร เพราะพวกเจ้าหลายคนจะไม่มีวันได้เห็นแสงตะวันของวันรุ่งขึ้นได้อีกแล้ว แม้ว่าเจ้าจะรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเรา เจ้าก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย”
“ถึงแม้ค่ายกลจะถูกทำลาย การสังหารพวกเจ้าทั้งหมดจะค่อนข้างลำบากเล็กน้อย”
ไป่ชางเจี๋ยยิ่งยิ้มเหยียดมากยิ่งขึ้น จากนั้นเขาก็โบกมือและตะโกนว่า “ฆ่าพวกมัน ! จำไว้ ! ว่าอย่าปล่อยให้ใครรอด ! ”
ด้วยคำสั่งของไป่ชางเจี๋ย ราชาเทพทั้ง 64 คนที่แต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของค่ายกลก็ลงมือ พวกเขาแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งไล่ตามไป่หยูโหรวและอีกกลุ่มหนึ่งไล่ตามกลุ่มคนกระจัดกระจายไปรอบ ๆ ป้องกันพื้นที่เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรอดไปได้
ทางฝั่งของไป่หยู่โหรว แม้ว่าจะนับแค่พลังก็มีเพียงแค่ 20 คนเท่านั้น และทุกคนก็ได้รับบาดเจ็บ พลังการต่อสู้ของพวกเขาไม่แม้แต่จะอยู่ใกล้เคียงกับตอนที่เขายังอยู่ในสภาพดี
ในทางกลับกัน ไป่ชางเจี๋ยไม่เพียงมีความได้เปรียบในด้านจำนวนเท่านั้น แต่ราชาเทพของเขายังอยู่ในสภาพดีที่สุด
เป็นผลให้ทันทีที่พวกเขาเริ่มต่อสู้ ราชาเทพของไป่หยูโหรวถูกกดดันอย่างมากในทันที ราชาเทพช่วงต้นหลายคนถูกฆ่าแทบจะในทันที
“เป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ? ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ล่ะ ? ” ด้านล่างไป่โหยวเยว่รู้สึกหดหู่ใจ นางจ้องไปที่ไป่ชางเจี๋ยด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ขณะที่นางหลั่งน้ำตาด้วยความเศร้าโศก
เจี้ยนเฉินยืนสงบนิ่งอยู่ข้าง ๆ จากประสบการณ์ของเขา เขาสามารถบอกได้ชัดเจนว่านี่เป็นความขัดแย้งภายในภายในตระกูลจักรพรรดิขาว พวกเขาได้หันหลังให้กันและกันเนื่องจากผลประโยชน์ส่วนตัวหรือแผนการของพวกเขา
“มีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้น ขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 2 ถ้าข้าเดาถูก ไป่หยูโหรวและคนอื่น ๆ จะสังหารทั้งหมดที่นี่จริง ๆ ดูเหมือนว่ามีใครบางคนไม่ต้องการเห็นจักรพรรดิขาวฟื้นขึ้นมา” เจี้ยนเฉินคิด
ทันใดนั้น เสียงโหยหวนที่น่าสังเวชก็ดังขึ้นบนท้องฟ้าและเลือดก็ไหลรินลงมา ในบรรดาราชาเทพภายใต้การนำของไป่หยูโหรวอีกหลายคนถูกฆ่าตาย รวมถึงชูเทียนซิง มีเพียงราชาเทพไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังยืนหยัดอยู่ได้
ทันใดนั้นราชาเทพที่เหลือทั้งหมดก็มาอยู่ด้านข้างของไป่หยูโหรว ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อได้ยินร้องออกมาและรีบมาหาอย่างเร่งด่วน “ไปเถอะ คุณหนู ! เราตายได้ แต่ท่านต้องรอด ! ท่านต้องกลับเมืองหลวงอย่างมีชีวิตและส่งข่าวไปยังจักรพรรดิขาว ! ”
“คุณหนู เราจัดการเอง หนีไป ! ”
เหล่าราชาเทพต่างสละชีวิตเพื่อซื้อเวลาให้กับไป่หยูโหรว
พลังของไป่หยูโหรวอ่อนแอลง ทักษะลับที่นางใช้ก่อนหน้านี้หมดลงแล้ว ไม่เพียงแต่พลังต่อสู้ของนางลดลงเท่านั้น แต่พลังชีวิตของนางก็ซีดลงเช่นกัน โดยพื้นฐานแล้วนางไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป
ด้วยน้ำตา นางเหลือบมองราชาเทพที่เหลืออย่างเศร้าโศก ก่อนที่จะตัดสินใจเหาะจากไปทันทีโดยไม่มองย้อนกลับไป
ราชาเทพชุดดำจำนวนมากที่ล้อมรอบพื้นที่ได้โจมตีพร้อมกันเพื่อหยุดนาง ไป่หยูโหรวอยู่ในสภาพที่อ่อนแอมาก แม้ว่าพลังของนางในฐานะสุดยอดราชาเทพก็ไร้ประโยชน์ แม้แต่การจัดการกับราชาเทพธรรมดายังเป็นเรื่องยากมาก
ไป่หยูโหรวไม่ได้พยายามจะเข้าไปพัวพันกับพวกเขา หลังจากได้รับบาดเจ็บหนักหลายครั้ง นางรีบฝ่าวงล้อมด้วยใบหน้าซีดเซียว
ใบหน้าไป่หยูโหรวขาวซีด นางใช้พลังที่เหลือของนางบินไปในทิศทางของจักรวรรดิให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นางจ้องไปที่ไป่ชางเจี๋ยและเหล่าคนในชุดคลุมดำด้วยความเกลียดชัง ได้สาบานไว้ภายในใจว่า “ไป๋ชางเจี๋ย ข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้ในราคาที่สูงอย่างแน่นอนสำหรับทุกสิ่งที่เจ้าทำในวันนี้”
อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากที่ไป่หยูโหรวสาบาน จู่ ๆ แรงกดดันมหาศาลก็ปรากฏขึ้น บดขยี้นางทันทีราวกับภูเขาที่มองไม่เห็นหล่นทับจนไม่อาจหายใจได้
ไป่หยู่โหรวหยุดชะงัก ทั้งหมดที่นางเห็นคือชายชราที่สวมชุดสีฟ้าปรากฏตัวด้านหน้าของนาง
มีชายชรายืนเอามือไพล่หลัง เขาจ้องไปที่ไป่หยูโหรวอย่างสงบ ให้ความรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์และความกดดันอย่างเป็นธรรมชาติ
“บรรพชนหยาน ! ” เมื่อนางเห็นชายชรา ไป่หยูโหรวก็มองอย่างว่างเปล่า ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ นางเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ