เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 14 ยืมพลังจิต (รีไรต์)
บทที่ 14 ยืมพลังจิต (รีไรต์)
“เธอต้องการอะไร?” แม้แววตาจะร้อนแรง แต่น้ำเสียงของกู้ตั๋วกลับสงบนิ่ง “เหรียญดวงดาว? วัสดุ? แม้แต่ยานอวกาศขนาดเล็ก ฉันก็สามารถให้เธอได้”
หัวใจของลู่จินกู้เต้นแรงขึ้นมาทันที
ยานอวกาศ! ถ้าหากเธอมีสิ่งนี้ก็จะสามารถออกจากดาว 7133 ได้แล้ว
แต่ลู่จินกู้ก็หยุดความเพ้อฝันนั้นลงอย่างรวดเร็ว
พลังจิตของเธอยังอ่อนแอเกินไป หากไม่เตรียมพร้อมแล้วเปิดเผยตัวเอง อนาคตก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอสามารถเลือกได้อีกต่อไป
ลู่จินกู้จ้องมองกู้ตั๋วอย่างตำหนิ แต่กลับเห็นแววชื่นชมในดวงตาของเขา จึงพลันเข้าใจได้ในทันที
ผู้ชายคนนี้กำลังทดสอบเธออยู่สินะ?!
เมื่อนึกถึงข้อตกลงร่วมมือกันแบบปากเปล่าของทั้งสองคน เธอก็เข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้
แต่ก็ยัง…น่าโมโหจริงๆ!
เธออดไม่ได้ที่จะจ้องมองเขาอย่างไม่พอใจ พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เงินกับยานอวกาศจะมีประโยชน์อะไรกับฉันล่ะ? วัสดุต่างหากที่ฉันต้องการ แล้วคุณมีรึไง?”
ดูเหมือนว่าอีฟจะไม่พอใจ และต้องการจะโตเถียง ทว่ากลับถูกกู้ตั๋วห้ามไว้ก่อน
วัสดุหายากที่พบเห็นได้แค่ในพิพิธภัณฑ์ พวกเขาก็ไม่มีเหมือนกัน
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายน่าจะจนมุมแล้ว เธอจึงยิ้มเยาะอย่างสมใจ พร้อมกับยกนิ้วขึ้นนับ “ที่นี่ค่อนข้างรกร้าง ฉันมีงานต้องทำเยอะแยะไปหมดเลย”
“ต้องปลูกอาคารเพิ่ม ล้อมรั้วพาราไดซ์ และขยายพื้นที่เพาะปลูก…”
“ถ้าใช้พลังจิตของฉันอย่างเดียว ไม่รู้ว่าต้องทำไปถึงเมื่อไหร่ ฉันถึงอยากจะทำข้อตกลงกับพวกคุณไงล่ะ”
กู้ตั๋วเข้าใจแล้วและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “พวกเราช่วยได้ แต่เธอต้องเป็นคนจัดหาอาหารให้พวกเราสามมื้อนะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” ลู่จินกู้ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล แลกกับที่อยู่และอาหารฟรี เธอก็ถือว่าได้เปรียบแล้ว
ทว่าเขายังพูดไม่จบ “อาหารทุกมื้อต้องไม่ซ้ำกันด้วย”
นี่มันเรียกร้องมากเกินไปแล้ว! ลู่จินกู้ขมวดคิ้ว “แบบนี้ฉันไม่รับประกันผลลัพธ์นะ เพราะกว่าพืชผลในทุ่งจะโตได้ก็ต้องใช้เวลา”
“งั้น… อย่างน้อยรสชาติต้องไม่เหมือนกัน” กู้ตั๋วทำท่าลำบากใจยอมตกลง
“ตกลง!”
อีฟกับซิงเหลียนได้แต่มองหน้ากันงง ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ พวกเขาก็ถูกหัวหน้าขายออกไปแบบงง ๆ
แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ยังคงดีใจมาก ซิงเหลียนกลืนน้ำลาย มองทุกอย่างในครัวด้วยสายตาเป็นประกาย
เมื่อจ้างงานพวกเขาเหล่านี้แล้ว เธอจึงไม่เกรงใจอีกต่อไป กวาดมือสั่งทันที “งั้นพวกคุณก็แบ่งงานกันเองแล้วกัน ล้างจาน ทำรั้ว ช่วยฉันเพาะปลูก”
จากนั้นกู้ตั๋วก็เริ่มแบ่งงานทันที “อีฟล้างจาน ซิงเหลียนไปทำรั้ว ส่วนฉันจะช่วยเธอเอง”
“ได้”
ทว่าในวินาทีต่อมา ปัญหาก็เกิดขึ้น…
“ล้างจานยังไง”
“…” ลู่จินกู้
คิดผิดไปจริง ๆ ดูเหมือนว่าสาวสวยคนนี้จะไม่เคยทำงานบ้านมาก่อน
ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากลงมือทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
โชคดีที่อีฟได้สัมผัสกับเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก เธอจึงดูตื่นเต้นและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อสอนจนเสร็จ เธอก็นำชายหนุ่มทั้งสองคนออกไปทันที
บอกตรง ๆ เลยว่า เธอชอบทำอาหารมากแค่ไหน ก็เกลียดการล้างจานมากเท่านั้น
ซิงเหลียนมีคำถาม “แล้วจะเอาอะไรมาล้อมรั้วดีล่ะ”
เขามองไปรอบ ๆ อย่างลำบากใจ “ฉันไม่ใช่สถาปนิก ไม่สามารถเนรมิตสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาด้วยพลังจิตเหมือนเธอได้”
“ไม่ต้องหรอก ที่นี่มีวัสดุอยู่แล้ว”
เธอหยุดเดิน หันไปมองทั้งสองคนที่กำลังทำหน้างุนงง ก่อนจะยกนิ้วขึ้นชี้
ดวงตาของกู้ตั๋วเบิกกว้างเล็กน้อย
“เธอกำลังล้อฉันเล่นรึเปล่า” ซิงเหลียงถามขึ้นตรง ๆ เธอเลิกคิ้วขึ้น
“ฉันไม่เคยล้อเล่นเรื่องงาน” ลู่จินกู้ตอบ
สิ่งที่เธอเรียกว่าวัสดุก็คือ ต้นการบูรขนาดใหญ่ห้าต้นที่ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้เมื่อวาน
ระบบสร้างพืชออกมาได้สวยงาม แตกกิ่งก้านสาขาอย่างหนาแน่น ต้นการบูรเหล่านี้จึงมีขนาดลำต้นใหญ่ถึงสองคนโอบ เมื่อตัดแต่งแล้วสามารถนำไปใช้เป็นไม้ได้
ในเมื่อภารกิจไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้วัสดุอะไรในการสร้างรั้ว การนำต้นการบูรเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้งก็นับว่าคุ้มค่าไม่ใช่เหรอ
เพียงแต่เธอต้องอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการอย่างละเอียด
เธอพูดจนปากแห้งผาก ในขณะที่ผู้ชายสองคนกลับฟังอย่างตั้งใจ
อีฟที่เพิ่งล้างจานเสร็จก็เดินเข้ามาฟังด้วยความสนใจ
ทันทีที่เธอพูดจบซิงเหลียน ก็ขออาสาลงมือทดลองทันที
“ฉันมาช่วยด้วย!” อีฟพูดอย่างร้อนรน
แม้แต่กู้ตั๋วก็ดูตื่นเต้นอยากลองทำ แต่สุดท้ายการปลูกพืชก็ยังดึงดูดใจเขามากกว่า เขาเดินตามลู่จินกู้ไปอย่างลังเล
เธอรู้สึกตลก จึงอดไม่ได้ที่จะแซว “พวกคุณไม่รู้สึกว่างานแบบนี้มันไม่เหมาะกับฐานะของพวกคุณเหรอ?”
พูดจบ เธอก็ได้รับสายตาตำหนิจากอีกฝ่าย
“การได้ลงมือจัดการไม้จริง ๆ นั้น ถือเป็นเกียรติ ที่แม้แต่ผู้นำสูงสุดแห่งสหพันธดวงดาวก็ยังไม่มี แล้วเธอจะพูดแบบนี้ได้ยังไง!”
ลู่จินกู้คงลืมไปว่า ยุคนี้เป็นยุคที่พวกเขาได้กินแต่อาหารขยะ ในแง่ของรสชาตินะน่ะ
เธอยักไหล่ ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก และเริ่มวางแผนพื้นที่เพาะปลูก
…
หลังจากที่ขยายพื้นที่เพาะปลูกแล้ว เธอตัดสินใจแบ่งพื้นที่ทั้งหมดนี้เป็นพื้นที่เกษตรและปศุสัตว์
มนุษย์ไม่สามารถกินแต่ผักได้ การกินเนื้อสัตว์และผักควบคู่กันไปย่อมทำให้สุขภาพดี
หลังจากนึกภาพในหัวว่าจะวางอาคารอย่างไรแล้ว เธอจึงถามว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะทำให้พื้นที่เพาะปลูกและอาคารใหม่เป็นจริงเลยนะ”
“ได้” กู้ตั๋วพูด ก่อนพลังจิตของเขาค่อย ๆ แผ่ออกไป พร้อมที่จะสนับสนุนเธอได้ทุกเมื่อ
ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่เกรงใจแล้ว!
เธอวางพื้นที่เพาะปลูกใหม่ลงไปสี่แปลง กำลังจะวางเพิ่ม ระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมาว่า ถึงจำนวนสูงสุดที่สร้างได้ในระดับนี้แล้ว
ที่แท้ก็มีข้อจำกัดแบบนี้อยู่ด้วย เธอจำต้องหยุดลงอย่างเสียดาย แล้วหันไปเนรมิตฟาร์มหมูแทน
หมูนี่ดีจริง ๆ เลยนะ ทั้งตัวล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าทั้งนั้น!
เนื้อแดงทอด ซี่โครงหมูทอด ลูกชิ้นหมู…
แค่คิดน้ำก็ท่วมปากแล้ว
ยังไม่หมดแค่นี้ เธอยังสร้างฟาร์มไก่ไว้ข้าง ๆ ฟาร์มหมูอีก
ไข่ไก่ ไก่ย่าง ซุปไก่…!
ป่าทั้งผืนผุดขึ้นราวกับเนรมิต โอบล้อมสิ่งปลูกสร้างสองหลังเอาไว้ครึ่งหนึ่ง
ผืนป่านี้เธอมีแผนจะใช้ประโยชน์อย่างอื่น จึงไม่ได้ปลูกแบบเดียวกับที่ใช้ในหลักฮวงจุ้ย ทำให้ค่าฮวงจุ้ยที่ลดลงเพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อย
ลู่จินกู้เหลือบมองภารกิจ เห็นว่าแม้จะมีพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดหกแปลง แต่กลับมีภารกิจเพิ่มระดับสิ่งปลูกสร้างให้ทำเพียงแค่หนึ่ง
ดูเหมือนว่าแผนที่คิดจะสร้างสิ่งก่อสร้างแบบเดิมซ้ำ ๆ เพื่อเคลียร์ภารกิจคงจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เธอเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์กับระบบที่เข้มงวดแบบนี้
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี!
ลู่จินกู้หันไปมองสีหน้าของกู้ตั๋ว เธอสร้างสิ่งต่าง ๆ มากมายขนาดนี้ แต่สีหน้าเขาก็ยังคงเรียบเฉย พลังจิตที่ล้นเหลือของเขานี่ช่างน่าอิจฉาจริง ๆ
ตอนนี้ดวงตาของเขากลมโต จ้องมองสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่งปรากฏขึ้นอย่างไม่วางตา บรรยากาศขึงขังและเย็นชาแบบที่ชอบทำเป็นประจำจางหายไป
ทันใดนั้นลู่จินกู้ก็รู้สึกได้ว่า แท้จริงแล้วกู้ตั๋วก็ไม่ได้อายุห่างจากร่างเดิมของเธอสักเท่าไหร่ ถ้าอยู่บนโลก คงเป็นแค่หนุ่มจบใหม่นี่เอง
แต่ ณ ที่แห่งนี้ เขาต้องต่อสู้เพื่อมีชีวิตอยู่ ความคิดนี้ทำให้ใจเธออ่อนยวบลง ถามเสียงเบาว่า “ยังไปต่อไหวไหม?”
“แน่นอน” กู้ตั๋วไม่รู้ว่าเธอเห็นใจเขา จึงพยักหน้าอย่างมั่นใจ
ลู่จินกู้หันไปมองแผงภารกิจ ตอนนี้เขตพาราไดซ์ มีบ้าน 1 หลัง ร้านขายของชำ 1 ร้าน พื้นที่เพาะปลูก 6 ไร่ เล้าหมู 1 เล้า เล้าไก่ 1 เล้า เธออยากสร้างคลังสินค้าใกล้ ๆ อีก 1 หลัง
แบบนี้ก็เพียงพอต่อความต้องการขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตแล้ว
เธอตัดสินใจใช้พลังจิตของกู้ตั๋ว สร้างสิ่งก่อสร้างที่เขาต้องชอบอย่างแน่นอนสักสองสามอย่าง
สายตามองไปยังพื้นที่ว่างข้างบ้าน ความคิดผุดขึ้นมาในใจ
พืชยืนต้นสูงใหญ่ต้นหนึ่งโผล่พ้นดินขึ้นมา มันแตกกิ่งแตกใบอย่างรวดเร็ว ใบอ่อนสีเขียวอ่อนกลายเป็นสีเขียวเข้มที่เจริญเติบโตเต็มที่ภายในเวลาไม่กี่วินาที
ใบไม้แต่ละใบพลิ้วล้อสายลมราวกับพัดขนาดเล็ก จิตใจของกู้ตั๋วพลันสั่นสะท้าน…