เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 121 เก๋อหลินเอินมาแล้ว (ตอนต่อ 2)
กู่เหวินจู๋ลุกขึ้นยืนทันที รูม่านตาของเขาหดลงเล็กอย่างรุนแรง นิ้วมือที่จับคอมพิวเตอร์ออกแรงเสียจนขาวซีดและสั่นเทา
เลขาฯ ตกใจเพราะไม่เคยเห็นชายชราผู้นี้เสียอาการแบบนี้มาก่อน “อาจารย์กู่?”
“เธอนั่นเอง…” กู่เหวินจู๋พึมพำ “ที่แท้ก็เป็นเธอ”
เขาราวกับหมดสิ้นเรี่ยวแรงอย่างฉับพลันจนต้องทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อีกครั้ง
เลขาฯ รีบยื่นมาเข้ามาช่วยพยุงแต่กลับถูกกู่เหวินจู๋ขวางไว้ “ทิ้งอีเมลนี่ไว้แล้วออกไปได้”
“ครับอาจารย์” เลขาฯ ออกไปพร้อมกับความสงสัยว่ากู่เหวินจู๋เห็นอะไรกันแน่
กู่เหวินจู๋สงบสติอารมณ์พักหนึ่งก่อนจะเปิดเอกสารที่แนบมากับอีเมล
ข้างในเป็นภาพร่างแบบสองฉบับ
มันไม่เพียงระบุขนาดร่างกายต่างๆ เท่านั้น แต่ยังเขียนอย่างเฉพาะเจาะจงว่าตรงไหนควรใช้วัสดุอะไร กระทั่งเขียนว่าจะต้องใช้นักออกแบบคนไหนในการทำงาน ละเอียดเสียจนไม่อาจละเอียดมากกว่านี้ได้อีกแล้ว
กู่เหวินจู๋ดูเสร็จก็แค่นเสียงออกมาเล็กน้อย “มีแต่เจ้าเด็กบ้านั่นเท่านั้นที่จะทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้”
มีคนนอกเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าอวิ๋นหลานยังเป็นนักออกแบบหลักของหลานด้วย
นักออกแบบหลักของหลานมีอยู่น้อยคนจนสามารถนับนิ้วได้
อวิ๋นหลานออกแบบชุดเพียงสิบชุดเท่านั้น ห้าชุดสำหรับบุรุษและห้าชุดสำหรับสตรี
และทั้งสิบชุดนั้นก็มีแต่ต้นแบบเท่านั้น สามชุดเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ในสำนักงานใหญ่ของหลาน ส่วนชุดที่เหลือก็เลือกใช้โดยผู้นำระดับสูงในด้านต่างๆ
กู่เหวินจู๋มองที่อยู่อีเมลนั้นพลางขมวดคิ้ว หลังจากใช้ความคิดสักพักเขาก็โทรหาสายด่วนของหลิง
หลังจากต่อสายติดแล้ว เขาก็พยายามทำเสียงให้มั่นคง “ฮัลโหล สวัสดี ฉันกู่เหวินจู๋”
“สวัสดีครับท่านผู้เฒ่ากู่เหวินจู๋” เจ้าหน้าที่ที่รับสายถามด้วยความเป็นห่วง “มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ”
“ช่วยฉันตรวจสอบที่อยู่ IP ของอีเมลนึงหน่อย ที่อยู่ IP นี้ส่งไฟล์มาให้ฉัน แต่มันถูกเข้ารหัส” กู่เหวินจู๋เอ่ย “ฉันอยากรู้ว่ามันตั้งอยู่ที่ไหน”
ปีแล้วปีเล่า อวิ๋นหลานหายตัวไปเป็นเวลาห้าปีเต็มแล้ว
ตอนนั้นกู่เหวินจู๋คิดว่า หรือจะเป็นเพราะเธอมีชื่อเสียงมากเกินไปจนถูกทวีปอิสระรับตัวไปแล้ว
แต่เมื่อสองปีก่อนเขาโชคดีได้ไปทวีปอิสระครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่พบว่ามีดาราคนไหนเทียบเท่าอวิ๋นหลานได้
ข่าวคราวเงียบหายไร้ร่องรอยใด
จนกระทั่งตอนนี้
“โปรดรอสักครู่” เจ้าหน้าที่พูด “โปรดเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ เราจะส่งข้อมูลที่คุณสอบถามไปให้ในภายหลัง”
“ตกลง” กู่เหวินจู๋ระบายลมหายใจด้วยความโล่งอก “รบกวนพวกคุณแล้ว”
“เราต้องปกป้องความปลอดภัยของคุณอยู่แล้วครับ” เจ้าหน้าที่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขอบคุณที่เลือกหลิง และหวังว่าจะได้พบคุณในครั้งต่อไป”
แม้ว่าหลิงและ T18 จะไม่ค่อยลงรอยกันมากนัก แต่ก็มีบางสิ่งที่เหมือนกันโดยบังเอิญ
พวกเขาไม่เพียงจะต้องรับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลข่าวกรองเท่านั้น แต่ยังต้องปกป้องกลุ่มคนสำคัญๆ ด้วย
กู่เหวินจู๋มีอิทธิพลในวงการแฟชั่นมาก คนที่คิดจะเล่นงานเขาย่อมมีไม่น้อย
ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีหลิงก็ส่งข้อมูลกลับมา
ไม่มีพิกัดที่แน่นอน แค่ระบุได้ว่าผู้ส่งอยู่ในต้าซย่าเท่านั้น
กู่เหวินจู๋ขมวดคิ้ว
อาณาจักรต้าซย่ามีอาณาเขตกว้างใหญ่ การหาคนคนหนึ่งจะต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทร?
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องไป
กู่เหวินจู๋เก็บข้าวของทันที เขาสั่งให้เลขาฯ จองตั๋วเครื่องบินไปต้าซย่าให้เขาใบหนึ่งและรีบลงลิฟต์ไปชั้นล่างทันที
“นั่นมันท่านผู้เฒ่ากู่ไม่ใช่เหรอ” เมลเพิ่งออกมาจากห้องตัดเสื้อ เขาตาไวและโพล่งถามออกมาทันที “ท่านผู้เฒ่ากู่เป็นอะไร จะไปไหนครับ”
เลขาฯ ที่ตามมาก็งุนงงเล็กน้อยเช่นกัน
หลังจากพักหายใจสองสามวินาทีแล้ว เขาก็ตอบออกมาอย่างงุนงง “เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้เฒ่ากู่ขอให้ผมจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวที่เร็วที่สุดไปต้าซย่า…”
“ต้าซย่า?” เมลชะงักไปทันที “ทำไมท่านผู้เฒ่ากู่ถึงต้องไปต้าซย่าในเวลานี้ด้วย?”
ต้าซย่าก็ดูเหมือนจะไม่มีการแสดงแฟชั่นโชว์หรือเทศกาลภาพยนตร์อะไรเลยนี่นา
เลขาฯ ส่ายหัว
พวกเขาจะรู้เรื่องของกู่เหวินจู๋ได้อย่างไร
**
เวลาตีสองที่ต้าซย่า
ชวีหลิงอวิ๋นยังคงทำงานอยู่
เดี๋ยวนี้เขาต้องเข้าไปดูเวยปั๋วเป็นครั้งคราวเพราะซือฝูชิง และเป้าหมายก็เป็นกลุ่มแอนตี้แฟนของซือฝูชิง
จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ทำลายความเงียบลง
“เจ้าเด็กโง่!” กู่เหวินจู๋ตำหนิเขาอย่างเดือดดาล “แกไปต้าซย่าแล้วก็เงียบหายไปเลยนะ ฉันจะมีแกไว้ทำไม!”
ทันทีที่ชวีหลิงอวิ๋นรับสาย เขาก็ถูกดุอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนเขางงไปหมดแล้วว่ามันเรื่องอะไร “อาจารย์ นี่อาจารย์ด่าผมเรื่องอะไรเนี่ย!”
“ด่าที่แกไร้ประโยชน์น่ะสิ!” กู่เหวินจู๋เยาะหยัน เขาแค่นเสียง “อาหลานอยู่ที่ต้าซย่า แกไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอเลยหรือไง?!”
ชวีหลิงอวิ๋นถึงกับพูดไม่ออก “อาจารย์ว่าไงนะครับ?!”
“ฉันจะไปถึงตอนเที่ยง” กู่เหวินจู๋อารมณ์เสีย “มารับฉันที่เมืองซื่อจิ่วด้วย มาให้ฉันจะจัดการซะดีๆ”
ชวีหลิงอวิ๋น “…”
อาจารย์ที่รักของเขา
ตนอายุสามสิบกว่าปีแล้ว แต่อาจารย์ก็ยังคงปฏิบัติกับตนเช่นนี้
ชวีหลิงอวิ๋นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจองตั๋วเที่ยวบินคืนนั้นเพื่อเดินทางไปยังเมืองซื่อจิ่วทันที
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนบ้างานกันแน่
**
เช้าวันรุ่งขึ้น
เผยเหยียนรีบกลับมาจากต่างประเทศและเชิญนักพรตท่านหนึ่งมาด้วย
สถานการณ์ของตระกูลเผยแย่มากในช่วงสองวันมานี้ ห่วงโซ่ทุนของบริษัทย่อยหลายแห่งถูกทำลายทั้งหมด พวกเขายังเสียคำสั่งซื้อไปให้บริษัทอื่นอีกด้วย
หากไม่สามารถกู้สถานการณ์กลับมาได้ อย่างมากก็สามารถอยู่ได้อีกไม่เกินสองวัน
หลังจากพ้นสองวันนี้ไปแล้ว ไม่เพียงแต่บริษัทของตระกูลเผยเท่านั้นที่จะหายไป แต่เผยเหยียนเองก็จะถูกบ้านสายรองลากลงจากตำแหน่งประธานด้วย
ชายวัยกลางคนมองดูตำแหน่งของห้องทั้งหมด จากนั้นก็มองไปยังขี้เถ้าและวัตถุหยินที่ขุดออกมาได้จากห้องนอนหลายห้อง
เผนเหยียนเอ่ยถาม “อาจารย์ เป็นยังไงบ้างครับ”
“คุณเผย ผมช่วยคุณไม่ได้” ชายวัยกลางคนส่ายศีรษะครั้งแล้วครั้งเล่า “มันเป็นการวางตำแหน่งหายนะและกินเวลามาอย่างน้อยสิบปี ต้องโทษที่ผมไม่มีความสามารถ ผมทำอะไรไม่ได้จริงๆ ขอตัวก่อน”
เผนเหยียนขมวดคิ้ว
ในตอนแรกเขาไม่เชื่อว่าเด็กสาวคนหนึ่งจะมีความสามารถมากกว่าผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้
แต่ความจริงก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ทุกสิ่ง
หลังจากที่ซือฝูชิงเอาของในห้องของเผยเมิ่งจือไปในวันนั้น สภาพของเผยเมิ่งจือก็กลับเป็นปกติอย่างเห็นได้ชัด
“คุณซือคนนั้นเก่งจริงๆ” เผยเหยียนระบายลมหายใจออกช้าๆ “พวกเราจะต้องไปเชิญเธอมาให้ได้ เตรียมของดีไว้ให้พร้อม เราจะไปกันเลย!”
“ตอนนี้เมนเทอร์ซือไม่น่าจะว่าง” คุณนายเผยขึงตาใส่เขา “เธอยังไม่เลิกงานจนกว่าจะหกโมงเย็น อย่าไปรบกวนเธอเลย คุณรีบคิดดูดีกว่าว่ามีอะไรในบ้านเราที่พอจะสามารถเชิญคุณซือมาได้บ้างมั้ย”
“ขอผมคิดดูก่อน” เผยเหยียนดูจริงจัง “ผมจำได้ว่าปู่ทิ้งหยกโบราณเอาไว้ให้สองสามชิ้น ยังเก็บอยู่ในตู้เซฟ เงินนั้นหยาบคายเกินไปสำหรับพวกปรมาจารย์ ใช้การไม่ได้แน่ๆ”
“ถูกต้อง” คุณนายเผยนึกขึ้นมาได้เช่นกัน “เร็วเข้า ไปเอาหยกโบราณสองสามชิ้นนั้นออกมาแล้วค่อยส่งไปให้คุณซือคืนนี้”
“แม่ อย่างเพิ่งร้อนใจไป” ในที่สุดก็เผยเมิ่งจือก็มีจังหวะพูดแทรกบ้าง “คุณซืออาจจะไม่สนใจมันก็ได้”
คุณนายเผยพูดอย่างเด็ดขาดว่า “ก็ยังต้องส่งไปด้วยอยู่ดี น่าเสียดายที่ฉันไม่มีลูกชายดีๆ ที่คู่ควรกับเธอ ไม่อย่างนั้นฉันจะส่งลูกชายของฉันไปก่อน”
เธอมองเผยเมิ่งจือด้วยท่าทางรังเกียจก่อนจะขึ้นไปชั้นบนเพื่อหยิบของในตู้เซฟ
เผยเหยียนหันหน้ามา ท่าทางอึกอักเล็กน้อย “ฉันไม่คิดว่าอาการของแม่แกดีขึ้นเลยนะ ต้นไม้ทั้งหมดในสวนก็ถูกตัดหมดแล้วไม่ใช่เหรอ”
เผยเมิ่งจือ “…หลังจากดูการแสดงเมื่อวานนี้ แม่ก็กลายเป็นแฟนตัวยงของคุณซือไปแล้ว”
เผยเหยียน “…???”
อะไรนะ
**
อีกด้านหนึ่ง
ซือฝูชิงที่เพิ่งมาถึงค่ายฝึกซ้อมรับสายจากชวีหลิงอวิ๋นที่กระหน่ำโทรมาไม่หยุด
ทันทีที่เธอกดรับสาย ชวีหลิงอวิ๋นก็พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น “คุณรู้ไหมว่าอวิ๋นหลานอยู่ในต้าซย่า!”
ซือฝูชิง “…”
รู้สิ
แถมเธอยังเป็นคนเผยพิกัดเองด้วย
ซือฝูชิงลูบคางตัวเอง
แต่มันถูกค้นพบอย่างรวดเร็วอย่างนี้ คงไม่ใช่ว่าใช้หลิงหรือ T18 หรอกนะ?
“คุณรอก่อนนะ เดี๋ยวผมจะไปรับอาจารย์ของผมแล้วจะไปหาคุณ” ชวีหลิงอวิ๋นพูดอย่างรวดเร็ว “เดี๋ยวพบกันแล้วผมจะแนะนำให้คุณทั้งสองคนรู้จักกัน คอนเนกชั่นในวงการบันเทิงของอาจารย์แน่นมากจริงๆ สามารถให้อาจารย์พาเธอโบยบินได้เลย!”
ซือฝูชิง “…”
อันที่จริงเธอก็สามารถโบยบินได้เองมั้ย
จู่ๆ ซือฝูชิงก็ลดเสียงลง “อาจารย์ของคุณมาด้วยตัวเองเลยเหรอ”
“ใช่ เขาบอกผมเองเลย” ชวีหลิงอวิ๋นพูด “อาจารย์ด่าผมไปยกนึงด้วย”
ซือฝูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก “เขาอายุตั้งขนาดนั้นแล้ว จะวิ่งวุ่นไปไหนมาไหนทำไม”
“ถึงตาแก่นั่นจะอายุเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว แต่ร่างกายก็ยังแข็งแรงดีมากนะ ยังวิ่งห้ากิโลได้อยู่เลย อีกอย่างเรื่องนี้ยังเกี่ยวกับจอมมารอวิ๋นด้วย ไม่ใช่สิ…” ชวีหลิงอวิ๋นหยุดชะงักไป แววตาของเขาเปลี่ยนไปทันที “คุณรู้ได้ยังไงว่าอาจารย์ของผมแก่มากแล้ว”
“เดาเอา” ซือฝูชิงพูดง่ายๆ “อายุมากแล้วก็อย่าปล่อยให้ท่านกังวลมากเกินไป ถ้ามีอะไรก็ให้คุณจัดการก็พอแล้ว”
ชวีหลิงอวิ๋น “…”
ทำไมเขาฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ
“แล้วถ้าพวกคุณหาเธอไม่เจอล่ะจะทำยังไง” ซือฝูชิงเว้นจังหวะเล็กน้อย “ต้าซย่าใหญ่ขนาดนี้ คุณจะหาเธอเจอได้ยังไง”
“ถ้าหาไม่พบก็รอไปเรื่อยๆ” ชวีหลิงอวิ๋นบอกเสียงเนิบนาบ “ยังไงเธอก็ต้องกลับมา”
ซือฝูชิงนิ่งเงียบแล้วยิ้มออกมาทันที “ใช่”
เธอกลับมาแล้วจริงๆ
“เอาละ ไม่รบกวนคุณแล้ว” ชวีหลิงอวิ๋นมองเวลา “ผมจะต้องไปรับตาแก่แล้ว”
ซือฝูชิงพยักหน้า
เธอมองไทรศัพท์ตนเองพลางถอนหายใจ
ดูเหมือนว่าบางครั้งเธอก็จำเป็นต้องทำลายชีวิตปลาเค็มที่สวยงามนี้ไปสักพัก
“เมนเทอร์ซือครับ” เจ้าหน้าที่เคาะประตูเรียกเธอ “จะต้องให้คุณและอาจารย์ที่ปรึกษาคนอื่นๆ ไปร่วมกันประกาศอันดับพร้อมกันหน่อยครับ”
ซือฝูชิงดึงสติกลับมามีท่าทางเอื่อยเฉื่อยอีกครั้ง “มาแล้ว”
การจัดอันดับโดยรวมของรายการหนุ่มสาววัยใสตอนนี้ถูกประกาศออกมาแล้วเมื่อคืนนี้
เซี่ยอวี้ยังคงรักษาอันดับหนึ่งไว้ได้อย่างมั่นคง ในขณะที่ลู่เยี่ยนนั้นห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ถึงขนาดถูกเยี่ยชิงโย่วแซงหน้าไปแล้ว
สวี่ซีอวิ๋นเบียดเข้าสู่สิบห้าอันดับแรกได้สำเร็จ เขามาถึงอันดับที่สิบสอง
หากเป็นก่อนหน้านี้ เขาคงไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าจะมีวันนี้ได้
สำหรับการแสดงครั้งที่สอง จากเด็กฝึกทั้งหมดห้าสิบห้าคนจะต้องเหลือแค่สามสิบหกคน เด็กฝึกสิบกว่าคนจะต้องจากเวทีนี้ไป
หนึ่งในนั้นมีเหยียนหยวนเจ๋อที่รอดจากการถูกคัดออกครั้งที่แล้วมาได้อย่างหวุดหวิด
ทว่าครั้งนี้เขาอยู่ในอันดับเกินห้าสิบและถูกคัดออกทันที
เหยียนหยวนเจ๋อเริ่มเก็บข้าวของของตนเอง
“โอ้ กำลังย้ายของแล้วออกไปเหรอ” สวี่ซีอวิ๋นกอดอก “นายจะเดบิวต์ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงถูกคัดออกในรอบที่สองได้ล่ะ น่าอายชะมัด”
ใบหน้าของเหยียนหยวนเจ๋อแดงก่ำขึ้นมาทันที “สวี่ซีอวิ๋น นายอย่าได้ใจไปหน่อยเลย!”
“ฉันไม่ได้ได้ใจอะไรหรอกแต่ดีใจที่นายถูกคัดออก” สวี่ซีอวิ๋นทำหน้าล้อเลียน “ใครใช้ให้ตอนนั้นนายดูถูกเมนเทอร์ซือ แถมยังเหยียบย่ำเธอด้วย สมหน้าหน้า!”
เหยียนหยวนเจ๋อโกรธจนตัวสั่น “นาย…บริษัทของนายก็กำลังจะล้มละลาย ถึงตอนนั้นนายก็ต้องไปเหมือนกัน!”
“นายไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก” สวี่ซีอวิ๋นเยาะหยันอย่างเย็นชา “ถึงยังไงฉันก็ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว”
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรที่เขาจะต้องเสียใจที่ไม่ได้ทำ
เหยียนหยวนเจ๋อมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคืองพลางเก็บผ้าปูที่นอนและผ้าห่มทั้งหมดลงในกระเป๋าเดินทางอย่างไม่พอใจ
เขายังคงรู้สึกเสียดายอยู่ในใจ
ถ้าเขาไม่ยืนกรานที่จะออกจากชั้นเรียนของซือฝูชิงตั้งแต่ทีแรก เขาจะไม่สามารถอยู่จนถึงวันสุดท้ายได้ที่ไหน
น่าเสียดายที่ตอนนี้อะไรๆ ก็สายไปเสียแล้ว
“พี่เซี่ย ผมรู้สึกดีจริงๆ!” สวี่ซีอวิ๋นกลับไปยังห้องซ้อมเต้น “ในที่สุดเหยียนหยวนเจ๋อก็ถูกคัดออกไปซะทีแต่เขายังคิดว่าตัวเองเจ๋งอยู่เลย”
เซี่ยอวี้ไม่ได้พูดอะไร เพียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขโทรออก
สวี่ซีอวิ๋นอยากรู้อยากเห็น “พี่โทรหาใครน่ะ”
“ที่บ้าน ถามสารทุกข์สุขดิบหน่อย” เซี่ยอวี้พูดด้วยท่าทางเกียจคร้าน “หาคนมาทำธุระให้หน่อยด้วย”
“อ้อๆ” สวี่ซีอวิ๋นพยักหน้า “ผมไม่เคยถามพี่เลยว่าบ้านพี่อยู่ที่ไหนกันแน่”
เซี่ยอวี้ครุ่นคิดท่าทางจริงจัง “ฉันพูดได้อย่างเดียวว่างานของแม่ฉันจะต้องเดินทางไปทั่ว บางทีเดือนนึงอาจจะไม่กลับบ้านเลย”
สวี่ซีอวิ๋นงุนงงมาก
งานอะไรนะที่ต้องเดินทางไปทั่ว?
ดูเหมือนว่าพี่เซี่ยจะแย่กว่าเขาอีก ที่ไหนก็นับเป็นบ้าน
สวี่ซีอวิ๋นปลอบโยนเขา “พี่เซี่ย เดี๋ยวพี่ก็จะดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องกังวลไปหรอก”
เซี่ยอวี้ชำเลืองมองเขาพร้อมยักไหล่
ถึงอย่างไรสมองของสวี่ซีอวิ๋นก็ไม่มีวันเหมือนคนทั่วไป
บนอินเตอร์เน็ตยังมีการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ต่อการแสดงในครั้งนี้กันอยู่อย่างคึกคักและร้อนแรง แฟนๆ ของรายการต่างก็ตั้งตารอการแสดงครั้งต่อไป
[ตอนหน้าเมนเทอร์ซือจะแสดงเองอีกมั้ย ฉันรอไม่ไหวแล้ว ฉันอยากจะรู้ว่าเธอยังทำอะไรได้อีก]
[ไม่มีอะไรที่เมนเทอร์ซือทำไม่ได้!]
[ใช่ๆๆ ซือฝูชิงทำได้ทุกอย่าง สุดยอดมาก เมนเทอร์นางฟ้า เจ๋งสุดๆ ไปเลย
แต่พวกเธอจำกันได้มั้ยว่าการแสดงครั้งที่ 3 นี้จะต้องเชิญศิลปินรุ่นพี่มาช่วยงานด้วย? ฉันถามหน่อยว่า เธอไม่มีเส้นสายในวงการบันเทิงเลยอย่างนี้ จะปล่อยให้เธอลองดูเองงั้นเหรอ เธอจะเชิญใครมาช่วยพวกเซี่ยอวี้ได้หรือเปล่า]