เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3312 : พระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลัก
- Home
- เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god)
- ตอนที่ 3312 : พระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลัก
ตอนที่ 3312 : พระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลัก
เจี้ยนเฉินลอยตัวอยู่ในอากาศด้วยท่านั่งดังเดิม ชุดของเขาปกคลุมขา เขาได้พูดกับจักรพรรดิกระบี่ด้วยท่าทีเยือกเย็น “เจ้าไม่ต้องกังวลไป เมื่อข้ารับปากกับเจ้าแล้ว ข้าก็ไม่คิดจะกลับคำพูด เจ้าแค่ต้องจัดการเรื่องต่าง ๆ ในขอบเขตอำนาจในเมืองจักรพรรดิกระบี่ของเจ้า ข้าจะจัดการกับภัยภายนอกเอง”
“ ข้าจะให้เมืองจักรพรรดิกระบี่ยังสมบูรณ์ดังเดิมโดยไม่เกี่ยวข้องกับความวุ่นวายในภูมิภาคสันติภาพ”
“งั้นต้องขอบคุณเจ้าในเรื่องนี้ด้วย” จักรพรรดิกระบี่โค้งให้
“โอ้ ใช่สิ มีข่าวอะไรเรื่องราชาระฆังสวรรค์รึไม่ ? ” เจี้ยนเฉินถามขึ้นมา
จักรพรรดิกระบี่ส่ายหน้า แววตาเขาสะท้อนแสงแปลก ๆ ออกมา “ตั้งแต่ที่ราชาระฆังสวรรค์ได้ออกจากเมืองจักรพรรดิกระบี่ไป เขาก็ไม่ได้ปรากฏตัวในภูมิภาคสันติภาพอีก มันราวกับว่าเขาหายตัวไปจริง ๆ ”
“ไม่งั้นแล้ว หากราชาระฆังสวรรค์เดินทางในภูมิภาคสันติภาพได้อย่างอิสระ บางทีเมืองหลวงทั้ง 9 อาจจะยอมศิโรราบให้กับเขตแดนโลหิตสีชาดไปแล้ว”
“ยังไงซะการไม่ยอมแพ้ก็เท่ากับความตาย”
ตั้งแต่ต้นจนจบ จักรพรรดิกระบี่พูดด้วยน้ำเสียงหม่น ๆ ตอนที่พวกเขากำลังจะยอมแพ้ให้กับราชาระฆังสวรรค์ เขาก็ไม่คิดเลยว่าอยู่ ๆ อีกฝ่ายจะหายตัวไปหลังจากที่เข้ามาในเมืองจักรพรรดิกระบี่ มีเหตุผลเดียวว่าทำไมพวกนั้นถึงได้ตัดสินใจเช่นนี้
เจี้ยนเฉินไม่ได้พูดอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดเอาไว้ ตราประทับบรรพชนของราชาระฆังสวรรค์นั้นตกอยู่ในมือของเขา หากไม่มีมัน ราชาระฆังสวรรค์คงไม่อาจจะถือว่าเป็นราชาสวรรค์ได้ ไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งที่ลดลงไป แต่เขายังจะบาดเจ็บสาหัสด้วย ดังนั้นชัดแล้วว่าเขาต้องหายหน้าไปสักพัก
จักรพรรดิกระบี่พูดขึ้นต่อ “ราชาระฆังสวรรค์ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาอีก แต่ยอดฝีมือจากเขตแดนส่วนกลางหยกและเขตแดนสวรรค์หลักคอยเฝ้าระวังเขาอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจจะใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดตอนที่ปะทะกับยอดฝีมือของเขตแดนโลหิตสีชาด พวกเขาต้องทุ่มเทพลังเพื่อรับมือราชาระฆังสวรรค์ที่แอบอยู่”
“ไม่งั้นแล้วเขตแดนสวรรค์หลักและเขตแดนส่วนกลางหยกคงไล่คนจากเขตแดนโลหิตสีชาดออกไปจากภูมิภาคสันติภาพไปนานแล้วหากร่วมมือกัน”
เจี้ยนเฉินฟังอยู่เงียบ ๆ เขายังเฉยเมยและสบายใจอยู่ตลอดราวกับว่าแม้ว่าโลกจะพบกับจุดจบในตอนนี้ แต่ก็ไม่อาจจะมีอะไรทำให้อารมณ์เขาผันผวนได้
แต่ตอนนั้นเองสีหน้าของเจี้ยนเฉินก็เปลี่ยนไปเมื่อมองออกไปยังเมืองจักรพรรดิกระบี่
ไม่นานหลังจากนั้นก็มีกลุ่มพลังพุ่งเข้าหาเมืองจักรพรรดิกระบี่
สุดท้ายพวกนั้นก็เข้าไปในเมืองจักรพรรดิกระบี่โดยไม่ปกปิดพลังแม้แต่น้อย มันสร้างความวุ่นวายขึ้นมาอย่างมาก พวกนั้นลอยอยู่เหนือที่พักของจักรพรรดิกระบี่
มันมีทั้งหมด 5 คน พวกเขาต่างก็เป็นขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 5 คนที่แกร่งที่สุดนั้นอยู่ชั้นสวรรค์ที่ 8
ความแข็งแกร่งแบบนี้เหนือกว่าจักรพรรดิกระบี่
“ข้าเป็นผู้อาวุโสของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลัก จักรพรรดิกระบี่ ออกมาพบข้าบัดเดี๋ยวนี้“ ขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 8 ตะโกนออกมา เสียงของเขานั้นราวกับฟ้าผ่า คลื่นเสียงนั้นทำให้ตึกมากมายในเมืองต้องสั่นไหวรวมถึงกำแพงที่เกิดรอยแตกขึ้น
เมื่อได้ยินคำว่าพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลัก ผู้บ่มเพาะนับไม่ถ้วนในเมืองจักรพรรดิกระบี่ก็พากันตกใจ พระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลักนั้นคือองค์กรชั้นนำที่ปกครองทั้งเขตแดนสวรรค์หลัก เจ้าผู้ครองสวรรค์นั้นคือเจ้านายของพวกเขา
จักรพรรดิกระบี่รีบไปตามคำเรียก เขาได้ป้องมือและพูดขึ้น “ข้า เจี้ยนเฟิง คำนับสหายจากพระราชวังศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์หลัก”
“จักรพรรดิกระบี่ ทำไมเจ้าถึงไม่ตอบรับคำเรียกขานของเราและสยบคนของเขตแดนโลหิตสีขาดพร้อมกับเรา ? อย่าบอกนะว่าเมืองจักรพรรดิกระบี่ของเจ้านั้นร่วมมือกับเขตแดนโลหิตสีชาด ? ” ชายแก่ที่เป็นขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 8 มองไปยังจักรพรรดิกระบี่ด้วยสายตาเย็นชาและพูดขึ้นมาด้วยท่าทีอคติ
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว เมืองจักรพรรดิกระบี่ของเรานั้นไม่ได้เข้าร่วมกับเขตแดนโลหิตสีชาด” จักรพรรดิกระบี่พูดขึ้น
“ในเมื่อเจ้าไม่ได้เข้าร่วมกับเขตแดนโลหิตสีชาด เมืองจักรพรรดิกระบี่ของเจ้าก็ต้องส่งกองกำลังเพื่อต่อต้านเขตแดนโลหิตสีชาด ขั้นอสงไขยทุกคนในพื้นที่ของเมืองจักรพรรดิกระบี่ต้องเคลื่อนพลด้วย“ ชายแก่สั่งการออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ปกติแล้วองค์กรอย่างเมืองจักรพรรดิกระบี่นั้นไม่เพียงพอที่จะได้รับความสนใจจากพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลัก แต่ด้วยสถานการณ์พิเศษ พวกเขาจึงขาดความแข็งแกร่งไป ยังไงซะเจ้าผู้ปกครองของพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ด้วย ยอดฝีมือหลายคนได้ตามผู้ปกครองของพวกเขาไปยังเกาะปิศาจ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เมื่อไม่มีราชาระฆังสวรรค์ กองกำลังที่เหลือทิ้งไว้โดยผู้ปกครองทั้งสามก็ถือว่าทัดเทียมกันได้ แต่ฝั่งของราชาระฆังสวรรค์ในเขตแดนโลหิตสีชาดได้ทำลายสมดุลระหว่างทั้งสามฝ่าย
โลกจิตวิญญาณไม้นั้นมีราชาสวรรค์ 8 คนแต่ราชาสวรรค์ทั้ง 8 ไม่ได้เป็นคนของเจ้าผู้ปกครองคนไหน ทุกคนต่างก็เป็นกลาง พวกเขาปฏิเสธที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งกับเจ้าผู้ปกครองทั้งสาม
ผลก็คือพวกเขาไม่ทำให้ราชาสวรรค์ทั้ง 8 เคลื่อนไหวได้
“เมืองจักรพรรดิกระบี่ของเราไม่มีแผนที่จะเข้าร่วมกับความขัดแย้งครั้งนี้ โปรดยกโทษให้เราด้วย“ จักรพรรดิกระบี่ป้องมือพูดขึ้น
เมื่อได้ยินแบบนั้น ชายแก่จากพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลักก็สีหน้าหม่นไปทันที เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ภูมิภาคสันติภาพของเราตกอยู่ในความวุ่นวาย เมืองหลวงทั้ง 9 ไม่อาจจะตัดปัญหาจากเรื่องนี้ได้ จักรพรรดิกระบี่ มีแค่สองทางเลือกสำหรับเจ้า หนึ่งคือเข้าร่วมกับเขตแดนส่วนกลางหยกและเขตแดนสวรรค์หลักเพื่อสู้กับเขตแดนโลหิตสีขาด”
“สองคือเจ้าเข้าร่วมกับเขตแดนโลหิตสีชาด” เมื่อพูดถึงจุดนี้ชายแก่ก็แสดงสายตาอาฆาตออกมา “แต่ข้าต้องบอกให้ชัดเจนว่าหากเจ้าเข้าร่วมกับเขตแดนโลหิตสีชาด ข้าจะทำลายเมืองของเจ้าเดี๋ยวนี้”
เมื่อได้ยินแบบนั้น สีหน้าของจักรพรรดิกระบี่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขามองไปอีกทางและป้องมือ “สหายเจี้ยนเฉิน ! ”
ทันทีที่จักรพรรดิกระบี่พูดจบ มิติโดยรอบก็เปลี่ยนไป พลังมิติค่อย ๆ แผ่ออกมา ยอดฝีมือจากพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลักต่างก็หายตัวไป
จักรพรรดิกระบี่ก็หายตัวไปด้วย
หลังจากนั้นเหล่ายอดฝีมือขอบเขตตั้งต้นที่บินอยู่เหนือเมืองจักรพรรดิกระบี่ก็ได้หายตัวไปทั้งหมด
ในบ้านของสมาคมหอการค้าเซี่ย เจี้ยนเฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้หินในศาลา ตรงหน้าเขานั้นคือยอดฝีมือขอบเขตตั้งต้นจากพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลักที่ยืนอยู่ด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
จักรพรรดิกระบี่ก็อยู่ในศาลานั้นด้วย
ทุกคนโดนดึงตัวมาที่นั่นด้วยกฎมิติที่แข็งแกร่งเกินกว่าจะต้านทานได้
ต่อหน้ากฎมิติ แม้แต่ชายแก่ที่เป็นขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 8 ก็ไม่อาจจะต้านทานอะไรได้เลย
“นายท่าน ท่านเป็นใครกัน ? ” ชายแก่มองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสีหน้าหม่น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความระวังและตะลึง
มันเพราะตอนนี้ยอดฝีมือจากวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลักกลับโดนขังไว้โดยพลังมิติที่ไม่อาจจะต้านทานได้ พวกเขาไม่อาจจะเคลื่อนไหวได้เลย
คนที่ลงมือต้องไม่ใช่ขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9 อย่างแน่นอน คนตรงหน้าพวกเขาน่าจะเป็นคนที่ทัดเทียมกับราชาสวรรค์ได้ !
“ข้า เจี้ยนเฉิน ! ข้ามีข้อเสนอให้สหายจากพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์หลัก อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเมืองจักรพรรดิกระบี่ ข้าได้รับปากกับจักรพรรดิกระบี่เอาไว้แล้วว่าข้าจะรับรองไม่ให้เมืองจักรพรรดิกระบี่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ด้วย” เจี้ยนเฉินยิ้มออกมา เขายื่นข้อเสนอแต่ไม่ได้ให้โอกาสพวกนี้ได้ต่อรอง เขากำลังสั่งการพวกนี้อยู่
“ภูมิภาคสันติภาพตกอยู่ในความวุ่นวาย ระบบกฎเกณฑ์ทั้งหมดโดนทำลาย ไม่มีองค์กรไหนที่ไม่อาจจะปลีกตัวจากเรื่องนี้ได้ สหาย การกระทำของเจ้านั้นเท่ากับการขัดขวางเจ้าผู้ปกครอง หากเจ้าผู้ปกครองไม่พอใจ แม้แต่คนที่เทียบเท่ากับราชาสวรรค์อย่างเจ้าก็อาจจะต้องเผชิญกับชะตากรรมอันเลวร้าย” ชายแก่พูดขึ้น
“นั่นมันเรื่องในอนาคต เรื่องในอนาคตก็ค่อยจัดการในอนาคต มาสนใจเรื่องตอนนี้กันก่อน” เจี้ยนเฉินมองไปที่ชายแก่และยิ้มออกมา “ตอนนี้สิ่งที่เป็นปัญหาต่อเขตแดนส่วนกลางและเขตแดนสวรรค์หลักของเจ้าที่สุด ไม่ต้องเดาเลยว่าต้องเป็นราชาระฆังสวรรค์ ทำไมพวกเจ้าไม่มาตกลงกัน ? ”
“หากราชาระฆังสวรรค์เข้ามายุ่งเกี่ยว ข้าจะรับหน้าที่ยื้อเขาเอาไว้ที่อ่าว เพื่อที่พวกเจ้าจะได้เพ่งสมาธิไปกับการจัดการกับเขตแดนโลหิตสีชาดโดยไม่ต้องวอกแวก”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตตั้งต้นต่างก็หรี่ตาลง ชายแก่ได้พูดขึ้น “แล้วเจ้าต้องการอะไรจากเรา ? ”
“ข้าต้องการดอกไม้วิญญาณชีวิตจากเขตแดนสวรรค์หลักและเขตแดนส่วนกลางหยกทั้งหมด ! ”