เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 61 ออร่าลึกลับ
ออร่าของเขาแรงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
แม้ว่าเขาจะนั่งเงียบๆ ก็ยังสามารถทำให้คนอื่นรู้สึกถึงความกดดันราวกับน้ำนิ่งที่ไหลลึกนั้นได้
ตอนนี้เขาเป็นคนลบมันออกไปเอง และนั่นทำให้คิ้วและดวงตาของเขาชัดเจนยิ่งขึ้น
แสงระยิบระยับในดวงตาสีเหลืองอำพันราวกับกาแล็กซีถูกอัดแน่นอยู่ในนั้น
“ขอโทษค่ะ” ซือฝูชิงหันหน้ามา “ฉันไม่รู้ว่าคุณคุยโทรศัพท์อยู่ ฉันจะออกไปก่อน”
อวี้ซีเหิงเองก็ไม่ได้รั้งเธอไว้ เขาพยักหน้าเบาๆ “ได้ อีกเดี๋ยวค่อยเข้ามา”
ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง
เสียงที่ปลายสายอีกด้านพลันหยุดลงเช่นกัน หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเขาก็พูดเสียงสั่น “นายท่าน หูผมต้องเพี้ยนไปแล้วแน่เลย ผมได้ยินเสียงผู้หญิง!”
เห็นได้ชัดว่าอวี้ซีเหิงไม่ได้อยากจะพูดเรื่องนี้ น้ำเสียงของเขานิ่งลึก “ต่อ”
“อ้อๆๆ ยังไงก็ตาม ผมคิดว่าเป็น T18” อีกฝ่ายทำได้แค่ต้องพูดต่อ “ให้ตายเถอะ ผมต้องให้พวกมันเห็นดีให้ได้!”
ด้านนอกประตู
ซือฝูชิงยืนพิงผนัง
เธอไม่รู้ว่าอวี้ซวีเหิงกำลังพูดสายกับใคร แต่เธอได้ยินคำว่า T18
จิ๊
แม้ว่าศิษย์พี่รองของเธอจะอยู่ค่อนข้างไกล แต่บางครั้งเขาก็เหมือนอยู่ทุกที่
ใครจะคิดว่าองค์กรที่เขาก่อตั้งขึ้นในตอนนั้นจะกลายเป็นองค์กรข่าวกรองระหว่างประเทศ แถมเธอยังถูกหลอกให้เข้าร่วมด้วย
คงจะมีเพียงไม่กี่คนในโลกที่รู้ว่า T ของ T18 ไม่ใช่ชื่อย่อของคำภาษาอังกฤษใดๆ แต่เป็นชื่อย่อนามสกุลของศิษย์พี่รองของเธอ
มันยากที่จะมองย้อนกลับไปจริงๆ
ซือฝูชิงถอนหายใจ
ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูห้องหนังสือก็เปิดขึ้นอีกครั้ง
เฟิ่งซานเองก็ขึ้นมาอย่างเร่งรีบพอดี “พี่เก้า T…”
อวี้ซีเหิงยกมือขึ้นเพื่อหยุดคำพูดต่อไปของเขา
เขาหันหน้าไปสบตากับดวงตาจิ้งจอกของหญิงสาวด้วยรอยยิ้มบาง “เธอเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับ T18 หรือเปล่า”
เฟิ่งซานเองก็หันไปมองด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
“มันเป็นตัวย่อในภาษาอังกฤษเหรอ” ซือฝูชิงเอียงศีรษะ “ดูเหมือนจะไม่มีความหมายพิเศษอะไรนะ”
“ไม่ มันเป็นองค์กรข่าวกรอง” อวี้ซีเหิงพูดเนิบนาบ “วันนี้เธอไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
“หือ?” ซือฝูชิงเปลี่ยนเรื่องตามเขา “ฉันโดนด่าจนชินแล้ว ฉันก็แค่ไปหาคนมาช่วยปิดบัญชีเธอเพื่อระบายอารมณ์แค่นั้น”
เฟิ่งซานถามลองเชิง “หาคน?”
“ใช่สิ ฉันจ้างแฮ็กเกอร์ในเว็บไซต์ซื้อขายของมือสองคนหนึ่ง” ซือฝูชิงพูดเรื่อยๆ “เขาบอกว่าเขาไม่มีเงินซื้อโค้ก เขาก็เลยเสนอราคาให้ฉันถูกๆ”
เธอไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นฝีมือของตัวเองแน่นอน
เธอเป็นเพียงปลาเค็มตัวหนึ่งเท่านั้น
เฟิ่งซาน “???”
มันอะไรกันเนี่ย!
เฟิ่งซานมองเธออย่างพูดไม่ออก “คุณซือ ถ้าคุณบอกว่าคุณขายอะไรสักอย่างเพื่อมาซื้อโค้กขวดนึง ผมก็ยังจะเชื่ออยู่หรอกนะ”
“ไม่เชื่องั้นเหรอ” ซือฝูชิงโยนโทรศัพท์มือถือให้เขา “โอเค มันก็เว็บซื้อขายของมือสอง ฉันอุตส่าห์โอนเงินให้เขาไปซื้อลังนึง”
มันระบุข้อมูลการแชทและการซื้อขายไว้อย่างชัดเจน
หลังจากเฟิ่งซานอ่านจบ เขาก็ตกอยู่ในห้วงความคิดอันสับสน
เขาพลันรู้สึกว่ามุมมองต่อโลกของเขาพังทลายลงเล็กน้อย
อวี้ซีเหิงเงยหน้าขึ้น “พอแล้ว ออกไปเถิด”
เฟิ่งซานออกไปและปิดประตูให้อย่างเอาใจใส่ทันที
เขาเห็นว่าซือฝูชิงกำลังรักษาขาของอวี้ซวีเหิง และดูเหมือนว่าจะมีสัญญาณฟื้นตัว เขาเองก็รู้สึกโล่งใจ
แต่เฟิ่งซานมักจะรู้สึกแปลกๆ
เขาลงไปข้างล่างและครุ่นคิดอะไรอยู่นานก่อนจะกดโทรศัพท์ออกไป
เฟิ่งซานเอามือป้องปากแล้วลดเสียงลง “นายคิดว่าคนของ T18 จะไม่มีเงินซื้อโค้กได้มั้ย”
“ไม่มีเงินซื้อโค้กเหรอ ไร้สาระ!” เสียงจากปลายสายอีกด้านหนึ่งดังขึ้นทันที “พวกเขาขายข่าวด้วยราคาสูงมาโดยตลอด แล้วก็เป็นพวกสัตว์ประหลาดใจดำทั้งนั้น จะไม่มีเงินได้เหรอ?!”
“ก็จริง” เฟิ่งซานรู้สึกงุนงง “เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาอยากจะออกมาลองมีประสบการณ์ชีวิต?”
ไม่อย่างนั้นเขาก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าทำไม T18 ถึงลงเว็บซื้อขายของมือสอง?
“มีอะไรเหรอ” อีกฝ่ายถาม “พบคนจาก T18 จริงเหรอ ฉันเพิ่งได้ยินเสียงผู้หญิงในห้องนายท่าน! นี่มันเรื่องอะไร!”
มุมปากเฟิ่งซานกระตุกแต่น้ำเสียงของเขาสงบมาก “นายถามพี่เก้าสิ ถ้าพี่เก้าบอกนาย ฉันก็จะบอกนาย”
อีกฝ่าย “…”
เฟิ่งซานวางสายโดยไม่สนใจอวตารหลายตัวในกลุ่มส่วนตัวที่กำลังสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง
คนพวกนี้อยากจะลงโทษเขา แล้วยังอยากจะได้ข่าวซุบซิบจากเขาอีก ฝันไปเถอะ
ในที่สุดเขาก็รู้สึกอิ่มเอมใจขึ้นมา
เฟิ่งซานพับปิดโทรศัพท์ก่อนจะตระหนักขึ้นได้
การทำดีกับคุณซือทำให้เขามีกินมีใช้จริงๆ
คุณซือพาเขาบินได้!
**
อีกด้านหนึ่ง ณ ค่ายฝึก ‘หนุ่มสาววัยใส’
พรุ่งนี้ช่วงบ่ายจะมีการบันทึกรายการตอนที่สามแล้ว เด็กฝึกทุกคนจึงไม่กล้าที่จะหย่อนยาน
นอกจากการแสดงเพลงประกอบหลักแล้ว แต่ละกลุ่มยังต้องแข่งขันกันเพื่อเลือกเพลงสำหรับการแสดงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก
พอพูดถึงการแสดงเพลงประกอบหลัก มู่เหยี่ยก็เกลียดซือฝูชิงเข้ากระดูกดำทันที
เขาไม่มีโอกาสได้แสดง และทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณซือฝูชิง
ดังนั้นเขาจึงต้องเอาชนะในการแข่งขันแบบแบ่งกลุ่มให้ได้เพื่อที่ตัวเองจะได้มีซีนมากกว่านี้
ลู่เยี่ยนก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขามากนัก เพราะตำแหน่งเซ็นเตอร์ของเพลงประกอบหลักคือเซี่ยอวี้ไม่ใช่เขา
“พี่เยี่ยน พี่คิดว่าพวกเซี่ยอวี้จะเลือกเพลงไหน” มู่เหยี่ยถาม “ถึงเซี่ยอวี้จะเต้นได้ดี แต่การร้องเพลงของเขาก็ไม่เลวเช่นกัน ผมสงสัยว่าเขาจะเลือกเพลง ‘ลำนำภูติแห่งขุนเขา’”
ลำนำภูติแห่งขุนเขา เป็นเพลงภาษาจีนล้วนๆ ไม่มีแร็พ และความยากจัดได้ว่าอยู่ในระดับปานกลาง
แต่ก็ใช่ว่าจะร้องเพลงนี้ได้ง่ายเพราะเนื้อหาเพลงมีความดราม่า
ลำนำภูติแห่งขุนเขาถูกนำมาร้องนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่มีใครทำได้เทียบเท่าต้นฉบับ โดยทั่วไปแล้วก็คือการเลียนแบบแบบหลับหูหลับตา
แต่ลู่เยี่ยนเพิ่งร้องเพลงงิ้วมาได้สักระยะหนึ่งพอดี และเพลงนี้ก็เหมาะกับเขามาก
“บริษัทบอกฉันแล้วเรื่องรายการแข่งขัน มีวิ่งสามขา มีวิ่งและว่ายน้ำผลัดสี่คน” ลู่เยี่ยนขมวดคิ้ว “เราจะไปที่สนามกีฬากลางแจ้ง และจะมีแฟนคลับมากมายมาดูด้วย
ถึงจะนับว่าเป็นการแสดงต่อสาธารณะ แต่ก็เป็นการไลฟ์สด”
การถ่ายทอดสดเป็นสิ่งที่พวกเขากังวลมากที่สุด
หากเป็นการบันทึกก่อนออกอากาศก็สามารถแก้ไขตัดต่อได้ก่อนที่รายการจะเผยแพร่ออกไป
พอเป็นอย่างนั้นทีมงานรายการก็จะสามารถตัดต่อซีนที่มีประโยชน์ต่อลู่เยี่ยนเพื่อชูเขาให้เด่นขึ้นมาได้
มู่เหยี่ยเองก็ร้อนใจ “แล้วจะทำยังไงดี ถ้าเซี่ยอวี้คิดจะแย่งเพลงกับพี่ มันไม่เป็นผลดีกับพี่เลย”
เช้าวันหนึ่งเขาบังเอิญเห็นเซี่ยอวี้กำลังวิ่งสิบกิโลเมตรอยู่
แม้ว่าการเต้นจะเป็นทักษะที่จำเป็นในการเป็นไอดอล แต่ก็ยังห่างไกลจากการออกกำลังกายที่ใช้สมรรถภาพร่างกายแบบนี้
ในบรรดาเด็กฝึกหลายร้อยคนอาจกล่าวได้ว่าไม่มีใครที่มีสมรรถภาพทางกายที่เหนือกว่าเซี่ยอวี้
นอกจากนี้บางคนยังว่ายน้ำไม่ได้ด้วย
“จะต้องมีวิธีสิ” ลู่เยี่ยนพูดเรียบๆ “บริษัทก็จะช่วยพวกเราด้วย”
ทั้งสองคุยกันเบาๆ ขณะเดินลงไปข้างล่าง
บังเอิญไปเจอทีมงานถือกล่องที่มีหมายเลขกำกับอยู่
ลู่เยี่ยนหยุดก่อนจะถามว่า “อะไรเหรอครับ”
เมื่อทีมงานเห็นว่าเป็นลู่เยี่ยนก็อยากจะเอาใจเขา “นี่คือชุดทีมที่จะใช้ในวันพรุ่งนี้ จัดไว้เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้จะแจกให้เด็กฝึกแต่ละคนอีกที”
สายตาของลู่เยี่ยนวาบขึ้นเล็กน้อย เขาคลี่ยิ้ม “ลำบากแล้วครับ”
จากนั้นทีมงานก็ขึ้นไปยังชั้นบนต่อ
มู่เหยี่ยมองลู่เยี่ยนด้วยความงุนงง “พี่เยี่ยน พวกเราไม่ไปห้องซ้อมกันเหรอ”
“รอก่อน” ลู่เยี่ยนส่งสายตาเป็นสัญญาณ “นายตามไป พอหารองเท้ากับเสื้อผ้าของเซี่ยอวี้เจอแล้วก็เอาตะปูสองสามอันและเข็มหรือใบมีดใส่เข้าไป”