เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 108 สองยานอวกาศ
บทที่ 108 สองยานอวกาศ
เซินหนั่วเดินเข้ามาในตึกพาราไดซ์หมายเลข 1 ด้วยสีหน้าสับสน
ในหัวของเขายังคงสะท้อนคำพูดของคุณป้าคนโตที่บอกว่าที่ที่ไอดอลของเขาไลฟ์สตรีมอยู่นั้นยังเป็นปริศนา เพราะมีการจัดการพื้นหลังเพื่อซ่อนสถานที่จริงไว้
และคุณป้ากลับบอกเขาว่าที่จริงแล้วไอดอลของเขาก็เป็นหนึ่งในห้าคนที่ซื้อบ้านพักในพาราไดซ์หมายเลข 1 ด้วย
ตั้งแต่ทิศทางความคิดเห็นในโลกออนไลน์เริ่มเปลี่ยนไป อิซาเบลล่าก็หลบซ่อนตัวในพาราไดซ์หมายเลข 1 มาโดยตลอด ซึ่งการไลฟ์สตรีมก็ทำที่นี่เหมือนกัน
อิซาเบลล่าก้าวเข้าสู่เส้นทางในวงการบันเทิงมาหลายปีแล้ว ทีมงานของเธอล้วนแต่เป็นมือเก๋าทั้งนั้น พวกเขาสามารถปกปิดข่าวนี้ได้อย่างแนบเนียน แต่สำหรับตระกูลใหญ่ทั้งเจ็ดในสภา หากต้องการเก็บความลับไว้ไม่ให้พวกเขารู้ ก็ต้องมีคู่แข่งที่มีพลังเทียบเท่ากันเท่านั้นที่สามารถทำได้
ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลเซินเองก็มีบ้านพักในพาราไดซ์หมายเลข 1 เช่นกัน โดยบังเอิญบ้านของตระกูลเซินยังเป็นบ้านข้าง ๆ กับของอิซาเบลล่าอีกด้วย อย่างไรก็ตามตระกูลเซินมีสมาชิกครอบครัวไม่มากนัก ส่วนใหญ่มีตำแหน่งสำคัญในองค์กร หรือกลายเป็นนักธรรมชาตินิยมที่ต้องออกไปทำงานข้างนอก จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครย้ายมาอาศัยที่บ้านหลังนั้นเลย
แต่ตอนนี้จะมีคนมาอยู่แล้ว
เซินหนั่วพร้อมกับคนรับใช้คนสนิทของเขาเดินไปยังบ้านของตระกูลเซินผ่านแท่นลอยตัวในอากาศ
โดยอาศัยทางน้ำที่ขุดขึ้นมาโดยมนุษย์ ลู่จินกู้ได้จัดทำ ‘กำแพงหยกที่ล้อมรอบ’ ไว้สำหรับที่อยู่อาศัยระดับสูงทั้งห้าหลัง ดังนั้นบ้านทั้งห้าหลังจึงไม่ได้ตั้งเรียงเป็นระเบียบ แต่มีระยะห่างกันเล็กน้อย มีเพียงสองหลังที่อยู่ใกล้ทางออกน้ำพอดีที่เหมือนเป็น ‘เพื่อนบ้าน’ กันจริง ๆ
เซินหนั่วรู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน ดังนั้นอีกหลังหนึ่งจึงน่าจะเป็น…
สายตาของเขาหันขวับไปยังบ้านอีกหลัง
ถึงแม้ว่าเขาจะตามดูการแสดงสดของอิซาเบลล่าทุกครั้ง แต่ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้
แต่บ้านที่นี่เป็นบ้านสไตล์โบราณที่มีห้าชั้น มีกำแพงสูงล้อมรอบ ซึ่งมองจากภายนอกแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย
ถึงกระนั้นเซินหนั่วก็พอใจมาก
อากาศใกล้ไอดอล ช่างหวานหอมเหลือเกิน แต่จริง ๆ แล้ว อากาศที่พาราไดซ์หมายเลข 1 นั้นอาจจะดีอยู่แล้วก็ได้
ในขณะที่เซินหนั่วเดินเข้าบ้านของตัวเองอย่างมีความสุข เซินโหย่วชิงก็ได้ส่งทีมหนึ่งออกไปอย่างลับ ๆ เช่นกัน
ปัจจุบันตระกูลเซินมีนักธรรมชาตินิยมสามสิบแปดคน โดยครึ่งหนึ่งออกไปหาลู่ทางเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ
ในขณะนี้มีหกคนที่กำลังพักผ่อนอยู่ในดาวเคราะห์หมายเลข 6 และเธอได้ส่งคนทั้งหมดออกไป พร้อมกับจัดกองทหารส่วนตัวของตระกูลเซินมาคุ้มครองเป็นพิเศษ
กลุ่มคนเหล่านี้ขึ้นยานอวกาศที่มีความเร็วสูงสุด มุ่งตรงไปยังดาวเคราะห์ 6752
ขณะดำเนินการเช่นนี้เธอได้ตั้งใจทำการปกปิดโดยไม่ให้หกตระกูลที่เหลือรู้ตัว
และเพราะเหตุนี้เอง ตอนที่ลู่จินกู้ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบว่ามีวัตถุบินไม่ทราบฝ่ายที่อาจเป็นอันตรายปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าพาราไดซ์หมายเลข 3 เธอจึงหยิบกล้องส่องทางไกลมาสังเกตการณ์ แล้วก็พบว่ามันดูเหมือนเป็นสองกลุ่มที่แตกต่างกัน
กลุ่มแรกคือนักธรรมชาตินิยมของตระกูลเซิน และอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มนักรบกล้าตายที่ต้าฉือเฟยหยวนส่งมา
ทั้งสองฝ่ายต่างตกใจอย่างมาก
ทว่าต่างฝ่ายต่างได้รับคำสั่งจากทางบ้านให้อุบเงียบเอาไว้ ดังนั้นจึงไม่มีใครแสดงตนออกมา แต่กลับเผชิญหน้ากันอย่างเงียบ ๆ
ท่าทางการมองท้องฟ้าของลู่จินกู้ทำให้เซินไห่เฉิงสงสัย เธอเข้ามาใกล้และถามด้วยความอยากรู้ “กำลังมองอะไรอยู่น่ะ?”
ลู่จินกู้ส่งกล้องส่องทางไกลให้ และก้มหน้าครุ่นคิด
มีหลายคนที่อยากจะตามหาเธอ กลุ่มสองกลุ่มนี้ อาจจะมีคนที่ถูกส่งมาจากผู้อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวหรือเปล่านะ?
ยังไม่ทันคิดอะไรออก ก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแตะไหล่เบา ๆ
เซินไห่เฉิงโน้มตัวไปกระซิบข้างหูเธอว่า “ยานอวกาศลำที่อยู่ทางซ้ายเป็นของตระกูลเซิน”
คนของตระกูลเซินเหรอ?
เธอยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมาอีกครั้ง
ท่าทีของตระกูลเซินนั้นแปลกมาตลอด พวกเขาไม่ได้ช่วยเหลือเธอ แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านเธอเช่นกัน
แต่การให้เซินไห่เฉิงมาไลฟ์สตรีม เธอคาดการณ์ไว้แล้วว่าตระกูลเซินอาจจะมาหา
เพียงแต่การมาถึงอย่างรวดเร็วนั้นทำให้คนประหลาดใจ
ทันใดนั้นบนท้องฟ้า ยานอวกาศทั้งสองลำก็เริ่มเคลื่อนที่
ยานทั้งสองลำกำลังค่อย ๆ ลดระดับลง
ลู่จินกู้รู้สึกใจสั่น
ถ้าไม่ใช่การโจมตีโดยตรง เรื่องนี้ก็ยังมีวิธีแก้ไขได้
เธอรีบหันไปหากรีนลีฟ เซลรานซี่
เจ้าเอลฟ์รูปงามชอบอยู่บนต้นไม้ ยิ่งรอบตัวมีพืชพรรณมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกสบายมากเท่านั้น
เขายังชอบที่สูง ๆ ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเป็นเอลฟ์หรือมนุษย์นกกันแน่
ต้นหยกมังกรเป็นไม้ที่ทั้งสูงและตรง ทำให้เจ้าเอลฟ์รูปงามนี้ชื่นชอบ
คราวนี้ก็เช่นกัน เขาก็ยังอยู่บนต้นหยกมังกร
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของลู่จินกู้ กรีนลีฟก็กระโดดลงมาอย่างเบาหวิว
“คุณหนูลู่จินมีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ?”
เธอยื่นกล้องส่องทางไกลให้เขา และบอกเป็นนัยให้เขามองขึ้นไปบนฟ้า
“ศัตรูเหรอครับ?”
“ยานลำนั้นที่มีลวดลายสีน้ำเงินเข้มวาดอยู่ด้านข้างเป็นของตระกูลเซิน ถึงแม้จุดประสงค์ของพวกเขาจะไม่ชัดเจน แต่ไม่น่าจะใช่ศัตรู ส่วนยานอีกลำหนึ่งยังไม่รู้ว่าใครส่งมา แต่ตอนนี้มีคนรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ไม่มากนัก ฉันเลยสงสัยว่า… อาจเป็นคนที่วางแผนลักพาตัวส่งมานะสิ”
สีหน้าของเอลฟ์รูปงามก็เคร่งเครียดทันที เขาคว้าธนูในมือขึ้นมา “ผมจะปกป้องคุณให้ดีที่สุดครับ”
พร้อมกับทำท่าทีเหมือนจะบุกไปจัดการศัตรูทันที
เธอรีบโบกมือ “เดี๋ยวก่อน ฉันมีแผนการที่จะให้นายทำอีกนะ”
แล้วเธอก็เล่าแผนการให้เขาฟังอย่างรวดเร็ว จบลงด้วยการถามว่า “ทำได้ไหม?”
เอลฟ์รูปงามพยักหน้าโดยไม่ลังเล “ได้ครับ แต่แบบนี้คุณอาจจะตกอยู่ในอันตรายนะครับ?”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันก็มีวิธีป้องกันตัวเองเหมือนกัน” เธอยิ้มพลางหยิบปืนพกขนาดเล็กที่ใช้เป็นจี้ห้อยคอออกมาไว้ในมือ
กรีนลีฟกะพริบตาปริบ ๆ มองอาวุธที่ดูเหมือนเครื่องประดับนั้นหลายครั้ง ท่าทางสนใจอย่างมาก
แต่ตอนนี้เงาของยานอวกาศกำลังลอยลงมา เหนือหัวพวกเขาแล้ว ไม่มีเวลาอธิบายให้เข้าใจ
เธอได้ทำการปรากฏสิ่งก่อสร้างขึ้นมาและส่งของบางอย่างให้เอลฟ์รูปงาม แล้วเธอก็ไปหาเปาหยวนซานและคนอื่น ๆ เพื่อบอกให้พวกเขาหลบอยู่ในบ้านโดยไม่ออกมาหากไม่ได้รับอนุญาตจากเธอ
ครอบครัวนี้เข้าใจสถานการณ์อย่างดี และรับปากทันที “คุณไม่ต้องห่วง พวกเราจะไม่สร้างปัญหาให้คุณแน่นอน”
จากนั้นพวกเขาก็ปิดประตูล็อกอย่างแน่นหนา โดยไม่มีเสียงรบกวนอะไรออกมาเลย
เมื่อเป็นเช่นนั้น เธอจึงมายืนอยู่ข้างเซินไห่เฉิง มองดูยานอวกาศทั้งสองลำที่กำลังค่อย ๆ ลดระดับลงมา
ตอนนี้สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่ายานอวกาศทั้งสองมีท่าทีที่แตกต่างกัน
ยานของตระกูลเซินเลือกที่จะลงจอดนอกพาราไดซ์ แสดงถึงความเป็นมิตร
ส่วนยานอวกาศลำอื่นที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร กลับพยายามลงจอดตรงใจกลางพาราไดซ์ ซึ่งตรงนั้นมีการตั้งค่ายกลพลังแห่งสัตว์เทพสี่ทิศ หากยานลงจอดที่นั่นสิ่งต่าง ๆ ที่วางไว้อาจถูกทำลายลงหมด
เธอหรี่ตาลงเล็กน้อย ได้ติดป้ายกำกับยานลำนั้นว่า ‘มีเจตนาร้าย’ ไปเรียบร้อยแล้ว
น่าเสียดายที่คนพวกนี้ไม่รู้ว่าระบบของพาราไดซ์ตอนนี้มีฟังก์ชันป้องกันแล้ว
เมื่อยานลำนั้นลอยลงมาได้ประมาณยี่สิบเมตรเหนือยอดไม้ใหญ่ ทันใดนั้นเกราะป้องกันที่ส่องแสงก็ปรากฏขึ้น
กั้นทางลงของยานเอาไว้
เกิดเสียงดังสนั่น
แม้ยานจะชะลอความเร็วตอนลงจอด แต่ด้วยความที่เป็นวัตถุขนาดใหญ่ ต่อให้ลงช้าแค่ไหน แรงกระแทกก็ไม่ใช่น้อย ๆ
นี่ถือเป็นการทดสอบเกราะป้องกันของพาราไดซ์ด้วย
ผลพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบของพาราไดซ์ไว้ใจได้เสมอ
เกราะป้องกันดูเหมือนจะมีความยืดหยุ่นเล็กน้อย สามารถรับแรงจากยานอวกาศที่กำลังลดลงมาได้สำเร็จ
ฉากที่น่าตลกจึงปรากฏขึ้น ยานของตระกูลเซินลงจอดแล้ว เซินไห่เฉิงยิ้มอย่างมีความสุขและเดินไปต้อนรับ ขณะที่ยานอีกลำหนึ่งยังค้างอยู่กลางอากาศ
ลู่จินกู้รู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ไม่ได้เห็นสีหน้าของคนบนยานลำนั้นด้วยตาตัวเอง
หลังจากค้างอยู่สักครู่ ดูเหมือนพวกเขาจะรู้ว่าการลงจอดโดยใช้กำลังไม่เป็นไปได้ ยานจึงลอยขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง และเคลื่อนตัวไปยังระยะห่าง ก่อนจะพยายามลงจอดครั้งที่สอง
ท่าทางเช่นนั้น ดูยังไงก็มีอาการเสียหน้าอยู่เหมือนกัน