เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 125 ยิ่งรับโชคชะตาไปมากเท่าไรก็ยิ่งน่าอนาถมากเท่านั้น
น้ำเสียงไม่สูงไม่ต่ำ แม้แต่ความผันผวนของอารมณ์ก็ไม่มี
แต่แรงกดดันกลับรุนแรงมาก
ชายหนุ่มขนลุกไปแทบทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว เขาสัมผัสถึงความเย็นเยียบตรงลำคอได้อย่างชัดเจน
เขาหันหน้าไปไม่ได้แต่ก็ยังพอมองเห็นได้จากหางตา
มันก็แค่ด้ามพัด
แต่ทำไมแค่พัดด้ามเดียวถึงขวางเขาไว้ได้!
ที่สำคัญที่สุดก็คือเขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจเลยด้วยซ้ำ!
หุ่นยนต์เหรอ!
สีหน้าของอวี้ซีเหิงเรียบนิ่งและเย็นชา
มือของเขายังคงจับด้ามพัด นิ้วเรียวยาว ปลายนิ้วขาวผ่อง
แต่ทันใดนั้นเขาก็พลิกข้อมือขยับด้ามพัดกระแทกไหล่ชายหนุ่มด้วยความเร็วที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่า
ชายหนุ่งยิ่งตกใจหวาดกลัวจนไร้เสียง เขาตัวแข็งทื่อ สมองหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง
เพราะเขาพบว่าตอนนี้ตัวเองไม่สามารถขยับตัวได้เลย
มันคือการจี้จุด!
วิทยายุทธเฉพาะสำหรับคนในราชวงศ์ต้าซย่ามาปรากฏที่นี่ได้ยังไง!
นี่มันซีรีย์กำลังภายในเหรอ?!
จู่ๆ ไฟก็สว่างขึ้น อวี้ซีเหิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
อวี้ซีเหิงกลับไปนั่งบนรถเข็นอีกครั้งภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวินาที
เขาจับด้ามพัดเคาะกลางฝ่ามือราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
ตึง!
เฟิ่งซานรีบวิ่งลงมาจากชั้นบนและกดชายหนุ่มลงบนพื้นอย่างแน่นหนา “ใครเป็นคนส่งแกมา พูด!”
เขาสังเกตเห็นว่ามีคนเข้ามาเรือนเล็กด้านหลังคฤหาสน์จึงรีบออกมาจากห้องนอนทันทีเพื่อจะมาจัดการศัตรู
แต่ใครจะไปคิดว่าพี่เก้าของเขายังเร็วกว่าก้าวหนึ่งอยู่ดี
เฟิ่งซานสงสัยปนประหลาดใจ
พี่เก้าคงไม่ได้อยู่ในห้องรับแขกยังไม่ได้ขึ้นห้องหรอกนะ!
ซือฝูชิงเองก็ลงมาด้วย
เธอเห็นอวี้ซีเหิงที่นั่งอย่างสง่างามอยู่บนรถเข็นก่อน แล้วค่อยหันไปมองเฟิ่งซานที่กำลังกดร่างของชายหนุ่มอยู่
“เฮ้อ ไม่ใช่” ซือฝูชิงมีท่าทางผิดหวังเล็กน้อย “ฉันรอตั้งนาน สุดท้ายก็ส่งเจ้าตัวเล็กๆ นี่มาเนี่ยนะ?”
เธอจงใจเผยร่องรอยกลิ่นอายของตัวเองตอนที่ทำลายค่ายกล
เพื่อล่อให้ปรมาจารย์ที่เป็นคนวางค่ายกลคนนั้นตามหาตำแหน่งของเธอหลังจากที่เขาโกรธจัดได้
เธอสามารถรอได้อย่างใจเย็น
เฟิ่งซานที่ไม่รู้อะไรเลยสับสนไปหมด “ถ้า ถ้างั้นคนคนนี้ก็มาลอบฆ่าคุณซืองั้นเหรอ?!”
คุณซือเป็นเหมือนพี่เก้าตั้งแต่เมื่อไร!
ทั้งสองคนถูกตามล่าสังหาร จะต้องระดมคนมากมายเท่าไรเนี่ย
“ใช่แล้ว” ซือฝูชิงลูบคาง “ฉันถึงได้ไม่อยากค้างที่นี่ไง แต่ฉันก็ไม่อยากให้เจ้านายเสียใจเลยบอกทุกคนว่าให้รีบเข้านอน ฉันจะได้ลงมือง่ายๆ หน่อย
ดีมากเลยซานซาน นายเร็วกว่าฉันอีก สมควรได้รับคำชมเชย!”
เฟิ่งซาน “…”
เขาหันไปมองอวี้ซีเหิงตามสัญชาตญาณและรู้สึกละอายใจมาก
ในฐานะบอดี้การ์ดลับๆ แต่เขากลับปล่อยให้พี่เก้าลงมือเอง ถ้าอย่างนั้นเขาตายไปซะเลยไม่ดีกว่าเหรอ
เสียง ติ๊ง! ใสกังวาลดังขึ้นยามที่อวี้ซีเหิงวางพัดลงบนโต๊ะชา
แต่เสียงที่ดังก้องในหูนักฆ่าคนนั้นไม่ต่างอะไรกับเสียงปีศาจ ตัวเขาสั่นเป็นเจ้าเข้า “ไว้ชีวิต! ไว้ชีวิตผมเถอะ! ผมทำตามคำสั่ง! ผมได้ไม่มีเจตนาร้าย!”
ในสถานที่เช่นเมืองหลินแห่งนี้มีคนที่มีวรยุทธอยู่ได้ยังไงกัน!
“เธอคิดว่า” อวี้ซีเหิงจรดนิ้วเป็นวงกลมพลางเอ่ยเสียงเรียบ “จะจัดการอย่างไรดี”
“ถ้าอยากจะฆ่าฉันก็ไม่เป็นไรหรอก แต่จะฆ่าคนที่อยู่รอบตัวฉันไม่ได้” ซือฝูชิงย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง “ช่วงนี้ฉันกำลังพัฒนายาตัวใหม่อยู่ ให้นายลองดูดีกว่า”
ชายหนุ่มยังไม่ทันจะได้เอ่ยคำว่าไม่ ยาเม็ดเย็นๆ ที่มีกลิ่นสตรอเบอรี่ก็ลงคอเขาไปแล้ว
เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดราวกับถูกลมตัดแขนตัดขาแทบจะในทันที
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังรู้สึกแสบร้อนในช่องท้องอย่างรุนแรง อวัยวะภายในราวกับมากองรวมอยู่ด้วยกัน
“อร่อยใช่มั้ยล่ะ” ซือฝูชิงเปิดกล่องยา “นี่ยังมีรสช็อกโกแลตกับมัทฉะด้วยนะ”
เฟิ่งซานก้าวถอยหลังด้วยความสยอง
คุณซือปรุงยาเก่งจริงๆ แถมยังทำออกมาเป็นรสต่างๆ อีกด้วย อย่างกับแม่ครัวนักฆ่าแน่ะ
“ผมแค่รับภารกิจมาจากทีมเท่านั้น!” ชายหนุ่มเริ่มอ้อนวอนขอความเมตตาอย่างคลุ้มคลั่ง “ผมไม่มีความแค้นอะไรกับพวกคุณ! คุณผู้หญิงท่านนี้ใจดีมีเมตตา โปรดปล่อยผม…ปล่อยผมไปเถอะ!”
เฟิ่งซานคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้น
“ยังมีทีมอีก?” อวี้ซีเหิงพยักหน้าเรียบๆ “ถ้าเช่นนั้นก็จัดการตามกฎขององค์กรของพวกนายยามที่มีคนทรยศหักหลังก็แล้วกัน”
ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างทันใด “คุณ…อื้อ!”
เฟิ่งซานใช้เทปปิดปากเขาแล้วลากตัวเขาออกไป
อวี้ซีเหิงหันหน้ามาและพบว่าซือฝูชิงยังคงสนอกสนใจพัดเล่มนั้นอยู่
เขาเท้าศีรษะ แววตาดูเยือกเย็นน้อยลง “อยากเล่นอย่างนั้นหรือ”
ซือฝูชิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาจิ้งจอกเป็นประกาย “ได้มั้ยคะ”
“อืม” น้ำเสียงอวี้ซีเหิงฟังดูอบอุ่นอ่อนโยน “ก็ไม่ได้เป็นของสำคัญอะไรหรอก”
จากนั้นซือฝูชิงจึงหยิบพัดขึ้นมาและพินิจพิจารณาอย่างละเอียด
เธอเพิ่งจะได้เห็นหน้าตาของพัดเล่มนี้ชัดๆ ทุกซอกทุกมุม
ด้ามพัดมีความคม โครงพัดแข็งแรงราวกับมีดดาบแต่ไม่หนักเท่า
เมื่อคลี่พัดออกจะดูเหมือนดาบโค้ง ถ้าปล่อยให้หมุนลอยออกมาก็สามารถตัดหิดให้ขาดได้
ในโครงพัดยังมีเข็มทองสิบสองเล่มซ่อนอยู่
สามารถกดกลไกตรงด้ามพัดได้
พอกดลงไป เข็มทองสิบสองเล่มจะถูกยิงออกมาในคราวเดียว ต่อให้มีคนล้อมไว้มากมายก็คงไม่แพ้
อาวุธลับของตระกูลมั่วเป็นอันดับหนึ่งในโลก
พวกเขาไม่เคยโอ้อวดเกินจริงเลย
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นอาวุธเหมือนกัน อันที่จริงแล้วพวกมันมีหลักการเดียวกันกับเกราะต้านแรงโน้มถ่วงที่เธอสร้างขึ้น
ซือฝูชิงหมุนพัดในมือเล็กน้อยก่อนจะวางมันลง จากนั้นสายตาของเธอก็หันไปจับจ้องอวี้ซีเหิงที่นั่งอยู่บนรถเข็นที่ดูเหมือนรถเข็นธรรมดาทั่วไป
เธอก้มลงเล็กน้อยแล้วเอื้อมมือไปสัมผัสล้อ
แต่อวี้ซีเหิงก็ใช้ฝ่ามือเย็นๆ คว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน เธอได้ยินเสียงถอนหายใจดังขึ้นเหนือศีรษะ “ตรงนี้อย่าแตะเลย ระวังจะเจ็บตัวเปล่าๆ”
ประโยคนั้นเองที่ทำให้ซือฝูชิงมั่นใจได้ว่ารถเข็นคันนี้คงจะเต็มไปด้วยอาวุธลับแน่นอน
เธอค่อยๆ ถอยหลังไปหนึ่งก้าวพลางชื่นชมอย่างจริงใจ “เจ้านาย คุณไม่ธรรมดาจริงๆ”
คนที่จะสามารถให้ตระกูลมั่วสร้างพัดแบบนี้ออกมาได้ แล้วยังรถเข็นที่ไม่เหมือนใครนั่นอีก ถ้าอวี้ซีเหิงเป็นแค่คุณชายคนที่เก้าของตระกูลอวี้ก็คงจะไม่มีสิทธิ์ถึงขนาดนี้หรอก
“ได้ยินเธอพูดแบบนี้ทุกวันจนฉันหูอื้อไปหมดแล้ว” อวี้ซีเหิงเอนหลังพิงรถเข็น “มีคำศัพท์ใหม่ๆ อีกหรือไม่”
“ครั้งนี้ไม่เหมือนนะ”
“ไม่เหมือนที่ใด”
ซือฝูชิงเคร่งขรึมจริงจัง “ครั้งนี้ฉันจริงใจมากขึ้น”
เฟิ่งซานที่กลับมาทันได้ยินประโยคนี้พอดี “…”
“จริงใจมากขึ้น?” อวี้ซีเหิงยืดตัวตรงอย่างวางท่าแสดงบารมีพลางมองเธอ “ถ้าอย่างนั้นก่อนหน้านี้เธอไม่ได้จริงใจอย่างนั้นหรือ”
“ก็ต้องจริงใจอยู่แล้วสิ หนึ่งส่วนบ้าง สองส่วนบ้าง” ซือฝูชิงกระแอมเบาๆ สองครั้ง “คนเราจะมอบความจริงใจให้คนอื่นง่ายๆ ได้ยังไงกัน คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอคะเจ้านาย?”
“ใช่” อวี้ซีเหิงชะงักไปเล็กน้อย “พี่น้องยังสามารถเข่นฆ่ากันเองเพื่ออำนาจ”
เขาอดนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ในชาติที่แล้วไม่ได้
เขาไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้องค์ก่อน กระทั่งไม่ได้สิทธิ์ในการสืบทอดบัลลังก์ แถมยังถูกส่งตัวไปอยู่ที่วัดโฝวเหมินไม่ได้กลับวังเป็นเวลาหกปี
จนกระทั่งต่อมาเขาถูกบีบบังคับให้เข้าร่วมการต่อสู้เพื่อแย่งชิงบัลลัก์ระหว่างโอรสทั้งสิบหกคน
ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว
แพ้คือตายหรือไม่ก็ติดคุก
เขาต้องชนะเท่านั้น
“ตระกูลใหญ่ๆ ก็เป็นแบบนี้กันทั้งทั้น เจ้านายอย่างได้เศร้าใจไปเลย” ซือฝูชิงคิดว่าเขากำลังพูดถึงตระกูลอวี้เลยเอ่ยปลอบใจเขา “พี่น้องที่ฉันรู้จักดีกับฉันกันทั้งนั้นเลย ต่อไปฉันจะแนะนำพวกเขาให้คุณรู้จัก!”
หลังจากที่ซือฝูชิงพูดจบ อวี้ซีเหิงก็พูดประโยคหนึ่งออกมาซึ่งไม่เหมือนกับปฏิกิริยาที่ซือฝูชิงคาดเดาเอาไว้เลย “นิสัยของเธอมีแต่คนชื่นชอบเสียขนาดนี้ จะมีคนทำไม่ดีกับเธอได้อย่างไร”
จะมีผู้อาวุโสคนใดที่ไม่เอ็นดูเธอบ้าง
ซือฝูชิง “…”
หูของเธอแดงเป็นครั้งแรก ซือฝูชิงหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว “ฉันขอตัวขึ้นไปก่อน พรุ่งนี้ต้องทำงานแปดโมงเช้าอีก เจ้านายก็ไม่ต้องทำงานหรอก ไปนอนได้แล้ว”
เฟิ่งซานรู้สึกหน้าชา พูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก “นี่…นี่พี่เก้าชมคุณซือจนเธอเขินไปแล้วใช่มั้ย”
อวี้ซีเหิงเหลือบมองเขา
เฟิ่งซานเข้าใจความหมายและรีบออกไปทันที “ผมจะออกไปรดน้ำต้นไม้!”
ด้านนอกมีลมหนาวพัดมา เฟิ่งซานนึกถึงตอนที่เขาจับกุมนักฆ่าคนนั้น เดิมทีนักฆ่าก็ถูกอวี้ซีเหิงคุมตัวไว้ได้อยู่แล้ว
เฟิ่งซานตกอยู่ในความเงียบ “…”
ไม่ใช่ว่าพัดเล่มนี้แค่เอาไว้ใช้พัดและเป็นของประดับเท่านั้นเหรอ
เฟิ่งซานรู้ว่าพัดเล่มนี้เป็นผลงานที่ผู้อาวุโสระดับสูงหลายคนของตระกูลมั่วร่วมกันผลิต วัสดุที่ใช้นั้นเป็นของชั้นหนึ่งไม่มีใครเทียบได้
แต่เขาติดตามอวี้ซีเหิงมานานหลายปีขนาดนี้แล้วก็ยังไม่เคยเห็นอวี้ซีเหิงใช้พัดเล่มนี้มาก่อนเลย
เฟิ่งซานคิดอยู่สักพักก็เปิดกลุ่มแชท
[@น้องเล็กส่งด่วน ไอ้หมาน้อย นายคิดผิดแล้ว]
น้องเล็กส่งด่วน: [???]
[พัดเล่มนั้นของพี่เก้าไม่ได้เอาไว้ใช้พัดอย่างเดียวนะ วันนี้ฉันเห็นแล้วว่ามันเอาไว้ใช้ทำอะไรได้อีก]
ทันทีที่เขาส่งข้อความนั้นออกไปก็มีสายโทรกลุ่มเด้งขึ้นมาทันที
เฟิ่งซานไม่รับสาย เพียงมองดูคนในกลุ่มพากันด่าเขาด้วยความสุข
แค่เขาอยู่ข้างคุณซือเท่านั้นก็จะสามารถทำให้เด็กพวกนั้นกระวนกระวายใจอยู่ไม่เป็นสุขโดยที่ทำอะไรเขาไม่ได้แล้ว
ฟินจริงๆ
**
วันถัดมาเป็นสัปดาห์ใหม่
หนังสือพิมพ์ประจำเมืองหลินและหน้าเศรษฐกิจของเว็บไซต์ข่าวสำคัญๆ รายงานว่าห่วงโซ่ทุนของกลุ่มบริษัทตระกูลเผยขาดสะบั้นลง ซึ่งคาดว่าพวกเขาจะล้มละลายภายในสัปดาห์นี้
ชาวเน็ตที่อ่านโพสต์เวยปั๋วของสำนักงานกฎหมายซิงถิงต่างเชื่อสนิทใจ
[เจ๋งไปเลย ปากซือฝูชิงนี่ผ่านการปลุกเสกมาหรือเปล่าเนี่ย พูดอะไรไว้ก็เป็นอย่างนั้น]
[ยังไม่ไปกราบไหว้กันอีกเหรอๆ ฉันไปกราบไว้มาแล้ว!]
[เพิ่มฉันด้วยคน]
ซือฝูชิงที่เห็นความคิดเห็นเกี่ยวกับปลาคาร์ปในหน้าเวยปั๋วของตนเองก็ตกอยู่ในความเงียบทันที
เธอรีบอ่านข้อความส่วนตัวของแฟนๆ จากนั้นก็ตอบกลับความคิดเห็นบางส่วนแล้วก็ออกไป
หน้าจอคอมพิวเตอร์กลับไปที่ทวีปตะวันออกในเกมคำสั่งสวรรค์
บนหน้าจอเหนือหัวของนักดาบหน้ากากสีเงินมีตัวเลข ‘180’ กระพริบวิบวับแสดงถึงเลเวลสูงสุด
ซือฝูชิงพอใจแล้ว
ดีมาก เธอกำลังรอให้นักพิณในชุดขาวที่ฆ่าเธอในคราวนั้นออนไลน์สักที เธอต้องฟันเขาให้ตกลงไปสิบระดับต่อเนื่อง!
จีสิงจือที่เล่นตัวละครนักฆ่ากำลังเดินวนรอบตัวเธอ
NINE : [ฉันลืมถาม โชคชะตาของฉันถูกแย่งไปอย่างนี้ คนที่แย่งมันไปก็ไม่น่าจะเหมือนกันหมดใช่มั้ย]
จี : [แน่นอนอยู่แล้ว ยิ่งเอาโชคไปจากเธอได้มากก็ยิ่งเอากลับมาได้ยาก เพราะมันแสดงว่าคนนั้นเข้ากับโชคชะตาของเธอได้ดีมาก อีกอย่างพอผ่านไปนานๆ เข้า โชคชะตาของเธอก็จะยิ่งหลอมรวมกันคนคนนั้นได้มากขึ้น ถ้าเธอตาย โชคชะตานี้ก็กลายเป็นของคนคนนั้นโดยสมบูรณ์]
NINE : [(อิโมติคอนยิ้ม)]
จี : [แต่ยิ่งเอาไปมากเท่าไรก็จะยิ่งน่าอนาถมากเท่านั้น จิ๊ๆ ฉันแทบรอดูตอนสุดท้ายไม่ไหว ค่ายกลการถ่ายโอนโชคชะตาระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่องเมียวจิคนหนึ่งจะทำได้ ฉันจะต้องกลับไปถามตาแก่ดูสักหน่อย]
จี : [จริงสิ ดันเจี้ยนใหม่จะเปิดตัววันศุกร์นี้แล้ว เธอเรียกคนมาครบหรือยัง ในฟอรัมเขากำลังพนันกันอยู่เลยว่าเธอจะไหวมั้ย เธออย่าพลาดเชียวนะ]
NINE : [พลาด? ฉันคนเดียวรับมือสิบคน แบกนายคนเดียวก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว ยังจะไปเรียกคนอื่นมาอีกเหรอ]
จี : […]
จี : [สมกับเป็นเธอจริงๆ เทพ NINE]
NINE ที่เป็นตำนานเล่าขานในยุทธภพว่าสามารถฆ่าศัตรูที่เกินเลเวลสี่สิบได้
ซือฝูชิงลุกขึ้น เธอเดินไปหยิบผลไม้ในครัวและเอามันไปเผื่ออวี้ถังด้วย
เธอยังอยู่ในเรือนเล็กที่คฤหาสน์ตามคำขออย่างเอาเป็นเอาตายของอวี้ถัง
ในห้องนอนที่อยู่ถัดไป
อวี้ถังทิ้งตัวลงบนโต๊ะและเริ่มเอาหน้าผากเคาะโต๊ะด้วยสีหน้าหดหู่ “โมโห มันน่าโมโหจริง!”
ซือฝูชิงผลักประตูเข้ามา เธอหรี่ดวงตาจิ้งจอกมอง “ถังถัง เธอทำอะไรน่ะ? เธอทำให้เซลล์สมองตายไปกี่เซลล์แล้ว”
“ฉันกำลังด่าคนอยู่!” อวี้ถังโกรธมาก “คนคนนั้นบอกว่าฉันไม่ได้เรื่อง แถมยังมาด่าว่าฉันเป็นผู้หญิงอีก!”
ฮือๆๆ เธอด่าคนไม่เก่งจริงๆ สู้คนอื่นเขาก็ไม่ได้
ซือฝูชิงเดินเข้าไปแล้วชะโงกหน้ามอง
มันเป็นหน้าจอเกมคำสั่งสวรรค์ที่เธอคุ้นเคยดี
(ออนไลน์) ลูกอมมะนาวใส่น้ำแข็ง : [ผู้หญิงใช่มั้ย! ผู้หญิงจะมาเล่น pvp[1] อะไร อย่าทำให้ขายหน้าได้มั้ย]
(ออนไลน์) ลูกอมมะนาวใส่น้ำแข็ง : [ฉันรำคาญพวกผู้หญิงอย่างเธอจริงๆ ฉันเคลียร์ดันเจี้ยนทีไรก็ต้องมีคนมาถ่วงทุกที มีผู้หญิงเล่นด้วยทีไรฉันไม่เคยผ่านด่านได้เลย ฉันยอมแพ้แล้วโอเคมั้ย บอกฉันหน่อยซิว่าพวกเธอเล่นอะไรเป็นอีกบ้างนอกจากตัวเพิ่มเลือด ออกคำสั่งอะไรไม่เป็นเลยจริงๆ ยอมใจ!]
(ออนไลน์) ลูกอมมะนาวใส่น้ำแข็ง : [หมดคำจะพูดแล้ว ขยะจริงๆ รีบเปิดอันสุดท้ายเลย อย่าทำให้ฉันเสียเวลา]
ระบบ pvp (ผู้เล่นต่อสู้กับผู้เล่น) ของเกมคำสั่งสวรรค์ หากถูกฆ่าครั้งหนึ่งก็จะถูกลดเลเวลและสูญเสียอุปกรณ์
อวี้ถังถูกฆ่าไปสามครั้งและถูดลดลงมาสามระดับ
กว่าจะได้สามระดับนี้เธอต้องฝึกมาเดือนหนึ่งเต็มๆ
เดิมทีอวี้ถังเป็นคนมองโลกในแง่ดี ถ้าแพ้ก็แค่แพ้ แต่สามประโยคนี้ทำให้เธอถึงกับร้องไห้ออกมา
“ได้ อวดดีนัก ดูถูกผู้หญิงงั้นเหรอ” ซือฝูชิงตบหลังพนักเก้าอี้แล้วคลี่ยิ้ม “ถังถัง ลุกขึ้น”
อวี้ถังตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นอย่างไม่รู้ตัวและเห็นซือฝูชิงนั่งลงแทนที่เธอ
[1]Player versus Player โหมดที่ผู้เล่นต่อสู้กันเอง