เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 62 พบผู้อาวุโส ความประหลาดใจหน้างาน
มู่เหยี่ยนิ่งไปครู่หนึ่ง “พี่เยี่ยน พี่หมายความว่า…”
ลู่เยี่ยนพยักหน้าอย่างสบายๆ “ไม่ต้องให้ใหญ่มากก็ได้ แค่บาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ก็พอ”
คนในเทียนเล่อมีเดียก็เหมือนๆ กันหมด ไม่ว่าเบื้องบนหรือคนข้างล่างก็ไม่ได้ใช้วิธีที่สง่างาม
ยิ่งไปกว่านั้นหากต้องการไต่เต้าในวงการบันเทิงก็ต้องทำทุกอย่างโดยไม่เลือกวิธีการ
ลู่เยี่ยนไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เขาทำจะผิดตรงไหน
“สุดยอดไอเดียเลยพี่เยี่ยน” มู่เหยี่ยตาเป็นประกาย แต่แล้วเขาก็รู้สึกลังเลขึ้นมา “แต่ถ้าคนอื่นรู้เข้า…”
ลู่เยี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกขบขัน “ขอแค่พวกของเซี่ยอวี้ไม่รู้ก็พอแล้ว นายว่าคนอื่นในรายการจะเข้าข้างพวกนั้นเหรอ?”
มู่เหยี่ยสบายใจขึ้นทันที เขาเดินตามทีมงานไปทันทีพลางแวะหาตะปูและใบมีด
ลู่เยี่ยนเดินกลับไปทางเดิม เขาบังเอิญพบเซี่ยอวี้และสวี่ซีอวิ๋นที่กลับมาจากโรงอาหารพอดี
“บังเอิญจังเซี่ยอวี้” สีหน้าลู่เยี่ยนไม่เปลี่ยนแถมยังเผยรอยยิ้มออกมาอีก “พรุ่งนี้จะก็แข่งแล้ว พวกนายพร้อมหรือยัง จะเลือกเพลงอะไร ฉันคิดว่า ‘ลำนำภูติแห่งขุนเขา’ ก็ดีนะ”
เซี่ยอวี้ไม่ได้เหล่มองไปด้านข้าง เดินผ่านลู่เยี่ยนไปโดยไม่แม้แต่จะมองเขาสักนิด
สวี่ซีอวิ๋นเป็นพวกไม่ใส่ใจอะไรอยู่แล้ว เขาเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจลู่เยี่ยนเหมือนกัน
เขาตามเซี่ยอวี้ไปด้วยท่าทางสบายๆ “พี่เซี่ย อาจารย์ซือบอกว่าเธอจะกลับมาพรุ่งนี้เที่ยง รู้สึกว่าเธอจะพาเพื่อนมาด้วยคนนึงนะ”
เซี่ยอวี้ส่งเสียงตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ และยังไม่สนใจลู่เยี่ยนอยู่เหมือนเดิม
ประตูห้องซ้อมเต้นหมายเลขสองปิดลงดังปังหลังจากที่คนทั้งสองเข้าไปแล้ว
ลู่เยี่ยนกำหมัดแน่น สีหน้าของเขาอึมครึมไม่สดใส
ตนเกลียดท่าทางสบายๆ ราวกับอยู่ในโลกของเกมของเซี่ยอวี้ที่สุด เขาทำเหมือนกับไม่เคยเห็นอะไรอยู่ในสายตา
ยังมีซือฝูชิงที่เหลาะแหละนั่นอีก
ตอนนี้เซี่ยอวี้และซือฝูชิงรวมตัวกันและประสบความสำเร็จในการเลื่อนขั้นเป็นคนที่ทำให้ตนรำคาญมากที่สุด
ลู่เยี่ยนเดินเข้าไปในห้องน้ำ เขาหาห้องเล็กๆ และรับสายจากเทียนเล่อมีเดีย “ฮัลโหล? ผมเองครับ คุณต้องการให้ซือฝูชิงทำตัวเองขายหน้าในรายการถ่ายทอดสดวันพรุ่งนี้เหรอครับ”
อีกฝ่ายยังพูดอะไรต่อไปอีกหลายประโยค
ลู่เยี่ยนพยักหน้า “โอเค ผมเข้าใจแล้ว ผมจะให้มู่เหยี่ยไปจัดการเรื่องนี้ เขามีความแค้นกับซือฝูชิงมานานแล้วจึงเป็นตัวเลือกที่ดี”
หลังจากวางสายเขาก็ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ความหดหู่ในใจพลันหายไปในที่สุด
ดูท่าว่าทั้งซือฝูชิงและเซี่ยอวี้จะกลายเป็นผู้เสียสละของรายการ ‘หนุ่มสาววัยใส’ และปูทางให้แก่เขาซะแล้ว
**
ทางด้านคฤหาสน์
อวี้ถังกลับมาในเวลาหนึ่งทุ่ม ทันทีที่เห็นซือฝูชิงอยู่ในห้องนั่งเล่น ดวงตาก็เป็นประกาย รีบวิ่งเข้าไปฝังหน้ากับหน้าอกนั้น “ชิงชิง”
ซือฝูชิงคิดในใจว่า โชคดีที่เธอออกกำลังกายหลังจากตื่นนอนมาตลอด ไม่เช่นนั้นถ้าเธอถูกอวี้ถังกระโจนเข้าใส่ร่างที่ถูกล้วงเอาโชคชะตาไปจนกลวงโบ๋อย่างนี้แล้ว ร่างกายคงต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ แน่
ก่อนที่เธอจะดึงอวี้ถังขึ้นมาก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นก่อน
สงบราบเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจบารมี
“ลุกขึ้น”
อวี้ถึงตัวสั่นและยืนขึ้นอย่างงุ่มง่าม
เธอทำความเคารพและพูดเสียงดัง “รายงานอาเก้า ฉันกำลังพยายามช่วยอาลองสัมผัสก่อนไง! มือของชิงชิงให้ความรู้สึกดีมาก! ฉันทำการทดสอบเสร็จแล้ว โปรดให้คำแนะนำ!”
ซือฝูชิงเกือบล้มลงเพราะอวี้ถังพุ่งเข้าใส่
มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือของซือฝูชิงไว้อย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ลากให้เธอยืดตัวขึ้นได้แล้วเขาก็ปล่อยมือ
ซือฝูชิงหันหน้าไปสบตากับดวงตาหงส์ที่ลึกล้ำของชายหนุ่ม
คิ้วและดวงตาของอวี้ซวีเหิงสงบนิ่ง เขายังคงพูดน้อย “ระวังด้วย”
“ฉันไม่เป็นไร” ซือฝูชิงท่าทางจริงจัง “ฉันไม่มีทางคิดอะไรนอกลู่นอกทางกับเจ้านาย เรื่องนี้ฟ้าดินเป็นพยานได้”
เธอสนใจแต่เงินเท่านั้น
เธอช่างเป็นเด็กน่ารักไร้เดียงสาจริงๆ
อวี้ซวีเหิงเลิกคิ้วของเขาเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปยังอวี้ถัง น้ำเสียงของเขาไม่บ่งบอกอารมณ์ “ห้ามกินช็อกโกแลตหนึ่งเดือน”
อวี้ถังห่อเหี่ยวไปทันที
เธอเกาศีรษะ หรือว่าเธอยังประจบประแจงได้ไม่ดีพอ?
เธอต้องกลับไปตั้งใจเรียนรู้สักหน่อยแล้ว
เฟิ่งซานเพิ่งจะกล้าก้าวออกออกมาจากครัว เขากระแอมเบาๆ “พี่เก้า คุณหนูอวี้ถัง นี่มันก็ดึกแล้ว ผมจะส่งคุณซือกลับแล้วครับ”
อวี้ซวีเหิงส่งเสียงตอบรับ “อืม ไปเถิด”
อวี้ถังอำลาด้วยน้ำตาคลอเบ้า “ชิงชิง เธอต้องมาเยี่ยมฉันบ่อยๆ นะ”
มีเพียงชิงชิงเท่านั้นที่จะช่วยเธอจากเงื้อมมือของอาเก้าได้
ซือฝูชิงก้มลงก่อนจะยิ้มและลูบใบหน้าของอวี้ถัง “ตกลง”
เธอเก็บกล่องยาและเดินออกไป
อวี้ถังเอามือกุมใบหน้า “ฉันถูกชิงชิงทำให้เบี่ยงเบนแล้ว”
เฟิ่งซาน “…”
ทั้งๆ ที่เป็นสายเลือดเดียวกัน แต่ทำไมพี่เก้าของเขาถึงมีหลานสาวที่แตกแถวขนาดนี้
**
วันถัดมา
ซือฝูชิงไปที่โรงพยาบาลเมืองหลิน
ระหว่างทางเธอถือโอกาสตรวจสอบสถานะจัดส่งของพัสดุที่จีสิงจือส่งมาให้เธอ
พรุ่งนี้ของก็จะมาถึงเมืองหลินแล้ว
โชคชะตาของเธอถูกตระกูลจั่วแย่งชิงไป ทุกคนจะได้รับประโยชน์และมีโชคชะตาของเธอไม่มากก็น้อย
ซือฝูชิงดำดิ่งในความคิด
เมื่อเธอได้โชคชะตาส่วนแรกกลับมา เธอก็เกือบเลือกคนแรกที่จะลงมือได้แล้ว
ไม่อย่างนั้นถ้าโชคของเธอยังอยู่ที่คนตระกูลจั่ว เธอจะยืดเส้นยืดสายได้ยากมาก
บนวอร์ดผู้ป่วย พอมู่ชิงเมิ่งเห็นว่าหญิงสาวเข้ามาก็รีบลุกขึ้นนั่งทันที
“มาแล้วเหรอ” เธอดีใจมาก “เมื่อวานฉันยังคุยกับพยาบาลอยู่เลย สงสัยว่าพรุ่งนี้เธอจะมาไหม แต่ไม่คิดว่าจะมาจริงๆ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าฉันกับคุณน้ามู่ใจตรงกัน” ซือฝูชิงพยักหน้าพลางยิ้ม “งานยุ่งมากค่ะก็เลยมาช้า”
“เธอกำลังอัดรายการอยู่เหรอ” มู่ชิงเมิ่งจับมือเธอด้วยความกังวล “ต้องดูแลสุขภาพดีๆ นะ”
“ฉันยังเด็กอยู่เลย” ซือฝูชิงจับชีพจรของมู่ชิงเมิ่งอย่างเบามือ “คุณน้ามู่เป็นโรคหัวใจมานานกว่ายี่สิบปีแล้วใช่มั้ย”
“ใช่แล้ว” มู่ชิงเมิ่งถอนหายใจเบาๆ “ใครจะไปคิดว่าจะต้องมาเจ็บป่วยตั้งแต่อายุยังน้อย ยังไม่ทันได้แก่เลยก็ต้องมาวุ่นวายใจอย่างนี้”
ซือฝูชิงขมวดคิ้วแล้วปล่อยมือของเธอออก
มู่ชิงเมิ่งยิ้ม “วันนี้มีรายการของเธอสินะ? หนุ่มสาววัยใสใช่มั้ย ฉันจะดูแน่”
ซือฝูชิงขยิบตา “คุณน้ามู่ต้องการไปดูที่สถานที่จริงมั้ยคะ วันนี้ส่วนใหญ่เป็นการแข่งขันกีฬา ไม่ได้มีการเต้นอะไรมากมาย ไม่กระทบกระเทือนต่อหัวใจของคุณน้าแน่นอน”
“ได้เหรอ” มู่ชิงเมิ่งประหลาดใจเล็กน้อย “ฉันเข้าไปได้เหรอ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ” ซือฝูชิงเอ่ยต่อ “วันนี้มีถ่ายทอดสดจากสถานที่จริง ฉันมีที่นั่งสำหรับผู้ชม คุณน้ามู่เข้าไปได้เลย”
“ตกลงๆ” มู่ชิงเมิ่งดีใจมาก “ฉันเองก็ฟื้นตัวพอสมควรแล้ว งั้นเดี๋ยวพวกเราไปกัน”
ขณะที่คนทั้งสองกำลังพูดคุยกันก็มีเสียงเคาะประตูห้องคนไข้
เป็นผู้ช่วยพยาบาล
“คุณนาย…คุณนายเฉิน…”
มู่ชิงเมิ่งหุบยิ้มก่อนจะตอบกลับไปอย่างเย็นชา “ไม่พบ บอกเธอไปว่าฉันออกจากโรงพยาบาลแล้ว ต่อไปก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องของฉันอีก”
ผู้ช่วยพยาบาลตอบรับและลงไปแจ้งตามนั้น
**
กลางวัน
ทีมงานรายการได้เช่าสนามกีฬากลางแจ้งในเมืองหลินเป็นพิเศษเพื่อถ่ายทำรายการหนุ่มสาววัยใสตอนนี้
เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดสดครั้งแรก ทีมงานรายการจึงระมัดระวังเป็นอย่างมาก
งานเริ่มตอนบ่ายสองโมง ตอนเที่ยงตรงก็เริ่มจัดให้แฟนๆ เข้าไปในสถานที่แล้ว
เหล่าอาจารย์ที่ปรึกษาเองก็เตรียมพร้อม
มีเพียงซือฝูชิงคนเดียวเท่านั้นที่หายไปอีกแล้ว
“เธอไม่มาอีกแล้ว ลาอีกแล้วเหรอ?” หลีจิ่งเฉินโยนปากกาลงบนโต๊ะ สีหน้าของเขาออกอาการเสียดสี “แล้วจะมาทำไม ถอนตัวออกจากรายการไปซะก็สิ้นเรื่อง เธอนึกว่าที่นี่เป็นบ้านเธอหรือยังไง ผมไม่เคยเจอใครที่ไม่เป็นมืออาชีพได้ขนาดนี้มาก่อนเลย!”
“เมนเทอร์หลีอย่าโมโหไปเลยค่ะ” หลินชิงเหยียนพูดอย่างอ่อนโยน “ปกติซือฝูชิงก็ลาจนเคยตัวอยู่แล้ว อีกอย่างสองสามวันนี้เธอก็มีเรื่องน่าปวดหัวมากจริงๆ จะลาไปพักผ่อนบ้างก็เป็นธรรมดา”
“พอเถอะเมนเทอร์หลิน คุณไม่ต้องแก้ตัวแทนเธอหรอก” หลีจิ่งเฉินยิ่งรำคาญ “เธอเป็นยังไงผมรู้ดี ทำคุณบูชาโทษ”
หลินชิงเหยียนยิ้ม แต่เธอก็ไม่พูดอะไรอีก
หลีจิ่งเฉินมองเวลา “พวกเราลงไปก่อนละกัน จะต้องแจกเสื้อผ้าให้นักเรียนอีก”
หลินชิงเหยียนถามโดยไม่ได้ตั้งใจ “ฉันได้ยินมาว่าอาจารย์ลู่กำลังจะกลับมาจากต่างประเทศตอนที่จะมีการแสดงต่อสาธารณะในตอนหน้า ฉันตื่นเต้นจังเลยค่ะ”
ในรายการหนุ่มสาววัยใสนอกจากอาจารย์ที่ปรึกษาทั้งสี่คนแล้ว ยังมีผู้สนับสนุนกลุ่มบอยแบนด์อีกคนหนึ่ง
เธอเป็นเทพี
เพียงแต่เธอยุ่งมาก สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอก็อยู่ในต่างประเทศ จึงได้เข้าร่วมแค่ตอนแรกเท่านั้น
หลีจิ่งเฉินพยักหน้า “ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ”
อาจารย์ที่ปรึกษาทั้งสามคนลงไปข้างล่าง
ตรงทางเข้าซือฝูชิงนำมู่ชิงเมิ่งเข้ามา
หลินชิงเหยียนตาไว เธอเห็นเข้าทันที
“เมนเทอร์ซือ คุณจะนำคนนอกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางรายการไม่ได้นะ?” เธอพูดเสียงสูงอย่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “คุณคือ?”
หลีจิ่งเฉิงนิ่วหน้าอีกครั้งและตำหนิเธอทันที “มาสายไม่ว่า แต่นี่คุณยังไม่เคารพกฎอีก คุณคิดจะทำอะไรกันแน่? ถ้าคุณทำหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษาไม่ได้ก็ไม่ต้องทำมันแล้ว!”
มู่ชิงเมิ่งย่อมได้ยินเช่นกัน เธอหันกลับมา “คุณซือ เป็นเรื่องลำบากที่จะพาฉันเข้าไปใช่มั้ย ไม่อย่างนั้นฉัน…”
ซือฝูชิงห้ามเธอก่อนจะช้อนสายตาขึ้น “เข้าไปได้ ไม่ลำบากค่ะ”
พอมู่ชิงเมิ่งหันหน้ามา ใบหน้าของเธอก็เปิดเผยแก่สายตาคนอื่นๆ เช่นกัน
หลีจิ่งเฉินกำลังจะตำหนิเธอต่อ แต่ทันใดนั้นเขาก็หยุดชะงักด้วยความตกใจเล็กน้อย “ผู้อาวุโสมู่?!”