เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 126 ต่อต่อตา ฟันต่อฟัน โทรหาดยุกมอร์ตันจริงๆ
นิ้วเรียวยาวของเธอวางอยู่บนคีย์บอร์ด
ตอนที่อวี้ถังยังไม่ได้สติคืนมา เธอก็เห็นว่ามืออีกข้างหนึ่งของซือฝูชิงคลิกเม้าส์เปิดโหมด pk ทันที
เสียงเปิดระบบที่คุ้นเคยดังขึ้น
[ทั้งสองฝ่ายเริ่มโจมตี!]
(ออนไลน์) ลูกอมมะนาวใส่น้ำแข็ง : [กล้าดีนะ นึกว่าพวกผู้หญิงอย่างเธอถูกทุบตีแล้วจะกลัวหัวหดซะอีก]
ซือฝูชิงพูดเบาๆ “ไร้สาระ”
ทั้งสองมือของเธอคลื่อนไหวพร้อมกัน เสียงเมาส์และคีย์บอร์ดดังประสาน
เดิมทีอวี้ถังคิดจะตั้งใจดูการออกสกิลสักหน่อย เธอจึงขยับเข้าไปใกล้แต่ปรากฏว่าเสียงประกาศชัยชนะกลับดังขึ้นเสียก่อน
[ขอแสดงความยินดี APM ของคุณในเกมนี้สูงถึง 278 คุณกลายเป็นผู้เล่นที่มีความเร็วมือสูงสุด!]
[ติ๊ง รางวัลแห่งความสำเร็จของคุณมาถึงแล้ว โปรดตรวจสอบกล่องจดหมายของคุณ!]
การต่อสู้ดำเนินไปไม่ถึงวินาทีก็จบลงแล้ว
อวี้ถังตะลึงงัน เธอจ้องหน้าซือฝูชิงอย่างงุนงง “ชิง ชิงชิง เธอๆๆๆ…”
เธอเล่นเกมคำสั่งสวรรค์มาตั้งนานแล้ว
เธอเริ่มเล่นมันมาตั้งแต่ตอนม.สี่ เล่นๆ หยุดๆ จนผ่านไปสามปี
เกมคำสั่งสวรรค์เหมาะกับผู้เล่นทุกประเภท จะปลูกต้นไม้ดอกไม้ในนั้นก็ได้ และยังสามารถสร้างบ้านได้อีกด้วย
แน่นอนว่าการดวลกันระหว่างผู้เล่นและการเคลียร์ดันเจี้ยนก็มีให้เล่นเช่นกัน
อวี้ถังเป็นผู้เล่นทั่วไป เธอชอบการปลูกผักฝึกทำอาหารอะไรพวกนั้นมากกว่า
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอไม่เข้าใจคำศัพท์ของผู้เล่นมืออาชีพพวกนั้น
APM คือความเร็วในการออกคำสั่งต่อนาทีที่เรียกว่า ‘ความเร็วมือ’ ซึ่งรวมถึงการคลิกเมาส์และการกดแป้นพิมพ์
โดยทั่วไปแล้ว APM เป็นมาตรฐานที่สะท้อนถึงระดับของผู้เล่น ยิ่งค่า APM สูงเท่าไร ผู้เล่นก็จะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น
เธอเล่นเป็นหมอยา เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนคอยเติมเลือดให้กับผู้เล่นคนอื่นๆ มาตลอด ต่อให้มีความเร็วมือมากแค่ไหนก็ไม่มีทางตามพวกอาชีพนักฆ่าได้ทัน
อีกอย่างค่า APM สองร้อยเจ็ดสิบแปดหมายถึงอะไร
มันเป็นระดับของผู้เล่นมืออาชีพ
ผู้เล่นมืออาชีพในทีมชาติแต่ละคนก็สามารถทำความเร็วมือได้ถึงสี่ร้อยขึ้นไป
อวี้ถังรู้ว่าความเร็วมือของอวี้เย่านั้นอยู่ในช่วงสองร้อยต้นๆ เท่านั้น
ซือฝูชิงชำเลืองมองที่ตัวเลข “อีกฝ่ายห่วยจริงๆ ยังปล่อยสกิลได้ไม่กี่ทีก็แพ้ซะแล้ว ไม่สนุกเลย”
เธอพิมพ์ตอบกลับไปในกล่องแชท
(ออนไลน์) ดอกไห่ถัง : [แค่นี้อ่ะนะ ไม่ได้เรื่อง]
(ออนไลน์) ลูกอมมะนาวใส่น้ำแข็ง : [เธอหลอกฉัน อย่าทำเป็นได้ใจ เอาใหม่!]
(ออนไลน์) ดอกไห่ถัง : [ได้ มาเล่นกันสิบตา ฉันจะเล่นจนวันนี้ถ้านายไม่เลิกเล่นไปเลยก็ต้องเขียนชื่อกลับหัวว่า ขยะคือนายนั่นแหละ]
อีกฝ่ายโกรธแทบคลั่ง
ต่อมาอวี้ถังก็ได้เห็นกับตาแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่เรียกว่านองเลือด
ในการต่อสู้แต่ละครั้งซือฝูชิงยังจบการต่อสู้โดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีด้วยซ้ำ
อวี้ถังเห็นแค่ว่าจู่ๆ ตัวละครของเธอที่ซือฝูชิงเป็นคนเล่นกระโดดขึ้น หลังจากนั้นฝ่ายตรงข้ามก็ตายทันที
ในรอบที่ห้า ตอนที่ซือฝูชิงเพิ่งจะเคาะแป้นพิมพ์ ทันใดนั้นก็มีกล่องข้อความปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอของเกม
[ผู้เล่นอีกฝ่ายออฟไลน์]
[เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามออกจากเกม ระบบจึงตัดสินว่าฝ่ายคุณชนะ และฝ่ายตรงข้ามจะถูกลงโทษตามสมควร]
“อ๊ายยยย!” อวี้ถังร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น “ชิงชิง เธอฆ่าเขาจนต้องออฟไลน์หนีไปเลย!”
“หนีไวเชียว น่าเสียดายจริงๆ ยังไม่ทันจะให้เขาตกไปอยู่เลเวลหนึ่งเลย” ซือฝูชิงยักไหล่ “ขยะชัดๆ มีสิทธิ์อะไรมาดูถูกผู้หญิง”
“ชิงชิง ที่แท้เธอก็เล่นเกมคำสั่งสวรรค์ด้วย” อวี้ถังมีความสุขมาก “งั้นต่อไปเราก็ตั้งทีมได้แล้วสิ นึกไม่ถึงว่าหมอยาจะเล่นแบบนี้ได้ด้วย ชิงชิงเล่นอาชีพอื่นได้มั้ย”
ซือฝูชิงคิดเล็กน้อย “ก็เล่นได้นิดหน่อยเกือบหมด”
“งั้นเธอสอนฉันเล่นนักดาบหน่อยได้หรือเปล่า” อวี้ถังตาเป็นประกายวิบวับ “ฉันชอบนักดาบมากแต่ฉันบังคับมันไม่ได้ เล่นปุ๊บตายปั๊บเลย”
“ได้สิ” ซือฝูชิงรับปากทันที “พรุ่งนี้ฉันถึงเมืองมั่วแล้วค่อยกลับมาล็อกอินสอนเธอตอนกลางคืนก็แล้วกัน”
“ตกลง” อวี้ถังซาบซึ้งใจมาก “ชิงชิง เธอดีกับฉันที่สุดเลย คนที่บ้านไม่มีใครเล่นกับฉันเลย”
ซือฝูชิงเลิกคิ้ว “คนที่บ้าน? ไม่ใช่ว่าเจ้านายก็เล่นด้วยหรอกนะ?”
อวี้ซีเหิงดูไม่เหมือนคนเล่นเกมเลย
“อาเก้าเล่นไหม ฉันไม่รู้หรอก แต่อาแก่แล้วจะมาเล่นเกมอยู่ได้ยังไง” อวี้ถังถอนหายใจ “ฉันหมายถึงพวกพี่สามน่ะ ฉันพูดยังไงพวกเขาก็ไม่ยอมเล่นกับฉันเลย
แล้ววันศุกร์ก็จะมีดันเจี้ยนเปิดใหม่ เขาบอกว่าถ้าเขาเล่นกับฉัน เขาก็คงไม่ติดอันดับท็อป 100 แล้ว”
“ไม่เป็นไร แค่ท็อป 100 เองจะไปยากอะไร” ซือฝูชิงท่าทางสบายๆ “ฉันเล่นกับเธอเอง ให้เธอได้สัมผัสประสบการณ์เฟิร์สคิล”
อวี้ถังอึ้งไปอีกแล้ว
เกมคำสั่งสวรรค์มีผู้เล่นหลายล้านคนทั่วโลกและมีผู้เล่นมืออาชีพนับไม่ถ้วนที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ในดันเจี้ยนนี้
เฟิร์สคิล?
เธอไม่กล้าคิดถึงมันด้วยซ้ำ
อวี้ถังมองดูหญิงสาวออกไปด้วยความสับสน พลันรู้สึกว่าตัวเองต้องสงบสติอารมณ์สักหน่อย
**
เที่ยงวันถัดมา
ซือฝูชิงไปที่บ้านตระกูลเผย
เที่ยวบินที่เจียงฉังหนิงจองไว้คือตอนบ่าย เพราะฉะนั้นเธอจึงยังมีเวลาอีกมาก
“คุณซือ!” เผยเหยียนเข้ามาต้อนรับด้วยท่าทีตื่นเต้น “คุณซือสุดยอดไปเลยครับ อาทิตย์ก่อนผมเสียคำสั่งซื้อใหญ่ๆ ไปสองล็อตแต่วันนี้เจ้านายของอีกฝ่ายกลับมาเซ็นสัญญากับเราอีกครั้ง เขาบอกว่าพอใจกับแผนของเรามาก”
ตระกูลเผยฟื้นคืนกลับมาได้จากความตายในเวลาไม่ถึงวันด้วยซ้ำ
“ยินดีด้วย” ซือฝูชิงนั่งลงพลางเลิกคิ้ว “แต่มีคนในครอบครัวคุณอยากจะฆ่าฉัน”
พอเผยเหยียนได้ยินเช่นนั้นก็แข้งขาอ่อนแรงทันที “ใครมันใจกล้าอย่างนั้น คุณซือบอกมาได้เลย เดี๋ยวผมจะใช้กฎของบ้านจัดการมันทันที! ใช่เผยซวี่หรือเปล่าครับ”
“เผยเจิน น่าจะเป็นชื่อนี้” ซือฝูชิงเปิดกระป๋องโคล่า “คนที่ลงมือกับฉันก็น่าจะเป็นคนเดียวกับที่เชิญนักพรตมาทำคุณไสยใส่พวกคุณ”
“เผยเจิน?” เผยเหยียนตกตะลึง “เป็นเธอเหรอเนี่ย?!”
ซือฝูชิงดื่มโคล่า “ทำไม ไม่เชื่อเหรอ”
“ไม่ครับๆๆ” เผยเหยียนส่ายหน้า “ผมเชื่อที่คุณซือพูดอยู่แล้วแค่ผมคิดไม่ถึงว่าจะเป็นเธอ”
ความจริงแล้วเผยเจินไม่ใช่คนตระกูลเผยแต่เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้วของผู้เฒ่าเผย
เผยเหยียนดีต่อเธอเสมอมาไม่ต่างไปจากพี่น้องแท้ๆ เลย
ให้เขาคิดอย่างไรก็นึกไม่ถึงว่าคนที่โจมตีพวกเขาจะเป็นเผยเจิน
“ไม่น่าแปลกใจ” ซือฝูชิงฟังที่เขาอธิบายแล้วก็พยักหน้า “การต่อสู้ระหว่างพี่น้องกันเองในครอบครัวตระกูลใหญนับเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็คงไม่แปลก”
“ผมไม่คิดว่าเธอจะเริ่มทำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว!” เผยเหยียนขบฟัน “ตอนนั้นผู้เฒ่ายังอยู่ ทำไมเธอถึงได้เจ้าแผนการแบบนี้ได้นะ”
“เธออยู่ที่นี่หรือเปล่า” ซือฝูชิงเงยหน้าขึ้น “เรียกเธอมาที่นี่หน่อย”
“ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้” เผยเหยียนเดินออกไปด้วยความโกรธ
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงเผยเจินก็มา
รูปร่างหน้าตาของเธอบอบบางมาก ใบหน้าและดวงตาของเธออ่อนโยนละมุนละไมดูไม่มีพิษมีภัยอะไร
เผยเหยียนไม่เคยคิดมาก่อนว่าภายใต้ใบหน้าที่งดงามของเผยเจินจะซ่อนจิตใจที่ชั่วร้ายขนาดนั้นเอาไว้
เธอถึงกับอยากให้ครอบครัวของเขาตายโดยไร้ที่ฝัง
“พี่ใหญ่” เผยเจินท่าทางเป็นห่วงมาก “เรื่องบริษัทเป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้ พี่เรียกฉันมาด่วนอย่างนี้ มีอะไรให้ฉันช่วยเหรอคะ”
“เธอยังมีหน้ามาถามอีก?” เผยเหยียนพูดด้วยใบหน้าไม่พอใจ “ตัวเองทำอะไรไม่รู้เหรอ ยังต้องมาถามฉัน?”
เผยเจินชะงักไปเล็กน้อย “พี่ใหญ่ พี่พูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไม่เข้าใจ”
“ช่างเถอะ” ซือฝูชิงขัดจังหวะ “ให้เธอรับสิ่งนี้ไป”
เผยเจินเห็นกล่องเก่าๆ โทรมๆ ที่มีวัตถุหยินอยู่ข้างในนั้นแล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เธอก็สงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว “คุณหนูท่านนี้ นี่มันหมายความว่ายังไง”
“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าคุณจะรู้จักมันมั้ย ถึงยังไงฉันก็จัดการมันใหม่แล้ว” ซือฝูชิงคลี่ยิ้ม “ดังนั้นคนที่จะตกเป็นเป้าหมายไม่ใช่พวกเผยเมิ่งจือแล้วแต่เป็นคุณ
ชอบเล่นของประเภทนี้ไม่ใช่เหรอ ลองเจอกับตัวเองบ้าง”
เผยเจินได้ยินคำพูดของเธอ จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปในที่สุด รูม่านตาของเธอหดลงอย่างแรง “คุณเป็นองเมียวจิเหรอ?!”
องเมียวจิที่ปรมาจารย์บอกเธอก็คือเด็กสาวที่ยังอายุไม่ถึงยี่สิบปีคนนี้น่ะเหรอ!
มันเป็นไปได้ยังไง
ทันใดนั้นเผยเหยียนก็หันไปมองหน้าซือฝูชิง จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนทันที “คุณ คุณซือ คุณๆๆๆ…”
สายตาซือฝูชิงเรียบเฉย “นั่งลงและเงียบ”
เผยเหยียนนั่งลง หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
ก็จริง
นอกจากองเมียวจิแล้ว จะมีอาชีพไหนที่สามารถแก้ไขเรื่องคุณไสยได้ง่ายดายอย่างนี้?
แต่ถ้าซือฝูชิงเป็นองเมียวจิ ตระกูลจั่วก็เป็นคนงี่เง่าน่ะสิ?
“ใช่ ฉันเป็นคนทำเอง” เผยเจินรู้แล้วว่าตนเองปิดเรื่องนี้ไม่มิดอีกต่อไป “คนยอมสละชีวิตเพื่อหาเงิน นกยอมสละชีวิตเพื่อแย่งอาหาร ฉันทำอะไรผิดล่ะ ผู้เฒ่าให้บ้านและที่ดินกับฉัน แต่มันก็แค่ช่วยให้ฉันใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้เท่านั้น หุ้นสิถึงจะสำคัญที่สุด”
เผยเหยียนรู้สึกผิดหวังมาก “ในที่สุดเธอก็ยอมรับแล้ว!”
“ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าพี่ใหญ่จะติดต่อกับองเมียวจิได้ด้วย” เผยเจินจิกเล็บลงบนฝ่ามือ เธอรู้สึกเสียขวัญและกระสับกระส่ายเล็กน้อย “องเมียวจิหายไปตั้งนานแล้ว! ถ้าจะมีก็เป็นพวกตงซังเท่านั้น ทำไมเธอถึงได้…”
ถ้าไม่มีซือฝูชิงยื่นมือเข้ามาแทรก กลุ่มบริษัทตระกูลเผยก็จะตกเป็นของเธอแล้ว!
สภาพจิตใจของเผยเจินไม่มั่นคงอย่างแรง สายตาของเธอดูร้ายกาจน่ากลัวเล็กน้อย
“เรื่องภายในครอบครัวพวกคุณไม่ต้องเอามันมายุ่งกับฉัน” ซือฝูชิงไม่อยากจะฟังอีกต่อไป “ฉันไปก่อนละ จัดการกันเอาเองนะ”
เผยเหยียนรีบลุกขึ้นทันที “รบกวนคุณซือแล้วครับ”
ในสวนดอกไม้ด้านนอกคุณนายเผยกำลังประคองคุณนายเผยผู้เฒ่าเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
“คุณซือ ขอบคุณค่ะ!” คุณนายเผยผู้เฒ่าคุกเข่าลงทันทีที่เห็นซือฝูชิง “ถ้าไม่ได้คุณ ครอบครัวของพวกเราคงไม่รู้จะทำยังไงดี”
คุณนายเผยผู้เฒ่าเชื่อมาตลอดว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” ซือฝูชิงพยุงคุณนายเผยผู้เฒ่าขึ้นมาด้วยมือข้างหนึ่ง “คุณอายุมากแล้ว ฉันจะรับอะไรอย่างนี้ได้ยังไงกัน ฉันรับเงินทำงานก็ถือว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย”
คุณนายเผยผู้เฒ่าเช็ดน้ำตาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “คุณซือจิตใจงดงาม ฉันต้องขอบคุณคุณซืออย่างดีแน่นอน”
“ไม่มีอะไรให้ต้องขอบคุณ” ซือฝูชิงส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยรอยยิ้ม “ฉันยังมีธุระ ต้องขอตัวก่อน”
คุณนายเผยขึงตาใส่เผยเมิ่งจือ “รีบออกไปส่งคุณซือสิ”
เผยเมิ่งจือตกใจและรีบตามไปทันที
หลังจากเดินไปได้สักระยะหนึ่ง ซือฝูชิงก็หยุดและหันกลับมา “คิ้วผูกกันอย่างนั้น นายอยากจะพูดอะไร”
เผยเมิ่งจือ “…”
เธอบรรยายสีหน้าของเขาอย่างนั้นได้ยังไง
เขาพยายามอดกลั้นอยู่นานจนในที่สุดก็พูดออกมา “ผม ผมแค่รู้สึกว่าคุณไม่ค่อยเหมือนกับในข่าวลือ”
หลังจากซือฝูชิงได้รับค่าตอบแทนมาแล้ว เธอก็มีความอดทนพอที่จะฟังเขาขึ้นมาบ้าง “ข่าวลืออะไร”
“ก็ ก็ในเน็ตไง” เผยเมิ่งจือประหม่าเล็กน้อย พูดติดๆ ขัดๆ “บอกว่าคุณเป็นคนอารมณ์รุนแรง ขี้โมโห แถมยังแย่งอุปกรณ์อะไรกันอีก แต่วันนี้คุณดีกับย่าของผมมาก”
“อ๋อ” ซือฝูชิงหันหน้ามาพร้อมรอยยิ้ม “ฉันแยกแยะน่ะ สำหรับคนอย่างนายแล้ว ฉันก็ค่อนข้างรุนแรงอยู่ อยากลองมั้ย”
เผยเมิ่งจือรีบกระโดดหนีทันที “คุณซือ งั้นผมไม่ส่งคุณแล้วนะ กลับดีๆ ละ!”
เขากลัวถูกเธอทุบตีเอา
เดิมทีเขาก็หน้าตาธรรมดาอยู่แล้ว ถ้าถูกตีอีกคงหมดกัน
เผยเมิ่งจือมองดูหญิงสาวขี่จักรยานจากไป
เขาลูบศีรษะตนเองแล้วหมุนตัวกลับบ้าน
เขามีลางสังหรณ์อย่างรุนแรงว่าสักวันหนึ่งอวี้เย่าจะต้องเสียใจอย่างมาก
**
ด้วยความพยายามอย่างเต็มที่ของสำนักงานกฎหมายซิงถิง เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจั่วฉิงหย่าจะถูกตัดสินโทษ
ข่าวยังประกาศอย่างเป็นทางการว่าคนแซ่จั่วถูกจับกุม
[เรื่องดีๆ ต้องแบ่งบัน ถูกจับแล้ว สมน้ำหน้า!]
[จั่วฉิงหย่าเข้าคุกไปรอการจบสิ้นของตระกูลจั่วแล้ว!]
[ฉันยังต้องพูดสักหน่อยว่า ซือฝูชิงเป็นคนเนรคุณจริงๆ! ตระกูลจั่วเลี้ยงดูเธอมาเป็นสิบกว่าปี เธอลืมไปแล้วเหรอ ถ้าไม่มีตระกูลจั่ว เธอก็เป็นแค่เด็กกำพร้าที่เร่ร่อนอยู่ข้างถนนต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก!
ใช่ จั่วฉิงหย่าทำไม่ดีกับซือฝูชิงแต่ถึงกับต้องส่งเธอเข้าคุกเลยเหรอ ซือฝูชิงไม่นึกถึงเรื่องที่ผ่านมาเลย เธอไม่ตายและไม่ได้บาดเจ็บอะไรนี่นา จะต้องบีบคั้นกันถึงขนาดนั้นเลยเหรอ]
[ฉันขำจริงๆ ตระกูลจั่วทำกับเธอแบบนี้ยังดีกว่าเร่ร่อนอยู่ตามถนนอีกอย่างนั้นเหรอ]
[มีดไม่ได้บาดแขนเธอ เพราะฉะนั้นก็หุบปากไป!]
[ตระกูลจั่วมีแต่ผู้เฒ่าจั่วคนเดียวใช่มั้ยที่เป็นคนดี เฮ้อ น่าเสียดายที่เขาตายไปแล้ว ไม่อย่างนั้นคงจะช่วยพูดอะไรเพื่อซือฝูชิงได้บ้าง]
ตอนที่จั่วฉิงหย่าได้รับแจ้ง เธอไม่สามารถยอมรับผลได้เลย
เนื่องจากเอกสารยังไม่ลงมา เธอจึงยังอยู่ในห้องฝากขัง
แม้ว่าจะมีอาหารให้สามมื้อต่อวันตามปกติแต่เธอก็ไม่มีความอยากอาหาร
“ฉันต้องการพบซือฝูชิง!” ผมเผ้าของจั่วฉิงหย่ายุ่งเหยิง ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยว “ฉันอยากพบเธอ! เธอกล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้! ไม่กลัวว่าคุณปู่จะนอนตายตาไม่หลับเหรอ!”
“อยากพบคุณซือ?” หลิงเฟิงเงยหน้าพร้อมรอยยิ้ม “คุณคิดว่าคุณมีสิทธิ์อะไร อ้อ จริงสิ ฉันได้ยินมาว่าตระกูลจั่วกำลังพยายามติดต่อเส้นสายในเมืองซื่อจิ่วอยู่เลย คุณว่าถ้าแม้แต่ตระกูลอวี้ยังต้องการปกป้องคุณซือ แล้วจะมีตระกูลไหนบ้างที่กล้าช่วยเหลือคุณ?”
ดวงตาของจั่วฉิงหย่าเบิกกว้างในทันที “เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!”
ถ้าซือฝูชิงมีความสัมพันธ์กับตระกูลอวี้จริงๆ แล้วซือฝูชิงจะถูกเธอรังแกมานานขนาดนี้ได้ยังไง
ตระกูลอวี้เป็นตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองซื่อจิ่วเชียวนะ ต่อให้มีตระกูลจั่วเป็นร้อยก็เทียบไม่ได้
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” หลิงเฟิงพูดเสียงเรียบ “คุณซือบอกว่าคุณเป็นคนที่สาม และยังจะมีคนตามคุณไปอีก
ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้คุณจั่วฉิงหย่ามีความสุขกับชีวิตในห้องฝากขังในช่วงสองสามวันสุดท้ายนี้ หลังจากนั้นไม่นาน คุณจะต้องไปเหยียบจักรเย็บผ้าแล้ว คุณคงต้องทำงานให้ดี”
หลิงเฟิงทำท่าทางให้กำลังใจก่อนจะเดินออกไป
ชีวิตของจั่วฉิงหย่าพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มีเสื้อผ้าหรูหราใส่ กินอาหารดีๆ มาตั้งแต่ยังเด็ก ไหนเลยจะคิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องติดคุก?
มันเป็นที่ที่คนจะอยู่ได้อย่างนั้นเหรอ!
ในหัวของจั่วฉิงหย่ามึนงง เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สอบสวนราวกับว่าสูญเสียเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
ข้างนอก
“ถือว่าทำคดีแรกจบแล้ว” ชายหนุ่มบิดขี้เกียจ “ตระกูลจั่วพยายามหาเส้นสายอยู่ตลอด ทำเอาพวกเราที่อยู่เมืองหลินทำอะไรลำบากไปด้วยเลย”
“จบแล้วก็ไม่ต้องพูดมาก” หลิงเฟิงเก็บกระเป๋า “ไปกันเถอะ”
ชายหนุ่มสายตาเฉียบคม เขาเห็นกระดาษโน้ตบนโต๊ะ “นั่นอะไรน่ะ”
“หา อ๋อๆ นึกออกแล้ว” ตำรวจชายนึกขึ้นได้ทันที “ดูเหมือนว่าคุณซือจะทิ้งมันไว้เมื่อวานนี้ คุณซือไม่ได้เอาไปด้วยแบบนี้ คงไม่ได้ใช้แล้วมั้ง”
ชายหนุ่มชำเลืองดูอีกครั้ง “มันน่าจะเป็นเบอร์โทรของทางมอร์ตันหรือเปล่านะ”
“โอ้ จริงด้วย” เจ้าหน้าที่ตำรวจชายลูบศีรษะตนเอง “ดูเหมือนว่าจะเป็นเบอร์โทรของดยุกมอร์ตัน มันเป็นเบอร์ที่คุณซือให้ไว้”
“ดยุกมอร์ตันเหรอ” ชายหนุ่มหัวเราะเมื่อได้ยินเช่นนั้น “งั้นผมก็เป็นราชาแล้ว”
หลิงเฟิงพูดเสียงเย็น “ไม่มีอะไรทำแล้วเหรอ”
ชายหนุ่มหุบปากทันที
“ในเมื่อเป็นของของคุณซือ ก็ให้พวกเราเอากลับไปเถอะค่ะ” หลิงเฟิงพยักหน้า “ไม่ลำบากคุณแล้ว”
เจ้าหน้าที่ตำรวจชายเอ่ยตอบอย่างร่าเริง “ตกลงครับ รบกวนทนายหลิงขอบคุณคุณซือให้ผมด้วยนะครับ ชาที่เธอให้ผมดื่มถ้วยนั้นดีมากจริงๆ!”
หลังจากกลับถึงบ้านเมื่อคืนนี้เขาอาเจียนเป็นเลือดออกมาเต็มปาก ทำให้ภรรยาและลูกสาวตกใจมาก
แต่หลังจากไปตรวจที่โรงพยาบาล เขาก็พบว่าอาการบาดเจ็บเก่าๆ ในตัวทุเลาลงอย่างมาก
อาจเรียกได้ว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ทางการแพทย์
เพราะเขาคิดไม่ออกว่ามีอะไรพิเศษนอกเหนือจากนี้จริงๆ
ตำรวจชายจึงยกความดีความชอบให้กับชาที่ซือฝูชิงให้เขาดื่มถ้วยนั้น
ชายหนุ่มข้างๆ ได้ฟังแล้วก็หันมองไปทางอื่นทันที
ชาหนึ่งถ้วยสามารถรักษาบาดแผลเก่าได้ พูดซะอย่างกับเป็นเรื่องจริงงั้นแหละ
หากเป็นอย่างนั้นแพทย์แผนโบราณและแพทย์แผนตะวันตกจะมีไว้ทำไม
อวยเสียจนซือฝูชิงลอยขึ้นสวรรค์ไปแล้ว
หลิงเฟิงคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชายอีกเล็กน้อยก่อนจะออกจากสถานีตำรวจ
ขณะที่ชายหนุ่มเดินไป เขาก็กดตัวเลขชุดหนึ่งบนหน้าจอสำหรับโทรออกไปด้วย “พี่หลิงดูสิ ผมบันทึกเบอร์โทรนั้นไว้แล้ว”
หลิงเฟิงหันหน้ามาด้วยคิ้วขมวด “นายจะทำอะไร”
“พี่หลิง ถึงยังไงเขาก็บอกแล้วว่าคุณซือทิ้งไว้คงไม่ต้องการแล้ว ผมจะลองโทรไปดูหน่อย” ชายหนุ่มแกว่งโทรศัพท์ไปมา “ก็แค่เบอร์โทรเบอร์หนึ่ง แถมยังไม่มีทางเป็นเบอร์ของดยุกมอร์ตันจริงๆ ด้วย
ผมแค่คิดว่าเมื่อกี้นี้ตำรวจผู้ชายเก่งคนนั้นโม้มากไปหน่อย ชาถ้วยเดียวจะได้ผลอะไรขนาดนั้น”
ก่อนที่หลิงเฟิงจะห้ามเขาทัน ชายหนุ่มก็กดปุ่มโทรออกไปเสียแล้ว
หลังจากเสียงสังเคราะห์ดังขึ้นสองครั้งก็มีคนรับสาย
ชายหนุ่มลดเสียงลงอย่างได้ใจ “พี่หลิงดูสิ ผมบอกแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ใช่มั้ย วันๆ หนึ่งดยุกมอร์ตันมีงานต้องทำเยอะแยะ จะรับโทรศัพท์เร็วอย่างนี้ได้ยังไง ตอนที่พี่ไม่ว่าง โทรศัพท์ของพี่มีแต่สายที่ไม่ได้รับตั้งหลายสาย”
ทันทีที่เขาพูดจบ ปลายสายก็มีเสียงผู้ชายทุ้มต่ำดังขึ้นด้วยสำเนียงตะวันตกแท้ๆ “Hello? (ฮัลโหล)”