เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3311 : ความวุ่นวายในภูมิภาคสันติภาพ
ตอนที่ 3311 : ความวุ่นวายในภูมิภาคสันติภาพ
เมื่อได้ยินที่เซี่ยเจี้ยนหมิงพูดมา เจี้ยนเฉินก็ต้องขมวดคิ้ว หลังจากที่คิดดูสักพัก เขาก็เอ่ยขึ้นมาว่า “มันมีอาณาเขตของเจ้าผู้ปกครองทั้งสามอยู่นอกภูมิภาคสันติภาพ”
“อาณาเขตของเจ้าผู้ปกครองแต่ละคนนั้นใหญ่กว่าภูมิภาคสันติภาพอย่างมากและร่ำรวยกว่าด้วย เจ้าลองไปรวบรวมดอกไม้วิญญาณชีวิตจากทั้งสามอาณาเขตก็ได้”
ตอนที่พูดนั้น เจี้ยนเฉินก็ยกแก้วที่เต็มไปด้วยของเหลวที่สกัดจากดอกไม้วิญญาณชีวิตขึ้นจิบราวกับชา
ตลอดหลายปีมานี้เซี่ยเจี้ยนหมิงได้ใช้เงินของสมาคมหอการค้าเซี่ยเพื่อรวบรวมดอกไม้วิญญาณชีวิตให้กับเจี้ยนเฉิน มันไม่เกินไปที่จะบอกว่าดอกไม้วิญญาณชีวิตส่วนมากในภูมิภาคสันติภาพนั้นตกอยู่ในมือเจี้ยนเฉินในตอนนี้
แต่มันก็ยังไม่ใกล้เคียงกับคำว่าพอเพียงเลย มันยังห่างไกลจากเป้าหมายอีกไกล
มันไม่ใช่แค่เพราะดอกไม้วิญญาณชีวิตนั้นแทบไม่ส่งผลต่อเจี้ยนเฉินเลยเพราะคุณภาพที่ต่ำ
อีกเหตุผลคือดอกไม้วิญญาณชีวิตแต่ละดอกนั้นมีแก่นแท้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะฟื้นฟูวิญญาณให้กับเจี้ยนเฉินได้ นอกจากนี้แล้วรอยแยกวิญญาณของเขาตอนนี้ก็ฟื้นฟูด้วยการดูดซับพลัง เขาไม่อาจจะฟื้นฟูมันได้โดยตรงเมื่อเขาต้องหาพลังงานมาให้มันดูดซับ เขาก็ต้องทำการใช้ดอกไม้วิญญาณชีวิตโดยไม่มีท่าทีจะหยุด
“นายท่าน มันมีแค่ 3 ช่องทางที่จะนำไปสู่อาณาเขตของเจ้าผู้ปกครองทั้งสามจากภูมิภาคสันติภาพ แต่ตอนนี้ด้วยคลื่นใต้น้ำที่ก่อตัวขึ้นมาในภูมิภาคสันติภาพนั้นทำให้ทั้งสามช่องทางโดนปิดผนึกไว้โดยยอดฝีมือจากเขตแดนโลหิตสีชาด คนในภูมิภาคสันติภาพนั้นไม่อาจจะออกไปไหนได้ คนข้างนอกก็ไม่อาจจะเข้ามาที่นี่ได้เช่นกัน” เซี่ยเจี้ยนหมิงตกที่นั่งลำบาก “อีกอย่างแล้ว เขตแดนโลหิตสีชาด, เขตแดนส่วนกลางหยกและเขตแดนสวรรค์หลัก ต่างก็ถูกควบคุมโดยเจ้าผู้ปกครองซึ่งต่างก็มีสมาคมการค้าของตัวเอง สมาคมการค้าเหล่านั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าผู้ปกครองทั้งสาม พวกเขาควบคุมการค้าทั้งหมดอยู่ในกำมือ หากพวกเขารู้ว่าเราต้องการดอกไม้วิญญาณชีวิตแล้วล่ะก็ พวกนั้นอาจจะเอาเปรียบเราได้”
“รึพวกนั้นอาจจะถือครองดอกไม้วิญญาณชีวิตเอาไว้โดยที่ไม่ขายเหมือนกับองค์กรและตระกูลอื่น ๆ ในภูมิภาคสันติภาพ”
“หากเทียบกับเขตแดนโลหิตสีชาด, เขตแดนส่วนกลางหยก และเขตแดนสวรรค์หลักแล้ว สมาคมหอการค้าเซี่ยของเรานั้นด้อยกว่าในด้านความแข็งแกร่ง”
เซี่ยเจี้ยนหมิงพูดขึ้นมาด้วยความกังวล
“ข้าเข้าใจแล้ว” เจี้ยนเฉินคิดสักพักก่อนจะพูดขึ้นมา “หาซื้อดอกไม้วิญญาณชีวิตในภูมิภาคสันติภาพต่อไป สำหรับตระกูลและองค์กรจากทั้ง 8 เมืองหลวงที่ปฏิเสธที่จะขาย ข้าจะหาทางจัดการเอง”
“ได้ นายท่าน ! ” เซี่ยเจี้ยนหมิงโค้งให้ก่อนจะเดินถอยกลับออกไป
หลังจากที่เซี่ยเจี้ยนหมิงจากไปแล้ว เจี้ยนเฉินก็ได้แผ่วิญญาณเข้าไปในที่พักของจักรพรรดิกระบี่
ไม่กี่วินาทีต่อมาจักรพรรดิกระบี่ก็ได้ปรากฏตัวตรงหน้าเจี้ยนเฉิน
“ข้าต้องการดอกไม้วิญญาณชีวิตจากอีก 8 เมืองหลวง บางกลุ่มปฏิเสธที่จะขายดอกไม้วิญญาณชีวิตของพวกเขา ดังนั้นข้าหวังว่าเจ้าจะหาทางจัดการกับเรื่องนี้” เจี้ยนเฉินบอกความต้องการของเขาให้จักรพรรดิกระบี่รับรู้ ด้วยความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้แล้ว ดอกไม้วิญญาณชีวิตในภูมิภาคสันติภาพนั้นไม่อาจจะหลุดจากกำมือของเขาไปได้ หากเขาจัดการกับเรื่องนี้ด้วยตนเอง
แต่เขาไม่อยากจะจัดการเรื่องเล็กน้อยนี้ด้วยตนเอง
“ทำไมเจ้าถึงต้องการดอกไม้วิญญาณชีวิตมากมายเช่นนี้ ? ” จักรพรรดิกระบี่ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“เพื่อการฟื้นฟู ! ” เจี้ยนเฉินตอบกลับ
“แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าแล้ว ดอกไม้วิญญาณชีวิตระดับต่ำเช่นนี้ไม่น่าจะมีประโยชน์สำหรับเจ้า” จักรพรรดิกระบี่พูดขึ้น
“มันไม่ใช่ปัญหาของเจ้า ที่เจ้าต้องรู้ตอนนี้คือมันส่งผลต่อเมืองจักรพรรดิกระบี่ของเจ้า เจ้าหาสิ่งที่ข้าต้องการมา ข้ารับรองว่าเมืองของเจ้าจะสงบสุข” เจี้ยนเฉินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
จักรพรรดิกระบี่ได้แต่ต้องตกลงด้วยท่าทีจริงจัง
หลังจากนั้นจักรพรรดิกระบี่ก็ได้ออกเดินทางจากเมืองจักรพรรดิกระบี่ด้วยตัวเองและไปหาจักรพรรดิคนอื่น ๆ ในเมืองหลวงแต่ละเมือง
นอกจากจักรพรรดิไม่กี่คนที่โดนฆ่าโดยราชาระฆังสวรรค์แล้ว จักรพรรดิกระบี่ได้ไปยังเมืองหลวงเมืองอื่น ๆ และได้กล่อมจักรพรรดิที่นั่นด้วยตนเอง
ในภูมิภาคสันติภาพ ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิกระบี่นั้นไม่ได้สูงที่สุด แต่เขาน่ะเป็นจักรพรรดิที่ดูแลทั้งเขต เขาคือหนึ่งในคนที่ทำให้ภูมิภาคสันติภาพเกิดความเป็นระเบียบขึ้นมา เขาคู่ควรได้รับความเคารพ
ผลก็คือเพื่อที่จะเอาใจจักรพรรดิกระบี่ จักรพรรดิคนอื่น ๆ ในภูมิภาคสันติภาพต่างก็พากันยอมตกลง พวกเขาใช้อำนาจของตนเองสั่งการตระกูลต่าง ๆ ในอาณาเขตของพวกเขาให้ขายดอกไม้วิญญาณชีวิต
ดอกไม้วิญญาณชีวิตนั้นไม่ได้เป็นทรัพยากรสวรรค์ที่หายาก ภูมิภาคสันติภาพนั้นผลิตมันได้ทุกปี บางองค์กรถึงกับปลูกมันด้วยซ้ำ
ผลก็คือภายใต้คำสั่งของเหล่าจักรพรรดิ ตระกูลที่อยู่ใต้การปกครองของพวกเขาก็ต้องขายดอกไม้วิญญาณชีวิตของตนเอง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
พวกเขาปฏิเสธที่จะขายดอกไม้วิญญาณชีวิตให้กับสมาคมหอการค้าเซี่ย เพราะพวกเขามีเงินมากพออยู่แล้วและต้องการนำไปค้นคว้าในอนาคต แต่ไม่มีกลุ่มไหนเลยที่กล้าขัดคำสั่งจักรพรรดิของพวกเขา
พวกเขาไม่อยากมีเรื่องกับเจ้าผู้ปกครองเพียงเพราะดอกไม้วิญญาณชีวิต
ด้วยการที่จักรพรรดิกระบี่จัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ดอกไม้วิญญาณชีวิตของตระกูลต่าง ๆ ล้วนแต่ตกเป็นของเจี้ยนเฉินในพริบตา จากนั้นเขาก็เริ่มทำการดูดซับแก่นของมันต่อ
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็ได้เข้าเก็บตัวและทุ่มสมาธิทั้งหมดกับการฟื้นฟูวิญญาณ
มันกินเวลากว่า 3 เดือน
เขาได้ฟื้นฟูรอยแตกวิญญาณได้กว่า 4 ส่วน
ตอนนั้นเองที่เจี้ยนเฉินตัวสั่นและยิ้มออกมา
ปราณกระบี่เล็ก ๆ สองอันปรากฏขึ้นมาในวิญญาณของเขา
ตั้งแต่ที่วิญญาณเขาพังทลายลงไป ปราณกระบี่ลึกซึ้งก็ได้หายไปด้วย
แต่ตอนนี้ด้วยการที่วิญญาณถูกฟื้นฟูขึ้นมา ปราณกระบี่ลึกซึ้งก็ได้ปรากฏขึ้นมาในวิญญาณของเขาอีกครั้ง มันจะช่วยฟื้นฟูวิญญาณเขาได้ดีกว่าเก่า
แต่เขาก็ยังต้องใช้ดอกไม้วิญญาณชีวิตทั้งหมดที่เขามีอยู่เช่นเดิม
ตอนที่เจี้ยนเฉินออกมาจากห้องลับก็พบเซี่ยเจี้ยนหมิงที่รออยู่ด้านนอกด้วยสีหน้าเครียด
“นายท่าน ภูมิภาคสันติภาพตกอยู่ในความวุ่นวาย ! ” ทันทีที่เซี่ยเจี้ยนหมิงเห็นเจี้ยนเฉิน เขาก็ราวกับได้รับความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง เขารีบรายงานทันที
เซี่ยเจี้ยนหมิงมองไปที่เจี้ยนเฉินและพูดขึ้น “ เขตแดนสวรรค์หลักและเขตแดนส่วนกลางหยกรู้เรื่องการกระทำของเขตแดนโลหิตสีชาดในภูมิภาคสันติภาพแล้ว ตอนนี้มียอดฝีมือจำนวนมากจากเขตแดนสวรรค์หลักและเขตแดนส่วนกลางหยกพากันมายังภูมิภาคสันติภาพเพื่อก่อสงครามกับเขตแดนโลหิตสีชาด”
“5 ใน 9 เมืองหลวงของภูมิภาคสันติภาพได้แสดงความภักดีต่อเขตแดนโลหิตสีชาด พวกเขาได้เดินทางไปกับยอดฝีมือจากเขตแดนโลหิตสีชาดเพื่อรับมือกับเขตแดนสวรรค์หลักและเขตแดนส่วนกลางหยก”
“ตอนนี้ยอดฝีมือจากเขตแดนส่วนกลางหยกและเขตแดนสวรรค์หลักได้หันมาสนใจเมืองหลวงอีก 4 เมืองรวมถึงเมืองจักรพรรดิกระบี่ด้วย เมืองหลวงที่เหลือยังเลือกที่จะเป็นกลาง แต่ตอนนี้พวกเขาถูกบังคับให้เลือกฝั่ง”
ตอนที่พูดถึงจุดนี้ สีหน้าของเซี่ยเจี้ยนหมิงก็บิดเบี้ยวไป “สมาคมหอการค้าเซี่ยของเรานั้นเป็นพวกเดียวกับสมาคมการค้าภูมิภาคสันติภาพ ดังนั้นยอดฝีมือจากเขตแดนส่วนกลางหยกและเขตแดนสวรรค์หลักจึงเชื่อว่าเราอุทิศตนให้กับเขตแดนโลหิตสีชาด ผลก็คือตอนนี้เราโดนตัดช่องทางและได้รับความเสียหายอย่างมาก ร้านค้าของเราในหลาย ๆ เมืองนั้นถูกทำลายและโดนปล้นไป”
เจี้ยนเฉินยังฟังรายงานจากเซี่ยเจี้ยนหมิงด้วยท่าทีเฉยเมย เขาได้พูดขึ้นช้า ๆ ด้วยท่าทีหนักแน่น “ไม่ต้องลนลานไป พวกเขาจะชดเชยให้กับความเสียหายของสมาคมหอการค้าเซี่ย”
ไป่หยูโหรวโผล่มาตรงหน้าเจี้ยนเฉินและโค้งคำนับให้ “ผู้อาวุโส ทั้งภูมิภาคสันติภาพตอนนี้ตกอยู่ในสงคราม ข้ากังวลเรื่องคนในตระกูลจากฝั่งจักรพรรดิขาวที่เหลือในเมืองจักรพรรดิขาว ข้าหวังว่าท่านจะไปช่วยฝ่ายของเรา”
เจี้ยนเฉินพยักหน้าก่อนจะหันกลับไปหาไป่หยูโหรวด้วยสายตาอ่อนโยนและยิ้มออกมา “แน่นอน เจ้าไปเอาคนของตระกูลเจ้ามา”
“เซี่ยเจี้ยนหมิง เจ้าไปกับนางด้วย บรรพชนของเมืองจักรพรรดิขาวนั้นบาดเจ็บเพราะปราณกระบี่ของข้า เขาคงไม่อาจจะฟื้นฟูตนเองได้เร็วนัก เขายังบาดเจ็บอยู่ ความแข็งแกร่งของเขามีจำกัด ดังนั้นเขาจึงไม่อาจจะเป็นคู่มือของเจ้าได้”
“ได้ นายท่าน ! ” เซี่ยเจี้ยนหมิงหันกลับก่อนจะจากไปพร้อมกับไป่หยูโหรว
ไม่นานจักรพรรดิกระบี่ก็ได้มาถึงบ้านหลังนั้น เขาเคร่งเครียดอย่างมาก “ข้าได้รับคำสั่งจากเขตแดนส่วนกลางหยกและเขตแดนสวรรค์หลัก ให้เมืองจักรพรรดิกระบี่ของเราร่วมมือเพื่อรับมือกับเขตแดนโลหิตสีชาด”
เมื่อพูดถึงจุดนี้ จักรพรรดิกระบี่ก็ถอนหายใจออกมา “ตอนนี้ผู้ปกครองทั้งสามไม่ได้มาด้วย พวกเขาได้นำยอดฝีมือจำนวนมากเข้ามายังทะเลของเรา ดังนั้นจึงเหลือยอดฝีมือในเขตแดนของพวกเขาไม่มากนัก เขตแดนโลหิตสีชาดนั้นมีเมืองหลวง 5 แห่งภายใต้การปกครอง เมื่อรวมกับราชาระฆังสวรรค์ที่ซ่อนตัวอยู่แล้ว คนของเขตแดนสวรรค์หลักและเขตแดนส่วนกลางหยกนั้นต้องอาศัยการสนับสนุนจากองค์กรในพื้นที่”
“แต่เดาว่าราชาสวรรค์ทั้ง 8 คงไม่อยากยุ่งเกี่ยว คนจากเขตแดนส่วนกลางหยกและเขตแดนสวรรค์หลักอาจจะไร้พลังเมื่อรับมือกับเขตแดนโลหิตสีชาด”
“ยังไงซะแค่ราชาระฆังสวรรค์เพียงคนเดียวก็เพียงพอที่จะยื้อของกองกำลังของพวกเขาได้แล้ว”
จักรพรรดิกระบี่กังวลอย่างมาก เขาโค้งให้กับเจี้ยนเฉินและพูดขึ้นด้วยท่าทีจริงใจ “ข้ามองข้ามคำสั่งของเขตแดนส่วนกลางหยกและเขตแดนสวรรค์หลักไปแล้ว เมืองจักรพรรดิกระบี่ของเรานั้นจะรอดจากพายุนี้ได้รึไม่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”