เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 79 หนทางสู่การสังหารหมู่เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
[ช่วงเวลาที่เข้มข้นที่สุดมาถึงแล้ว เพื่อนๆ ทำใจให้ดีๆ ไว้นะ!]
[พี่สาวทั้งหลาย ถ้าลัวก็กอดผมไว้นะแน่นๆ นะ ผมสูง 180 หนัก 90 อยู่กับผมอบอุ่นปลอดภัยแน่นอน]
[ไป๊!!!]
เวลานี้หน้าจอแสดงความคิดเห็นกำลังบ้าคลั่ง พวกเขายังพ่นอะไรออกมากันไม่หยุด
แต่ซือฝูชิงกลับไม่ได้มองมันเลยสักนิด
เธอล้างหน้าด้วยน้ำร้อนอย่างไม่เร่งรีบ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดให้สะอาด แล้วเงยหน้าขึ้น
หน้าจอดูเหมือนจะสั่นอย่างรุนแรงอยู่ครู่หนึ่ง มันเบลอเพราะจับโฟกัสไม่ได้ในช่วงแรก
แต่ถึงจะเบลอก็ยังเห็นได้ว่าผิวหนังบนใบหน้าที่อยู่หน้ากล้องนั้นอิ่มน้ำจนแทบจะแตกได้
“…”
หน้าจอแสดงความคิดเห็นทั้งหมดหยุดลงในทันที
คำก่นด่าก่อนหน้านี้หายเกลี้ยง
ซย่าเซิงเขย่าเมาส์ด้วยความสงสัย “หลุดเหรอ”
“ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะคะ” ผู้ช่วยเยาะเย้ย “พี่เซิง เธอรู้วิธีสร้างบรรยากาศจริงๆ เธอคิดว่าเบลอกล้องแล้วจะเทียบกับพี่ได้เหรอ”
พวกโฮสต์ไลฟ์สดมักจะทำอย่างนี้กัน พวกเขาจะไม่โผล่หน้ามาทั้งหมด แล้วใช้ฟิลเตอร์หลายชั้นเพื่อให้ดูลึกลับ
ก่อนที่ผู้ช่วยจะกดรีเฟรชเรียกหน้าจอขึ้นมาใหม่ ในที่สุดกล้องก็จับโฟกัสได้สำเร็จ
หน้าจอเผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวอย่างเต็มที่
มันชัดเจนจนไม่ว่าใครก็เห็นขนตาที่เรียวยาวและดกหนาของเธอ เห็นแม้กระทั่งหยดน้ำเล็กๆ ที่เกาะอยู่บนเส้นผมที่หน้าผาก
นี่คือใบหน้าอันไร้ที่ติใดๆ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน แม้แต่รูปทรงของริมฝีปากและสีปากก็สมบูรณ์แบบ
เมื่อไม่มีการปรุงแต่งจากเครื่องสำอาง ตรงกันข้ามคิ้วและดวงตาของเธอกลับดูลุ่มลึกและงดงามราวกับภาพวาด
ยามลืมตาและหลับตาเหมือนแสงลอยผ่านไป
ดวงตาจิ้งจอกคู่นั้นน่าหลงใหลแต่รอยยิ้มกลับไปไม่ถึงดวงตา แววตาเจือความเยือกเย็น ซึ่งเพิ่มความเกียจคร้านที่ดูไม่เข้ากันเล็กน้อย
ซือฝูชิงเสยผมบนหน้าผากขึ้นด้วยมือข้างหนึ่ง ท่าทางยังคงดูสบายๆ “ตอนนี้ เรามาเริ่มลบเครื่องสำอางเป็นครั้งที่สอง”
เธอหยิบคลีนซิ่งออยล์ออกมาอีกครั้งแล้วเช็ดบนใบหน้า
หน้าจอแสดงความคิดเห็นยังคงอยู่ในสภาพหยุดนิ่ง
จนกระทั่งซือฝูชิงล้างเครื่องสำอางเสร็จเป็นครั้งที่สอง จากนั้นกล่องคอมเม้นต์ก็เต็มไปด้วยเครื่องหมายอัศเจรีย์
หลังจากเงียบไปอีกสามสิบวินาที หน้าจอแสดงความคิดเห็นก็เริ่มบ้าคลั่งอีกครั้งยาวเต็มพรืดทันที!
[เชี่ย!!!]
[ฉันเห็นอะไรเนี่ย???]
[ฉันตาบอดแล้วๆๆ!]
[อ๊ากกกก แม่งเอ้ย ฉันไม่สามารถอธิบายสิ่งที่ฉันเห็นได้จริงๆ!]
[เดี๋ยวนะ ให้ฉันไปล้างตาก่อน ฉันต้องลืมตาผิดวิธีแน่ๆ เลย]
[ลูกรักพระเจ้า! ช่วยด้วย ฉันกำลังเห็นใบหน้าลูกรักพระเจ้า! แม่ช่วยลูกด้วย!]
จริงอยู่ที่ในวงการบันเทิงมีดาราหลายคนถูกเรียกว่าลูกรักพระเจ้า แต่โดยทั่วไปแล้วพวกเขามักจะถูกแฟนคลับของตัวเองชมซะมากกว่า
อย่างน้อยก็จนถึงตอนนี้ยังไม่มีดาราคนไหนในวงการบันเทิงในต้าซย่าที่สามารถรวมรสนิยมของทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียวได้อย่างแท้จริง
หากจะมีก็มีแค่อวิ๋นหลานคนเดียวเท่านั้น
แต่อวิ๋นหลานมักจะอยู่ที่เก๋อหลินเอินและไม่ค่อยมาที่ต้าซย่า สำหรับคนต้าซย่าแล้วจึงเป็นความรู้สึกห่างเหิน
นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนถูกความงามโจมตีรุนแรงระดับนี้
[การพิสูจน์เสร็จสิ้น ไม่มีฟิลเตอร์ ไม่มีการแต่งภาพ! ลบเครื่องสำอางไปสองครั้ง ไม่มีอะไรจะสดไปกว่านี้อีกแล้ว!]
[ไร้สาระสิ้นดี! ฟิลเตอร์อะไรจะสวยได้ขนาดนี้ ฟิลเตอร์ความงามไม่คู่ควรหรอก นี่มันผลงานของเจ้าแม่หนี่ว์วา[1]!]
[วู้ฮู้วววว ตาคู่นี้ จมูกนี่ ริมฝีปากนี่ ภรรยาที่ฟ้าลิขิตไว้ให้ผม ในที่สุดคุณก็ปรากฏตัวเสียที!]
[คนก่อนหน้าไสหัวไปเลยนะ อย่ามาแย่งภรรยากับผม!]
[ฉันผิดไปแล้ว ที่ฉันเคยว่าซือฝูชิงขี้เหร่ ฉันจะตบปากตัวเองสามร้อยทีเดี๋ยวนี้!]
ลมกลับทิศในชั่วพริบตา
แม้ว่าจะมีแอนตี้แฟนด่าว่าซือฝูชิงทำศัลยกรรมพลาสติก แต่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของความคิดเห็นนั้นกำลังกรีดร้อง
คำว่า ‘ลูกรักพระเจ้า’ หลากสีปกคลุมทั้งหน้าจอ และจำนวนคนในห้องถ่ายทอดสดก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ
จาก 1.9 ล้านคนที่ดูออนไลน์ในตอนแรกเพิ่มขึ้นเป็น 8.9 ล้านคนอย่างรวดเร็ว
ความนิยมยังพุ่งสูงถึง 40 ล้าน!
ห้องถ่ายทอดสดไม่มีคำเยาะเย้ยและเหยียดหยามอีกต่อไป แต่กลายเป็นการส่งของขวัญแทน
ซีโย่วทีวีไม่จำเป็นต้องโปรโมตเป็นพิเศษ ห้องถ่ายทอดสดของซือฝูชิงถูกเลื่อนขึ้นไปอยู่ในอันดับหนึ่งทันที
“พี่เซิง… พี่เซิง!” ผู้ช่วยเบิกตากว้าง สีหน้าของเธอแทบจะกลายเป็นหวาดกลัว “เธอ เธอๆๆ…”
ซย่าเซิงจ้องหน้าจอตาไม่กะพริบ นิ้วของเธอสั่นระริก “เป็นไปได้ยังไง…”
คนเราสามารถมีรูปลักษณ์แบบนี้ได้จริงๆ เหรอ
สามร้อยหกสิบองศาไม่มีจุดบอดเลย ผิวละเอียดจนมองไม่เห็นรูขุมขน แถมยังขาวจนเปล่งประกาย
ซย่าเซิงลูบไล้ใบหน้าตัวเองโดยไม่รู้ตัว
ปีนี้เธออายุยี่สิบสี่ปีแล้ว ถือว่ายังอ่อนวัยมาก แต่เธอกลับมีรอยที่ร่องแก้มรวมถึงริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาแล้ว
แม้ว่าเธอจะสามารถปกปิดข้อบกพร่องเหล่านี้ได้ด้วยเครื่องสำอาง แต่ใครล่ะจะไม่อยากมีผิวพรรณที่ดี?
ซย่าเซิงพึมพำ “มิน่าล่ะ…”
ไม่น่าแปลกใจที่ซีเจียงเยวี่ยปฏิเสธที่จะพูดคุยเรื่องนี้และไม่เคยแยแสเธอเลย
ซือฝูชิงไม่จำเป็นต้องมีทักษะการแสดง และไม่จำเป็นที่จะต้องเต้นและร้องเพลงได้
แค่เอาใบหน้านี้ขึ้นจอใหญ่ก็พอแล้ว
เหตุผลที่ว่าทำไมไอดอลถึงกลายเป็นนักแสดงได้ยากก็เนื่องจากหน้าจอขนาดใหญ่จะขยายส่วนที่บกพร่องของใบหน้าให้ชัดขึ้นนั่นเอง
ข้อบกพร่องเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดแสงบนเวที แต่ไม่มีทางทำได้ในทีวี
มีกำแพงกั้นระหว่างรูปลักษณ์ของไอดอลกับดารานักแสดงอยู่เสมอ
แต่ซือฝูชิงไม่ต้องกังวลเรื่องดังกล่าวเลย
แม้จะห่มกระสอบ ใบหน้าของเธอก็ยังดูดี
“พี่เซิง เธอ…” ผู้ช่วยเม้มริมฝีปาก “แต่ความสามารถของพี่แข็งแกร่งกว่านี่นา! พี่ดูสิว่าใบหน้าเธอไร้ที่ติ แต่หน้าเธอคมเข้มเกินไป ไม่เหมาะกับสไตล์โบราณเลยสักนิด!”
ซย่าเซิงได้ยินอย่างนั้นก็มองไปที่หญิงสาวบนหน้าจออย่างพินิจพิจารณาอีกครั้ง ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น “เธอเหมือนใครสักคน…”
ผู้ช่วยชะงักไปเล็กน้อย “ใครอ่ะ?”
ซย่าเซิงครุ่นคิดอยู่นาน ทันใดนั้นอีกใบหน้าหนึ่งก็แวบเข้ามาในความคิด
คุณหนูจี้แห่งเมืองซื่อจิ่ว
เธอเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปที่หน้าจออีกครั้ง มือที่จับเมาส์ไว้กำแน่นขึ้น “เหมือนจริงๆ…”
ซย่าเซิงเม้มริมฝีปาก แต่ในที่สุดก็ไม่ได้โทรหาอวี้เย่า
เธอไม่ต้องการให้อวี้เย่ารู้ว่าซือฝูชิงหน้าเหมือนใคร
ผู้ช่วยมองผู้ชมที่กำลังอวยซือฝูชิงอย่างบ้าคลั่ง รู้สึกอิจฉาอยู่ในใจ “พี่เซิง ถึงเธอจะหน้าตาดี แต่เธอก็แค่แจกันใบหนึ่งเหมือนกัน”
“พอเถอ ฉันเหนื่อยแล้ว” ซย่าเซิงเอ่ยตัดบท “เธอออกไปเถอะ ฉันจะพักผ่อนแล้ว”
ผู้ช่วยใบหน้าร้อนผ่าว “ค่ะ”
**
ครั้งนี้ไม่จำเป็นจะต้องใช้กำลังเสริมใดๆ เลย ซือฝูชิงติดอันดับคำค้นหายอดนิยมทันที
แถมนี่ยังเป็นครั้งแรกที่คำค้นหายอดนิยมของซือฝูชิงไม่ใช่ทางลบ
#ซือฝูชิง ใบหน้าที่แท้จริง#
#ลูกรักพระเจ้าต้าซย่า#
#เทคนิคการแต่งหน้าของซือฝูชิง#
นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตจำนวนมากที่ไม่ได้ดู ‘หนุ่มสาววัยใส’ และไม่รู้จักสตาร์รี เกิร์ลกรุ๊ป พอพวกเขาเห็นคำว่า ‘ลูกรักพระเจ้า’ ก็เข้ามาดูด้วยความสงสัย
ก่อนที่พวกเขาจะกดเข้ามาดู ชาวเน็ตทุกคนก็หวังว่าจะเข้ามาด่าสักหน่อย ใครกันนะที่ถูกอวยว่าเป็นลูกรักพระเจ้า
แต่หลังจากที่กดเข้าไปแล้วพวกเขาทั้งหมดก็ชะงักงัน
มัน…ดูเหมือนว่าจะด่าไม่ได้?
ในไม่ช้าบล็อกเกอร์บางคนที่ศึกษาเรื่องรูปร่างหน้าตาก็ได้เผยแพร่ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังการแต่งหน้าของซือฝูชิง
[ไม่สิ เธอหน้าตาอย่างนี้แล้วยังจะแต่งหน้าอีกเหรอ? ถ้าฉันสวยได้สักหนึ่งในสิบส่วนของเธอ ฉันจะหน้าสดออกไปข้างนอก บังคับให้คนอื่นมองฉันทุกวันเลย!]
[คดีคลี่คลายแล้ว ทุกคนไม่ใช่ว่าซือฝูชิงขี้เหร่นะ มือเธอต่างหากที่ไม่ได้เรื่องไม่รู้วิธีแต่งหน้า(ยิ้ม)]
[ขอร้องละ ซือฝูชิงแต่งหน้าไม่เป็นไม่เป็นไร ฉันจะส่งมือฉันไปให้ ฉันสัญญาว่าจะแต่งหน้าสวยๆ ให้เธอเอง]
[แต่งได้ดีมาก ครั้งหน้าไม่ต้องแต่งหน้าแล้ว]
[กลุ่มแฟนคลับอยู่ที่ไหน? เร็วเข้า!! ใครก็ได้มาลากฉันเข้ากลุ่มหน่อย! ตอนนี้ฉันอยากเป็นแฟนคลับตัวยง!]
อวี้ถังกำลังชมการถ่ายทอดสดอย่างคลั่งไคล้อยู่เหมือนกัน “อาเก้า ดูสิ! ดูชิงชิงของพวกเราสิ สวยจริงๆ! ในที่สุดก็ลบเครื่องสำอางออกแล้ว แม่ปลาบปลื้มมาก!”
อวี้ซีเหิงทวนสี่คำสุดท้ายออกมาอย่างช้าๆ “แม่ปลาบปลื้มมาก?”
เฟิ่งซานไหวพริบดี รีบก้าวไปข้างหน้าทันทีเพื่ออธิบาย “พี่เก้า แฟนคลับดารามีการแบ่งประเภทด้วยครับ มีแฟนคลับที่คิดว่าตัวเองเป็นแฟนของไอดอล แฟนคลับที่คิดว่าตัวเองเป็นเพื่อน และแบบที่เป็นแม่ เป็นพี่สาวก็มี
แฟนเกิร์ลคลั่งไคล้ไอดอลในฐานะแฟน ส่วนแฟนคลับตัวแม่มองเห็นไอดอลเป็นลูกสาว เอาเป็นว่ามันค่อนข้างซับซ้อน”
“อ้อ?” อวี้ซีเหิงเหลือบมองอวี้ถัง “มองไม่ออกน่ะ”
อวี้ถังรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกเยาะเย้ย
เธอแค่นเสียงออกมาทันที “อาเก้า ฉันขอแช่งให้อาเก้าหาแฟนไม่ได้!”
อวี้ซีเหิงไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น “ไม่จำเป็น”
อวี้ถังถึงกับแน่นิ่งไปเลย
แม้ว่าอวี้ซีเหิงจะอยู่ในสภาพที่ถูกตระกูลอวี้ทอดทิ้ง แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนตระกูลอวี้ หลายปีมานี้มีคนต้องการแต่งงานกับเขาเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไม่น้อย
อาเก้าของเธออายุยี่สิบหกปีแล้วแต่ยังไม่แต่งงาน อีกทั้งยังไม่มีเพศตรงข้ามอยู่ข้างกาย
เธอไม่ควรแช่งเขาด้วยเรื่องแบบนี้เลยจริงๆ
อวี้ถังแค่นเสียงอีกครั้ง “ฉันจะดูชิงชิงที่รักของฉันแล้ว ไม่สนใจอาแล้ว!”
การถ่ายทอดสดยังคงดำเนินต่อไป
“อ้อ ทำไมต้องแต่งหน้าตลอดเวลา” ซือฝูชิงเอามือทั้งคู่เท้าคางพลางกะพริบตาเล็กน้อย “เพราะฉันหน้าตาดีมากเลยกลัวว่าพวกเธอจะตกหลุมรักฉัน ดูพวกเธอตอนนี้สิ
หยุดเลียหน้าจอได้แล้ว ใจเย็นๆ ทุกคนในต้าซย่ากำลังดูอยู่ อย่าลืมใส่กางเกงด้วย”
ทั้งหน้าจอ “…”
[แม่เจ้า! ทำไมผู้หญิงคนนี้อวดดีจัง แถมยังหน้าตาดีขนาดนี้อีก?!]
[ชิงชิงที่รัก พวกเราไม่พูดคำหยาบคายกันได้มั้ย? ทำไมเธอถึงพูดเก่งขนาดนี้เนี่ย?]
[ที่รัก! ที่รักมองผมหน่อยน้า!]
“เอาละ เครื่องสำอางก็ลบออกแล้ว พอใจแล้วใช่ไหม” ซือฝูชิงบิดขี้เกียจ “ฉันจะออกละ จะไปกินไก่ทอดกับโคล่า ฉันจะไม่วางยาพวกคุณตอนดึกแล้ว”
เธอคลี่ยิ้มจนดวงตาจิ้งจอกโค้งขึ้น จากนั้นก็โบกมือ “บ๊ายบาย”
ชาวเน็ตที่ยังอยากดูต่อ “???”
[เฮอะ ผู้หญิงคนนี้กำลังใช้ความงามหลอกฆ่าคน! ให้ตายเถอะแต่ผมหลงกลเธอแล้วทำไงดี]
[ฉันจะดู ‘หนุ่มสาววัยใส’ ฉันจะโหวตให้ชิงชิงด้วย ใครก็อย่ามาห้ามฉันนะ!]
[คุกเข่าขอร้องให้ไลฟ์ทุกวันเลย กินไก่ทอดให้ดูก็ได้]
[ฉันละยอมพวกที่ดูคนฉาบฉวยแบบพวกนายจริงๆ แค่ดูดีก็พอเหรอ? วงการบันเทิงไม่ได้ต้องการคนที่มีความสามารถจริงๆ หรอกเหรอ? ซือฝูชิงไม่มีความสามารถ! อีกอย่างเธอต้องทำศัลยกรรมมาแน่ๆ!]
[ตลกล่ะ แค่มีหน้าตาดียังไม่พอเหรอ? ดูหน้าคนในวงการบันเทิงตอนนี้สิว่ามีคนหน้าตาดีกี่คน]
[ฉันขอประกาศตัวเลยว่าเป็นพวกสนแต่หน้าตา ตั้งแต่นี้ไปฉันจะเริ่มเป็นแฟนคลับของซือฝูชิง]
[สร้างกลุ่มเลยเพื่อนๆ ชื่อกลุ่มแฟนคลับล่ะ?]
ในเวลาเพียงสองชั่วโมงแฟนๆ ที่ติดตามเวยปั๋วของซือฝูชิงก็เพิ่มขึ้นจากเก้าแสนเป็น 5.5 ล้านคนทันที
ตอนสามทุ่มความร้อนแรงถึงค่อยลดลงเล็กน้อย บัญชีทางการของซีเจียงเยว่โพสต์ข้อความเวยปั๋วออกมาอีกครั้ง
ซีเจียงเยวี่ย : [ข้างต้นนั้นเป็นเหตุผลทั้งหมดที่เราเลือกคุณซือ บริษัทของเราขอรับรองว่ากระบวนการสัมภาษณ์ทั้งหมดเป็นไปอย่างยุติธรรม หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อเรา]
พวกเขาไม่ได้พูดชื่อออกมาตรงๆ แต่ชาวเน็ตที่เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดต่างรู้ว่าพวกเขาพูดถึงใคร
มีคนคลิกไปยังบัญชีเวยปั๋วหมอนใบน้อยของซย่าเซิงและพบว่าเธอออกจากระบบหนีไปแล้ว
[อย่าหนีสิ หนีทำไม อยากเห็นว่าซือฝูชิงหน้าตาเป็นยังไงไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ได้เห็นแล้วยังจะพูดอะไรอีกมั้ย]
[แฟนๆ ของซย่าเซิงพูดจารุนแรงเกินไป ถูกตบหน้าดังพอควรเลยทีนี้]
[หน้าตาของซือฝูชิงแบบนี้ ต่อให้มีซย่าเซิงสักร้อยคนก็ไม่พอนะ]
[ยังจะมีใครเทียบซือฝูชิงได้อีก??? นอกจากอวิ๋นหลานจะออกมา แต่ถ้าอวิ๋นหลานออกมาจริงๆ ทั้งสองคนก็น่าจะสูสีกัน]
[เอ่อ เปรียบเทียบได้เฉพาะในแง่ของรูปลักษณ์หน้าตาเท่านั้นนะ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น ทุกคนในวงการบันเทิงของต้าซย่ารวมกันคงยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับอวิ๋นหลานได้]
[อย่าลากอวิ๋นหลานมา ยังคงเป็นคำเดิม เธอสูงส่งมากและไม่มีใครคู่ควร]
ค่ำคืนนี้ถูกกำหนดให้เป็นงานรื่นเริงของกลุ่มคนคลั่งหน้าตา
กลุ่มแฟนคลับของซือฝูชิงดึงดูดกลุ่มแฟนๆ ได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาเริ่มจัดตั้งกลุ่มต่อต้านแอนตี้แฟนและกลุ่มผู้มีสิทธิ์โหวต
[ให้ตายเถอะ มีโฮสต์อยู่แล้ว ผมก็อยากเป็นโฮสต์นะ]
[นี่มันศัตรูหัวใจคนไหนกัน! ออกมาเลย! ถ้าไม่สะสางแค้นที่แย่งภรรยาไปก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษแล้ว!]
ศัตรูหัวใจอย่างอวี้ถังเขย่าโทรศัพท์อย่างได้ใจ “อาเก้า ดูสิคะ ฉันเป็นแอดมินของกลุ่มชิงชิงด้วย! พวกเขากำลังอิจฉาฉัน เฮอะ! ใครใช้ให้ฉันเป็นผู้โชคดีคนแรกที่ได้ค้นพบความงามที่ไม่มีใครเทียบได้ของชิงชิงกันล่ะ”
อวี้ซีเหิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำ เอ่ยเสียงเรียบ “แม้ว่าเธอจะได้รับการแนะนำให้เข้าเซี่ยต้าได้แล้ว ไม่ต้องเข้าเรียนเทอมนี้ก็ได้ แต่จะเล่นโทรศัพท์มากไม่ได้ ต่อไปหลังจากสองทุ่มแล้วห้ามเล่นโทรศัพท์ เฟิ่งซาน”
เฟิ่งซานรีบยึดโทรศัพท์มือถือของอวี้ถังทันที
อวี้ถังตกตะลึง “อาเก้า อาไม่ใช่คนแล้ว!”
เธออายุสิบแปดปีแล้วนะ!
“อืม” อวี้ซีเหิงเท้าศอก “ฉันไม่ใช่คน”
อวี้ถังห่อเหี่ยวไปหมด “ฮือๆๆ ฉันยังต้องโหวตให้ซือฝูชิงอีกนะ อาเก้าให้ฉันดูกลุ่มโหวตเมนเทอร์หน่อยเถอะนะว่าชิงชิงชนะแม่ชาเขียวแซ่หลินนั่นได้หรือยัง!”
เฟิ่งซานทนไม่ได้ “เดี๋ยวผมเปิดให้คุณดูก็แล้วกัน”
ในขณะที่พูดเขาก็เปิดหน้าลงคะแนนไปพลาง
[1]เจ้าแม่หนี่ว์วา เป็นเทพธิดาแห่งสรวงสวรรค์ตามความเชื่อของชาวจีนโบราณ ในฐานะมารดาผู้สร้างมนุษย์ ผู้ซ่อมเสาค้ำสวรรค์ อีกทั้งยังเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องโลกใบนี้จากภัยพิบัติต่างๆ