เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 277 ประหลาดใจอย่างต่อเนื่อง
บทที่ 277 ประหลาดใจอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้โครงสร้างพื้นฐานของพาราไดซ์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ลู่จินกู้เดินทางกลับไปยังดาวเคราะห์หมายเลข 7133 เพื่อดึงรูปปั้นเงือกจากคลังส่วนตัวของเธอมา เมื่อกลับมาถึงดาวเคราะห์ 626 ก็เริ่มรับภารกิจการก่อสร้างอ่าวเงือกในทันที
อาคารมหัศจรรย์ทุกแห่งล้วนต้องใช้เวลาสร้าง เธอเคยเห็นระยะเวลาสร้างนานสุดที่ครึ่งปี แต่เมื่อดูระยะเวลาของอ่าวเงือกแล้วเธอก็แทบจะตกใจ
สามปีเต็ม!
ระบบพาราไดซ์จะไม่ยืดระยะเวลาออกไปโดยไม่มีเหตุผล ดังนั้น ระยะเวลาที่ยาวนานนี้บ่งบอกเพียงสิ่งเดียว นั่นคือการสร้างอ่าวเงือกนั้นยากเย็นกว่าที่เธอคาดคิดไว้มาก
เมื่อเห็นแผนผังสามมิติของอาคารมหัศจรรย์นี้ เธอก็เข้าใจในทันทีว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เพราะมันไม่ได้เป็นแค่อาคารอีกต่อไป แต่คือกลุ่มอาคารขนาดใหญ่
ในส่วนใต้ทะเล จะมีเมืองของเผ่าเงือก ส่วนภายในอ่าวจะมีหมู่บ้านเล็ก ๆ หนึ่งแห่ง โดยที่บ้านเรือนและร้านค้าทุกแห่งในหมู่บ้านนั้นยังมีจำนวนและประเภทที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ราวกับว่าภารกิจนี้คือการสร้างเมืองเล็ก ๆ สองแห่งขึ้นมา
นอกจากนี้ อ่าวเงือกยังมีกำหนดการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพด้วย ซึ่งเมื่อเห็นจำนวนสัตว์ที่ต้องการแล้ว เธอก็คิดว่าระยะเวลาสามปีอาจจะยังคับขันอยู่ เพราะสัตว์ทั้งหมดที่ผ่านเกณฑ์ ‘บริสุทธิ์’ ตามข้อกำหนดของสหพันธ์นั้นยังต้องพึ่งพาการนำเข้าผ่านกลุ่มการค้า
เมื่อคิดถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเซอร์และพวกเงือกว่า ‘จะให้พวกคุณกลับบ้านเร็วที่สุด’ เธอก็อดไม่ได้ที่จะกุมขมับ
แต่เธอนึกถึงคำพูดของปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศจีนที่ว่า ‘หากไม่มีอุปสรรค ก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุด หากมีอุปสรรค ก็ต้องเอาชนะอุปสรรคให้ได้’ ดังนั้นหนทางเดียวที่เธอมีคือต้องพยายามหาทางแก้ไขและทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ
ลู่จินกู้เริ่มจากการส่งข้อความไปยังผู้ที่รับผิดชอบด้านการบริหารแรงงานก่อสร้างของกลุ่มบริษัทพาราไดซ์ เพื่อกระจายงานสร้างใหม่ที่จะเริ่มในเร็ว ๆ นี้ออกไป
ตอนนี้กลุ่มบริษัทพาราไดซ์มีแรงงานก่อสร้างที่มั่นคงพร้อมทำงานอยู่แล้ว หากไม่มีภารกิจเกี่ยวกับอาคารมหัศจรรย์ พวกเขาจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองพาราไดซ์ต่าง ๆ แต่หากมีภารกิจของบริษัท พวกเขาก็สามารถเข้าประจำการได้รวดเร็วที่สุด
แต่การสร้างอ่าวเงือกในครั้งนี้ซับซ้อนมากเกินไป ทำให้แรงงานที่มีอยู่ไม่เพียงพอ บริษัทพาราไดซ์จึงต้องประกาศรับสมัครแรงงานจากภายนอกอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นงานชั่วคราว แต่ด้วยค่าตอบแทนที่สูง ทำให้เกิดกระแสการสมัครงานกันอย่างล้นหลาม
จากนั้น เธอก็ได้มอบหมายภารกิจใหม่ให้กับกลุ่มการค้า ด้วยการเลื่อนระดับของพาราไดซ์ ทำให้จำนวนกลุ่มการค้าเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีถึงยี่สิบสองกลุ่มในร้านค้า ดังนั้นการรวบรวมสิ่งมีชีวิตที่ต้องการสำหรับอ่าวเงือกคงจะไม่ยากนัก
ถัดมา เธอได้ไปที่พาราไดซ์หมายเลข 3 และใช้เวลาหนึ่งวันเพื่อยกระดับพาราไดซ์นั้นขึ้นสู่ระดับห้า ซึ่งทำให้ดาวเคราะห์หมายเลข 6752 ครอบคลุมไปด้วยพาราไดซ์ทั้งหมดและกลายเป็นจุดที่สองที่มีคุณสมบัติสำหรับฟังก์ชัน ‘เชื่อมโยง’
แต่เธอยังไม่เลือกใช้ฟังก์ชันนี้ในทันที เธอสั่งให้เปาหยวนซานคัดเลือกคนที่มีทักษะด้านการบำรุงรักษาเครื่องจักรเพิ่มเติม เนื่องจากต้องการให้พาราไดซ์หมายเลข 3 เต็มไปด้วยแหล่งผลิตวัตถุดิบพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการสร้างอาคารมหัศจรรย์ ซึ่งทั้งหมดต้องเป็นวัตถุดิบที่ผลิตจากพาราไดซ์
การใช้เพียงหุ่นยนต์เพื่อเปิดแปลงเพาะปลูกนั้นช้าเกินไป เธอจึงอยู่ที่พาราไดซ์หมายเลข 3 เพิ่มอีกสามวันเพื่อแปลงพื้นที่ทั้งหมดที่ได้จากการอัปเกรดให้กลายเป็นพื้นที่เพาะปลูก
และสิ่งที่น่ายินดีก็เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เนื่องจากระบบแจ้งเตือนว่าภารกิจ ‘ฉันคือนักปลูกตัวน้อยผู้คลั่งไคล้’ ของเธอประสบความสำเร็จ ซึ่งทำให้พาราไดซ์หมายเลข 3 ได้รับโบนัสเพิ่ม ทุกผลิตผลจะเติบโตเร็วขึ้นและมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น
นี่คือประโยชน์ที่ซ่อนอยู่งั้นเหรอ? เรื่องนี้ทำให้เธอยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อทราบว่าระบบมีระบบความสำเร็จแบบนี้ เธอจึงถามทันทีว่า “ระบบ ระบบ! มีความสำเร็จอะไรอีกบ้าง และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง?”
ระบบเงียบไปสิบวินาทีก่อนจะมีข้อความปรากฏขึ้นว่า [โปรดสำรวจด้วยตัวเอง]
เอาเถอะ คนเราไม่ควรโลภมากนัก อย่างน้อยในอนาคตก็จะได้ทดลองกับการสร้างอาคารอื่น ๆ
เพื่อศึกษาผลของ ‘โบนัสการปลูก’ นี้ เธอจึงอยู่ที่พาราไดซ์หมายเลข 3 ต่ออีกสองวัน และพบว่าเวลาผลิตของพืชผลแต่ละชนิดสั้นลงถึงหนึ่งในสิบ และปริมาณผลผลิตก็เพิ่มขึ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์
แม้ฟังดูเหมือนจะไม่มาก แต่เมื่อทั้งดาวเคราะห์หมายเลข 6752 กลายเป็นแหล่งเพาะปลูก การลดเวลาการเติบโตและการเพิ่มปริมาณนี้จึงกลายเป็นประโยชน์มหาศาล
เนื่องจากความยินดีจากผลสำเร็จที่เกิดขึ้น หุ่นยนต์ที่เตรียมไว้แต่เดิมก็ไม่เพียงพอ เธอจึงต้องสั่งผลิตหุ่นยนต์ใหม่เพื่อเสริมกำลังเพิ่มขึ้นให้เพียงพอ
หลังจากที่เธอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย การก่อสร้างอ่าวเงือกก็เริ่มดำเนินไปตามแผนในที่สุด ทว่าเธอก็แทบไม่มีเวลาหายใจเลย เพราะข้อความเกี่ยวกับการ ‘ฟื้นฟูมลพิษให้หมดสิ้น’ ที่เธอส่งไปก่อนหน้านี้ ทำให้เธอได้รับข้อความถล่มทลายจากทุกคน ทุกคนต้องการพูดคุยกับเธอแบบตัวต่อตัวเพื่อหารือถึงวิธีการที่จะทำให้แผนการที่ดูเหมือนยากจะสำเร็จนี้กลายเป็นจริงได้
เมื่อพอจะมีเวลาว่าง เธอก็กำลังเตรียมจะติดต่อเซินโหย่วชิงและคนอื่น ๆ เพื่อกำหนดเวลาการประชุม แต่ในจังหวะนั้นเอง เซินไห่เฉิงก็ติดต่อเธอมาก่อน
“รีบมาที่อุทยานป่าเร็วเข้า!”
เธอคิดว่าต้องเกิดเรื่องร้ายขึ้นแน่ จึงรีบใช้สถานีขนส่งวาร์ปไปยังดาวเคราะห์หมายเลข 43 ทันที
ทันทีที่มาถึงที่หมาย เซินไห่เฉิงที่รออยู่ก็พาเธอขึ้นรถลอยฟ้าพิเศษสำหรับการเดินทางภายในของอุทยาน นับตั้งแต่อุทยานป่าเปิดให้บริการ จำนวนผู้เข้าชมก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและคุณภาพในการเยี่ยมชม ทางอุทยานจึงต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวัน ทำให้คิวจองตั๋วยาวไปถึงปีครึ่งแล้ว
ตั้งแต่ที่ได้เห็นสีหน้าอันตื่นเต้นของเซินไห่เฉิง เธอก็รู้ได้ทันทีว่าคงไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายคงไม่แสดงท่าทางตื่นเต้นแบบนี้ เธอพยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ได้รับคำตอบแค่เพียงว่า “เดี๋ยวก็รู้เองค่ะ!”
ด้วยความคุ้นเคยกับพื้นที่ทุกมุมของอุทยานที่เธอเคยลงมือตรวจงานด้วยตัวเอง แค่ชำเลืองมองวิวภายนอกจากรถลอยฟ้า เธอก็รู้ทันทีว่ารถกำลังมุ่งหน้าไปทางพระราชวังจันทรา
สุดท้าย รถก็หยุดอยู่ที่บริเวณเนินเขาด้านหลังพระราชวังจันทรา
เซินไห่เฉิงพาเธอผ่านทางเดินพิเศษเข้าสู่ห้องโถงหลักที่ตั้งอยู่สูงสุดบนเนินเขา ห้องนี้ไม่ได้จัดไว้สำหรับเป็นห้องพัก แต่ถูกใช้เป็นโรงละครขนาดใหญ่ ทุกคืนจะมีการแสดงที่แตกต่างกันออกไป และแขกที่พักในพระราชวังจันทราสามารถชมการแสดงได้ฟรี ทำให้เป็นหนึ่งในโครงการที่ทำให้อุทยานแห่งนี้โด่งดังเป็นพลุแตก
ตามปกติแล้ว เวลานี้ในโรงละครควรจะมีการเตรียมพร้อมสำหรับการแสดง แต่ลู่จินกู้กลับสังเกตว่าบรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ จึงอดถามไม่ได้ว่า “คืนนี้โรงละครหยุดแสดงเหรอ?”
ปกติแล้วโรงละครจันทราจะมีทีมงานแสดงสลับกันห้าชุด ทำให้สามารถจัดการแสดงได้ตลอดปีโดยไม่มีวันหยุดพัก
เซินไห่เฉิงตอบข้อสงสัยให้เธอ “ใช่แล้ว เราได้ประกาศให้ผู้เข้าพักในโรงแรมจันทราและนักท่องเที่ยวที่ซื้อบัตรเข้าชมแล้วได้รับทราบ พร้อมมอบข้อเสนอชดเชยไปเรียบร้อย และส่วนใหญ่ก็เข้าใจและยอมรับได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ดูเหมือนว่าการ ‘หยุดแสดง’ ครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจฉุกเฉิน ไม่เช่นนั้นบัตรเข้าชมคงไม่ได้วางจำหน่ายล่วงหน้า
เธอเริ่มคาดเดาบางอย่างในใจ
แม้เงื่อนไขการสร้างอาคารมหัศจรรย์จะเข้มงวดและมีระยะเวลากำหนด แต่จนถึงตอนนี้ อาคารมหัศจรรย์เหล่านี้กลับไม่มีคุณสมบัติพิเศษนอกเหนือจากความสวยงามที่โดดเด่น ทำให้หลายคนอาจมองว่ามันมีดีแค่รูปลักษณ์
แต่ตอนนี้…หัวใจของเธอพลันเต้นแรง ความคาดหวังที่พุ่งขึ้นทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้น