เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 127 เธอเผยโฉมมาอีกครั้ง
บทที่ 127 เธอเผยโฉมมาอีกครั้ง
เหนือท้องฟ้าของดาวเคราะห์หมายเลข 43 ยานบินพลเรือนลำหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนผ่าน
ข้างหน้าต่าง กลุ่มคนถือกล้องเลนส์ซูมกำลังถ่ายภาพไปยังดาวเคราะห์หมายเลข 43 ที่อยู่ไกลลิบ
ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ต่างคุ้นเคยกับสิ่งนี้จนไม่แปลกใจอีกต่อไป
ตั้งแต่ตระกูลเซินเริ่มก่อสร้างครั้งใหญ่บนดาวเคราะห์หมายเลข 43 จำนวนคนที่ทำแบบนี้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
บางคนเป็นนักข่าวสื่อมวลชนที่แท้จริง แต่ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มต่าง ๆ ที่ส่งมาสืบข้อมูล
พวกเขาไม่อยากใช้วิธีอ้อมค้อมแบบนี้ แต่ก็ไม่มีทางเลือก เนื่องจากดาวเคราะห์หมายเลข 43 เป็นดาวส่วนตัวอย่างสมบูรณ์ ไม่มีดาวเทียมอื่นใดนอกจากดาวเทียมของสหพันธ์ที่ให้บริการสัญญาณสตาร์เน็ต
และทุกคำขอเข้าลงจอดบนดาวเคราะห์หมายเลข 43 ต่างถูกตระกูลเซินปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า ‘อยู่ในเขตก่อสร้าง ไม่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือน’
ทุกคนต่างสงสัยว่าตระกูลเซินกำลังทำอะไรบนดาวดวงนี้ แต่ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา พวกเขาจึงหวังว่าจะได้ข้อมูลเบื้องต้น
ดังนั้น เส้นทางบินที่ผ่านใกล้ดาวเคราะห์หมายเลข 43 จึงเป็นโอกาสทองในการเปิดโปงความจริง
เพียงแต่ว่าระยะทางนั้นไกลมาก ต่อให้เป็นเลนส์ซูมสูงสุดก็ยังถ่ายภาพออกมาได้แค่ราง ๆ แต่สิ่งที่แน่นอนคือบนดาวเคราะห์หมายเลข 43 มีพื้นที่สีฟ้าและสีเขียวเพิ่มขึ้น
ถึงอย่างไรก็ตามทุกคนก็รู้ว่า บริษัทพาราไดซ์ได้ร่วมมือกับตระกูลเซิน ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ได้ทำให้ทุกคนแปลกใจมากนัก
ช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นฝั่งของเซินโหย่วชิงหรือกล่องข้อความของบริษัทพาราไดซ์ ต่างก็ได้รับคำถามแบบเดียวกันเป็นจำนวนมาก
‘พาราไดซ์หมายเลข 4 จะเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมไหม? จะสามารถสมัครเข้าอยู่อาศัยและย้ายถิ่นฐานได้เมื่อไหร่?’
ไม่อาจโทษที่คนเหล่านี้จะใจร้อนได้ เนื่องจากไม่มีใครคาดเดาแผนการของบริษัทพาราไดซ์ได้เลย
แม้ว่าจะพัฒนาจากพาราไดซ์หมายเลข 1 ไปถึงหมายเลข 3 ได้ภายในเวลาไม่กี่ปี แต่ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าอยู่อาศัยก็ยังคงมีเพียงพาราไดซ์หมายเลข 1 เท่านั้น
พาราไดซ์หมายเลข 2 ไม่ต้องพูดถึง มันเหมือนเป็นสวนหลังบ้านของกงซุนฉือและเมื่อรวมกับชื่อเสียงที่ว่าเหล่าอัจฉริยะของตระกูลกงซุนเป็น ‘คนบ้า’ ก็ไม่มีใครกล้าเป็นเพื่อนบ้านกับเขา
ส่วนพาราไดซ์หมายเลข 3 นั้นลึกลับยิ่งกว่า คนธรรมดาส่วนใหญ่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพาราไดซ์หมายเลข 3 อยู่ที่ไหน บริษัทพาราไดซ์ยังได้ออกประกาศชัดเจนว่าพาราไดซ์หมายเลข 3 จะถูกใช้เป็นฐานการเกษตรและปศุสัตว์เท่านั้น จะไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม
ตอนนี้เพิ่งจะมีข่าวลือเกี่ยวกับพาราไดซ์หมายเลข 4 ที่อาจจะอยู่ในวงโคจรดาวที่ใกล้กับดาวศูนย์กลางของสหพันธ์ ถ้าสามารถย้ายไปอยู่ได้… แม้แต่ชนชั้นขุนนางก็ยังอดใจไม่ไหว
แต่ไม่ว่าฝั่งบริษัทพาราไดซ์หรือฝั่งตระกูลเซินต่างก็ยังไม่ตอบสนองต่อเรื่องนี้
เซินโหย่วชิงสามารถบริหารจัดการตระกูลเซินอันยิ่งใหญ่ได้ แน่นอนว่าเธอไม่ใช่คนที่คลั่งไคล้การฟื้นฟูธรรมชาติอย่างเดียว การที่เธอไม่ให้คำตอบที่แน่ชัดก็เพราะต้องการให้คนเหล่านี้คอยอย่างกระวนกระวาย
ส่วนฝั่งลู่จินกู้ที่ไม่ตอบสนองนั้น… เป็นเพราะเธอยุ่งจนแทบบ้า
การสร้างสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับทะเลเป็นโครงการที่เธอตัดสินใจเอง ดังนั้นพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของดาวเคราะห์หมายเลข 43 จึงถูกกันไว้สำหรับ ‘การสร้าง’ ทะเล
แต่เมื่อส่วนที่เป็นพื้นดินนอกเหนือจากพืชพันธุ์เสร็จสิ้นลง เธอกับทีมของจูฮ่วนก็หันมามองหน้ากันอย่างงุนงง แล้วพบว่าต่างฝ่ายต่างรอให้ฝ่ายตรงข้ามลงมือก่อน
เมื่อถามจึงได้รู้ว่าที่แท้ทีมของจูฮ่วนไม่เคยเห็นทะเลมาก่อน จึงไม่รู้ว่าสิ่งก่อสร้างที่อยู่บนชายหาดและเกาะควรต้องระวังอะไรบ้าง ทำให้ไม่กล้าลงมือโดยพลการ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าแนวคิดอย่างบ้านหอย บ้านดาวทะเลที่ลู่จินกู้เสนอขึ้นมานั้น พวกเขายังนึกภาพตามไม่ออกเลย
และจินตนาการของผู้สร้างก็เหมือนพิมพ์เขียวของอาคาร หากขาดขั้นตอนนี้ไป ก็ย่อมไม่สามารถสร้างบ้านให้สำเร็จได้
นี่มันเป็นปัญหาที่คาดไม่ถึงจริง ๆ แต่ก็ดูสมเหตุสมผล
ถึงแม้ว่าจะสามารถวาดแปลนบ้านสองสามแบบให้ทีมของจูฮ่วนลองทำตาม แต่เพราะความไม่ชำนาญ บ้านที่พวกเขาสร้างขึ้นจึงดูเทอะทะและไม่มีชีวิตชีวาเท่ากับสิ่งก่อสร้างก่อนหน้านี้
ถ้าเป็นแค่บ้านหลังเดียวก็ยังพอไหว แต่ถ้าสิ่งก่อสร้างทั้งหมดในพื้นที่ทะเลดูเป็นแบบนี้ล่ะก็… มันคงเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวง
ดังนั้นไม่มีทางเลือก เธอจึงต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
แต่สิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับทะเล แม้จะเป็นแค่บ้านหอยเล็ก ๆ ก็ใช้พลังจิตเป็นจำนวนมาก เธอจึงต้องทนต่อการทรมานทั้งกายและใจ ทุกวันต้องทั้งกินจนท้องแทบแตกและใช้สมองจนเหนื่อยล้า ดำเนินการก่อสร้างไปอย่างเชื่องช้าในความเจ็บปวดของ ‘ความร้อนและเย็นที่ผสมผสานกัน’
และทุกครั้งที่พลังจิตของเธอถูกใช้มากเกินไป เธอก็จะรู้สึกได้ว่า ‘บุคลิกชั่วร้าย’ กำลังขยับตัว แต่แล้วมันก็ถูกพลังของพาราไดซ์กดกลับไป
แต่เมื่อเธอเริ่มรู้สึกถึง ‘บุคลิกที่สอง’ ชัดเจนขึ้น การกดทับนี้กลับทำให้เธอยิ่งรู้สึกทรมานมากขึ้น
ไม่ว่าของใครที่กลายเป็นสนามรบของสองพลังในสมองก็ย่อมไม่สบายใจทั้งนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าบุคลิกชั่วร้ายอาจจะเป็นหนึ่งในจิตสำนึกของร่างกายนี้ด้วย ดังนั้นเมื่อมันถูกกดข่มโดยพลังของพาราไดซ์ เธอจึงรู้สึกเหมือน ‘ตัวเองก็กำลังถูกทำร้าย’ ด้วย
เหมือนว่า…เธอกับบุคลิกที่สองของร่างกายนี้กำลังค่อย ๆ ผสานกันทีละน้อย
ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เธอกลัวขึ้นมาบ้าง เธอจึงไม่กล้าใช้พลังจิตจนหมด ทำให้ความคืบหน้าในการก่อสร้างช้าลงไปอีก
สุภาษิตว่าไว้ ‘ภัยมาโชคตาม’ ตอนนี้เธอเข้าใจคำนี้ลึกซึ้งแล้ว
งานที่ใช้พลังจิตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะทำให้บุคลิกชั่วร้ายกระตือรือร้นมากขึ้น แต่ก็ทำให้พลังจิตของเธอเพิ่มขึ้นอีกครั้งด้วย
เธอยังไม่มีโอกาสทดสอบระดับพลังจิตของตัวเอง แต่จากที่เคยถามเงียบ ๆ กับเซินไห่เฉิง เธอก็มั่นใจว่าตอนนี้เธออยู่ในระดับ D ช่วงกลางแล้ว
นี่ก็หมายความว่าฝ่ายนั้นไม่รู้สถานการณ์ของร่างกายเดิม ไม่เช่นนั้นจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน
ระดับพลังจิตถูกกำหนดตลอดชีวิต นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนในสหพันธ์เชื่อกัน
เมื่อใดที่ความเชื่อของสังคมถูกท้าทาย ผู้ที่เป็น ‘ตัวประหลาด’ มักจะไม่มีจุดจบที่ดี เธอจึงต้องซ่อนความลับไว้อีกหนึ่งอย่าง
ยิ่งไปกว่านั้น พลังจิตของเธอยังสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก
จากการคาดการณ์ของตัวเอง ตอนนี้พลังจิตของเธอน่าจะใกล้ถึงระดับ C แล้ว
ไม่เพียงแต่ต้องระวังไม่ให้บุคลิกชั่วร้ายออกมาสร้างปัญหา แต่ยังต้องระวังไม่ให้ระดับพลังจิตของเธอโผล่ออกมาด้วย… ชีวิตช่างเหนื่อยล้าจริง ๆ
แต่แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น
ในคืนที่ฟ้าใสไร้เมฆ ดาวนับไม่ถ้วนส่องประกายราวกับอัญมณีฝังอยู่บนท้องฟ้าสีดำกำมะหยี่
ลู่จินกู้เพิ่งเสร็จสิ้นงานของวันนี้ นวดขมับที่เริ่มปวดเล็กน้อย สายตาของเธอก็ทอดไปยังทะเลที่สะท้อนแสงระยิบระยับ
เกาะเล็ก ๆ ที่กระจัดกระจายราวกับไข่มุก บ้านที่สวยงามหลากหลายรูปแบบตามแนวชายฝั่ง… สิ่งเหล่านี้เธอสร้างขึ้นมาทีละน้อย จะไม่ให้เธอภาคภูมิใจได้อย่างไร
แต่น่าเสียดายที่ทะเลนี้กลับเงียบสงบเกินไป ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ นอกจากเสียงคลื่น
เมื่อไหร่จะหาสัตว์ที่ตรงตามข้อกำหนดของระบบพาราไดซ์ได้สักที?
“เฮ้อ…”
เมื่อคิดถึงปัญหานี้ เธออดถอนหายใจแรง ๆ ไม่ได้
แต่ในขณะนั้น เธอก็รู้สึกมึนงงในหัว
ยังไม่ทันได้ตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น สติของเธอก็ตกอยู่ในความมืดมัว
แต่เป็นเวลาสั้นมาก จนแม้แต่พลังของพาราไดซ์ก็ยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ เธอก็ก้าวเดินไปยังที่พักของตัวเอง
ที่นั่นเป็นหนึ่งในโรงแรมของสวนพฤกษศาสตร์ที่จะสร้างขึ้นในอนาคต ปัจจุบันทุกคนที่ทำงานอยู่บนดาวเคราะห์หมายเลข 43 รวมถึงเธอเองต่างก็พักอยู่ที่นั่น
ลู่จินกู้เดินไปอย่างช้า ๆ บนใบหน้ามีรอยยิ้มบาง ๆ เช่นเคย ทักทายผู้คนที่เดินสวนทางมา
ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ในดวงตาของเธอมีประกายเย็นชาที่แปลกประหลาด