เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 308 พบแอนนา แบล็ก
บทที่ 308 พบแอนนา แบล็ก
หลังจากการเก็บเกี่ยวในพื้นที่นี้เสร็จสิ้น พวกเขาจึงมุ่งหน้าสู่เขตพาราไดซ์บนโลก เพื่อดำเนินงานในขั้นตอนถัดไปของเทศกาลฤดูเก็บเกี่ยว
บริเวณนั้นถูกจัดแต่งด้วยจุดแสดงผลภาพโฮโลแกรมจำนวนมาก บางส่วนให้ความรู้เกี่ยวกับฤดูกาลทั้งสี่ของโลก บางส่วนแสดงภาพแห่งความอุดมสมบูรณ์ในช่วงเก็บเกี่ยว และบางส่วนอธิบายถึงความหมายของฤดูเก็บเกี่ยว… ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับเทศกาลนี้
ผู้คนต่างเพิ่งรู้ว่า ในประวัติศาสตร์ของโลก ฤดูเก็บเกี่ยวเคยมีความสำคัญมาก ถึงขั้นที่ในอดีต ผู้คนจะประกอบพิธีบูชาและสวดอธิษฐานในช่วงก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อขอให้ผลผลิตในปีนี้อุดมสมบูรณ์ และให้ปีหน้ามีฝนตกต้องตามฤดูกาล
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องราวที่เคยถูกลืมไป ในประวัติศาสตร์ของชาวสหพันธ์ การพยายามรื้อฟื้นเพียงเล็กน้อยอาจยังไม่พอที่จะทำให้ทุกคนตระหนักถึงความรุ่งโรจน์ในอดีต แต่กลับทำให้หลายคนรู้สึกประทับใจและคิดถึงความเป็นมา
โดยเฉพาะผู้ที่โชคดีได้เข้าร่วมกิจกรรมการเก็บเกี่ยวที่จัดขึ้นบนดาวเคราะห์หมายเลข 3 ในเขตพาราไดซ์ พวกเขารู้สึกซาบซึ้งใจมาก ไม่ใช่แค่เพียงตื่นเต้นเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าเช่นกัน
ในอดีตผู้คนลำบากกันขนาดนี้เลยเหรอ?!
ผลผลิตที่พวกเขาเก็บเกี่ยวมา พวกเขาสามารถนำไปยัง เขตพาราไดซ์บนโลก เพื่อแบ่งปันให้ผู้ร่วมงานเทศกาลได้ลิ้มลอง โดยทางกลุ่มบริษัทพาราไดซ์จะมอบค่าตอบแทนตามมูลค่าที่เหมาะสม
ดังนั้น หลายคนจึงเลือกที่จะมอบพืชผลสดใหม่ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาให้กับงานเทศกาล แน่นอนว่าพวกเขาก็เก็บส่วนหนึ่งไว้รับประทานเองเช่นกัน และด้วยการได้มีส่วนร่วมในงานเก็บเกี่ยว พวกเขาต่างลงความเห็นว่าอาหารเหล่านี้อร่อยกว่าที่เคยซื้อหามาจากตลาดทั่วไป
จากที่เห็นในตอนนี้ เทศกาลฤดูเก็บเกี่ยวประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และเมื่อพิธีเฉลิมฉลองรอบกองไฟในค่ำคืนนี้เสร็จสิ้น งานเทศกาลก็จะปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบ
ในขณะที่ทุกคนตั้งตารอคอยกิจกรรมในช่วงค่ำ วิหารหนี่วาได้ต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างเงียบเชียบ
แอนนา แบล็ก ดึงหมวกคลุมที่บดบังใบหน้าออก เผยให้เห็นรอยยิ้มขณะเธอทักทายกับลู่จินกู้
ในที่สุดคุณหนูคนสำคัญแห่งตระกูลแบล็กก็ยอมรับข้อเสนอของเธอ และเดินทางมายังเขตพาราไดซ์บนโลกด้วยตัวเองในวันเทศกาลฤดูเก็บเกี่ยวนี้
ปีนี้เป็นครั้งแรกที่เขตพาราไดซ์จัดกิจกรรมเทศกาลฤดูเก็บเกี่ยวขึ้น แม้ว่าจะมีการเตรียมงานอย่างดี แต่ก็ยังมีเรื่องไม่คาดฝันเล็กน้อยเกิดขึ้นเป็นระยะ ลู่จินกู้จึงยุ่งจนแทบไม่มีเวลาว่าง กระทั่งตอนนี้ถึงได้พอมีโอกาสมาที่วิหารหนี่วา
คุณนายเม็กย่อมติดตามมาด้วย เช่นเดียวกับซูซาน สาวใช้ส่วนตัวที่คอยอยู่ข้างหลังแอนนา แบล็กอย่างสงบ ทว่าลู่จินกู้กลับรู้สึกว่า…
หรือว่าเธอคิดไปเอง…? สาวใช้ผู้นี้ดูเหมือนจะมองเธอด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตร
พอคิดดูดี ๆ แล้ว ก่อนหน้านี้เธอปล่อยให้แอนนารออยู่นาน สาวใช้คนสนิทที่จงรักภักดีจะแสดงความไม่พอใจก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว
ลู่จินกู้เพียงยิ้มบางเบา “ต้องขออภัยด้วยค่ะ คุณหนูแอนนา ช่วงนี้งานยุ่งจริง ๆ ทำให้คุณต้องรอนาน”
แอนนายิ้มอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงสงบนิ่งไม่มีวี่แววความไม่พอใจ “ไม่เป็นไรค่ะ ที่จริงฉันถือโอกาสเดินชมรอบ ๆ และรู้สึกสนุกมากทีเดียว”
ลู่จินกู้ถือโอกาสนี้แอบสำรวจความคิดเห็น “ดูเหมือนคุณหนูแอนนาจะชอบเทศกาลฤดูเก็บเกี่ยวมากใช่ไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ ฉันคิดว่านี่เป็นเทศกาลที่มีความหมายมากจริง ๆ อย่างที่ประชาสัมพันธ์บอกไว้ ‘การเก็บเกี่ยว’ คือพรจากธรรมชาติ และยังเป็นรางวัลตอบแทนความเหนื่อยยากของทุกคนตลอดทั้งปี มันควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง”
ลู่จินกู้พยักหน้า ประทับใจกับความสุภาพนุ่มนวลของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะในใจคิดอย่างไร แต่คำพูดคำจาและกิริยาท่าทางของแอนนานั้นน่ารักน่าชื่นชม และไม่น่าแปลกใจที่เธอจะเป็นที่รักของคนรอบข้าง
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้น แอนนาก็หันมามองเธอด้วยรอยยิ้มเขินอายก่อนจะถามขึ้น “คุณหนูลู่คะ ไม่ทราบว่านกฟ้าสองตัวนั้นอยู่ที่ไหนเหรอคะ? ฉันอยากเห็นพวกมันมาก”
ลู่จินกู้ครุ่นคิดถึงกิจวัตรของนกฟ้าตัวน้อย แล้วคาดการณ์ว่าตอนนี้พวกมันน่าจะกำลังกินอาหารอยู่ จึงยิ้มและกล่าวว่า “เชิญคุณหนูแอนนามากับฉันเลยค่ะ เดี๋ยวฉันพาไปดู”
แน่นอนว่าเมื่อพวกเธอมาถึง นกฟ้าสองตัวก็กำลังกินอาหารอย่างร่าเริงอยู่ตรงจุดที่วางอาหารไว้ให้
เมื่อเห็นพวกเธอมา เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการบันทึกชีวิตประจำวันของนกฟ้าจึงรีบเข้ามาทักทาย ลู่จินกู้หยิบผลไม้สดสองชิ้นติดมือมา เธอหยิบหนึ่งชิ้นถือไว้เอง อีกชิ้นยื่นให้แอนนาด้วยรอยยิ้ม
แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่าคุณหนูแอนนายังใส่ถุงมืออยู่ หากหยิบผลไม้ไปคงจะทำให้เปื้อน เธอจึงรีบดึงมือกลับพร้อมรอยยิ้มเจื่อน ๆ
ทว่าแอนนาถอดถุงมือออกอย่างรวดเร็ว และรับผลไม้มาด้วยท่าทางทะนุถนอม
ในขณะที่สาวใช้ส่วนตัวและผู้ดูแลแสดงสีหน้าไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน สายตาของพวกเขาจ้องลู่จินกู้ด้วยความไม่พอใจอย่างเปิดเผย
ลู่จินกู้ได้แต่ยืนเงียบพลางถอนใจเบา ๆ
แต่ก่อนที่เธอจะคิดอะไรต่อ แอนนากลับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฉันควรทำยังไงคะ?”
เธอดึงตัวเองกลับมาจากภวังค์ หยุดสนใจกับสายตาที่จ้องมาเหมือนสปอตไลต์ ก่อนจะวางผลไม้ไว้บนฝ่ามือ แล้วยื่นแขนออกไปพร้อมเรียกนกฟ้าตัวน้อยเบา ๆ
นกฟ้าสองตัวนี้เติบโตขึ้นพร้อมกับการที่เธอคอยดูแลอย่างใกล้ชิด หากเธอมาที่เขตพาราไดซ์บนโลก ก็มักจะหาเวลาเล่นกับพวกมันอยู่เสมอ นอกจากนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอคือ เจ้าของเขตพาราไดซ์หรือไม่ นกฟ้าสองตัวนี้กลับมีความผูกพันกับเธอมากกว่าปกติ จนบางครั้งเธอไม่ต้องเรียก พวกมันก็บินเข้ามาหาเอง
แต่ครั้งนี้เนื่องจากมีคนแปลกหน้าหลายคนอยู่ด้วย นกฟ้าจึงแค่สังเกตอยู่ห่าง ๆ เมื่อเห็นเธอเรียกมาพร้อมผลไม้ในมือ พวกมันก็ขยับปีกโบกดังฟุ่บ ๆ แล้วร่อนลงบนแขนของเธอทีละตัว
ตอนนี้พวกมันเติบโตขึ้นมากนับตั้งแต่วันฟักไข่ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทำให้แขนของเธอจมลงเล็กน้อย แม้เธอจะเตรียมตัวไว้แล้วก็ยังรู้สึกถึงความหนัก ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ
“พวกเธอนี่ ถ้ายังตัวหนักกว่านี้อีกหน่อย คงกลายเป็นลูกหมูสองตัวไปแล้วนะ”
เสียงร้องขุ่นเคืองของนกฟ้าดังขึ้น ราวกับมันเข้าใจสิ่งที่เธอพูด มันขยับหัวเล็กน้อยแสดงความไม่พอใจ แต่เมื่อเธอลูบเบา ๆ บริเวณคางและแก้มของมัน นกฟ้าก็กลับมาอารมณ์ดีและเริ่มจิกผลไม้ในมือเธออย่างเอร็ดอร่อย
ลู่จินกู้ส่งสายตาเชิญให้แอนนา แบล็กเข้ามาใกล้ ซึ่งดูเหมือนอีกฝ่ายจะเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น แต่ คุณนายเม็กกลับรีบห้ามไว้
“คุณหนูคะ ระวังพวกมันจะทำอันตรายมือของคุณหนู”
ขณะพูดก็ไม่ลืมส่งสายตาตำหนิมาทางลู่จินกู้ แต่เธอเลือกที่จะไม่สนใจ และหันไปมองแอนนาแทน เพื่อรอคอยการตัดสินใจของอีกฝ่าย
หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แอนนาก็เดินเข้ามาใกล้อย่างช้า ๆ ด้วยความระมัดระวัง
สำหรับผลไม้ที่เธอส่งให้ นกฟ้าทั้งสองไม่ได้จิกกินในทันที แต่ยังคงแย่งกันกินผลไม้จากฝ่ามือของลู่จินกู้ และใช้ดวงตากลมแป๋วสีดำขลับมองสำรวจเธอไปด้วย
แอนนาถือผลไม้อย่างมั่นคง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่น่าทึ่ง
ซูซานพึมพำเบา ๆ ว่า “ไม่รู้จักความเหมาะสม” ซึ่งไม่ชัดเจนว่านั่นเป็นคำบ่นใส่ลู่จินกู้หรือนกฟ้าทั้งสอง
สุดท้าย เมื่อพวกมันแน่ใจว่าแอนนาไม่มีเจตนาร้าย นกฟ้าจึงยื่นจะงอยปากเล็ก ๆ ออกมา แต่ไม่ได้จิกกินผลไม้ กลับจิกเบา ๆ ที่ฝ่ามือของเธอแทน
คุณนายเม็กและซูซานต่างตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า จนเกือบจะร้องออกมาพร้อมกัน
“คุณหนู! มือของคุณหนู…!”
แต่แอนนาเพียงยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง “ชู่ว อย่าทำให้พวกมันตกใจ”
ขณะที่พูด นกฟ้าตัวหนึ่งจิกเบา ๆ ที่นิ้วของเธอจนเธอหัวเราะคิกคักเบา ๆ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
“จั๊กจี้จังเลย พวกเธอหยุดจิกได้แล้วนะ”
แต่ดูเหมือนเจ้าตัวแสบสองตัวจะไม่ได้สนใจคำพูดของเธอ เมื่อมันแน่ใจว่าไม่มีอันตราย นกฟ้าตัวหนึ่งถึงกับกระโดดขึ้นไปที่มือของแอนนา ก่อนจะโน้มตัวไปจิกเบา ๆ ที่ติ่งหูของเธอ
เสียงอุทานดังขึ้นจากเม็กและซูซานพร้อมกัน
“คุณหนู!”
ทว่าแอนนากลับหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน
นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่จินกู้เห็นรอยยิ้มที่ไม่เหมือนกับอิริยาบถของชนชั้นสูงของแอนนา รอยยิ้มนี้เต็มไปด้วยความสดใสและความสุขที่บริสุทธิ์จนทำให้เธอถึงกับประหลาดใจ